กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 1824 : แกนกลางพิภพอรหันต์
หลังจากแมวขาวตัวใหญ่หายไป จักรพรรดิหยกก็พา
จักรพรรดิเซียนทั้งหลายออกตามหาพระสุคตเสวียน
จั้งในแดนเซียนอรหันต์สวรรค์ที่พังพินาศ
แดนเซียนอรหันต์สวรรค์ถูกอสูรน้อยนอกสวรรค์บด
ขยี้ทำลาย อรหันต์ศักดิ์สิทธิ์จำนวนมากถูกกลืนกิน
กลายเป็นส่วนหนึ่งในพลังของมันหรืออาจจะถูก
ควบคุมเป็นหุ่นเชิดในอนาคต
จำนวนอรหันต์ศักดิ์สิทธิ์ที่รอดชีวิตเหลือไม่ถึงครึ่ง
จากเดิม
อรหันต์ศักดิ์สิทธิ์มากกว่าครึ่งหนึ่งถูกอสูรร้ายนอก
สวรรค์กลืนกินหายไป ส่วนที่เที่รอดมาได้ล้วนตกอยู่
ในอันตรายและต้องหาที่หลบซ่อนตัว
ยิ่งไปกว่านั้นอรหันต์ศักดิ์สิทธิ์ของแดนเซียนอรหันต์
สวรรค์สูญเสียฤทัยพิภพอรหันต์ศักดิ์สิทธิ์ จึงขาด
เหตุผลไร้สติใช้ชีวิตไปตามสัญชาตญาณ เฮกเช่นวิหค
หวาดกลัวเกาทัณฑ์ กลัวว่าจะถูกอสูรร้ายนอกสวรรค์
กลืนกิน
กรณีนี้จักรพรรดิหยกก็ไม่สามารถทำอะไรได้เช่นกัน
เขายังคงดำเนินตามแผนเดิมคือค้นหาตัวพระสุคต
เสวียนจั้ง อีกทั้งจักรพรรดิหยกยังเผยวิธีสร้างฤทัย
พิภพขึ้นมาใหม่แค่บางส่วนเท่านั้น เนื่องจากสิ่ง
สำคัญในตอนนี้คือตามหาพระสุคตเสวียนจั้งให้พบ
ก่อน
เหล่าจักรพรรดิเซียนค้นหาพระสุคตเสวียนจั้งแทบจะ
พลิกแผ่นดินแดนเซียนอรหันต์ศักดิ์สิทธิ์ ผ่านไปหลาย
สิบปีก็ยังไม่พบตัวพระสุคตเสวียนจั้ง
บางทีตอนนี้เขาอาจจะหลบซ่อนตัว ด้วยไม่อยาก
เผชิญหน้ากับอสูรร้ายนอกสวรรค์
ทว่าหลังจากแดนเซียนอรหันต์สวรรค์สงบพระสุคต
เสวียนจั้งก็ปรากฏตัวขึ้นโดยไม่คาดคิด
พิภพอรหันต์ทองคำทั้งเก้าปรากฏขึ้นอย่างรวดเร็วต่อ
หน้าจักรพรรดิหยกและ อู่ อวี้ เขาก็คือพระสุคต
เสวียนจั้ง!
