กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 1830 : กลืนสวรรค์ (จบ)
” เจ้าคิดผิด ช่วงชีวิตของมนุษย์มีอายุขัยแค่แค่ร้อยปี
พันปี ส่วนเซียนเหรินสามัญทั่ว ๆ ไปมีอายุขัยหลาย
แสนปี สำหรับเจ้าแล้วเวลาดังกล่าวอาจผันผ่านไป
เพียงพริบตาเท่านั้น แต่สำหรับพวกเขาเวลาหลาย
ร้อยหลายพันปีมีการสืบทอดผันผ่านยุคสมัยนับไม่
ถ้วน ทุกชีวิตที่เจ้าเห็นล้วนมีร่องรอยแห่งบรรพชน
จากยุคสมัยที่แตกต่างออกไปนับไม่ถ้วน ชีวิตดำเนิน
ต่อไปไร้สิ้นสุด พวกเขาเหล่านั้นส่งต่อมรดกสืบเชื้อ
สายเผ่าพันธุ์เพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อย ๆ การแข่งขันก็
รุนแรงเป็นทวีคูณทุกขณะ พลังของสรรพสัตว์คือ
เจตจำนงของเผ่าพันธุ์ ท่ามกลางประวัติศาสตร์อันไร้
สิ้นสุดของแดนเซียน ความมุ่งมั่นแลเจตจำนงของ
สรรพชีวิตนับล้านล้านหลายชั่วอายุคน เจ้าไม่ได้ต่อสู้
กับสิ่งมีชีวิตทั้งหมด แต่ต่อสู้กับ ‘อารยธรรม’ อัน
ยิ่งใหญ่! ไม่ใช่สิควรจะกล่าวว่าสองอารยธรรมอัน
ยิ่งใหญ่! ”
” เหลวไหลสิ้นดี! เราคือสิ่งมีชีวิตสูงสุดอยู่เหนือทุก
สรรพสิ่ง เหล่ามนุษย์ล้วนเป็นเพียงแค่ฝุ่นละออง! ”
อสูรร้ายนอกสวรรค์โวยวาย
แต่ปัจจุบันอสูรร้ายนอกสวรรค์พบเจอแต่ทางตัน
จากการบดขยี้ของ อู่ อวี้
เพียงโบกสะบัดฝ่ามือ พลังอรหันต์เซียนไร้สิ้นสุดก็
รวมเข้าด้วยกันปิดผนึกความว่างเปล่าทั้งหมด
อสูรร้ายนอกสวรรค์รีบวิ่งหลบหนีไปทั่วทุกทิศทาง
แต่ก็ไม่สามารถหลบหนีไปจากความว่างเปล่านี้ได้
บัดนี้แดนเซียนวังสวรรค์ได้กลายเป็นกรงขังมันเสีย
แล้ว
” เจ้าคิดว่าตนเองสามารถกลืนกินทุกอย่างได้สินะ
แต่ตอนนี้ค่ากำลังใช้วิธีนั้นคืนสนองเจ้า ”
ท่ามกลางความว่างเปล่าอสูรขนาดยักษ์กำลังกดแมว
ขาวไว้ใต้ฝาเท้า จากนั้นก็อาปากว่างกัดกินลงไปบน
ร่างของแมว
ด้านหนึ่งเรือนากยเริ่มใหญ่ขยายขึ้นเรื่อย ๆ ส่วนอีก
ด้านค่อย ๆ เล็กลงเรื่อย ๆ
” เจ้ารู้สึกอย่างไรบ้าง? ที่ต้องเป็นฝ่ายถูกกลืนกิน
เช่นนี้? ” อู่ อวี้ ถามด้วยสายตาเย็นชา
“ ข้าคิดว่าเจ้าเหมือนกับสหายเก่าของข้า ” ในขณะ
ที่แมวขาวกำลังถูกสยบอยู่ ๆ มันก็ยิ้มออกมา
“สหายเก่าของเจ้าคือใคร? ”
“มังกรตนหนึ่งที่ฝืนชะตาฟ้าลิขิต พยายามปกป้อง
พิภพของตนเอง”
” ถ้ามีโอกาสคงต้องทำความรู้จักกับเขาเสียหน่อย
แล้ว ” อู่ อวี้ กล่าวด้วยรอยยิ้ม จากนั้นเขาก็ฉีกช่อง
