กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 252 ผู้ชนะอย่างแท้จริง
ธารโลหิตพลันหวนคืนแปรเปลี่ยนกลับไปเป็น
จ้าว ซวนเซียน ดั่งเดิม เมื่อทุกคนจ้องมองอย่างพินิจ
ไปยังร่างที่ จ้าว ซวนเซียน ถูกกระบี่ไร้ลักษณ์สังหาร
เทพโจมตีเข้าไป ก่อนที่ธารโลหิตของเขาจะสลายลง
ร่างเนื้อของมันหดยุบลงไป ร่างกายผิดรูปผิดร่าง
อวัยวะภายในพังทลาย เพราะว่ามันถูกกระบี่ไร้
ลักษณ์ของ อู่ อวี้ โจมตีอย่างจังอาจจะต้องใช้
เวลานาน และจะต้องใช้เม็ดยารักษาอย่างดี ถึงจะ
รักษาอาการบาดเจ็บสาหัสเช่นนี้ได้จ้าว ซวนเซียน
โดดเด่น รุ่งโรจน์มานานหลายปี แต่ในปัจจุบันกลับ
ปลิวกระเด็นไปราวกับเป็นว่าวที่ขาดออกจากสาย
ป่าน การประลองในครั้งนี้ใช้เวลาไม่ถึงสิบลมหายใจ
กลับรู้ผลแพ้ชนะเสียแล้ว สมองของทุกคนในยามนี้
ว่างเปล่า ไม่ต้องกล่าวถึงคนอื่น กระทั่งบิดาของ
จ้าว ซวนเซียน จ้าว เทียนเจี้ยน เองก็ราวกับว่าสมอง
ของมันถูกทุบอย่างรุนแรง ลืมแม้กระทั่งจะไปรับตัว
ของ จ้าว ซวนเซียน เอาไว้หลังจากที่ อู่ อวี้ โจมตี
ออก มายาสีเงินบินออกไปจากข้อมือของเขา เข้าไป
พันธนาการ จ้าว ซวนเซียน ที่ก าลังกระอักเลือดออก
มา เพื่อให้มันสามารถล้มลงไปสู่พื้นดินได้อย่างมั่นคง
วางนอนลงไป ในช่วงเวลานั้นเอง จ้าว เทียนเจี้ยน
ที่เพิ่งจะได้สติพลันกรีดร้องโวยวายออกมาอย่างเสียง
ดัง และใช้กระบี่บินจักรพรรดิพุ่งดิ่งลงไปในบัดดล”
ลูกชายข้า!” จ้าว เทียนเจี้ยน กรีดร้องคร่ าครวญ
จนหลายคนที่ก าลังตกตะลึงอยู่ ค่อยๆเริ่มฟื้นคืนสติ
กลับมาผลลัพธ์เช่นนี้ยากที่จะรับมันได้ กระทั่ง
เฉิน ซิงหยู๋ ที่อยู่ไม่ไกล ก็ยังตกอยู่ในอาการตื่น
ตระหนก บัดนี้สายตามากมาวราวกับดวงดาวต่าง
ขับจ้องมองไปยัง อู่ อวี้ ด้วยท่าทางที่ไม่อยากจะเชื่อ
ในเวลานี้ อู่ อวี้ มองไปรอบด้าน สัมผัสถึงดวงตา
มากมายที่จ้องมองมา ในตอนนี้เขาเข้าใจแล้วว่า
นี่คือวิธีที่จะหุบปากผู้คนที่ดีที่สุดเขาท าได้แล้วความ
จริงเขายังคงสะอาดสะอ้าน ไม่เปรอะเลอะแม้เพียง
นิด หลังจากที่เสร็จสิ้นการประลองแล้ว จิตใจของ
เขายังสงบนิ่งดั่งเช่นกับน้ า นับว่าเป็นสภาพหลังการ
ต่อสู้ที่ดีที่สุดเท่าที่เขาเคยต่อสู้มาสายตาที่เงียบงัน
เหล่านั้น พลันผันแปรเปลี่ยนเป็นเพลิดเพลินไปกัน
มันแทนและหลังจากนี้ อู่ อวี้ รู้ว่ายามเมื่อจบการ
ประลองครั้งนี้ ก็ถึงเวลาประกาศผลการประลอง
อย่างเป็นทางการแล้วเฉิน ซิงหยู๋ กล่าวออกมาด้วย
ความตื่นตระหนกตกใจระคนด้วยความยินดี
“ขอแสดงความยินดีกับเจ้าด้วย อู่ อวี้ สามารถ
เอาชนะ จ้าว ซวนเซียน ได้ ทั้งที่เพิ่งจะอยู่เพียงแค่
ขอบเขตสร้างแกนนภาระดับที่สอง กลับสามารถ
กลายเป็นอันดับหนึ่งที่อยู่บนรายนามเซียนหมื่น
กระบี่ ความส าเร็จเช่นนี้ ดูเหมือนว่านับตั้งแต่ก่อตั้ง
นิกายเซียนซูซันมา ยังไม่เคยใครมีใครท าได้มาก่อน!”