พระสุคตเสวียนจั้งยังคงปรากฏตัวอยู่ในรูปลักษณ์
ภิกษุหนุ่ม แต่ท่าทางของเขาไม่แสดงออกใด ๆ ด้วย
เพราะไม่พอใจกับสถานะปัจจุบันของตนเอง
“ เฮ้อออ!” เขาทอดถอนหายใจด้วยความผิดหวัง
ทันทีกับสถานการณ์ปัจจุบัน
“เสวียนจั้งเจ้าอยู่ที่นี่” จักรพรรดิหยกกล่าวด้วย
ท่าทางสงบนิ่ง ขณะทอดมองไปยังพระสุคตเสวียนจั้ง
พร้อมขมวดคิ้วเล็กน้อย ด้วยไม่รู้ว่าพระสุคตเสวียน
จั้งคิดอย่างไร
พระสุคตเสวียนจั้งเหลือบมองไปทาง อู่ อวี้ พร้อมกับ
ตำหนิ “เดิมทีอสูรร้ายนอกไม่น่าจะตื่นขึ้นมาเร็วถึง
เพียงนี้ อู่ อวี้ ทั้งหมดเป็นเพราะเจ้าสร้างปัญหาจน
มันลืมตาตื่นขึ้น! ตอนนี้มันตื่นขึ้นมาแล้วจะทำ
อย่างไรได้ มันกลืนกินทั้งสวรรค์ปฐพีไว้แล้วไม่มีผู้ใด
สามารถหยุดมันได้อีก ”
อู่ อวี้ ไม่ได้หักล้างคำกล่าวของเขา
เขารู้ว่าสาเหตุที่อสูรร้ายนอกสวรรค์ตื่นขึ้นมา มีความ
เป็นไปได้สูงว่าจักรพรรดิหงส์ระบำเพลิงนำข่าวเรื่อง
นี้ไปแจ้งให้กับมัน ซึ่งมันเกิดขึ้นตอนที่เขานำ
จักรพรรดิเซียนคนอื่น ๆ มาชำระล้างราชินีมารดร
อย่างไรก็ตาม อู่ อวี้ ไม่มีทางคิดเช่นเดียวกับพระสุคต
เสวียนจั้ง ถึงขนาดยอมเสียสละแดนเซียนวังสวรรค์
เพื่อให้ตนเองกลายเป็นจ้าวแดนเซียน
อู่ อวี้ ไม่เสียใจกับผลลัพธ์ในตอนนี้
“ เดิมทีแผนของข้าคือการสร้างหรือฤทัยพิภพขึ้นมา
ใหม่ ถ้าสำเร็จข้าก็จะสามารถต่อกรกับอสูรร้ายนอก
สวรรค์ได้ ดีไม่ดีอาจจะรักษาแดนเซียนอรหันต์สวรรค์
ได้ด้วยซ้ำ ”
พระสุคตเสวียนจั้งส่ายศีรษะแล้วทอดถอนหายใจ
ด้วยความสิ้นหวัง “ ตอนนี้ข้าจะทำอะไรไม่ได้แล้ว
ในไม่ช้าอสูรร้ายนอกสวรรค์ตนนั้นจะมาที่นี่อีก ซึ่ง
พวกเราก็มิใช่คู่ต่อสู้ของมัน ”
เมื่อจักรพรรดิหยกได้ยินดังนั้นก็ยิ้มทันที เห็นได้ชัดว่า
เขามิได้สนใจเรื่องกล่าวโทษ อู่ อวี้ “ ไม่หรอก…
ความจริงแล้วพวกเรายังมีหนทาง ทว่าผู้ที่จะสร้าง
ฤทัยพิภพขึ้นมาใหม่มิใช่เจ้า แต่เป็น อู่ อวี้! ”
” กุญแจอยู่ในพลองทองสมปรารถนาด้ามนี้ มันเป็น
‘แกนกลางพิภพอรหันต์’ ของพระยูไล เพียงแต่ไม่มี
ผู้ใดล่วงรู้เรื่องนี้มาก่อน รวมทั้งข้าและเจ้าเสวียนจั้ง!
”
“ว่ากระไรนะ?” ใบหน้าของพระสุคตเสวียนจั้ง
เปลี่ยนไปเล็กน้อย
เขารีบมองมาทาง อู่ อวี้ ด้วยท่าทางประหลาดใจ ไม่
คิดว่าวิธีที่จะสร้างฤทัยพิภพจะง่ายดายถึงเพียงนี้
และผู้ที่เป็นกุญแจสำคัญก็ อู่ อวี้ ซึ่งหมายความว่า
พวกเขายังมีโอกาส!
