กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 243 โทษทัณฑ์สังหารอาจารย์ของตน
ดวงดาวทอประกายแสง หิมะบนพื้นเปล่งประกาย
ระยิบระยับ
เป็นฉากอันน่ามหัศจรรย์ บัดร่างของ จาง ฝูถู นอน
อยู่บนพื้น ดวงตาเบิกโพลง จ้องมอง อู่ อวี้ ด้วยความ
ไม่ยินยอม แต่ท้ายที่สุดก็เป็นเหมือนเฉกเช่น
หวง หลิงหยุน เสียงของมันค่อยๆจางหายไป และ
สุดท้ายก็กลายเป็นเพียงซากศพที่ไร้จิตวิญญาณ
หลังจากนี้ มันก็มิได้ขยับไหวอีกต่อไปแล้ว พื้นที่
รอบๆถูกปกคลุมไปด้วยความเงียบสงัด
หลังจากที่ จาง ฝูถู ตกตายลงไป อู่ อวี้ รู้สึกได้อย่าง
ชัดเจนว่า ทัศนียภาพที่อยู่รอบๆเกิดการเปลี่ยนแปลง
ขึ้นเล็กน้อย การไหลเวียนรอบๆเกิดขึ้น ราวกับแสง
ดวงดาวบนท้องฟ้าเริ่มเคลื่อนไหว อาจเป็นเพราะว่า
มุมมองต่างกัน ท าให้มองเห็นแสงดาวไม่เหมือนเดิม
แสงระยิบระยับบนพื้นหิมะยังคงเปล่งประกายอยู่
แต่รู้สึกว่ามันมิได้หยุดนิ่งเหมือนดังเช่นก่อนหน้านี้
นี่แสดงให้เห็นว่ายามนี้ไร้ซึ่งการถูกพันธนาการใดๆ
แล้ว ค่ายกลผนึกขนาดเล็กได้ถูกท าลายไปจนหมด
สิ้น เพราะ จาง ฝูถู ไม่ได้เชี่ยวชาญในเรื่องอักขระ
เวทย์มนต์ จึงท าให้ยังไม่สามารถท าให้ค่ายกลโคจร
ด้วยตัวของมันเองได้
สิ่งเหล่านี้ทั้งหมดเกิดขึ้นในชั่วพริบตาเท่านั้น เมื่อ
หนานกง เหว่ย เริ่มรู้สึกตัว เสียงของ จาง ฝูถู ก็เงียบ
ลงไปเรียบร้อยแล้ว นางมองไปยัง อู่ อวี้ ด้วยความ
ตื่นตระหนกตกใจ แล้วหันกลับไปมองร่างของ
จาง ฝูถู ในใจรู้สึกทึ่ง กล่าวออกมาด้วยความกังวล
ว่า”คาดไม่ถึงว่าเรื่องมันจะออกมาเป็นเช่นนี้ มัน
เป็นไปได้ยังไงกัน…..”
