กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 229 จอมกระบี่จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์ชิงเหอ
เมื่อมาถึงยังสถานที่แห่งนี้ ก็ท าให้ อู่ อวี้ ได้รับรู้ว่า
หนทางแห่งการฝึกตนช่างยิ่งใหญ่เกินจะคาด!
ใจกลางของเขาเซียนหมื่นกระบี่ ผู้ชมทั้งหมดต่างอยู่
กระจัดกระจายกันไปทั่ว แม้กระทั่งไปยืนอยู่บน
พื้นดินท่ามกลางทุ่งหิมะ หรือไปยืนอยู่บนป่าต้นสนที่
รายล้อมอยู่รอบด้านภูเขา
สนามประลองนับพัน ถูกแบ่งแยกเอาไว้อย่างชัดเจน
ในแต่ละสนามจะมีคนคอยดูแลคอยประจ าการอยู่
สนามประลองเหล่านี้ตั้งอยู่ล้อมรอบเขาเซียนหมื่น
กระบี่เอาไว้ ทุกสนามล้วนแล้วแต่ลอยอยู่บนอากาศ
นี่ก็หมายความว่าทุกการประลองที่เกิดขึ้นในสนาม
จะต้องใช้กระบี่บินจักรพรรดิ!
เมื่อตอนที่ อู่ อวี้ มายังนิกายเซียนซูซันแห่งนี้ เขาก็
ได้เห็นว่าบนเขาเซียนหมื่นกระบี่แห่งนี้ จะต้องมีที่นั่ง
บนเขาเซียนหมื่นกระบี่อยู่อย่างน้อยแปดพันที่นั่งซึ่ง
มันก็เต็มหมดทุกที่ ในระยะเวลาสองปีที่ผ่านมา มี
หลายคนบนรายนามหมื่นเซียนกระบี่ได้กลายเป็น
สาวกมหาวงจรสี่วิถีกระบี่ขั้นปฐพี เมื่อตัดรายชื่อที่ติด
อยู่บนรายนามออก อันดับของสาวกตั้งแต่อันดับที่
หนึ่งพันลงไป ได้ขึ้นมาอยู่ในอันดับที่หนึ่งแทน คาด
ว่าผู้ที่อยู่ในอันดับหนึ่งปัจจุบันนี้จะต้องพึ่งได้มารับ
ต าแหน่งอย่างแน่นอน
ยอดเขาของเขาเซียนหมื่นกระบี่อยู่สูงเทียมทัดกับหมู่
มวลเมฆ ยาม อู่ อวี้ เงยหน้ามองขึ้นไปจากต าแหน่ง
นี้ เขามองเห็นได้เพียงแค่กลุ่มเมฆเป็นชั้นๆเท่านั้น
อย่างน้อยเหล่าผู่ที่อยู่ในร้อยอันดับแรก เขาก็แทบจะ
มองไม่เห็นเลยด้วยซ้ า
รอบๆสนามประลองทุกด้าน มีสนามประลองอยู่อีก
ประมาณหลายร้อยแห่ง ซึ่งก าลังจะเปิดฉากการต่อสู้
ขึ้น ในทุกๆสนามจะประลองกันด้วยเคล็ดวิชาเซียน
พื้นที่เบื้องหน้าทั้งหมด ผู้ฝึกตนวิถีกระบี่แต่ละฝ่าย
ต่างงัดเอาทุกวิธีการที่มีออกมา เคล็ดวิชาเซียนทุก
ชนิดบ้างก็มีความสวยงาม บ้างก็วิจิตรตระกานตา
ท าให้ อู่ อวี้ ที่ได้มองรู้สึกว่าสายตาเริ่มพร่าเลือน
สนามประลองมีขนาดใหญ่เกินไป ไม่มีทางที่จะ
สามารถมองเห็นต่อสู้ทุกคู่ได้
แต่ในตอนนี้ สายตาของ อู่ อวี้ ก าลังจับจ้องไปที่
ระฆังส าริดโบราณใบหนึ่ง!
ตราบใดที่สามารถท าการลั่นระฆังส าริดโบราณใบนั้น
ได้ เขาก็จะมีคุณสมบัติในการเข้าร่วมการประลอง
ของผู้ฝึกตน เมื่อถึงเวลานั้นก็จะมีคนเข้ามาจัดการ
เกี่ยวกับการประลองให้แก่เขา และหากเป็นเช่นนั้น
จาง ฝูถู ก็ไม่สามารถจะพาเขาออกไปจากที่แห่งนี้ได้!
