กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 281 สองทางเลือก
หลังจากพูดคุยกันมามากพอสมควร ทำให้ เจียง จู
เยว่ พบเรื่องของ อู่ อวี้ เพิ่มขึ้นมาอีกเล็กน้อย มัน
คิดว่า อู่ อวี้ มีพื้นฐานฝึกตนอยู่เพียงระดับ สร้าง
แกนนภา ขั้นที่ 3 เพียงเท่านั้น ไม่มีทางที่ อู่ อวี้ จะ
มีชีวิตรอดอยู่ในอาณาเขตล่าที่ 1 แห่งนี้ได้ โดยไม่
ต้องพูดถึงการเก็บรวบรวม ตรายกเลิกพันธะทาส
ให้ครบ 50 ชิ้น
มันยังกล่าวเสริมขึ้นอีกว่า” แน่นอนถึงเจ้าจะยังไม่
มี ตรายกเลิกพันธะทาส แต่ถ้าความแข็งแกร่งของ
เจ้าเพิ่มพูนขึ้น จนอยู่ในระดับพื้นที่ล่าด่านที่ 2 เจ้า
ก็จะถูกบังคับให้ส่งตัวไปยังพื้นที่ล่าด่านที่ 2”
อาณาเขตล่าแห่งเกียรติยศ มีไว้เพื่อเป็นเหยื่อให้
พวกมันล่าหาประสบการณ์ หากเหยื่อคนใดมี
ความแข็งแกร่งเหนือในด่านนั้น คนผู้นั้นก็จะถูกส่ง
ตัวไปยังด่านที่สูงขึ้น เพื่อเหมาะสมกับระดับฝีมือ
ของเหยื่อ เหตุผลที่พวกมันปีศาจจัดระดับด่านให้
สูงขึ้นตามระดับฝีมือของเหยื่อ นั่นก็เพราะว่าเป็น
เหมือนมาตรการปั้องกัน เอาไว้คอยยับยั้งความ
รุดหน้าในฝีมือของเหยื่อ อีกทั้งยังปั้องกันไม่ให้
เหยื่อได้เก็บสะสม ตรายกเลิกพันธะทาส มากเกิน
ควร
ด้วยวิธีนี้ ทำให้มันมั่นใจได้ว่า อู่ อวี้ มีโอกาสที่จะ
ถูกฆ่าภายใน ‘ อาณาเขตล่าแห่งเกียรติยศ ‘ ทั้งยัง
ไม่มีมนุษย์คนใดสามารถมีชีวิตรอดออกไปได้ ใน
ความเป็นจริงแล้วนับตั้งแต่อดีตที่ผ่านมา ผู้ที่ถูกส่ง
ตัวเข้ามาใน ‘ อาณาเขตล่าแห่งเกียรติยศ ‘ แล้ว
สามารถมีชีวิตรอดออกไปได้ มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้น
“ จิ่วอิง คงต้องพยายามหนักแล้วล่ะ ต้องการที่จะ
ให้สหายออกไปจากที่นี่ไม่ใช่หรือ แต่เจ้าไม่กล้าลง
มือสังหารเหยื่อของพวกเราเผ่าปีศาจเช่นนี้ ข้าเอง
ก็หวังว่าเจ้าจะได้เข้าสู่อาณาเขตของด่านที่ 2 ใน
เร็ววัน หากเจ้ากับสหายสามารถผ่านด่านไป
ด้วยกันได้ เจ้าก็สามารถปกปั้องเขาได้ นี่จะไม่ทำ
ให้เจ้ารู้สึกสบายใจขึ้นอย่างนั้นหรือ?” เจียง จูเยว่
ยิ้ม
นับว่าเป็นความคิดที่ยอดเยี่ยมอย่างยิ่ง แผนของ
มันคือตั้งใจจะพูดคุยกับผู้คุมกฎคนอื่นๆ ในอาณา
เขตที่ล่า บีบบังคับให้ จิ่วอิง ให้สังหารเหยื่อ
บรู้วววววว∼ ∼!