ไฉนพระยูไลถึงไม่เล่าเรื่องนี้ให้ฟัง
เขาแอบรู้สึกว่าไม่ยุติธรรมเอาเสียเลย
จักรพรรดิหยกกล่าวทันทีว่า “ ก่อนที่อสูรร้ายนอก
สวรรค์จะมาถึง พระยูไลเล่าเรื่องพลองทองสม
ปรารถนาให้ข้าฟัง บางทีอาจมีคำทำนายภัยพิบัติ
เกี่ยวกับอสูรร้ายนอกสวรรค์มานานแล้ว เพียงแต่
พระยูไลไม่คาดคิดว่าแดนเซียนวังสวรรค์จะพ่ายแพ้
เร็วขนาดนี้… ”
เรื่องนี้มีเพียงพระยูไลกับจักรพรรดิหยกเท่านั้นที่รู้
มาถึงตอนนี้ อู่ อวี้ รู้สึกว่าตัวเองคิดถูกที่ตัดสินใจปลุก
จักรพรรดิหยกขึ้นมา ไม่เพียงแต่ช่วยเหลือสรรพชีวิต
ทั้งมวลในแดนเซียนวังสวรรค์ แต่ยังได้รู้ถึงวิธีสร้าง
ฤทัยพิภพขึ้นมาใหม่!
” ด้วยแกนกลางพิภพอรหันต์ของพลองทองสม
ปรารถนา จะทำให้ อู่ อวี้ กลายเป็นจ้าวแดนเซียน
อรหันต์สวรรค์ ผสานรวมแดนเซียนอรหันต์สวรรค์
เข้ากับร่างแลพิภพอรหันต์ของเขา นี่เป็นวิธีเดียวที่จะ
สร้างฤทัยพิภพขึ้นมาใหม่ เมื่อใดที่ อู่ อวี้ กลายเป็น
จ้าวแดนเซียน เขาจะแข็งแกร่งพอที่จะต่อกรกับอสูร
ร้ายนอกสวรรค์ได้ ”
ขณะจักรพรรดิหยกกล่าวเรื่องนี้ จักรพรรดิเซียน
ทั้งหลายก็จับจ้องไปที่ อู่ อวี้
หากกล่าวถึงการทำให้ อู่ อวี้ กลายเป็นจ้าวแดน
เซียนอรหันต์สวรรค์ จักรพรรดิเซียนทั้งหลายต่าง
พยักหน้าเห็นด้วย แล้วเริ่มพูดคุยหารือกัน พวกเขา
เห็นความพยายามของ อู่ อวี้ เพื่อช่วยเหลือสรรพ
ชีวิตทั้งมวล แลจดจำเรื่องนี้ได้อย่างดี
แม้แต่พระโพธิสัตว์กวนอิมก็ยังพยักหน้าเห็นด้วยยินดี
ที่จะให้ อู่ อวี้ เป็นจ้าวแดนเซียนอรหันต์สวรรค์
ซึ่งเท่ากับว่าแผนการของพระสุคตเสวียนจั้งที่
ต้องการกลายเป็นจ้าวแดนเซียนอรหันต์สวรรค์ บัดนี้
ได้ถูกทำลายลงอย่างสิ้นเชิง
เมื่อเห็นว่าจักรพรรดิเซียนคนอื่น ๆ และจักรพรรดิ
หยกต่างเห็นพ้องต้องกันว่าต้องการให้ อู่ อวี้
กลายเป็นจ้าวแดนเซียน สีหน้าของเขาก็เริ่มมืด
ทะมึนลง แต่ก็ถูกกลบเกลื่อนไปอย่างรวดเร็ว จากนั้น
ก็หันกลับมาเล็กน้อย พร้อมส่ายศีรษะแล้วกล่าวว่า ”
ตราบใดที่มีคนเป็นจ้าวแดนเซียนอรหันต์สวรรค์
เท่ากับว่าชีวิตของสรรพสัตว์จะได้รับความช่วยเหลือ
ส่วนคนผู้นั้นจะเป็นใครหาใช่เรื่องสำคัญ เช่นนั้นข้าก็
เห็นด้วยที่จะให้ อู่ อวี้ กลายเป็นจ้าวแดนเซียน
อรหันต์สวรรค์ ”
เมื่อได้ยินการเห็นชอบจากเขา ทุกคนเลยไม่ทำอะไร
จักรพรรดิเซียนแห่งแดนเซียนวังสวรรค์และพระสุคต
เสวียนจั้งรวมใจเป็นหนึ่งเดียว เวลานี้พระสุคตเสวียน
จั้งนำทางทุกคนมุ่งหน้าสู่ฤทัยพิภพที่แตกสลายของ
แดนเซียนอรหันต์สวรรค์!