ท้องของอสูรร้ายนอกสวรรค์ มีซากศพของพระสุคต
เสวียนจั้งอยู่ด้านใน พิภพอรหันต์ทั้งหมดยังคงอยู่
อรหันต์ศักดิ์สิทธิ์ จักรพรรดิเซียน จักรพรรดิปีศาจ
ฯลฯ ก็ยังคงอยู่ พวกเขาย่อยสลายยากกว่าแดนเซียน
“เจ้ายอมรับชะตากรรมของตัวเองหรือไม่?” อู่ อวี้
ถาม
“ไม่!!! เจ้าฆ่าข้าไม่ได้ ข้าคือบรรพชนแมว ผู้สร้าง
ความปั่นป่วนไปทั่วทั้งฟ้าดิน ข้าฝึกฝนเพียงสองครั้ง
ก็สามารถบรรลุการเป็นอมตะมีชีวิตนิรันดร์ ” ในช่วง
เวลาอันน่าสังเวชนี้มันยังกล่าวด้วยรอยยิ้ม
“มั่นใจมากจริงนะ” อู่ อวี้ กล่าว
” เจ้ามันก็แค่มนุษย์โง่เขลาเบาปัญญา จะมาเข้า
ใจความลึกซึ้งของข้าได้อย่างไร”
มันหัวเราะมองขณะมองดู อู่ อวี้ พยายามช่วยเหลือ
อาหารอันโอชะในท้องของมัน แลมองร่างกายของ
ตนเองที่ค่อย ๆ เล็กลงเรื่อย ๆ
” ถ้ากินเจ้าจนเกลี้ยง เจ้าจะไม่ตายหรือ? ” อู่ อวี้ ไต่
ถาม
“ ข้าจะมีชีวิตในร่างของเจ้า เจ้าคงไม่รู้สิว่าเผ่าพันธุ์
กลืนสวรรค์ไม่สามารถกลืนกินกันเองได้ เรามีชีวิตชั่ว
นิรันดร์ เราไม่เคยเข่นฆ่าเผ่าพันธุ์เดียวกันเพราะพวก
เราเป็นสิ่งมีชีวิตส่งสุด ”
“ อย่างนั้นหรือ? เช่นนั้นเจ้าก็หลับไม่ต้องตื่นไปชั่วนิ
รันดร์เถิด ”
เจ้าแมวขาวสะกดข่มความแค้นไว้ ขณะที่ร่างกาย
ของ อู่ อวี้ เติบโตขึ้นอย่างไร้สิ้นสุด ส่วนตัวมันก็ค่อย
ๆ หดเล็กลง จนเหลือขนาดเท่าฝ่ามือมนุษย์
ในทางกลับกัน อู่ อวี้ ใช้เศษซากแดนเซียนวังสวรรค์
หลอมผสานกลายเป็นกรงขังอันเงียบสงัดถึงขีดสุด
จากนั้นเขาก็ใส่เจ้าแมวสีขาวเข้าไปด้านในแล้วกล่าว
ว่า ” เจ้าจงใช้ชีวิตที่เหลืออยู่ในกรงขังแห่งนี้ เจ้าทำ
ชั่วเอาไว้มากจงก้มหน้ารับโทษแต่โดยดี อยู่อย่าง
‘โดดเดี่ยว’ ไปชั่วนิรันดร์ ”
จากนั้นตรงก็หดเล็กลงแล้วหายไปในที่สุด
” ไม่คาดคิดผู้ยิ่งใหญ่อย่างข้า กลับโดนสยบถึงสอง
ครั้งสองครา! ”
อู่ อวี้ ได้ยินประโยคสุดท้าย พร้อมกับเสียงหัวเราะ
อย่างจนปัญญา
ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อเช่นนี้ ไม่รู้ว่ามันจะกลับตัวกลับ
ใจทันหรือไม่
ทุกอย่างจบสิ้นลงแล้ว
มันถูก อู่ อวี้ กักขัง คาดว่าตลอดชีวิตนี้คงไม่สามารถ
ปรากฏตัวขึ้นอีกครั้ง
อู่ อวี้ สูดหายใจลึกทุกอย่างจบลงแล้ว เขารู้สึกราว
กับว่าอยู่ในห้วงแห่งความฝันก็มิปาน
เขามองไปที่ศพของพระสุคตเสวียนจั้ง , จักรพรรดิ