“ ข้าขออำลาล่ะ” หลังจากกล่าวอำลา เจียง จูเยว่
กับเหล่าสมุนปีศาจสุนัข แหงนหน้าขึ้นบนท้องฟั้า
พร้อมกับส่งเสียงเห่าหอนกันอย่างโหยหวน กลาย
ร่างเป็นปีศาจตัวดำทะมึน พุ่งทะยานออกไป
พร้อมกับเสียงหวีดหวิวที่ถูกทิ้งไว้เบื้องหลัง
เพียงชั่วพริบตา พวกมันก็หายลับไป ทิ้ง อู่ อวี้ กับ
จิ่วอิง ไว้เบื้องหลัง ปล่อยให้พวกเขาทั้งสองมอง
หน้ากันและกันอยู่ตรงนั้น
อู่ อวี้ มองเขาอย่างไร้หนทาง แล้วกล่าวขึ้นว่า”
พวกนั้นกำลังใช้ข้า บีบบังคับให้เจ้าต้องสังหาร
ผู้คนเพื่อออกจาก ‘ อาณาเขตล่าแห่งเกียรติยศ ‘
ให้เร็วที่สุด”
“ ในตอนแรกข้าไม่ได้คิดถึงเรื่องนี้เลยแม้แต่น้อย”
พอคิดแล้ว จิ่วอิง ก็รู้สึกเสียใจอยู่บ้าง เมื่อ
สถานการณ์เป็นเช่นนี้เขาก็ไม่สามารถคิดหา
หนทางอื่นที่ดีกว่าได้
อู่ อวี้ กล่าวขึ้นว่า” แท้จริงแล้วข้าเองนั้นเข้าใจดี
เมื่อข้าถูกจับมาไปไว้ใน ‘ อาณาเขตล่าแห่ง
เกียรติยศ ‘ หากไม่มีผู้ใดเป็นที่พักพิง โอกาสออก
จาก ห้วงสมุทรเมฆาลวงตา ดูเหมือนจะริบหรี่
อย่างยิ่ง เท่ากับว่าเวลานี้ข้ามีอยู่เพียงแค่สอง
ทางเลือกเท่านั้น”
จิ่วอิง รีบถามขึ้น” สองทางเลือก?” ในความเป็น
จริงเขารู้สึกกระอักกระอ่วนใจยิ่งนัก มันเป็นเพราะ
เขาแท้ ๆ อู่ อวี้ ถึงต้องถูกจับมาอยู่ที่นี่
อู่ อวี้ กล่าวขึ้นว่า” หนทางแรกก็คือ เจ้าจะต้อง
ผ่าน ‘ อาณาเขตล่าแห่งเกียรติยศ ‘ นี้ไปให้ได้
จากนั้นก็พาข้าออกไปด้วยตัวของเจ้าเอง ข้าเห็น
แล้วว่า ตราบใดที่ตัวเจ้าเต็มใจแลยินดีที่จะผ่าน
การทดสอบ ข้าคิดว่ายังมีอีกหลายคนพร้อมยอม
ยินดีรับฟังคำสั่งของเจ้า ส่วนเหตุผลที่ยามนี้พวก
มันไม่อาจทำใจยอมรับได้นั่นก็เพราะว่า ผู้มีศักดิ์
ฐานะเป็นถึงบุตรของจักรพรรดิอิง แต่กลับไม่กล้า
สังหารแม้แต่ ‘เหยื่อ’ ด้วยเหตุนี้จึงจงใจตำหนิเจ้า”
จิ่วอิง รู้สึกทุกข์ใจอย่างยิ่งแล้วรีบกลับขึ้นว่า” แล้ว
เจ้าคิดว่าข้าควรทำเช่นนี้ ?”