ทันทีที่ จาง ฝูถู ตายไป ตราสาวกในร่างได้เกิดการ
กระจัดกระจาย พุ่งไปรวมกัน ณ จุดจุดหนึ่ง
ท้ายที่สุดแล้วมันได้พุ่งออกจากกายเนื้อ รีบเร่งจากไป
ด้วยความแปลกประหลาด กลายเป็นภาพติดตาที่
ยากจะจับต้องได้ ล าแสงได้บินจากไปอย่างรวดเร็ว
ซึ่งมันได้มุ่งหน้าไปยังทิศของเทือกเขาชิงเทียน เพียง
ชั่วระยะการกระพริบตาของ อู่ อวี้ ล าแสงก็ได้หาย
ลับจนไม่สามารถมองเห็นได้อีก
“ตราสาวกนี้น่าจะบินไปยังวิหารจิตวิญญาณ พี่ชาย
คนของวิหารจิตวิญญาณก าลังมา ถ้าท่านยังไม่รีบหนี
ไปตอนนี้ ท่านก็จะไม่สามารถไปไหนได้แล้ว” ใบหน้า
เล็กๆของ หนานกง เหว่ย ปรากฏ ความกังวลขึ้น
อู่ อวี้ ส่ายหัวและกล่าวว่า”ที่นี่คือยอดเขาเฉียนฝูของ
ข้า มันไร้ประโยชน์ถ้าหากข้าหนีไป กล่าวได้ว่า ข้าก็
เพียงแค่เผชิญหน้ากับมัน ยังไม่แน่ว่าข้าจะได้รับการ
ลงโทษเสียหน่อย ทางที่ดีที่สุดในตอนนี้ก็คือการอยู่
ที่นี่ รอให้คนของวิหารจิตวิญญาณมาถึง ความจริงก็
จะกระจ่างเอง”
เขายังคงสงบเยือกเย็น
เพราะก่อนหน้านี้ก็เคยได้คิดเอาไว้แล้วว่าเหตุการณ์
เช่นนี้จะต้องเกิดขึ้น และได้ค านึงถึงวิธีการที่
เหมาะสมที่สุดในการแก้ไขสถานการณ์ไว้แล้ว
อย่างไรก็ตาม อู่ อวี้ หันไปกล่าวกับ นางว่า”เจ้ารีบ
หนีไปก่อน อย่าได้มาพัวพันกับเรื่องแบบนี้ จะปล่อย
ให้คนของวิหารจิตวิญญาณพบเจอเจ้าไม่ได้ เพราะ
ตอนนี้เจ้าไม่สามารถบอกผู้ใดได้ว่าเจ้าอยู่กับข้าที่นี่
ใช่หรือไม่?”
เหตุผลคือเช่นนี้
แต่ว่า หนานกง เหว่ย ไม่ลังเลใจแม้เพียงนิด นางหัน
กลับไปตอบอย่างรวดเร็ว”ไม่ พวกเรามีสุขร่วมเสพมี
ทุกข์ร่วมต้าน”
อู่ อวี้ ถูกนางล้อเลียน ท่าทางนางนั้นน่ารักเป็นอย่าง
มาก แต่ อู่ อวี้ ยังคงบอกนางว่า”ในเรื่องนี้หากมีคน
เกี่ยวข้องมากกว่าหนึ่งคน มันกลับจะท าให้ซับซ้อน
มากขึ้น เจ้าไม่สามารถช่วยอะไรข้าได้ ถึงแม้ว่าข้าจะ
ถูกลงโทษก็ตาม แต่เจ้าก็มิได้เกี่ยวข้องอันใด อีกทั้ง
เจ้ายังสามารถช่วยข้าจากภายนอกได้ ตอนนี้เชื่อฟัง
ค าพูดของข้า รีบหนีออกไปซะ”
เมื่อมองเห็นท่าทีอันจริงจังของ อู่ อวี้ หนานกง เหว่ย
ตกอยู่ในสถานการณ์ที่ยากล าบาก จิตใจของนางรู้สึก
สับสนลังเล เรื่องนี้พัวพันจนยากเกินแก้ บัดนี้น้ าตา
ของนางจึงเริ่มไหลออกมาผ่านเปลือกตา และ
กลายเป็นการร่ าไห้ไปในที่สุด