หยก , โพธิสัตว์กวนอิม ยามนี้พวกเขาทุกคนหายไป
อย่างสมบูรณ์ ต่อจากนี้จะไม่มีพวกเขาอีกต่อไป
อรหันต์ศักดิ์สิทธิ์ , จักรพรรดิเซียนจักรพรรดิมาร
นอกจากนี้ยังมีจักรพรรดิปีศาจที่ตกตายไปเมื่อหลาย
ล้านปีก่อน แม้ว่าแดนเซียนทั้งสองจะค่อย ๆ ฟื้นตัว
ในอนาคต แต่ครั้งนี้เกิดความเสียหายอย่างหนัก พวก
เขาทุกคนล้วนตกตายไปจนสิ้น ดังนั้น อู่ อวี้ จึงต้อง
สร้างพิภพขึ้นมาใหม่ ซึ่งคงต้องใช้เวลานานยิ่ง
ช่างน่าเศร้านัก
ในช่วงสุดท้ายพวกเขายอมสละชีวิตทุ่มเททุกสรรพ
สิ่งที่มี ดังนั้นพวกเขาจึงเป็นบุคคลอันยิ่งใหญ่ที่
สมควรได้รับการยกย่องสรรเสริญ
ทุกสรรพชีวิตควรค่าแก่การระลึกถึง
เขารู้สึกเคว้งต่อให้พวกเขาทั้งหมดยังมีชีวิตก็ตาม
บางทีอนาคตเขาคงไม่อาจหลีกเลี่ยงการอยู่คนเดียว
แต่ทันใดนั้นชายชุดคลุมสีแดงก็ปรากฏตัวต่อหน้า
ของเขา บรรยากาศที่แผ่ออกมาจากชายผู้นี้อยากจะ
บรรยายออกมาเป็นคำพูด อู่ อวี้ สังเกตได้ว่าเขา
จะต้องเป็นมังกร แต่เป็นมังกรมากกว่าหนึ่ง ซึ่ง
หมายความว่าเขารวมมังกรหลายตัวไว้ในตัวคนเดียว
ซึ่งลั่วผินกับมังกรตนนี้เรียกได้ว่าอยู่กันคนละระดับ
เทียบกันไม่ได้แม้แต่น้อย
ดูเหมือนเขาจะเป็นนิรันดร์ เป็นผู้ควบคุมพิภพ
เช่นเดียวกับ อู่ อวี้
ดวงตาของเขาลึกล้ำไร้ที่เปรียบ
ทันทีที่เจอ อู่ อวี้ เขากล่าวว่า ” ขออภัย… ที่ข้าไม่
ดูแลสหายให้ดี ข้าพยายามตามหาตัวเขาจนถึงทุก
วันนี้ แต่ดูเหมือนว่าจะสายเกินไป ”
อู่ อวี้ กล่าว ” ท่านคงเป็นคนที่เขากล่าวถึง คนที่สยบ
เขาครั้งแรก ”
ชายผู้นั้นส่ายศีรษะพร้อมกับยิ้มอย่างขมขื่นแล้ว
กล่าวว่า ” เขาคงจะคับแค้นใจน่าดู ” จากนั้นเขาจ้อง
มองไปที่ ‘กรง’ ในมือของ อู่ อวี้ แล้วถามว่า ” ข้าจะ
ขอพาตัวเขากลับไปได้หรือไม่? ครั้งนี้ข้าขอรับประกัน
ว่าจะควบคุมความประพฤติเขาเป็นอย่างดี กลับกัน
ข้าจะช่วยให้คนเหล่านี้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง ”
เขาชี้ไปที่ศพของพระสุคตเสวียนจั้งกับจักรพรรดิ
หยก
อู่ อวี้ รู้ได้ทันทีว่าคนผู้นี้มีฝีมือแข็งแกร่งเหนือกว่า
ตนเอง ซึ่งดูเหมือนเขาจะอยู่ในระดับนี้มานานแล้ว
ระดับเดียวกันย่อมเข้าใจซึ่งกันและกัน
เขาจึงถามว่า ” ท่านสามารถรับประกันได้หรือไม่ว่า
ภายภาคหน้าเขาจะไม่ออกมาทำชั่วอีก ”
“ข้ารับรอง” อีกฝ่ายกล่าว
“ท่านสามารถทำให้พวกเขากลับมามีชีวิตได้ใช่
หรือไม่?”