อู่ อวี้ ส่ายศีรษะแล้วกล่าวว่า” ไม่ ข้าคิดว่าเจ้าคง
รู้สึกว่านี่ไม่ใช่วิถีทางที่ถูกต้อง ผู้ฝึกฝนบ่มเพาะไม่
ว่าจะเป็นมนุษย์ หรือ ปีศาจ ต่างก็เหมือนกัน นั่น
คือความมุ่งมั่นยึดถือจิตใจของตนเอง จาก
ความเห็นของข้า เจ้าจะไม่สังหารผู้คนบริสุทธิ์ ที่ไม่
มีความรู้สึกเกลียดชังหรือเป็นศัตรูกันจริงๆ ในแง่นี้
ข้าเห็นด้วยจากใจจริง คุณธรรมที่เจ้ายึดมั่นนั้น
ถูกต้อง ดังนั้นเกี่ยวกับเรื่องนี้ข้าขอสนับสนุนให้เจ้า
ยึดมั่นมันไว้ แต่สุดท้ายแล้วทั้งหมดทั้งมวลก็ขึ้นอยู่
กับการตัดสินใจของเจ้า”
คำกล่าวของ อู่ อวี้ ทำให้ จิ่วอิง ตาสว่างขึ้นทันที
เขามอง อู่ อวี้ ด้วยสายตาขอบคุณอย่างสุดซึ้ง
ภายในห้วงสมุทรอันกว้างใหญ่ไร้สิ้นสุดนี้ ไม่ว่าจะ
เป็นมนุษย์ หรือ ปีศาจ กล่าวได้ว่า อู่ อวี้ เป็นผู้
เดียวที่เข้าใจเขาอย่างแท้จริง ท่ามกลางเหล่า
ปีศาจทั้งหมด รวมถึงบิดาของเขาด้วย ไม่สามารถ
อดทนต่อแนวทางที่เขายึดมั่นได้
โดยเฉพาะจักรพรรดิอิง มีข่าวลือหนาหูว่าเขาคือ
ปีศาจที่ร้ายกาจมหันต์
“ ใช่แล้ว หนทางที่สองล่ะ?” จิ่วอิง รีบถามขึ้น
ทันที
อู่ อวี้ กล่าวขึ้นว่า” หนทางนี้ขึ้นอยู่กับตัวข้าเอง
นั่นก็คือเก็บสะสม ตรายกเลิกพันธะทาส ให้ครบ
50 ชิ้น จากนั้นก็ไปหา เจียง จูเยว่ เพื่อดูว่ามันจะ
ทำตามข้อตกลงยอมให้ข้าแลกเปลี่ยนแล้วพาออก
จาก ห้วงสมุทรเมฆาลวงตา ได้หรือไม่ ความจริง
แล้ว ข้าสามารถเก็บรวบรวม ตรายกเลิกพันธะ
ทาส ได้ครบ 50 ชิ้น เนื่องจากความแข็งแกร่งของ
ข้าไม่ได้อ่อนด้อยกว่ามันแม้แต่น้อย แต่ว่าที่นี่ก็ยัง
เป็น ห้วงสมุทรเมฆาลวงตา ข้าไม่ต้องการปีศาจ
อ่อนแอเป็นผู้นำทางออกไป อีกทั้งมันยังเป็นผู้คุม
กฎในอาณาเขตล่าแห่งเกียรติยศ ด้วยสถานะนี้ มี
ความเป็นไปได้สูงมากที่มันจะพาข้าออกไปได้”
อู่ อวี้ คาดเดาทางเลือกที่สองของเขา
จิ่วอิง ส่ายศีรษะแล้วกล่าวขึ้นว่า” ตรายกเลิก
พันธะทาส ถึง 50 ชิ้น มันยากเกินไป นอกจาก ‘
อาณาเขตล่าแห่งเกียรติยศ ‘ มนุษย์ผู้ฝึกตนเป็น
เพียงแค่เหยื่อ ให้ปีศาจไล่ล่าหาประสบการณ์ ไม่มี
ผู้ฝึกตนคนใดทำได้สำเร็จมานานแล้ว ยิ่งถ้าเจ้า
แสดงความแข็งแกร่งมากเท่าใด พวกเขาก็จะส่ง
เจ้าไปยังด่านที่สูงขึ้นในทันที ถึงแม้ข้าจะรู้สึกว่า
เจ้าแข็งแกร่งกว่ามาก แต่การออกจากอาณาเขต
ล่านี้ก็จำเป็นต้องใช้เวลาหลายปี ซึ่งนี้จะทำให้การ