“รีบไป ถ้าหากช้ากว่านี้มันก็จะไม่ทันแล้วนะ
เจ้ามั่นใจได้เลยว่า ข้าในตอนนี้กลายเป็นคนส าคัญ
แล้วจะถูกลงโทษอย่างง่ายดายได้เช่นไร”
“ตกลง……” สุดท้าย หนานกง เหว่ย จึงหลบหนีตาม
ค าขอร้องของ อู่ อวี้ จากนั้นนางขึ้นขี่กระบี่บิน
จักรพรรดิ และบินจากไปด้วยความรวดเร็ว แต่ อู่ อวี้
มองเห็นว่า นางบินมุ่งหน้าไปยังทิศทางของเขาเซียน
หมื่นกระบี่บิน
บางทีนางอาจจะไปบินไปหา เฉิน ซิงหยู๋
เกรงว่ายามนี้คงมีเพียง เฉิน ซิงหยู๋ ที่จะสามารถช่วย
อู๋ อวี้ ได้
อย่างไรก็ตาม อู่ อวี้ ก็เชื่อว่าตนเองไร้ซึ่งความผิด
ดังนั้นเขาจึงยืนอย่างผ่าเผยอยู่ในที่แห่งนี้ รอคอยการ
มาถึงของผู้คุมกฏ
ส าหรับสิ่งของที่ จาง ฝูถู ทิ้งเอาไว้ อู่ อวี้ ก็มิได้เข้าไป
สัมผัสมัน เพราะถ้าหากสัมผัสมันไปแล้ว เกรงว่ามัน
อาจจะท าให้ค ากล่าวของเขากลายเป็นไม่หนักแน่น
พอ
เนื่องจากการด ารงอยู่ของค่ายกลผนึกขนาดเล็ก
ดังนั้นบนยอดเขาเฉียนฝูจึงเกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้น
อย่างใหญ่หลวง ผ่านไปสักพักยังไม่มีสัญญาณของ
ผู้ใด อู่ อวี้ จึงย้ายไปนั่งอยู่บนหินก้อนหนึ่ง ไม่นาน
แสงของรุ่งอรุณ ดวงอาทิตย์ส่องแสงลงมากระทบบน
ร่างของเขา ท าให้บนผิวหนังของเขาส่องประกาย
แสงสีทองออกมา
ทันใดนั้น อู่ อวี้ รับรู้ได้ว่าในที่ห่างไกลมีอ านาจพลัง
อันมหาศาลก าลังพุ่งเข้ามาทางนี้ ไม่เพียงแต่เขา
เท่านั้น แม้แต่คนอื่นๆที่อยู่บนเขาของวิหารฝูถู
ก็พากันตกใจ
เมื่อ อู่ อวี้ เงยหน้าขึ้นไปมอง เห็นได้ถึงความโกรธ
เป็นฟืนเป็นไฟ บรรดาผู้ที่ออกมาจากเทือกเขา
ชิงเทียนได้มาถึงแล้ว บนท้องนภาระยะอันห่างไกลมี
เงาร่างของคนสามคนบินพุ่งเข้ามาใกล้ด้วยความ
รวดเร็ว สามารถมองเห็นเสื้อคลุมสีด าได้อย่าง
เลือนราง โดยไม่รู้ตัวคนเหล่านั้นพลันปลดปล่อยแรง
กดดันอันรุนแรงออกมา
“มีคนก าลังไปที่ยอดเขาเฉียนฝู!”
“ผู้ใดกัน! ไม่แน่ว่าบางทีอาจจะมาหา อู่ อวี้ ก็
เป็นได้”
“ใช่แล้ว อู่ อวี้ เพิ่งจะกลับมา แต่ว่าดูเหมือนว่าผู้ที่มา
เยือนจะมีท่าทางเกรี้ยวกราดใช่ย่อย ไป ขึ้นไปดูเรื่อง
สนุกๆกัน”
มีสาวกไม่กี่คนเท่านั้นที่กล้าบังคับขี่กระบี่บิน
จักรพรรดิ ขึ้นไปยังที่สูงคอยมองดูบนยอดเขาเฉียนฝู
ถึงแม้ว่าจะไม่ได้เข้าไปยังขอบเขตของยอดเขาเฉียนฝู
