กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 53 : ขั้นหลอมรวมลมปราณทั้งสิบ
ด้านบนก าแพงเมืองนครเย่วอู่ เป็นจุดอับที่ไม่มีใคร
สามารถมองเห็นได้ ก าลังมีชายผู้หนึ่งยืนอยู่ ชายผู้นี้
สวมเสื้อหนังขนสัตว์ แววตาเจิดจ้าสุกสกาวราวกับ
ดวงดารา แววตาคู่นั้นก าลังจับจ้องไปยัง อู่ อวี้ และ
ฮ่าวเทียน ซ่างเซียน ซึ่งอยู่ด้านในนครเย่วอู่
ด้านข้างของชายผู้นี้ มีเด็กผู้ชายร่างเล็กก าลังยืนยิ้ม
อยู่ด้วย ชายผู้นี้มีลักษณ์คล้ายคลึงกับ หยวนฮ่าว แต่
บุคลิกท่าทางค่อนข้างกลับละม้ายคล้ายคลึงสตรี ชาย
ผู้นี้ไม่ใช่ใครอื่นมันคือ หยวนเฉิน นั่นเอง
ส่วนบุรุษอีกคนสวมเสื้อหนังขนสัตว์ ท่าทางของมันดู
องอาจห้าวหาญราวกับนักรบนั้น แน่นอนว่ามันคือ
เจียง จุนหลิน
ในความเป็นจริง ทั้งสองได้ยืนดูอยู่ ณ ตรงนี้ตั้งแต่
แรกเริ่มแล้ว
เจียง จุนหลิน เผยรอยยิ้มออกมา จากนั้นก็เอ่ยถาม
ขึ้นด้วยความรู้สึกส่วนฉงนว่า “ ว่าตามจริง วิชา
แปลงกายของ เจ้าเสิ่น อู่เต้า มันช่างดูแปลก
ประหลาดอย่างยิ่ง อีกทั้งตั้งแต่ตอนจนจบ มันยังไม่ได้
ใช้พลังศักดิ์สิทธิ์ หรือ วิชาแห่งเต๋าใด ๆ ออกมาเลย
สักกระบวนท่า หากให้ข้าคาดเดา ระดับฝีมือของมัน
คงจะอยู่เพียงแค่ขั้น ทะลวงจิต เท่านั้น”
หยวนเฉิน กล่าวออกมาอย่างไม่อยากจะน่าเชื่อว่า “
อยู่เพียงแค่ขั้นทะลวงจิต แล้วไฉนมันจึงสามารถ
เอาชนะ โย่ว จีหลิง ที่อยู่ในขั้นหลอมรวมลมปราณ
ระดับ 2 ได้ ?”
เจียง จุนหลิน ตบไปยังบ่าของมันเบา ๆ จากนั้นก็ยิ้ม
แล้วกล่าวว่า “ หยวนเฉิน บนโลกใบนี้มันช่างกว้าง
ใหญ่ยิ่งนัก มีเคล็ดวิชาที่น่าเหลือเชื่อแปลกประหลาด
อยู่นับไม่ถ้วน ข้าจะบอกเจ้าให้ล่วงรู้ว่า ข้าได้ส่ง
นกพิราบสื่อสารเพื่อถามไถ่ไปทาง นิกายกระบี่สวรรค์
แล้ว ปรากฎว่าที่นิกายนั้นไม่มีคนที่ชื่อว่า เสิ่น อู่เต้า
อยู่เลย ดังนั้นจึงมีความเป็นไปได้ 2 อย่าง อย่างแรก
คือ มันไม่ใช่คนของ นิกายกระบี่สวรรค์ อย่างที่สอง
คือ เสิ่น อู่เต้า คือชื่อปลอม”
“ หากเป็นเช่นนั้น! เมื่อแรกพบข้าเองก็รู้สึกเช่นกัน
ว่าชายผู้นี้ จะต้องเป็นตัวปัญหาใหญ่หลวงแน่ ด้วย
เพราะเหตุนี้เราจ าต้องตรวจสอบมันให้กระจ่างเสีย
แล้ว ” หยวนเฉิน จ้องไปยัง เจียง จุนหลิน ด้วย
สายตาที่อ่อนโยน
เจียง จุนหลิน กล่าวต่อ “ก็ตามที่เจ้าว่า ข้าได้ส่งคนไป
ยัง นิกายกระบี่สวรรค์ เพื่อสืบสาวเรื่องราวของผู้