หลังจากที่ เฉิน ซิงหยู๋ ประกาศผลลัพธ์สุดท้ายออก
มาแล้ว ในขณะนั้น จ้าว ซวนเซียน ก็ได้ฟื้นคืนสติ
ขึ้นมานิดหน่อย เมื่อได้ยินผลประกาศนี้ ตัวมันรู้สึก
ว่ายากที่จะยอมรับได้ ทันใดนั้นเองจึงกระอัก
เลือดออกมาอีกกองใหญ่มันกัดฟันด้วยความ
เคียดแค้น ใบหน้าของ จ้าว เทียนเจี้ยน ซีดขาวลง
ด้านข้างซึ่งอยู่ไม่ไกลนักก าลังท าการรักษา
เหอ ไท่เหยา อยู่ ไม่คาดคิดว่าคู่บ าเพ็ญเพียรทั้งสอง
คนจะพลาดท่าพ่ายแพ้ให้กับ อู่ อวี้ ในคราเดียวเช่นนี้
กลายเป็นหินรองเท้าเสียเอง!จ้าว ซวนเซียน
ไม่ยินยอม มันไม่เข้าใจว่าท าไมตนเองถึงพ่ายแพ้!
มันจ าได้อย่างเลือนลางว่า ดูเหมือน อู่ อวี้ จะแสดง
ฝีมือที่คาดไม่ถึงออกมา!เมื่อมองไปยังทุกๆคนที่อยู่
รอบตัว ดูเหมือนว่าจะยอมรับในพรสวรรค์ชั้นยอด
ของ อู่ อวี้สามารถได้ยินค าพูดเหล่านั้นได้อย่าง
เลือนราง”คาดไม่ถึงว่า อู่ อวี้ ผู้นี้ จะสามารถมาถึง
จุดนี้ได้ แม้แต่ จ้าว ซวนเซียน ยังไม่ใช่คู่ต่อสู้ของ
เขา”“ตอนนั้นข้าไม่สามารถมองเห็นมันได้ชัดเจน
ตอนที่เขาเอาชนะ จ้าว ซวนเซียน จะต้องเป็นเคล็ด
วิชากระบี่ลักษณ์สังหารเทพอย่างแน่นอน มันเป็น
เคล็ดวิชาอันล้ าลึกวิชาหนึ่ง ข้าเห็นว่าในชั่วเวลาเสี้ยว
วิหนึ่ง จ้าว ซวนเซียน แทบจะไม่ได้ขยับเขยื้อน
ร่างกาย”“ท าไมถึงน่ากลัวเช่นนี้! นี่แสดงว่า อู่ อวี้ ไม่
เพียงแค่มีแต่พรสวรรค์ที่สูงส่ง อาจจะเป็นไปได้ว่า
เขาได้รับมรดกบางอย่างมา……..”“จะต้องกล่าวว่า
ถึงแม้ว่าคนผู้นี้จะมีข้อผิดพลาดในเรื่องของศีลธรรม
แต่ก็เป็นอัจฉริยะผู้น่าหวาดกลัว ถือเป็นเรื่องดี
ส าหรับนิกายเซียนซูซัน ข้อเสียเพียงอย่างเดียวของ
เขาก็คืออายุมากไปหน่อย การยกระดับขอบเขตก็ไม่
เร็วมากนัก แต่เพราะว่าเขามาจากดินแดนที่แสนจะ
ทุรกันดาน จึงสามารถเข้าใจได้”“กล่าวอีกอย่างก็คือ
จอมกระบี่ชิงเหอจะต้องรับเขาเข้ามาเป็นศิษย์ของ
ตนอย่างแน่นอน หลังจากนี้แน่นอนว่าเขาจะไม่ยอม
ให้ อู่ อวี้ ต้องเข้าไปอยู่ในคุกหมื่นกระบี่ทะลวงใจ