แต่สาวกเหล่านั้นกลับยังเห็นเหตุการณ์ได้อย่าง
ชัดเจน
บนยอดเขาเฉียนฝู มีคนอยู่ทั้งหมดห้าคน มีหนึ่งคน
ยืนอยู่ตรงกึ่งกลาง อีกคนยืนอยู่อีกด้านหนึ่ง คนที่
เหลือที่สวมชุดคลุมสีด า เป็นคนที่เพิ่งจะมาถึง
ตอนนี้ อู่ อวี้ ก าลังเผชิญหน้ากับตัวตนทั้งสามนี้
คนทั้งสามนี้ต่างสวมใส่ชุดคลุมสีด าบนร่างและ
รวบมัดผมที่มีสีด าของเขา ใบหน้าไม่แยแสสิ่งใด
พวกนี้คือผู้พิทักษ์ของวิหารจิตวิญญาณ พวกเขามี
หน้าที่รับผิดชอบเก็บรวบรวมตราสาวกของสาวกที่
ตกตายไปแล้ว ตรวจสอบสาเหตุ วันเวลา และ
สถานที่ของคนที่ตายไป
คนทั้งสองที่อยู่เบื้องหลังเป็นสาวกขั้นกระบี่ปฐพี
มีอายุค่อนข้างมาก เมื่อมองไปแล้วมีความคล้ายคลึง
กับ จาง ฝูถู ส่วนตรงกลางเป็นสตรีนางหนึ่งสวมใส่
ชุดคลุมสีด า อายุใกล้เคียงกับ เฉิน ซิงหยู๋ รูปร่างอ่อน
ช้อยงดงามดูดดูผู้คน ชุดคลุมที่หลวมโครกไม่สามารถ
จะหยุดความงดงามของนางได้ อีกทั้งด้วยใบหน้าที่
เย็นชาท าให้คนไม่กล้าที่จะสบตากับนาง คาดไม่ถึงว่า
นางจะเป็นสาวกขั้นกระบี่แก่นแท้ และเป็นผู้น าใน
การมาครั้งนี้
หลังจากที่สามคนมาถึง แลพบเห็นว่า อู่ อวี้ เพิ่งจะ
อยู่ในขั้นสร้างแกนนภาระดับที่สองเท่านั้นจึงไม่ได้ให้
ความสนใจมากนัก คนจึงเร่งไปตรวจสอบร่างของ
ผู้ตาย หนึ่งในสาวกขั้นกระบี่ปฐพีคนหนึ่งที่ไปท าการ
ตรวจสอบได้กล่าวขึ้นว่า”ที่แห่งนี้คือวังกระบี่หยก
คราม จาง ฝูถู ผู้ตาย คือจาง ฝูถู ซึ่งเป็นเจ้าวิหาร
ของวิหารซือถู เพิ่งเสียชีวิตไปเมื่อคืนที่ผ่านมา
สาเหตุของการตายตอนนี้ยังไม่ทราบ นี่ไม่เหมือนกับ
ว่าถูกสังหารไปโดยเคล็ดวิชา ฉะนั้นจะต้องมี
บางอย่างแน่นอน”
ความเป็นจริง การที่พวกเขามาที่นี่ กลับไม่มีความ
สงสัยในตัวของ อู่ อวี้ แม้สักเพียงเสี้ยว
อย่างไรก็ตาม อู่ อวี้ รู้ว่าตนเองเป็นต้นเหตุ หากเลือก
ที่จะโป้ปด หลบซ่อน ยังไงสักวันหนึ่งความจริง
จะต้องถูกเปิดเผย และเมื่อถึงยามนั้นจุดจบจะต้อง
กลายเป็นร้ายแรงขึ้นยิ่งกว่าเดิมอย่างแน่นอน ซึ่งการ
อยู่ในนิกายเซียนซูซันแห่งนี้ มีหลายเรื่องที่ไม่
สามารถหลอกหลวงผู้อื่นได้
“เจ้าวิหารสิ้นแล้ว!”เมื่อมองเห็นฉากที่เกิดขึ้นและได้
ยินค ากล่าวของผู้พิทักษ์จิตวิญญาณ ทันใดนั้นใบหน้า
ของสาวกที่อยู่รอบๆกลายเป็นซีดขาว กรีดร้อง
ออกมาด้วยความประหลาดใจ
“เป็นไปไม่ได้!”