พิทักษ์ซึ่งถูกส่งมาในปีนี้แล้ว แต่ด้วยความบาดหมาง
ระหว่างพวกเรา และ นิกายกระบี่สวรรค์ คงต้องใช้
เวลากว่า 1 เดือน ถึงจะได้รับค าตอบกลับมา ”
“ ท าไมถึงนานเช่นนั้น เมื่อถึงเวลานั้น เกรงว่า ‘ผล
ก าเนิดชีวิต’ ก็น่าจะสุกงอมพอดี” จิตใจของ หยวน
เฉิน รู้สึกรุ่มร้อน นั่นเป็นเพราะว่า อู่ อวี้ แค่เพียงผู้
เดียวสามารถท าลายแผนของ ฮ่าวเทียน ผู้เป็นบิดา
ของมันต้องมาล้มเหลวไม่เป็นท่าเช่นนี้
“ ตกลง… ข้าจะให้พวกมันเร่งรีบให้มากกว่าเดิม
เพื่อจะได้รู้ที่มาของเจ้าเสิ่น อู่เต้า”
“ แล้วจากนั้นท่านจะท าเช่นไรต่อ?”
“ ข้าจะจับมันตอนให้กลายเป็นขันทีไปเลย เจ้าว่า
ความคิดดีหรือไม่? ”
………..
อู่ อวี้ กล่าวว่าจะพา อู่ หยู๋ ขึ้นไปยังเทือกเขาเซียน
แต่ที่จริงเขากลับพานางไปยังพระราชวัง อู่ หยู๋ แทน
นั่นเป็นเพราะว่าเทือกเขาเซียนสูงชันเกินไป พอตกดึก
อากาศก็จะหนาวเย็นจัด มันจึงไม่ใช่สถานที่เหมาะแก่
การให้ผู้คนพักอยู่อาศัยเท่าใดนัก แล้วด้วยเพราะ อู่
หยู๋ นั้นมีร่างกายบอบบาง ย่อมไม่สามารถทนทานต่อ
สภาพอากาศหนาวเย็นบนนั้นได้อย่างแน่นอน
ส่วน อู่ อวี้ จะต้องไปฝึกฝนอยู่บนห้องฝึก เพื่อบ่ม
เพาะพลัง แต่ว่าเวลานี้เขาสามารถลอยชายเดิน
ทอดน่องไปทั่วพระราชวัง อู่ หยู๋ ได้ โดยไม่ต้องหลบ
ซ่อนตัวอีกต่อไป
เมื่อเหล่าองครักษ์ และ เหล่าสาวใช้เห็นเขา พวกเขา
เหล่านั้นจะรีบคุกเข่าลงกับพื้น เพื่อก้มกราบด้วย
ความศรัทธาเลื่อมใสในทันที
หลังจากที่จัดการ โย่ว จีหลิง ได้แล้ว อู่ อวี้ ก็ได้ส่ง
ปักษาเมฆาสวรรค์กลับไปยัง นิกายกระบี่สวรรค์ เพื่อ
น าข้อความไปส่งให้ที่เทือกเขาสวรรค์ในทันที
หลังจากปักษาเมฆาสวรรค์กลับมา อู่ อวี้ ก็ได้รับ
จดหมายของ ซู หยานหลี่ ตอบกลับมาด้วยเช่นกัน ใน
สารนั้นมีเนื้อความว่า “ท่านอาจารย์ได้ทราบเรื่องแล้ว
เจ้าไม่ต้องห่วงกังวลใจไป ท่านอาจารย์จะจัดการให้
เอง ยามเมื่ออยู่ในนครเย่วอู่ ก็จงถนอมตัวด้วย”
แม้เป็นเพียงแค่ประโยคสั้น ๆ แต่ส าหรับ อู่ อวี้ แล้ว
มันกลับให้ความรู้สึกที่ปลอดภัยอย่างยิ่ง
ยังไงแล้ว เฟิง ซัวหยา ก็คือ เฟิง ซัวหยา ถึงแม้ อู่ อวี้
จะสังหารผู้สืบทอดแห่ง ปีศาจเจ็ดทะเลแดงไปแล้วก็
ตาม แต่ท่านกลับไม่ได้เห็นเรื่องนี้อยู่ในสายตาเลย
แม้แต่น้อย
ด้วยนิสัยของ เฟิง ซัวหยา นั้น เกรงว่าอาจจะ