แน่นอน อู่ อวี้ ถือว่ามีค่ามากเมื่ออยู่ในนิกายเซียน
ซูซัน เขายังเป็นเพียงผู้เยาว์และใจร้อนซึ่งเป็นนิสัย
ของคนวัยหนุ่ม ยังไม่แน่ว่าจะสั่งสอนเขาได้!”เมื่อได้
ยินค ากล่าวเหล่านี้ ใบหน้าของมันยิ่งแดงก่ าขึ้น
เพราะว่าบาดแผลของมันค่อนข้างสาหัส และสั่น
สะท้านด้วยความโกรธ เมื่อไม่สามารถท าสิ่งใดได้อีก
มันจึงกลับหันไปค ารามใส่ จ้าว เทียนเจี้ยน แทนว่า”
เจ้าผีเฒ่า ไม่ใช่ว่าเจ้าน าค าสั่งลงทัณฑ์มาหรือ! ท าไม
ถึงไม่รีบพามันไปที่คุกหมื่นกระบี่ทะลวงใจอีก! เจ้ารอ
อะไรอยู่อีกห๊ะ?”เมื่อ จ้าว ซวนเซียน กล่าวเช่นนี้
ออกมา ก็มีหลายๆคนรวมถึง จ้าว เทียนเจี้ยน รู้สึก
ว่าถึงเวลาแล้วที่จะได้เห็นว่าท้ายที่สุด จอมกระบี่
ชิงเหอ จะตัดสินใจเช่นไรหาก จอมกระบี่ชิงเหอ
ยังไม่ช่วย อู่ อวี้ ได้ เขาจะต้องตายอย่างแน่นอน
จ้าว ซวนเซียน รู้สึกตกตะลึงอย่างคาดไม่ถึงว่า
จ้าว เทียนเจี้ยน จะมีอาการลนลาน ต่อหน้า
ธารก านัล สีหน้าของมันซีดลงและดูลังเลเป็นอย่างยิ่ง
อู่ อวี้ ยังคงรู้สึกกังวลกับค าสั่งลงโทษอยู่ ในช่วงหัว
เลี้ยวหัวต่อนั้นเอง จ้าว เทียนเจี้ยน ก็มิได้เข้ามา
จับกุมตัวเขาแต่อย่างใด ตัวมันยังคงมีความลังเลอยู่
ท าให้ยามนี้เขาเข้าใจว่ามันจะต้องมีบางสิ่งไม่ชอบมา
พากล!ทันใดนั้น มีแสงสีขาวส่องประกายอยู่ในที่ที่
ห่างไกล พริบตามันก็มาตกอยู่ในมือของ เฉิน ซิงหยู๋
มันเป็นยันต์แผ่นหนึ่ง ซึ่งมันเป็นยันต์สื่อสาร มูลค่า
ของแผ่นนี้จะต้องใช้ถึงสิบแต้มความส าเร็จถึงจะ
แลกเปลี่ยนมันได้ สามารถใช้ได้เพียงแค่ครั้งเดียว
คุณสมบัติของมันคือการส่งข้อความไปยังสถานที่ที่
ระบุไว้หลังจากที่ เฉิน ซิงหยู๋ ได้เห็นตัวอักษรที่วาดไว้
อยู่บนยันต์เรียบร้อยแล้ว ใบหน้าพลันแปรเปลี่ยน
เป็นเย็นชา จ้องมองราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ
จ้าว เทียนเจี้ยน ต่อมานางได้กล่าวออกไปอย่าง
โกรธเกรี้ยวว่า”จ้าว เทียนเจี้ยน เจ้าช่างกล้าหาญ!