ฝึกตนของเจ้าต้องล่าช้าไปมาก …”
อันที่จริงแล้วการอยู่ภายใน ‘ อาณาเขตล่าแห่ง
เกียรติยศ ‘ แค่เพียงไม่กี่ปี ก็ทำให้เขารู้สึกสิ้นหวัง
อับจนหนทางอย่างแท้จริงแล้ว
แต่ด้วยศักดิ์ฐานะของ จิ่วอิง หากมันมุ่งมั่นบากบั่น
คงผ่าน ‘ อาณาเขตล่าแห่งเกียรติยศ ‘ โดยใช้เวลา
แค่เพียงไม่กี่ปี
เมื่อพูดถึงเรื่องนี้ อู่ อวี้ กล่าวขึ้นว่า” อย่าคิดมาก
เกี่ยวกับเรื่องนี้เลย ไหน ๆ พวกเราทั้งสองก็มาอยู่
ที่นี่กันแล้ว ไม่มีหนทางไหนอื่นดีกว่า ด้วย
สถานการณ์ปัจจุบันเราคงจะทำได้เพียงแค่นี้ บางที
หนทางข้างหน้า อาจจะทำให้เราได้พบเจอหนทาง
อื่นบ้างก็เป็นได้ แท้จริงแล้วตัวข้าเองก็มีความ
ปรารถนาบางอย่างอยู่ ข้าอยากมีโอกาสต่อสู้ใน ‘
อาณาเขตล่าแห่งเกียรติยศ ‘ แล้วก็ได้ต่อสู้กับ
ปีศาจมากพรสวรรค์ นอกจากนี้บนร่างของข้าก็ไม่
มีตรายกเลิกพันธะทาส อย่างน้อยก็ไม่น่าถึงตาย
ส่วนเรื่องจะต้องใช้เวลามากน้อยเท่าใดก็ขึ้นอยู่กับ
โชคของแต่ละคน จิ่วอิง นับตั้งแต่วันนี้ ข้าพร้อมที่
จะผ่าน ‘ อาณาเขตล่าแห่งเกียรติยศ ‘ นี้ไปให้ได้”
จิ่วอิง ไม่ได้คาดหวัง เหตุการณ์ที่ประสบทำให้เกิด
ความเปลี่ยนแปลงโชคร้ายดังกล่าว แต่เขากลับ
ปรับตัวตั้งรับกับสถานการณ์ให้ได้อย่างรวดเร็ว
แถมยังวางแผนของตนเองอย่างรัดกุม
แท้จริงแล้ว อู่ อวี้ ตระหนักดีว่า อุบัติเหตุที่เกิดขึ้น
ในครั้งนี้ มีทั้งผลดี และ ผลเสีย นั่นคือเขาได้มี
โอกาสต่อสู้กับปีศาจในอาณาเขตล่าแห่งเกียรติยศ
แม้กระทั่งโอกาสได้ต่อสู้ผ่านความเป็นความตาย
ช่วยลับคมความสามารถแลจิตใจของเขาให้
แข็งแกร่งยิ่งขึ้น ซึ่งภายในซูซันหาได้มีโอกาสดี ๆ
เช่นนี้ไม่ ส่วนผลเสียก็คือ ที่นี่ไม่มีทรัพยากรการฝึก
ตนเช่นเดียวกับซูซัน เนื่องจากภายใน อาณาเขต
ล่าแห่งเกียรติยศ นี้ เกรงว่าเป็นเรื่องยากเย็นแสน
เข็ญอย่างยิ่ง ที่เขาจะได้รับแต้มความสำเร็จ หรือ
ยกระดับศาสตราเต๋าเชื่อมจิตได้อีกครั้ง
ถือเป็นอีกหนึ่งเหตุผลสำคัญอย่างยิ่ง
“ เกรงว่าเรื่องของ เฮยซาน กุ่ยอี้ จะสร้างความ
สับสนให้กับเหล่าศิษย์พี่ศิษย์น้องหญิงชาย
ทั้งหลายในนิกายเซียนซูซัน ไม่ทราบว่าหากวัน
หนึ่งตนเองย้อนกลับไป พวกเขาเหล่านั้นจะคิด
อย่างไรกับข้า…”
“ ส่วน เหว่ยเอ๋อ เกรงว่าเมื่อนางออกมาจาก ถ้ำ
กำเนิดใหม่แห่งซูซัน แล้วรู้ว่าข้านั้นหายไป เรื่องนี้
คงทำให้นางหวั่นวิตกอย่างยิ่ง!”