ชายผู้นั้นยิ้มแล้วกล่าวว่า ” เมื่อท่านยกระดับสูงขึ้น
กว่านี้ ท่านก็จะมีความสามารถเช่นเดียวกับข้า
เส้นทางแห่งการฝึกฝนบำเพ็ญเพียรนั้นไร้สิ้นสุด จาก
นี้ต่อไปขอให้ท่านเลิกกลืนกินแล้วฝึกฝน ‘แดนเซียน’
ของตนเอง ”
เขาเป็นผู้อาวุโส อู่ อวี้ เลือกที่จะเชื่อเขา เพราะนี่คือ
มิตรภาพระหว่างสุภาพบุรุษ
อู่ อวี้ ส่งมอบกรงให้กับมือของชายผู้นั้น
” เจ้าแมวน้อยคอยดูเถอะ! รอให้กลับถึงบ้านก่อน ข้า
จะสอนบทเรียนให้แก่เจ้า สภาพของเจ้าตอนนี้สิ ต่อ
ให้เป็นแค่หมาตัวเล็กมาอยู่ตรงหน้าของเจ้า ๆ ก็คงไม่
มีปัญญาทำอะไรมันได้ ทั้งหมดเป็นเพราะเจ้าเชื่อ
เรื่องสิ่งมีชีวิตสูงสุด เชื่อมั่นในตนเองมากเกินไป ”
เขากล่าวพร้อมโบกสะบัดมือ ฉับพลันแสงที่มองไม่
เห็นก็เคลื่อนผ่านไป บัดนี้ อู่ อวี้ เห็นพระสุคตเสวียน
จั้งและพิภพอรหันต์ฟื้นคืนสภาพด้วยความเร็วที่
สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า
” น้องชาย… ข้าของลา หวังว่าในภายภาคหน้าเรา
จะได้พบกันใหม่ ” ชายคนนั้นยิ้มแล้วค่อย ๆ หายไป
ในความว่างเปล่าอย่างสมบูรณ์
หลังจากเขาหายตัวไปในความว่างเปล่า จักรพรรดิ
เซียน , จักรพรรดิมาร , อรหันต์ศักดิ์สิทธิ์ ทั้งหมดที่
ตกตายไปก่อนหน้านี้ก็ถือกำเนิดเกิดใหม่ทีละคน
จักรพรรดิหยกกับพระสุคตเสวียนจั้งกลับมามีชีวิตอีก
ครั้ง
เมื่อเห็นพวกเขาเกิดใหม่ อู่ อวี้ จึงคิดว่าทุกอย่างได้
จบลงด้วยดีแล้ว
ผู้ที่ตกตายไปกลับมามีชีวิตอีกครั้ง
โชคดีที่คนผู้นั้นปรากฏกายขึ้น ไม่เช่นนั้นเขาก็ไม่รู้ว่า
จะแก้ปัญหานี้อย่างไร
” น่าเสียดายที่ไม่สามารถทำให้ฉีเทียนต้าเซิ่นกับเหล่า
สหาย และจักรพรรดิปีศาจของภพเทพปีศาจฟื้น
คืนกลับมาได้ ”
” แต่คน ๆ นั้นบอกว่าหากถ้ายังคงมุ่งมั่นฝึกฝนต่อไป
ข้าจะสามารถชุบชีวิตพวกเขาให้กลับคืนมาใหม่ได้ ”
อู่ อวี้ จมอยู่ในห้วงความคิดของตนเอง