กล้าที่จะกุเรื่องสร้างค าสั่งปลอมขึ้นมา! แอบอ้างโดย
ใช้ชื่อของเจ้าวิหารแห่งวิหารลงทัณฑ์ เจ้าจะต้องถูก
กักบริเวณเป็นเวลาครึ่งปี ไหนใครเป็นคนกล่าวว่าจะ
ให้ไปอยู่ในคุกหมื่นกระบี่ทะลวงใจ!”คาดไม่ถึงว่ามัน
จะกลับกลายเป็นเช่นนี้! ก่อนหน้านี้ อู่ อวี้ รู้สึกกังวล
ใจ เขาไม่เคยไปล่วงเกินวิหารลงทัณฑ์มาก่อน แล้ว
ท าไมวิหารลงทัณฑ์ถึงยังฟังค ากล่าวของ
จ้าว เทียนเจี้ยน อีก? และแน่นอนว่า ภายในวิหาร
ลงทัณฑ์ จ้าว เทียนเจี้ยน มิใช่เจ้าวิหารลงทัณฑ์จึงไม่
สามารถล่วงเกินคนของ เฉิน ซิงหยู๋ ได้จ้าว เทียน
เจี้ยน คุกเข่าลงไปกับพื้นแล้วกล่าวว่า”ข้าไม่รู้เรื่อง
ข้าไม่ได้กล่าวว่าจะต้องเข้าไปในคุกหมื่นกระบี่ทะลวง
ใจ เพียงกล่าวว่าลงโทษจะต้องถูกคุมขัง เพื่อเป็นการ
ตักเตือน ข้ามิได้กล่าวถึงคุกหมื่นกระบี่ทะลวงใจเลย
แม้เพียงครึ่งค า”เมื่อมันกล่าวออกมาเช่นนี้ อู่ อวี้
ก็จดจ าได้ว่า ตอนที่มันหยิบป้ายค าสั่งออกมา ไม่ได้
กล่าวถึงคุกหมื่นกระบี่ทะลวงใจ ประเด็นคือ ก่อน
หน้านี้มันตั้งใจที่จะเว้นค าว่าจะส่งเขาเข้าไปในคุก
หมื่นกระบี่ทะลวงใจนี้ออกไปการกักตัวกับจ าคุกหมื่น
กระบี่ทะลวงใจ นั้นแตกต่างกันราวฟ้ากับดิน!การกัก
ตัว นั้นเพียงแค่การกักบริเวณ เป็นการลงโทษที่เบา
ที่สุดส าหรับเหล่าสาวกทั้งหลาย ในระหว่างที่
โดนกักตัวก็ยังคงสามารถท าการฝึกฝนบ่มเพาะพลัง
ได้ เพียงแต่ไม่สามารถจะออกไปที่ไหนได้ ไม่สามารถ
ได้รับแต้มความส าเร็จได้ ไม่สามารถออกไป
แลกเปลี่ยนสมบัติได้ ในเวลาครึ่งปีนี้เพียงแค่
ขยันหมั่นเพียรตั้งใจบ่มเพาะไม่นานก็ผ่านพ้นไป
แล้วแต่คุกหมื่นกระบี่ทะลวงใจ เป็นสถานที่มีไว้
ส าหรับปีศาจและเหล่าสาวกที่ท าผิดร้ายแรง ซึ่งไม่
ต่างจากถูกส่งไปตกตายที่คุกหมื่นกระบี่ทะลวงใจเฉิน
ซิงหยู๋ หัวเราะเย้ยหยันแล้วกล่าวว่า”ถึงแม้ว่าเจ้าจะ
ไม่ได้กล่าวออกมา แต่ว่าเมื่อตอนที่เจ้าประกาศ
ความผิดของ อู่ อวี้ เจ้าได้ใส่อคติของตนเองเข้าไป
ด้วยเพื่อเติมเชื้อเพลิงเข้าไป กลับถูกเป็นผิด! วิหาร
ลงทัณฑ์ได้ท าการยืนยันแล้วว่า จาง ฝูถู ต้องการที่