อู่ อวี้ เตรียมพร้อมจะใช้ยันต์สื่อสารติดต่อกับ เฉิน
ชิงหยู๋ เกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่นี่ ประการแรก
ยันต์สื่อสารไม่สามารถใช้ติดต่อได้ไกลขนาดนั้น
ประการที่สอง คือข้อจำกัดในอาณาเขตล่าแห่ง
เกียรติยศ อีกทั้งยังไม่สามารถบินหนีออกจาก
อาณาเขตล่าได้ มิเช่นนั้น จิ่วอิง คงหาคนอื่นเข้ามา
ช่วยเหลือเขาแล้ว
ในท้ายสุดแล้วเขาต้องเสียเวลาอยู่ที่นานเท่าใด ก็
ยังยากที่จะคาดเดาได้ ขณะนี้ราวกับว่าเขากำลัง
ถูกกักขังอยู่ เป็นความรู้สึกที่แย่เสียยิ่งกว่าการถูก
จองจำในพฤกษาดวงใจกระบี่เสียอีก ซึ่งมันทำให้
จิตใจของ อู่ อวี้ ต้องสั่นไหวอย่างรุนแรง
โชคยังดีที่เขามี จิ่วอิง เป็นสหาย
จิ่วอิง พยายามดิ้นรนต่อสู้อย่างไม่ยินยอม จากนั้น
ก็กล่าวขึ้นว่า” เช่นนั้น ข้าจะพยายามฝึกฝนอย่าง
เต็มที่ อย่างไรก็ตามข้าได้สังหาร เฮยซาน กุ่ยอี้ ไป
แล้ว ข้าไม่คิดจะสังหารผู้ใดอีกเป็นคนที่สอง”
อู่ อวี้ กล่าวขัดเขาว่า”ช่างหัวมันปะไร เฮยซาน
กุ่ยอี้ มันตัวชั่วร้ายบัดซบ แต่ถ้าเจ้าต้องการฝั่าออก
จากอาณาเขตล่า ข้าจะไม่แนะนำให้เจ้าสังหารผู้ใด
จงทำตามที่หัวใจของเจ้าปรารถนา ไม่จำเป็นต้อง
ฝั่าฝืนกฎของตนเองเพื่อข้า”
“อู่ อวี้ …”
จิ่วอิง มองเขาด้วยสายตาที่เต็มเปียมไปด้วยคำขอ
โทษ
“เส้นทางแห่งความสำเร็จ เต็มไปด้วยอุปสรรค
ขวากหนาม การเปลี่ยนแปลงโชคชะตา ไม่ใช่สิ่ง
กระทำได้ด้วยความมุ่งมั่นเพียงน้อยนิด แต่ข้าจะ
เปลี่ยนแปลงโชคชะตาของตนเองด้วยความมุ่งมั่น
และ ความเพียรอย่างหนัก ข้าคิดว่า ในอาณาเขต
ล่าแห่งเกียรติยศนี้ มันคือสมบัติอย่างแท้จริง เจ้า
คิดเช่นไร?”
ดั่งคำกล่าวที่ว่า ในเมื่อมาแล้วก็จงอยู่อย่างมี
ความสุข
จิ่วอิง ได้รับอิทธิพลจากความมุ่งมั่นของเขา ขอบ
ตาของมันแดงก่ำ ไม่ได้เอื้อนเอ่ยวาจาใดๆออกมา
ทำเพียงพยักหน้า แล้วกล่าวขึ้นว่า” ข้าเข้าใจสิ่งที่
เจ้าต้องการจะบอกแล้ว นับจากนี้ไปข้าจะแข่งขัน
กับเจ้า มาดูกันว่าใครจะแข็งแกร่งมากกว่ากัน!