อีกทั้งการประลองในครั้งนี้ถือเป็นโอกาสที่เขาจะได้
สร้างชื่อเสียงให้ตนเองอีกด้วย!
“ชะตากรรมในอนาคตของข้าที่จะอยู่รอดในนิกาย
เซียนซูซันแห่งนี้ ก็ขึ้นอยู่กับมันแล้ว!” อู่ อวี้ ก้าวไป
ข้างหน้า ซึ่งในเวลานี้ จาง ฝูถู ก็ยังคงอยู่ด้านหลัง
ของเขา
ก่อนหน้านี้ อู่ อวี้ แสดงละครตบตาเขาเอาไว้ ให้เขา
คิดว่า อู่ อวี้ เป็นเพียงแค่เด็กหนุ่มผู้เลือดร้อนคนหนึ่ง
ที่มีความคาดหวังส าหรับในเขาเซียนหมื่นกระบี่แห่ง
นี้เท่านั้น แต่ จาง ฝูถู ไม่คาดคิดเลยว่า หลังจากที่
อู่ อวี้ จ้องมองไปที่ระฆังส าริดโบราณ ทันใดนั้นเขาก็
เร่งความเร็วขึ้น ต่อหน้าสายตาของสาธารณชน
“เจ้าคิดจะท าสิ่งใด!” จาง ฝูถู ตกตะลึง!
ในช่วงเวลาที่ตื่นตะลึงอยู่นั้น อู่ อวี้ ก็ไปถึงเบื้องหน้า
ของระฆังส าริดโบราณเรียบร้อยแล้ว!
“มีคนก าลังจะท าการตีระฆัง เข้าร่วมการท้าทายใน
ครั้งนี้!”
“นี่มันก็ผ่านไปแล้วเดือนนึงแล้ว ยังมีคนต้องการจะ
เข้าร่วมการท้าทายในครั้งนี้อีกงั้นหรือ”
พริบตาเดียว เหล่าฝูงชนนับไม่ถ้วนที่ก าลังดูการ
ประลองนับร้อยๆคู่ที่ซึ่งจบไปแล้วเริ่มใหม่วนเวียน
นั้น ต่างจับจ้องมายังที่ อู่ อวี้ เป็นสายตาเดียวกัน
เกี่ยวกับท้าทายในเขาเซียนหมื่นกระบี่แห่งนี้ ความ
เป็นจริงยังมีรายละเอียดกฎเกณฑ์อยู่อีกมากมาย
แต่สิ่งที่ อู่ อวี้ ต้องการในขณะนี้ก็คือโอกาสในการ
เข้าร่วมการประลอง!
เงื่อนไขของการลั่นระฆังส านิดโบราณก็คือ จะต้องใช้
เพียงแค่แกนก าเนิดและพลังกายเนื้อ ไม่สามารถใช้
ศาสตราเต๋าเชื่อมจิตได้ และก็ไม่สามารถใช้ยันต์
ต่างๆได้
ในเรื่องของยันต์ ไม่เพียงแต่การลั่นระฆังเท่านั้น ใน
การประลองอย่างเป็นทางการก็ห้ามมิให้ใช้ด้วย
เช่นกัน ใครก็ตามที่ฝ่าฝืนใช้ยันต์ในการประลอง
จะต้องถูกตัดออกจากการแข่งอย่างเด็ดขาด
เบื้องหน้าของ อู่ อวี้ ปรากฎระฆังส าริดโบราณขนาด
ยักษ์ขึ้นอยู่ในสายตาของเขา!
เขาจินตนาการว่า ระฆังส าริดโบราณใบนี้เป็นใบหน้า
อันน่าขยะแขยงของ จาง ฝูถู!
“ไปตายซะ”
ในขณะนั้นเขาควบแน่นพลังทั่วทั้งร่างของเขา
ระเบิดพลังกายาเพชรอมตะออกมา แม้ว่าจะไม่ได้ใช้
เคล็ดร่างจ าแลงเซียนวานร พละก าลังของกายพลัน
เนื้อไต่ระดับขึ้นไปจนถึงจุดสูงสุด! ผนวกก าลังโดย
การเพิ่มพลังของแกนก าเนิดที่เข็มข้นและมหาศาล
เข้าไป อู่ อวี้ มีความมั่นใจว่ามันมากเพียงพอที่จะท า
การลั่นระฆังส าริดโบราณใบนี้!