“เขากล่าวออกมาว่า เจ้าวิหารตายแล้ว! เจ้าดู
เจ้าวิหารสิ้นลมหายใจไปแล้ว!”
คนเหล่านี้รู้สึกตื่นตะลึงพรั่นพรึง กรีดร้องออกมา
เสียงดังจากที่ที่ห่างไกล ทันใดนั้นก็มีสาวกจ านวน
มากของวิหารฝูถูที่ได้ยินข่าวร้ายนี้ ท าให้บัดนี้วิหาร
ฝูถูราวกับลุกเป็นไฟ ตกอยู่ในความปั่นป่วนโดย
สมบูรณ์ แต่ละคนรู้สึกจิตใจหนักหน่วง บินออกไป
ด้วยกระบี่บินจักรพรรดิ พุ่งมายังยอดเขาของ อู่ อวี้
“นั่นคือผู้พิทักษ์จิตวิญญาณของวิหารจิตวิญญาณ!”
มีบางคนสามารถจดจ าได้ถึงตัวตนของพวกเขาได้
อย่างรวดเร็ว ในตอนนี้ สาวกเพิ่งจะมาถึงก็สามารถ
ยืนยันได้ว่า จาง ฝูถู ได้สิ้นชีพลงไปแล้วจริงๆ
ในเวลานี้จิตใจของสาวกนับร้อยคนเต็มไปด้วยความ
ตกใจ โศกเศร้า คับแค้น ตกต่ า
คาดไม่ถึงว่าการตายของ จาง ฝูถู จะก่อให้เกิดความ
ปั่นป่วนมากถึงเพียงนี้ หากเกิดการตายของสาวก
แกนสามัญ นิกายเซียนซูซัน ย่อมไม่สนใจมากนัก
จึงไม่น่าแปลกใจเลยที่มันจะล่อลวงพา หวง เฉิน ไป
สังหารในที่ที่อันห่างไกลเช่นนั้น
“เจ้าวิหารตายแล้ว!”
“อาจารย์ อาจารย์!” หวังฝู มาปรากฏเบื้องหน้าของ
คนทั้งสาม แม้แต่รองเจ้าวิหารสองสามคนก็ยังมากับ
เขาด้วย
ศิษย์ทั้งสามต่างเร่งฝีเท้าเพื่อมายังที่แห่งนี้ เมื่อ
มองเห็นซากศพของ จาง ฝูถู ทันใดนั้นสายตาแดง
ของผู้คนพลันก่ าขึ้น พวกเขาสามารถมองเห็นได้
ชัดเจน ว่า จาง ฝูถู ได้ตกตายไปแล้ว ต่อไปภาย
ภาคหน้าจะไม่มีคนมาปกป้องพวกเขาอีกแล้ว แม้แต่
วิหารฝูถูแห่งนี้ ก็จะต้องจัดเตรียมเจ้าวิหารคนใหม่มา
ปกครอง!