สนับสนุน อู่ อวี้ เสียด้วยซ้ า เป็นเพราะ อู่ อวี้ ท าการ
สังหารผู้ฝึกวิถีแห่งมารไปนั่นเอง
กฎของนิกายกระบี่สวรรค์ได้กล่าวไว้อย่างชัดเจนว่า
“เมื่อใดก็ตาม หากพบเห็นปีศาจ นอกรีตไม่ว่าหน้า
ไหน จ าต้องสังหารให้สิ้นในทันที ”
เช่นนั้น อู่ อวี้ จึงโยนความกังวลเกี่ยวกับ ปีศาจเจ็ด
ทะเลแดงทิ้งไปจนหมดสิ้น ในตอนนี้จิตใจของ อู่ อวี้
ได้สงบลง และ มุ่งเน้นสมาธิไปยัง ‘พลองเทวะทะลวง
จิต’ เพียงอย่างเดียว เนื่องจากในขั้นนี้ก็คือรากฐาน
ส าคัญที่จะน าไปสู่ ขั้นหลอมรวมลมปราณ นั่นเอง
“ โย่ว หลิงจี ช่างสมกับที่เป็นศิษย์ผู้สืบทอดของ
ปีศาจเจ็ดทะเลแดงเสียจริง ๆ ”
ภายในถุงจักรวาลของนาง อู่ อวี้ ได้พบกับสิ่งของ
จ านวนมาก
ส่วนใหญ่นั้นจะเป็นสิ่งของ เพื่อเอาไว้ใช้ฝึกฝนตนใน
วิถีแห่งมารทั้งสิ้น แถมมีของจ านวนมากที่เป็นของน่า
กลัวจนเขาไม่อยากจะสัมผัส เช่น หัวแพะ ตับเสือ
กระทั่งมือที่ยังมีเลือดสด ๆ ไหลอยู่ของผู้ที่เสียชีวิตไป
แล้ว
สิ่งของจ าพวกนี้ได้ถูก อู่ อวี้ ทิ้งไปหมด จนทั้งถุง
จักรวาลเหลืออยู่เพียงไม่กี่อย่างเท่านั้น
“ เจ้าของพวกนี้สามารถเอาไว้ใช้รักษาได้ มัน
สามารถช่วยส่งเสริมการไหลเวียนของโลหิต และ ยัง
สามารถถอนพิษได้อีกด้วย ของเหล่านี้อาจจะสามารถ
ช่วยฟื้นฟูร่างกายที่อ่อนแอของท่านพี่ในยามนี้ได้”
อู่ อวี้ เชื่อว่า หากผสานของเหล่านี้กับพลังของเขา
แล้ว จะท าให้เปิดจุดชีพจรของอู่ หยู๋ เพื่อให้เลือดใน
ร่างกายของนางไหลเวียนได้ดีขึ้น จากนั้นร่างกายของ
นางก็จะหายได้อย่างรวดเร็ว กระทั่งมีชีวิตยืนยาวถึง
ร้อยปีก็ยังได้
ถ้ากล่าวถึงด้านการฝึกตนบ่มเพาะพลัง อู่ หยู๋ นางไม่
มีพรสวรรค์ในด้านนี้ จึงคงต้องข้ามเรื่องนี้ไปเสียก่อน
“ นอกจากของจิปาถะแล้ว ของสามสิ่งนี้ถือเป็น
ของส าคัญที่สุด”
ในเวลานี้เบื้องหน้าของ อู่ อวี้ ได้มีของ 3 อย่างวางอยู่
สิ่งแรกคือ ถุงจักรวาล พื้นที่ด้านในของมันมีขนาด
กว้างกว่าถุงจักรวาลที่ โม่ ซื่อซู ให้มากกว่านิดหน่อย
ดังนั้นถุงจักรวาลอันเก่า อู่ อวี้ จึงเตรียมเอาไว้ส่งต่อ
ให้แก่ ชิงเหมิง
สิ่งที่สองคือ ธวัชวิญญาณ มันคือศาสตราแห่งเต๋าที่
เต็มไปด้วยกลิ่นคาวเลือดคละคลุ้ง อู่ อวี้ จึงเตรียมน า
มันส่งกลับไปยัง นิกายกระบี่สวรรค์ เพื่อมอบให้แก่
เฟิง ซัวหยา
สิ่งที่สามคือ เม็ดยาหลอมรวมลมปราณ 9 เม็ด
ใช่แล้ว มันมีถึง 9 เม็ดด้วยกัน !