แน่นอนว่าเขาไม่ได้ใช้เคล็ดระเบิดพลังคลั่งออกมา
ถ้าหากใช้เคล็ดระเบิดพลังคลั่งละก็ เสียงจากการลั่น
ระฆังในครั้งนี้ จะต้องท าให้ผู้ที่ก าลังชมอยู่เกิดอาการ
ตกตะลึงอย่างแน่นอน!
กึง!
ทันใดนั้นเสียงของระฆังส าริดโบราณดังออกมา
ถึงแม้ว่ามันจะไม่ดังกังวานเท่าใดนัก แต่ก็ไม่อ่อน
ด้อย ที่กว่าคนอื่นๆที่มาท าการลั่นระฆังนี้
เสียงที่ดังขึ้น ท าให้ผู้คนมากมายนับหมื่นคนพุ่งความ
สนใจไปที่ อู่ อวี้
เมื่อเสียงระฆังดังขึ้น อู่ อวี้ ก็เต็มไปด้วยความ
ปิติยินดี เขารู้ว่าในตอนนี้ตนเองได้เข้าสู่แผนการ
ต่อไปแล้ว
ด้านข้างของระฆังส าริดโบราณ มีชายชราผมสีด า
ขลับผู้หนึ่งยืนอยู่ ชายชราผู้นี้มีรูปร่างสูงโปร่ง แต่
ผอมแห้งราวกับกิ่งไม้ เพียงแค่ใช้สายตาที่ดุดันราว
กับกระบี่จ้องมองไปก็ท าให้ผู้คนรู้สึกหวาดผวาได้แล้ว
เขามีโครงร่างสูงใหญ่ กระดูกทั่วทั้งร่างเปรียบราวกับ
กระบี่ที่ดุดัน ชุดคลุมสีด าที่สวมใส่อยู่ ก็ไม่อาจจะบด
บังลักษณะอันเด็ดเดี่ยวของเขาได้
อู่ อวี้ เดาว่าคนผู้นี้ต้องมิใช่สาวกมหาวงจรสี่วิถีขั้น
ปฐพีอย่างแน่นอน แต่สมควรจะเป็นสาวกมหาวงจร
สี่วิถีกระบี่ขั้นโลกา
“แจ้งที่มา นาม อายุ และขอบเขตเขาเจ้ามา!”
ชายชราในชุดคลุมสีด าเหลือบสายตามองเขาแล้ว
กล่าวด้วยน้ าเสียงแหบแห้ง
“อู่ อวี้ เจ้าท าอะไร!”ทันใดนั้นก็มีเสียงตะโกนดังขึ้น
เบื้องหลังของเขา อู่ อวี้ จึงหันกลับไป มองเห็น
ใบหน้าเคร่งขรึม จนกระทั่งกลายเป็นสีเขียวของ
จาง ฝูถู เขาชี้นิ้วออกไป นิ้วมือของเขาก าลังสั่นเทิ้ม
นี่แสดงให้เห็นว่า เขามีความโกรธเกรี้ยวมากขนาด
ไหน!
บางทีเขาอาจจะไม่ได้คาดการณ์ถึงเหตุการณ์นี้มา
ก่อน
เมื่อมองไปที่ จาง ฝูถู ในที่สุด อู่ อวี้ จึงแสดงออกถึง
ความปรารถนาของตนเองออกมา ในใจของเขาก็
ค่อยๆสงบลง แล้วกล่าวว่า”ข้าต้องขออภัยด้วย ข้า
ปรารถนาที่จะอยู่บนรายนามหมื่นเซียนกระบี่ดังนั้น
ข้าจึงไม่อาจทนรออีกสองปีหลังจากนี้ได้ วันนี้ข้าจะ
ท้าทายรายนามหมื่นเซียนกระบี่แห่งนี้!”
คนมากมายทั้งหมดเฝ้ามองไปที่ อู่ อวี้ ไม่ว่าจะเป็น
รอบข้าง หรือบนภูเขา แม้กระทั่งยอดฝีมือที่หลบ
ซ่อนตัวอยู่………..