ส าหรับพวกเขาแล้ว ราวกับว่าตนเองก าลังตกลง
จากสวรรค์ ดังนั้นทั้งสามคนจึงรู้สึกโศกเศร้าเป็น
อย่างยิ่ง
ในเวลานี้สาวกทั้งหมดร่ าไห้เสียใจจนมิอาจจะยืนไหว
“อย่าได้เข้ามา!” เมื่อสาวกวิหารฝูถูจ านวนมาก
หลั่งไหลเข้ามา สาวกสตรีขั้นกระบี่แก่นแท้ขมวดคิ้ว
ขึ้น แล้วกล่าวออกมาด้วยความร าคาญ
นางหยิบเอาเหรียญค าสั่งสีด าขึ้นมากล่าวว่า”ข้าคือ
ผู้พิทักษ์จิตวิญญาณขั้นกระบี่แก่นแท้ เย่ ไช่เซี่ย จะ
ตรวจสอบการตายของ จาง ฝูถู เป็นพิเศษ ดังนั้น
สาวกของวิหารฝูถู ห้ามท าการเคลื่อนไหวโดยพละ
การ ห้ามออกไปจากวิหารฝูถู ห้ามส่งเสียงเอะอะ
โวยวาย ถ้าหากรู้ข้อเท็จจริงแล้วไม่มารายงาน
จะต้องถูกลงโทษ”
เมื่อได้ยินค ากล่าวของสาวกขั้นกระบี่แก่นแท้ ทั่วทั้ง
วิหารฝูถูต่างตกอยู่ในความหวาดกลัว ตกอยู่ในความ
เงียบโดยสิ้นเชิง
เย่ ไช่เซี่ย ผู้นี้ปลดปล่อยบรรยากาศอันรุนแรงออกมา
จริงแล้วๆแล้วเพื่อปราบปรามฝูงชน สตรีคนนี้จึงต้อง
ท าตัวให้ดุดันขึ้น ซึ่งการแสดงออกเช่นนี้ได้ปรากฏ
ออกมาเป็นภาพที่น่ากลัวอย่างยิ่ง
ทันใดนั้นนางมองไปยัง อู่ อวี้ กล่าวว่า”เจ้าอยู่ใกล้ที่
แห่งนี้มากที่สุด บอกข้ามา เจ้าเห็นว่ามีคนสังหาร
จาง ฝูถู หรือไม่?”
ในเวลานั้นทุกคนจึงมุ่งความสนใจไปยัง อู่ อวี้ ใน
ความเป็นจริงในเวลานี้ทุกคนไม่ได้นึกถึง อู่ อวี้ ดังนั้น
เขาจึงกล่าวออกมาเสียงดังว่า”ไต้เท้าผู้พิทักษ์
จิตวิญญาณ ข้าเป็นคนที่ท่านก าลังตามหา ข้าเป็น
ผู้สังหารอาจารย์ของข้าเอง เขาเป็นคนชั่วช้ายิ่งนัก!”
“โอ้?” เย่ ไช่เซี่ย ไม่คาดคิดว่าเบาะแสจะปรากฏ
ออกมาตรงๆเช่นนี้ สายตาอันเย็นชาของนางจับจ้อง
ไปที่ อู่ อวี้ ที่ยืนอยู่เบื้องหน้าของนาง จะเห็นได้ว่า
คอเสื้อของสตรีผู้นี้อยู่ต่ ามาก ลายหิมะสีขาวที่อยู่บน
หน้าอก ได้ท าให้คนเกิดความรู้สึกสับสนขึ้นยามเมื่อ
สังเกตเห็น
อู่ อวี้ สงบจิตใจลงแล้วกล่าวว่า”ความจริงก็คือ
จาง ฝูถู ผู้นี้ต้องการที่จะใช้เม็ดยาควบคุมจิตวิญญาณ
และเครื่องตรึงกระดูกเข้ามาควบคุมตัวข้า วางแผน
จะพาข้าออกไปจากนิกายซูซัน เพื่อช่วงชิงพรสวรรค์
ที่อยู่ในตัวของข้า ดังนั้นข้าจึงไม่มีทางเลี่ยง ท าได้
เพียงแค่ตอบโต้สังหารเขาไป เพื่อปกป้องตนเอง”
เมื่อค าพูดเหล่านี้หลุดออกมา ทันใดนั้นได้ก่อให้เกิด
เป็นความวุ่นวายขึ้นมาอย่างไม่มีที่สิ้นสุด อู่ อวี้ กลับ