จะยึดครองมรดกของ อู่ อวี้ วางแผนการอันชั่วช้า
พยายามจะบังคับ อู่ อวี้ เพื่อออกไปข้างนอกนิกาย
เซียนซูซัน ตอนนั้น อู่ อวี้ จนปัญญาจึงจ าต้องใช้ยันต์
กลืนวิญญาณเพื่อสังหารมันลงไปอย่างช่วยไม่ได้
ถึงแม้ว่าวิธีการเช่นนี้จะไม่เหมาะสมก็ตาม แต่ว่ามัน
เป็นเพียงแค่วิธีเดียวเท่านั้น และการลงโทษกักตัวเขา
เป็นเวลาครึ่งปี ก็เพื่อช่วยให้ลูกชายของเจ้าจะ
สามารถเอาชนะ อู่ อวี้ ได้ ไม่เพียงเท่านั้น ข่าวลือที่
แพร่กระจายออกไปยังได้สร้างความเสื่อมเสียให้กับ
วิหารลงทัณฑ์ ดังนั้นวิหารลงทัณฑ์จึงลงความเห็น
แล้วว่าจะปลดเจ้าออก และส่งเจ้าเข้าไปอยู่ใน คุก
กระบี่อัคคีเป็นเวลาสามปี เพื่อเป็นการเชือดไก่ให้ลิง
ดู! และมีผลบังคับใช้ทันที!”เมื่อ จ้าว เทียนเจี้ยน ได้
ยินแล้วใบหน้ามันเปลี่ยนเป็นซีดเผือด บางทีจวบ
ตั้งแต่แรกจนถึงเวลานี้มันเพิ่งจะรู้ตัวว่ามันมีความผิด
ขนาดไหน แต่บัดนี้มันก็สายไปเสียแล้ว การลงโทษ
ของวิหารลงทัณฑ์ได้มีผลบังคับใช้เรียบร้อยแล้ว มัน
จึงถูกคนของวิหารลงทัณฑ์ควบคุมตัวไว้ทันทีสิ่งนี้ท า
ให้ จ้าว ซวนเซียน ที่อยู่ด้านข้างได้ยินแล้วเกิดอาการ
ชักขึ้น ค ารามใส่ จ้าว เทียนเจี้ยน”สมองของเจ้า
ปัญญาอ่อนไปแล้วรึ! ข้าต้องการให้เจ้าช่วยรึ? ท าไม
ไม่ไปตายๆเสีย!”น้ าตาของ จ้าว เทียนเจี้ยน พรั่งพรู
ออกมา กล่าวว่า”ข้า…….ข้าเพียงแค่คิดจะกดดัน
จิตใจของเขา เพื่อให้เจ้าจะได้มีความมั่นใจระหว่าง
การต่อสู้ เพื่อให้ จอมกระบี่ชิงเหอ ยอมรับเจ้าเป็น
ลูกศิษย์…..”“บัดซบ! ไปตายที่คุกกระบี่อัคคีเสียเถอะ
และอย่ามาให้ข้าเห็นหน้าเจ้าอีก!” จ้าว ซวนเซียน
ตกอยู่ในสภาพครึ่งเป็นครึ่งตาย เมื่อกล่าวมาถึงตรงนี้
เลือดลมของมันพลันย้อนกลับจนได้รับผลกระทบ
และสลบลงไปในทันที ส าหรับมันแล้ว อาจจะถือเป็น
เรื่องดีที่ได้สลบไปในตอนนี้ฉากนี้ราวกับเป็นเพียงแค่
เรื่องตลก เรียกได้ว่าสิ่งที่ได้เห็นราวกับราวกับเป็น
ละคร ซึ่งท้ายที่สุดจึงเพิ่งจะรู้เรื่องราวที่แท้จริงว่าเกิด
อะไรขึ้นความน่าเชื่อถือของวิหารลงทัณฑ์ที่อยู่ในเขต