จาง ฝูถู มิได้กล่าวสิ่งใดออกมาอีก ชายชราในชุดสี
ด าก็ถลึงตาจ้องมองเขา แล้วกล่าวว่า”การเข้าร่วมท้า
ทายรายนามหมื่นเซียนกระบี่ ทั้งหมดขึ้นอยู่กับการ
ตัดสินใจของแต่ละคน ตราบใดที่มีความสามารถใน
การลั่นระฆังได้ ก็เท่ากับว่ามีคุณสมบัติเพียงพอ ไม่ว่า
เจ้าจะเป็นใคร แต่อย่ามาก่อความวุ่นวายที่นี่ ถ้าหาก
ยังไม่ถอนตัวออกจากบริเวณนี้ไป เหล่าฝูผู้นี้คงต้อง
ใช้ก าลังบังคับให้เจ้าออกไปเสียแล้ว”
จาง ฝูถู มีอ านาจบารมีอยู่แค่ในวิหารฝูถูเท่านั้น แต่
ทว่าเมื่ออยู่ต่อในนิกายเซียนซูซันอันกว้างใหญ่แห่งนี้
เขาก็ไม่นับเป็นตัวตนอันใดได้แม้แต่น้อย เมื่อเขาถูก
ชายชราต าหนิเข้าไป เขาจึงจ าเป็นจะต้องถอนตัว
ออกจากที่นี่ก่อน แต่ทว่าดวงตาทั้งคู่ปลดปล่อยรังสี
อันเย็นยะเยือกจ้องมองราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ
อู่ อวี้ การแสดงออกและการจ้องมอง เปลี่ยนแปลง
อยู่ตลอดเวลา ราวกับว่าจะฉีก อู่ อวี้ เป็นชิ้นๆ คาด
ว่าในเวลานี้ เขาก าลังคิดว่าตอนนี้เขาก าลังถูก อู่ อวี้
ปั่นหัว และก าลังคาดเดาว่าจุดประสงค์ของ อู่ อวี้
ในเวลานี้คือสิ่งใด!
เป็นไปตามที่คาดเอาไว้ อู่ อวี้ ได้กล่าวออกมาด้วย
เสียงอันดังว่า”ข้านามว่า อู่ อวี้ มาจากวังกระบี่หยก
คราม วิหารฝูถู! ฝึกตนไม่รู้วันรู้คืน ข้าจึงไม่ค่อยรู้อายุ
ที่แน่ชัดของข้า รู้เพียงแต่ว่าอายุยังไม่ถึงยี่สิบปี ส่วน
ขอบเขต ข้าเพิ่งทะลวงเข้าสู่ขั้นสร้างแกนนภาระดับ
ที่สองเมื่อไม่กี่วันมานี้!”
เพียงแค่ประโยคสั้นๆ ทันใดนั้นท าให้เกิดเป็น
เสียงพูดคุยดังขึ้น ในเวลานี้ อู่ อวี้ ถูกจ้องมองด้วย
สายตานับไม่ถ้วน เขาไม่ได้มองไปรอบๆ แต่เขาก็รู้ว่า
มีคนให้ความสนใจเขามากกว่าก่อนหน้านี้นับสิบเท่า!
ทันใดนั้นก็มีคนกล่าวออกมาอย่างดูถูก!
“อายุยังไม่ถึงยี่สิบปี กลับอยู่ในขั้นสร้างแกนนภา
ระดับที่สอง ความรวดเร็วในการฝึกตนถือได้ว่าไม่เลว
เลยทีเดียว แต่ว่าอยู่เพียงแค่ขั้นสร้างแกนนภาระดับ
ที่สองจะสามารถลั่นระฆังโบราณนั้นได้อย่างไร!”
“เขามิได้พูดปด ลองสังเกตดีๆ แกนก าเนิดของเขา
ไม่ได้ใหญ่โตนัก แต่กลับมีเปี่ยมไปด้วยพลังสูงส่ง
อย่างน่าประหลาด! นอกจากนี้ดูเหมือนว่าเขาจะมี
ความแข็งแกร่งในด้านกายเนื้อเป็นอย่างยิ่ง! ยังเป็น
เพียงแค่ผู้เยาว์ กลับสามารถกลั่นสกัดกายเนื้อให้
มาถึงระดับนี้ได้ ถึงกับสามารถลั่นระฆังส าริดโบราณ
ให้ดังออกมาได้!”