ยอมรับออกมาด้วยตัวเอง เหล่าสาวกวิหารฝูถูก็คิดไม่
ออกว่าเขาจะมีความสามารถในการสังหาร จาง ฝูถู
ให้ตกตายลงได้ ในเวลานี้จึงเกิดเป็นความปั่นป่วน
วุ่นวาย เหล่าฝูงชนต่างพากันดวงตาแดงก่ า หาก
ผู้พิทักษ์จิตวิญญาณไม่ได้อยู่ในที่นี้ คาดว่าทุกคน
จะต้องกรูเข้าไปปิดล้อมเขาเอาไว้อย่างแน่นอน
ดูเหมือนว่า จาง ฝูถู จะมีอ านาจมากมายในวิหารฝูถู
แห่งนี้
“โอ้” เย่ ไช่เซี่ย ก็รู้สึกประหลาดใจ หลังจากนั้นมอง
ไปที่ อู่ อวี้ กล่าวออกมาด้วยความรังเกียจ”เจ้าเด็ก
เหลวไหล กล่าวออกมาอีกทีซิ ข้าจะตบหน้าเจ้าซะ
เนื่องจากเจ้าคิดจะปกปิดคนร้ายที่แท้จริง หากรู้ว่า
คนร้ายที่แท้จริงเป็นใคร จงรีบกล่าวออกมาซะ
มิฉะนั้นเจ้าจะได้รับรู้ถึงบทลงโทษของนิกายเซียน
ซูซัน การตายสาวกขั้นกระบี่ปฐพี มีความส าคัญ
เป็นอย่างมาก ระวังไว้ว่าเจ้าอาจจะถูกขับไล่ออกจาก
นิกายเซียนซูซันได้ทุกเมื่อ”
นางปลดปล่อยพลังอันดุดันออกมา แสดงท่าทีทรง
อ านาจออกมากดดันเขา ดวงตาทั้งคู่ราวกับราวกับ
กลายเป็นใบมีดแทงทะลุเข้าไปในดวงตาของ อู่ อวี้
อู่ อวี้ ยิ้มออกมาอย่างหมดหนทาง”ข้าได้กล่าว
ออกมาอย่างชัดเจนแล้ว จาง ฝูถู ต้องการจะท าร้าย
ข้า ข้าคิดดีแล้วและเตรียมพร้อมที่ต่อสู้ให้ตกตายกัน
ไปข้างกับเขา วันนี้ข้ายังรู้สึกตกตะลึงที่ชนะมาได้
ข้าจึงสามารถยังชีวิตรอดมาได้ ยังมีอีกอย่าง ข้าไม่ใช่
เด็กเหลวไหล ข้าคือ อู่ อวี้”
ยามที่ได้ฟังครึ่งประโยคแรกของ อู่ อวี้ เย่ ไช่เซี่ย
ก็ระเบิดเสียงหัวเราะออกมา แต่เมื่อได้ยินชื่อของ
อู่ อวี้ ทันใดนั้นนางก็หยุดหัวเราะ ดวงตาทั้งคู่จ้อง
มองไปที่ อู่ อวี้ กล่าวว่า”เจ้าคือ อู่ อวี้ ผู้ที่จอมกระบี่
ชิงเหอให้ความสนใจใช่หรือไม่? ข้าจ าได้ว่าเหมือน
เจ้าจะมาจากสถานที่เล็กๆที่เรียกว่าวิหารฝูถู
ก่อนหน้านี้อาจารย์ของเจ้าก็คือ จาง ฝูถู ผู้ที่เป็นเจ้า
วิหารฝูถู ผู้ที่อยู่ในขอบเขตสร้างแกนนภาระดับที่หก
ก็คือผู้นี้……”
ในขณะที่กล่าวอยู่ นางก็หันหน้ามองไปยังทิศซากศพ
ของ จาง ฝูถู
ในเวลานี้ นางแสดงออกถึงความตื่นตระหนก
มอง อู่ อวี้ แล้วขบคิดเป็นเวลานาน หัวเราะเสียงเย็น
ออกมา แล้วกล่าวว่า”ดูเหมือนว่า เจ้าจะมีความผิด
ในโทษฐานสังหารอาจารย์ของตน ในนิกายเซียน
ซูซันแห่งนี้ ถือเป็นบาปที่ร้ายแรง!”
…………………………………….…………….
♡(⺣◡⺣)♡* เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