แดนกระบี่สามัญถือว่ามีไม่น้อย ก่อนหน้านี้ผู้คนจะ
ถือว่า จ้าว เทียนเจี้ยน เปรียบเหมือนกับเป็นตัวแทน
ของวิหารลงทัณฑ์ แต่ตอนนี้ จ้าว เทียนเจี้ยน กลับ
โดนวิหารลงทัณฑ์ท าการลงทัณฑ์ตัวมันเองแทน
แม้แต่ตัวของมันเองก็ออกมายอมรับว่า มันได้ปั้น
เรื่องความผิดขึ้นมาเอง พยายามจะท าให้ อู่ อวี้ ไม่มี
กระจิตกระใจในการต่อสู้ เพื่อให้ลูกชายของมันได้รับ
ชัยชนะ แต่ด้วยค ากล่าวเช่นนี้ท าให้ความจริงเรื่อง
ของ จาง ฝูถู และ อู่ อวี้ ได้กระจ่างกระจ่างออก
มาแล้วส าหรับตัวของ อู่ อวี้ ก็นับว่าได้รับการพิสูจน์
ตนเองแล้ว”ข้านี่มันช่างโง่เง่าจริงๆ!” จ้าว เทียน
เจี้ยน ล้มลงไปกองกับพื้น พร้อมกอดลูกชายของมัน
แล้วเงยหน้าร่ าไห้อย่างไรก็ตามไม่มีใครรู้สึกเห็นใจมัน
แม้แต่คนเดียวความจริงแล้ว ถ้าหากมองในมุม
กลับกัน เกิดว่า จ้าว ซวนเซียน เป็นฝ่ายบดขยี้ อู่ อวี้
แทน แล้วท าให้ จอมกระบี่ชิงเหอ หันมามองที่ตัว
ของ จ้าว เทียนเจี้ยน พฤติกรรมที่แย่ๆก่อนหน้านี้
ของมันจะไม่ถูกขุดให้แดงขึ้นมาเช่นนี้ ตั้งแต่โบราณ
มาแล้วผู้ชนะย่อมได้เขียนประวัติศาสตร์ คาดว่า
จากนั้นจะไม่มีใครจะมาระรานมันได้อีกต่อไป แต่
สุดท้าย จ้าว ซวนเซียน กลับคือฝ่ายที่แพ้ ท าให้มัน
กลายเป็นเพียงแค่หินรองเท้าของ อู่ อวี้ เพียงเท่านั้น
สามปีที่ถูกจองจ าอยู่ในคุกกระบี่อัคคีถือว่าเป็นเพียง
แค่เรื่องเล็ก มันไม่ได้มีอะไรมากกว่าการทนทุกข์
ทรมาน แต่ชื่อเสียงของมันที่ถูกท าลายลงไปหลังจาก
นี้มันก็คงจะไม่มีหน้าไปพบผู้ใดอีกและยิ่งเกี่ยวพันกับ
ลูกชายของมันเอง มันยิ่งท าให้สถานการณ์เลวร้ายลง
ไปใหญ่ในเวลานั้น จ้าว เทียนเจี้ยน ได้ถูกคนของ
วิหารลงทัณฑ์กุมตัวไป คนของวิหารลงทัณฑ์ยังคง
น าตัว อู่ อวี้ ไปด้วย แต่อย่างไรก็ตาม ทุกคนก าลังรอ
คอยการตัดสินใจของ จอมกระบี่ชิงเหอ ความเป็น
จริง ถ้าหาก จอมกระบี่ชิงเหอ ออกหน้าแทน อู่ อวี้
ก็ไม่จ าเป็นในการกักคุมตัวเขาเป็นเวลาครึ่งปี”ความ
เป็นจริงมันเป็นเช่นนี้นี่เอง จ้าว เทียนเจี้ยน นั่นช่างโง่
เขลาเบาปัญญา ที่ปลุกระดมว่าร้ายผู้อื่น”“ที่ส าคัญก็