ในสนามมีผู้แข็งแกร่งอยู่มากมาย หลายคนสามารถ
มอง อู่ อวี้ ได้ทะลุปรุโปร่งอย่างรวดเร็ว จึงท าให้
แทบไม่มีใครกังขาเกี่ยวกับขอบเขตของเขาเลย
“วิเศษ อยู่เพียงแค่ขั้นสร้างแกนนภาระดับสองกลับ
หาญกล้าท้าทายรายนามหมื่นเซียนกระบี่ อย่างน้อย
เหล่าฝูผู้นี้ก็มิเคยได้ยินเรื่องเช่นนี้มาก่อน!” ชายชรา
ชุดคลุมสีด าหัวเราะออกมา
ในสนามประลองราวกับมีคลื่นความโกลาหลวุ่นวาย
กวาดผ่าน ในช่วงเวลานี้สายตานับหมื่นคู่ของฝูงชน
ก าลังจับจ้องไปที่ อู่ อวี้ ผู้คนนับหมื่นคนก าลัง
สนทนากันเกี่ยวกับตัวตนของเขา และก าลังสลักชื่อ
ของเขาลงไปในจิตใจ!
เมื่อมองไปที่ จาง ฝูถู จะเห็นได้ว่าใบหน้าของเขา
หมองคล้ าลง เขายืนอยู่ในมุมมุมหนึ่ง ก ามือทั้งสอง
ข้าง สายตาของเขาราวกับเป็นหิมะเย็นยะเยือก เมื่อ
ถึงเวลานี้ เขาไม่รู้ว่าจะไปอยู่ที่ไหน อู่ อวี้ ล่วงรู้
ความคิดของเขาเป็นอย่างดี หลังจากที่กลับเข้ามาใน
นิกายเซียนซูซัน อู่ อวี้ ได้เริ่มท าการประลอง
สติปัญญาและความกล้ากับเขา จนถึงในขณะนี้ อู่
อวี้ ยืนอยู่ในสถานที่ที่เขาไม่อาจล่วงล้ าเข้าไปได้อีก
สิ่งที่เขากลัวมากที่สุดก็คือ การที่ อู่ อวี้ มีชื่อเสียงโด่ง
ดัง เกรงว่ามีคนมากมายจะให้ความสนใจต่อเขา และ
มันเป็นสิ่งที่ อู่ อวี้ ได้กระท าอยู่ในตอนนี้
เขาเพียงแค่คลาดสายตาไปครู่เดียว……
ในตอนนี้ อู่ อวี้ ไม่ได้หันไปมองเขาอีก
เขาได้เข้าร่วมในการท้าทายรายชื่อเขาเซียนหมื่น
กระบี่ไปเรียบร้อยแล้ว ตั้งแต่ที่ระฆังส าริดโบราณถูก
ลั่นจนเกิดเสียงกึกก้องกังวานขึ้น การท้าทายได้
เริ่มต้นขึ้นแล้ว
กฎเกณฑ์ในการท้าทายคือ อู่ อวี้ สามารถเลือกท้า
ทายผู้ที่อยู่อันดับหนึ่งพันล่างสุดบนรายนามหมื่น
เซียนกระบี่แห่งนี้ได้ ถ้าหากว่าเขาสามารถล้มคู่ต่อสู้
ลงได้ เขาก็จะสามารถไปแทนที่อันดับบนรายนาม
หมื่นเซียนกระบี่ผู้นั้นได้ และกลายเป็นสมาชิกที่มี
รายชื่ออยู่บนรายนามหมื่นเซียนกระบี่ อย่างไรก็ตาม
เขายังคงสามารถท าการท้าทายอันดับได้อยู่อีก
หลังจากที่ท าการพักผ่อนประมาณสิบวัน เขาจะ
สามารถเลือกประลองท้าทายจากรายชื่ออันดับที่
สองพันถึงหนึ่งพันขึ้นไปได้ และหากชนะ เขาก็จะ
สามารถเข้าไปแทนที่คนผู้นั้นได้ทันที ดังนั้นในตอนนี้
อู่ อวี้ ที่เป็นสาวกกระบี่สามัญที่อยู่ด้านล่างสุด ด้วย
กฎเกณฑ์เช่นนี้เขาสามารถได้รับคะแนนในการท้า
ประลองแต่ละครั้ง จนพุ่งทะยานขึ้นไปอยู่บนจด
สูงสุดของรายนามหมื่นเซียนกระบี่!