ขณะนี้จักรพรรดิเซียน , จักรพรรดิมาร , อรหันต์
ศักดิ์สิทธิ์ค่อย ๆ ถือกำเนิดขึ้นใหม่
” อู่ อวี้ เจ้าสังหารอสูรนอกสวรรค์ แล้วชุบชีวิตพวก
เรากลับขึ้นมาใหม่ใช่หรือไม่? เจ้ามีความสามารถนี้ได้
อย่างไร? ” จักรพรรดิหยกถามด้วยความประหลาด
ใจ
อู่ อวี้ พยักหน้า เพราะเขาไม่ต้องการกล่าวถึงคนผู้
นั้น จึงปล่อยให้พวกเขาคิดไปเช่นนั้น
ในเวลานี้คนที่ตกตายไปแล้วฟื้นกลับขึ้นมาใหม่ กำลัง
ยินดีปรีดากันเป็นอย่างยิ่ง
หลังจากนั้น อู่ อวี้ ก็พาพวกเขาไปยังแดนเซียนวัง
สวรรค์แห่งใหม่ สิ่งมีชีวิตที่นี่และสภาพแวดล้อมไม่ได้
ต่างจากแดนเซียนวังสวรรค์เดิมเลย
นี่คือสองแดนเซียนที่ถือกำเนิดขึ้นมาใหม่ในช่วง
สุดท้าย
ในเวลานี้สองแดนเซียนที่ถือกำเนิดใหม่เต็มไปด้วย
ความสงบสุขสันติรุ่งเรืองอันไร้สิ้นสุด
ถึงแม้สวรรค์จะถูกสร้างขึ้นมาใหม่ แต่จักรพรรดิหยก
ยังคงเป็นจักรพรรดิหยกดังเดิม ส่วน อู่ อวี้ เป็นจ้าว
แดนเซียน เขากำลังไล่ตามระดับของชายคน
ดังกล่าว
หากชายผู้นั้นไม่ปรากฏตัว อู่ อวี้ ก็ไม่มีทางรู้ว่าการ
ฝึกฝนบำเพ็ญตนนั้นไร้สิ้นสุด
ทุกอย่างจบลง แต่ อู่ อวี้ รู้ว่าทุกอย่างยังไม่จบ
เมื่อสถานการณ์กลับมาเป็นปกติการเริ่มต้นใหม่ก็
เกิดขึ้น
ลั่วผินกำลังตั้งครรภ์
ในที่สุดสิ่งที่รอคอยก็มาถึงจนได้
อู่ อวี้ เฝ้ารอด้วยความกังวลใจ
และแล้วนางก็ให้กำเนิดบุตรแก่เขา
เฝ้าดูชีวิตใหม่ที่ถือกำเนิดขึ้นมา อู่ อวี้ จิตใจสั่น
สะท้าน ความรู้สึกนั้นแตกต่างจากตอนที่เขาสร้าง
ชีวิตขึ้นในพิภพจักรพรรดิของตนเองอย่างสิ้นเชิง
“ จะตั้งชื่อให้นางว่าอะไร?” สตรีในอ้อมแขนเอ่ยถาม
ขึ้นเบา ๆ
อู่ อวี้ ได้คิดเกี่ยวกับเรื่องนี้
” ให้นางชื่อว่า อวี้ฝ่าอู่เทียน ก็แล้วกัน! ”
” ไปให้พ้นเลย ข้ากำลังจริงจังอยู่นะ ” ลั่วผินรู้สึก
ขบขันกับความไร้ความสามารถในการตั้งชื่อของเขา
เช่นนั้นควรให้ชื่อว่าอะไรดี?