คือ อู่ อวี้ ถึงแม้จะรู้ว่าตนเองจะต้องถูกโจมตีจาก
ทุกทิศทุกทาง อย่างไรก็ตามเขาไม่ได้ท าการโต้เถียง
กลับไป แต่ใช้การกระท าของตนเองแทนค าพูด มัน
หาได้ยากยิ่งนักที่ยังเป็นเพียงเด็กหนุ่มแต่กลับ
สามารถสงบได้ถึงเพียงนี้ ไร้ซึ่งความเย่อหยิ่งทระนง
ตน อีกทั้งยังมั่นคงแน่วแน่ในวิถีเต๋าของตนเอง”
“เมื่อกล่าวไปแล้ว ความเป็นจริง อู่ อวี้ ย่อมดีกว่า
จ้าว ซวนเซียน หลายเท่าตัวนัก จอมกระบี่ชิงเหอ
จะต้องยอมรับ อู่ อวี้ ผู้นี้เข้าเป็นศิษย์อย่างแน่นอน
และยามนั้น อู่ อวี้ ก็จะเปรียบเหมือนกับการก้าว
ครั้งเดียวไต่ขึ้นสู่สวรรค์”“จากนี้เป็นต้นไปเทือกเขา
ซูซัน จะต้องปล่อยให้เขาเดินขึ้นไปแน่นอน”ฟ้าหลัง
ฝนย่อมดีเสมอ เฉิน ซิงหยู๋ ไม่ได้รู้สึกร้อนรนใจอีก
ต่อไป นางเดินมาอยู่เบื้องหน้าของ อู่ อวี้ พร้อม
หัวเราะออกมาราวกับเป็นดอกท้อที่เบ่งบาน และ
กล่าวออกมาอย่างมีความสุขว่า”ขอแสดงความยินดี
กับเจ้าด้วย แต่ว่า เคล็ดวิชาของเจ้าที่แสดงออกมาใน
วันนี้ ยังมีอยู่สองจุดที่ข้ารู้สึกไม่เข้าใจ น้องชายคนดี
ของข้า เจ้าต้องถือโอกาสนี้ เปิดเผยความลับของ
พรสวรรค์ของเจ้าออกมาเสียหน่อยดีหรือไม่?”
เฉิน ซิงหยู๋ ความจริงเป็นผู้มอบโอกาสให้กับ อู่ อวี้
ยามนี้ อู่ อวี้ มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่ว มีหลายคน
อยากจะรู้เกี่ยวกับมรดกที่เขาได้รับมา จนท าให้พวก
เขาเหล่านั้นคิดอยากจะสืบค้นภูมิหลังของเขาอย่าง
ละเอียด ซึ่งนี่จะกลายเป็นสิ่งที่น่าร าคาญเป็นอย่างยิ่ง
และคงคิดว่ามันจะดีกว่าหากเขากล่าวมันออกมา
ตรงๆหลังจากที่กล่าวออกไปแล้ว ซูซันอาจจะ
ปกป้องเขาแทนเสียด้วยซ้ าใครจะรู้ อย่างน้อย
ภายภาคหน้า ในนิกายเซียนซูซัน ย่อมไม่มีใครกล้าที่
จะสัมผัสตัวของเขาอย่างแน่นอนในตอนนี้ อู่ อวี้
สูดลมหายใจเข้าไปลึก หันหน้าไปทางฝูงชนแล้ว
กล่าวว่า”ศิษย์พี่ศิษย์น้องทุกท่าน ผู้อาวุโสทุกท่าน
ความจริงแล้วข้า อู่ อวี้ ได้รับมรดกชิ้นหนึ่ง มาจาก
ดินแดนตะวันออกก”
…………………………………….…………….
♡(⺣◡⺣)♡* เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