แน่นอนว่าในเวลานี้ความสามารถของ อู่ อวี้ ยังไม่ถึง
ขั้นนั้น เขาคิดเพียงแค่ต้องการจะมีชื่ออยู่บนรายนาม
หมื่นเซียนกระบี่เท่านั้น
ผู้ที่เข้าร่วมการท้าทายแต่ละคน ล้วนมีคุณสมบัติที่จะ
ไต่เต้าขึ้นไปทั้งสิ้น จนสุดท้ายหลังจากการท้าทาย
สิ้นสุดลง รายนามหมื่นเซียนกระบี่ส าหรับภายในก็
จะเริ่มเปิดขึ้น ในเวลานั้น อู่ อวี้ จึงมีโอกาสที่จะท า
การท้าประลองผู้มีที่ล าดับสูงขึ้น กฎเกณฑ์ในการท้า
ประลองจะมีความยุ่งยากและซับซ้อน อู่ อวี้ จึงยังไม่
ค่อยเข้าใจมันเท่าใดนัก
เขารู้เพียงแค่ว่า ในตอนนี้เขาสามารถเลือกรายชื่อบน
รายนามหมื่นเซียนกระบี่ ใครก็ได้ที่อยู่ในอันดับหนึ่ง
พันล่างสุดเป็นคู่ต่อสู้กับตัวเขาเอง
เพราะว่ามีคนมากมายที่กลายเป็นสาวกมหาวงจร
สี่วิถีกระบี่ขั้นปฐพีได้ ดังนั้นในตอนนี้รายชื่อบน
รายนามหมื่นเซียนกระบี่จึงมีอยู่เก้าพันกว่าคน
เท่านั้น ถ้าหาก อู่ อวี้ สามารถเอาชนะคู่ต่อสู้ได้
ฝ่ายตรงข้ามจะต้องถูกลดอันดับลงจนไปอยู่ที่ท้าย
ของรายนามหมื่นเซียนกระบี่ แทนที่ อู่ อวี้
เนื่องจากว่าได้มีการท้าประลองส าหรับสาวกนอก
อย่างต่อเนื่องมาเป็นเวลาหนึ่งเดือนแล้ว ตอนนี้บน
รายนามหมื่นเซียนกระบี่ จึงเกือบจะครบจ านวนแล้ว
ในไม่กี่วันมานี้รายชื่อได้มีการสับเปลี่ยนกันเกิดขึ้น
ตลอด คาดว่ารายชื่อที่พ่ายแพ้จะถูกคัดออกในทันที
“มองไปที่รายนามหมื่นเซียนกระบี่ เจ้าต้องการจะ
ท้าประลองผู้ใด? ขอแนะน าว่าผู้ที่อยู่รายชื่อสุดท้าย
เป็นผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดส าหรับเจ้าที่จะขอท้าประลอง
ได้แล้ว เนื่องจากช่องว่างระหว่างพวกเจ้าเองก็
ค่อนข้างห่างกันอยู่พอสมควร” ชายชราในชุดคลุม
สีด าให้ความสนใจในตัวของ อู่ อวี้ เป็นพิเศษ
อู่ อวี้ มองไปบนรายนาม แล้วแสดงท่าทีห้าวหาญ
ออกมา เขากล่าวออกมาโดยไม่ลังเลว่า”ผู้ที่แข็งแกร่ง
ที่สุดคือคนไหน ข้าก็จะขอท้าประลองคนผู้นั้น!”