เขาเป็นคนง่าย ๆ
” ให้ข้าตั้งให้ดีกว่า ” ทันใดนั้นก็มีสตรีผู้หนึ่งที่อยู่ข้าง
ๆ เขาก็เอ่ยขึ้น นางสวมใส่อาภรณ์สีแดงเพลิง ส่วน
ลั่วผินสวมใส่อาภรณ์สีครามของธารา ทั้งสองเป็น
สตรีที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
หลังจากเหตุการณ์ในครานั้นจบลง อู่ อวี้ ก็พบกับ
นาง
เขารู้จักกับนางมาเป็นเวลาหลายปี นางทำให้เขารู้จัก
ความรัก ความเกลียดชัง เผชิญกับโชคชะตา
สลับซับซ้อนมากมาย
ผ่านความทุกข์ยากลำบาก นางยืนอยู่ท่ามกลางหิมะ
ด้วยความเขินอาย ในมือถือถุงจักรวาลด้านในมีเสา
เก้าจัตุรัสสยบมาร
นางไม่ลืมที่จะมาร่วมยินดีกับพวกเขาทั้งสองที่
ตำหนักเซียนคู่
ยังยากที่จะลืมเลือนถึงสมรภูมิแห่งชีวิตและความตาย
ซึ่งถูกชำระด้วยหนี้โลหิต
นางมิได้วุ่นวานกับ อู่ อวี้ อีกต่อไป ต่อจากนี้เขาจะ
ปกป้องลั่วผินได้อย่างสบายใจ
อย่างไรก็ตามนางไม่มีความสามารถที่จะออกจากโลก
ของ อู่ อวี้
นางอยากมาดูหน้าทารกที่ถือกำเนิด
“เจ้าจะตั้งชื่อว่าอะไร?” อู่ อวี้ ถาม
เขาเป็นคนง่าย ๆ การตั้งชื่อทำให้เขารู้สึกปวดเศียร
เวียนเกล้าอยู่ไม่น้อย
” มนุษย์ไม่ต่างจากฝุ่นธุลี ต้องพบเจอกับภัยพิบัติ
มากมาย ต่อให้เป็นจ้าวแดนเซียน นางก็ยังถือเป็นลูก
มนุษย์เช่นกันเรียก ‘อี้ฝาน’ ” นางกล่าวอย่างจริงจัง
“อวี้อี้ฝาน?”
อู่ อวี้ คิดว่าชื่อนี้ก็ดูดีไม่เลว
———————– จบบริบูรณ์ ———————–
ในที่สุด อู่ อวี้ ก็จบบริบูรณ์ ขอขอบคุณผู้อ่านทุกท่าน
ที่อยู่เพื่อนเพื่อนกันมาจนถึงตอนนี้ ขอบคุณทุกคำด่า
ทุกคำติชม ความจริงผู้แปลก็แอบสะใจกับคอมเม้นท์
หลาย ๆ คอมเม้นท์ที่ร่วมด้วยช่วยกันด่าความโง่เขลา
เบาปัญญาของเจ้าอวี้ 555+ เขาเป็นคนเก่งที่ดูไม่เคย
เก่งจริง ๆ เลย มีวิชาโคตรโกงแต่โดนเนิฟเสียหมด
สภาพ และรักครั้งแรกที่เปรียบเสมือนเจ้ากรรมนาย
เวรหรือวิญญาณตามติดอย่างไรอย่างนั้น เล่นซะ
นางเอกเราไร้บทไปเลย หากชอบในผลงานเรื่องต่อไป
ของพวกเราก็คือ ฝืนลิขิตรักทรราช หวังว่าจะได้เจอ
ทุกท่านอีก ขอบคุณครับ