รูปลักษณ์ของมันเป็นทรงกลมสีดำขนาดใหญ่ มีกลิ่น
อายแห่งความตายอยู่ทุกหนทุกแห่ง มีรอย
แตกระแหงและหลุมโพรงอยู่ทุกที่ กล่าวได้ว่ามันแตก
สลายเป็นชิ้น ๆ
เมื่อทุกคนมาถึงที่นี่ อู่ อวี้ ก็หยิบพลองทองสม
ปรารถนาออกมา เตรียมที่จะส่งมอบให้แก่จักรพรรดิ
หยก
ท้ายที่สุดไม่มีใครรู้ดูวิธีสร้างฤทัยพิภพอรหันต์
ศักดิ์สิทธิ์โดยใช้พลองทองสมปรารถนา นอกจาก
จักรพรรดิหยก ดังนั้น อู่ อวี้ จึงต้องมอบ ‘แกนกลาง
พิภพอรหันต์’ ให้จักรพรรดิหยกจัดการ
แต่แล้วอยู่ ๆ ก็เกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นอย่าง
กะทันหัน
ฉับพลันพิภพอรหันต์พุทธรูปทองคำทั้งเก้าของพระ
สุคตเสวียนจั้ง ก็เคลื่อนตัวรวดเร็วดุจสายฟ้าฟาก
มายัง อู่ อวี้ กับจักรพรรดิหยก!
แม้ว่าทั้งสองจะไม่ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด แต่เขาก็
ฉวยโอกาสนี้แย่งชิงพลองทองสมปรารถนาจาก อู่
อวี้
“เอามาให้ข้า”
พระสุคตเสวียนจั้งโจมตี โดยที่สีหน้าของเขายังคง
สงบนิ่ง ” อู่ อวี้ เจ้ายังเยาว์เกินไป ถ้าเจ้าเป็นจ้าว
แดนเซียนอรหันต์สวรรค์ เกรงว่าเจ้าคงยากจะต่อกร
กับอสูรร้ายนอกสวรรค์ได้ เช่นนั้นแล้วหนทางที่ดีที่สุด
คือการปล่อยให้ข้าเป็นผู้จัดการด้วยตนเอง ”
ในที่สุดธาตุแท้ของเขาก็ถูกเปิดเผย สีหน้าของ
จักรพรรดิเซียนทั้งหลายเริ่มเปลี่ยนไป
ไม่มีใครคิดว่าเรื่องเช่นนี้จะเกิดขึ้น!
แต่พระสุคตเสวียนจั้งไม่เคยคาดคิดว่า ตอนที่เขา
แสร้งทำเป็นเห็นด้วย อู่ อวี้ กับจักรพรรดิหยกจะคาด
เดาความคิดของเขาไว้ก่อนแล้ว
“เสวียนจั้งเจ้านี่ไม่เปลี่ยนไปเลยจริง ๆ ”
แม้จักรพรรดิหยกเห็นเขากระชากพลองทองสม
ปรารถนาไปต่อหน้าต่อตา แต่เขาก็มิได้แสดงท่าทาง
โกรธเคืองแต่อย่างใด เพียงยิ้มพร้อมส่ายศีรษะแล้ว
กล่าวว่า ” เจ้าคงไม่รู้สินะว่าพลองทองสมปรารถนาที่
เจ้าแย่งชิงไปเป็นของปลอม! ”
หลังจากนั้นสีหน้าของพระสุคตเสวียนจั้งก็เปลี่ยนไป
ทันทีที่ได้ยินจักรพรรดิหยกกล่าวแบบนั้น
“ไม่เชื่อก็ดูสิ!”
จักรพรรดิหยกยกมือขึ้น พลังปราณวิญญาณเซียน
ของจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ลงมาจากฟากฟ้าปกคลุม
อรหันต์ศักดิ์สิทธิ์ทั้งเก้าของพระสุคตเสวียนจั้งไว้
ทันที!
การต่อสู้อันน่าสะพรึงกลัวของยอดฝีมือระดับสูงของ
แดนเซียนได้เกิดขึ้นแล้ว!