เมื่อค าพูดนี้หลุดออกมา มันก่อให้เกิดความโกลาหล
วุ่นวายขึ้น ทุกคนตระหนักดีว่า สาวกหนุ่มผู้นี้ ไม่
เพียงแต่จะมีพื้นฐานที่ทรงพลัง พรสวรรค์ต่อต้าน
ฟ้าดิน ยังมีความกล้า ความแน่วแน่ ที่เถรตรง! ท าให้
ทุกคนต่างก าลังรอคอยการประลองของเขา
ชายชราชุดคลุมสีด ามองไปที่รายชื่อ ทันใดนั้นก็ยิ้ม
ขึ้น แล้วกล่าวว่า”คนที่เจ้ากล่าวถึงก็คือคนนี้ ในหนึ่ง
เดือนนี้ถูกท้าทายมาแล้วสามสิบสามครั้ง ไม่เคยพ่าย
แม้แต่ครั้งเดียว เพราะว่าอันดับของเขาค่อนข้าง
พิเศษ ตั้งแต่เริ่มการประลองครั้งนี้ขึ้นเขาเป็นผู้ที่ถูก
ท้าทายมากที่สุด นี่แสดงให้เห็นว่าเขามีความน่ากลัว
เป็นอย่างมาก เจ้า ดูท่าว่าจะไม่มีความหวังจะ
เอาชนะเขาได้ เจ้าไม่คิดที่จะเปลี่ยนคนรึ?”
มันช่างน่าทึ่งเป็นอย่างมาก ที่สามารถเอาชนะมาได้
ถึงสามสิบสามครั้ง
อย่างไรก็ตามในวันนี้เขาต้องการเผชิญหน้ากับบุคคล
ที่แข็งแกร่งที่สุดเท่านั้น!
ดังนั้นเขาจึงกล่าวอย่างแน่วแน่ว่า”ข้าไม่เปลี่ยน”
“ไม่เลว มีความกล้าหาญดี ข้าขอเตือนเจ้าอีกอย่าง
คนผู้นี้มีนามว่า หลี่ ชางห่าย เป็นศิษย์คนโปรดของ
เซิน ซิงหยู๋ ซึ่งเป็นน้องสาวของ‘จอมกระบี่ชิงเหอ’”
“จอมกระบี่ชิงเหอ?” อู่ อวี้ เพิ่งเคยได้ยินชื่อนี้เป็น
ครั้งแรก ยังมี เซิน ชิงหยู๋ อะไรนั่นอีก ไม่ว่าจะเป็น
ชื่อไหนเขาก็ไม่รู้จักทั้งนั้น
“เจ้าไม่รู้หรอกหรือว่าใครเป็นผู้จัดการประลอง
รายชื่อเขาเซียนหมื่นกระบี่ในครั้งนี้?” ชายชรา
ชุดคลุมสีด าเอ่ยถาม
อู่ อวี้ ส่ายหัวของเขาแล้วกล่าวว่า”จอมกระบี่ชิงเหอ
ท่านนี้ ใช่จอมกระบี่จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์แห่งนิกาย
เซียนซูซันแห่งนี้หรือไม่……”
“ตอนนี้เขายังไม่ใช่ แต่ว่าเมื่อตอนที่เขาอายุสี่สิบก็
กล่าวได้ว่าเขาเป็นสาวกมหาวงจรสี่วิถีกระบี่ขั้น
สวรรค์ ที่มิมีผู้ใดจะต่อกรเขาได้แล้ว ในการจะ
กลายเป็นจอมกระบี่จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์แล้วขึ้นไปอยู่
บนเขตแดนเซียนอมตะนั้นก็ขึ้นอยู่กับเวลาเท่านั้น
ดังนั้นเหล่าผู้คนจึงมอบสมญานามว่า ‘จอมกระบี่
จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์’ ให้กับเขาก่อน และเป็นจอม
กระบี่ชิงเหอผู้นี้นั่นเองที่เป็นผู้จัดการประลองครั้งนี้
ขึ้น”
ชายชราชุดคลุมเป็นกังวลเกี่ยวกับความก้าวหน้าของ
อู่ อวี้ จึงกล่าวขึ้นอีกครั้งว่า เขาไม่จ าเป็นจะต้องท า
การท้าประลองในระดับที่ยากล าบากที่สุดเช่นนี้ใน
ครั้งแรก
อย่างไรก็ตาม อู่ อวี้ ยังคงส่ายหัว ยืนกรานที่จะไม่ท า
การเปลี่ยนใจ
……………………….
เชิงอรรถรส
คนจีนจะนับล าดับจากล่างสุดขึ้นมาข้างบน เช่น
ล าดับที่หนึ่งหมื่นถึงเก้าพัน จะเรียกว่าหนึ่งพันจาก
ล าดับล่างสุด เป็นต้น
…………………………………….…………….
♡(⺣◡⺣)♡* เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