แน่นอนว่า ข้าจะยังคงสังหารผู้คนแค่คนเดียว
เท่านั้น”
การที่เขาสามารถตัดสินใจเช่นนี้ได้ ก็ทำให้ อู่ อวี้
รู้สึกสบายใจอยู่ไม่น้อย
ถึงแม้เพิ่งจะได้พานพบ แลรู้จักกันเพียงช่วงสั้น ๆ
แต่จิตใจของ อู่ อวี้ ก็รู้สึกยอมรับเขาในฐานะปีศาจ
พี่น้องไปเสียแล้ว แน่นอนว่าการแข่งขันก็ถือเป็น
อีกเรื่องหนึ่ง แต่มิตรสหายที่จริงใจอย่างแท้จริงนั้น
ยากที่จะหาได้ เขาเชื่อว่า จิ่วอิง ก็คิดแบบนั้น
เช่นกัน
“ในด่านแรกนี้ เจ้าเตรียมตัวพร้อมแล้วหรือยัง?” จิ่
วอิง ถามขึ้น
“ปีศาจในอาณาเขตล่าแห่งเกียรติยศด่านแรกนี้
โดยทั่วไปแล้วไม่ใช่คู่ต่อสู้ของข้า อย่างไรก็ตาม ข้า
ก็ยังไม่รีบร้อนแย่งชิงตราปีศาจ อันดับแรก ข้า
ต้องการค้นหาสถานที่เงียบสงบ เพื่อปรับแต่งแกน
นภา ด้วยขอบเขตในปัจจุบันของข้า ยังถือว่า
ค่อนข้างอ่อนแออยู่” อู่ อวี้ กล่าวพร้อมกับครุ่นคิด
“โดยทั่วไปแล้ว เป็นเรื่องง่ายดายมากที่เผ่าพันธุ์
ปีศาจของเราจะค้นหา ตรายกเลิกพันธะทาสในตัว
ของผู้ฝึกตน แต่เจ้าไม่มีตราอยู่ในร่าง พวกนั้นคง
รู้สึกเกียจคร้านเกินไปที่จะมาสนใจเจ้า อย่างไรก็
ตามข้าก็ต้องเตรียมพร้อมปั้องกันผู้ฝึกตนที่จะเข้า
มาแย่งชิงตราปีศาจจากข้าเช่นเดียวกัน” จิ่วอิงยิ้ม
ดูเหมือนว่าผู้ฝึกตนที่ถูกจับตัวมายังที่แห่งนี้ จะมี
สภาพน่าสังเวชอย่างยิ่ง อีกทั้งยังยากที่จะหลบ
ซ่อนตัวได้
แล้วเหตุใดปีศาจในหุบเขาปีศาจ จะไม่รู้สึก
อเนจอนาถทุกข์ยากเช่นนี้กัน?
ในเวลานี้ อู่ อวี้ มีเม็ดยาสร้างแกนนภามากมาย
ซึ่งแกนนภาของเขาขณะนี้ก็กำลังหิวกระหายเป็น
อย่างยิ่ง หรือจะกล่าวให้ถูกมากกว่านั้น เขามีเม็ด
ยามากมายที่สามารถใช้ปรับแต่งแกนนภาได้
นอกจากนี้ เฮยซาน กุ่ยอี้ ยังมีสมบัติอยู่อีกมากมาย
ซึ่งตัวเขาก็ไม่มีเวลาตรวจสอบมันอย่างละเอียด
ยามนี้ เขา กับ จิ่วอิง ได้เดินไปยังพื้นที่รอบ ๆ ซึ่ง
ในระหว่างทางพวกเขาก็มีโอกาสได้พบเจอกับ
ปีศาจตนอื่นๆ อย่างไรก็ตามเมื่อพวกมันเห็น อู่ อวี้
อยู่กับ จิ่วอิง ทำให้ไม่มีพวกมันตนใดหาญกล้าก้าว
เดินมา
“แปลกจริง บนร่างของ ‘เหยื่อ’ ตัวนั้น ทำไมถึงไม่
มีตรายกเลิกพันธะทาส?”
“ หรือว่ามันถูก จิ่วอิง แย่งชิงไปแล้ว ไม่สิ… เรา
ต้องสังหารเหยื่อถึงจะได้รับ ตรายกเลิกพันธะทาส
แต่จิ่วอิงไม่ได้สังหารมัน”
“ ใช่แล้ว แปลกมากจริง ๆ”
“ช่างมันเถอะ อย่าไปวุ่นวายกับจิ่วอิงเลย ถึงแม้
มันจะอัธยาศัยดีเพียงใด แต่อย่างไรมันก็เป็นถึง
บุตรชายของจักรพรรดิอิง แม้อาจดูเหมือนว่า
จักรพรรดิอิงจะรู้สึกผิดหวังในตัวของบุตรชายผู้นี้
มาก แต่แท้จริงแล้วภายในจิตใจของท่านยังคงรัก
มันมากเช่นกัน เพราะไม่ว่าอย่างไรแล้ว จิ่วอิง ก็
คือบุตรชายของท่าน”
“ ด้วยอายุอานามของ จิ่วอิง แต่กลับมีระดับการ
ฝึกตนถึงขั้นนี้ได้ ถือเป็นบุคคลอันดับ 1 ใน
เผ่าพันธ์ปีศาจอย่างแท้จริง เพียงแค่มันมีลักษณะ
นิสัย แตกต่างไปจากจักรพรรดิอิงก็เท่านั้น…”
เมื่อเดินผ่านปีศาจพวกนั้น จิ่วอิง ก็อดยิ้มขึ้นมา
อย่างช่วยไม่ได้ พร้อมกับกล่าวขึ้นว่า” ตั้งแต่เกิด
มา ข้าก็ได้ยินคำพูดเช่นนี้มาตลอด เจ้าอย่าไปใส่ใจ
มันเลย”
“ ถึงจะเป็นเช่นนั้นเจ้าก็ยังไม่ยอมเปลี่ยนแปลง
ช่างดื้อรั้นเสียจริง ๆ” อู่ อวี้ รู้สึกชื่นชมเขา
เล็กน้อย เขาเป็นผู้มีจิตใจมุ่งมั่นเด็ดเดี่ยวเช่นนี้ หา
ได้ไม่มากนัก
“ ข้าก็ไม่รู้ว่า นี่เป็นสิ่งที่เรียกว่าลึกลงไปในกระดูก
จนไม่อาจเปลี่ยนแปลงได้หรือไม่ กระทั่งมีบางคน
กล่าวว่าข้าไม่ใช่บุตรของจักรพรรดิอิง” จิ่วอิง
กล่าวพร้อมกับโบกมือ
เมื่อพวกเขาเดินอยู่ร่วมกัน ก็ไม่มีปีศาจตนใด
หาญกล้าเข้ามาโจมตีแม้แต่น้อย ส่วนผู้ฝึกตน ไม่
ว่าจะเป็นผู้ฝึกตนในวิถีกระบี่ ผู้ฝึกตนนอกรีต หรือ
แม้กระทั่งผู้ฝึกตนทั่วไป อู่ อวี้ กลับยังไม่พบพาน
ผู้ใดแม้แต่คนเดียว
กล่าวกันว่าในอาณาเขตล่าแห่งเกียรติยศด่านที่ 1
นี้ มีเผ่าพันธุ์ปีศาจอยู่มากเกินไป จึงต้องคอยพา
เหยื่อเข้ามาเติมอยู่เรื่อย ๆ
เหยื่อที่สามารถอยู่รอดในอาณาเขตล่าได้ คือผู้ที่มี
ความสามารถในการเอาชีวิตรอดอย่างแท้จริง
เมื่อนึกถึงเหล่าพวกพ้อง ร่วมเผ่าพันธุ์ที่ถูกสังหาร
ตกตายลงไป หรือแม้กระทั่งผู้อาวุโสในซูซัน มันทำ
ให้ อู่ อวี้ รู้สึกอึดอัดในจิตใจเป็นอย่างมากเสียจริง
อย่างไรก็ตามดูเหมือนว่า เขาจะไม่มีอำนาจในการ
เปลี่ยนแปลงเรื่องนี้
เช่นเดียวกับปีศาจจิ้งจอกในหุบเหวปีศาจที่ อู่ อวี้
ไม่สามารถช่วยนางได้
หลังจากนั้นไม่นาน พวกเขาก็พบสถานที่มั่น ซึ่งอยู่
ห่างไกลออกไป มันเป็นหุบเหวลึกใต้ดิน ลึกลงไป
ด้านล่างนั้นมีถ้ำซ่อนเร้นอยู่
“ ข้าจะคอยเฝั้าระวังอยู่ด้านนอกให้ เจ้ามั่นใจได้
เลย” จิ่วอิง เปลี่ยนร่างกลับคืนสู่รูปแบบของปีศาจ
จากนั้นก็นั่งเฝั้าระวังอยู่ด้านนอกถ้ำ พร้อมกับอ้า
ปากทั้ง 9 ของมัน เริ่มต้นการดูดซับกลิ่นอายฟั้า
ดินแห่งสวรรค์ปฐพีนี้ ปรับแต่งยกระดับแกนปีศาจ
ของมัน
………………………………………………..
(´▽`).。o♡ เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