เมื่อรวมเข้ากับหนึ่งเม็ดที่เขาได้ถือครองอยู่ ฉะนั้น
ในตอนนี้ อู่ อวี้ จึงมี เม็ดยาหลอมรวมลมปราณ ไว้ใน
ครอบครองถึง 10 เม็ดด้วยกัน นี่ถือว่าเป็นจ านวน
มหาศาลถือได้ว่ามั่งคั่งเลยทีเดียว
เม็ดยาหลอมรวมลมปราณ มันคือโอสถวิเศษ!
ประโยชน์ของโอสถวิเศษนั้น แน่นอนส าหรับเหล่า
เทพเซียนแล้ว มันเปรียบดั่งขุมสมบัติที่มีค่ามหาศาล
มีเพียงแค่ ยอดฝีมือขั้นสร้างแกนนภา เท่านั้น ที่
สามารถกลั่นสกัดเม็ดยาหลอมรวมลมปราณนี้ขึ้นมา
ได้ ดังนั้นจึงท าให้มูลค่าของมันสูงล้ าอย่างยิ่ง
เมื่อเหล่าผู้ฝึกตนได้เข้าสู่ขั้นหลอมรวมลมปราณแล้ว
การซื้อขายแลกเปลี่ยนสิ่งของจะไม่ใช้ทองค าอีกต่อไป
ฉะนั้นทองค าที่อยู่ในอาณาจักรมนุษย์ จึงไม่มีผล
ส าหรับพวกเขาอีกต่อไปแล้ว
สิ่งที่พวกเขาจะท าการแลกเปลี่ยนนั้น จะเป็นของ
บางอย่างที่มีมูลค่า เช่นโลหะอย่าง ‘หัวใจทองค า’ ที่
น ามาสร้างเป็นพลองพิชิตมารของ อู่ อวี้ นั่นเอง
แน่นอนว่าสิ่งที่พบมากที่สุดในการซื้อขายแลกเปลี่ยน
นั้น ก็คือ เม็ดยาหลอมรวมลมปราณนี้นั่นเอง
ซึ่งสมบัติชิ้นอื่น ๆ อย่างเช่น ศาสตราแห่งเต๋า เคล็ด
วิชาเต๋า และ อื่น ๆ ก็สามารถน ามาซื้อขาย
แลกเปลี่ยน กับเม็ดยาหลอมรวมลมปราณได้
เช่นเดียวกัน
นี่คือกฎส าหรับโลกของผู้ฝึกตน ซึ่งเป็นที่นิยมใช้กัน
อย่างแพร่หลายมาหลายปี
เม็ดยาหลอมรวมลมปราณนี้ให้ประโยชน์อย่างใหญ่
หลวงแก่ ยอดฝีมือขั้นหลอมรวมลมปราณ เป็นอย่าง
ยิ่ง
ประการแรก ส าหรับผู้ที่ต้องการจะเข้าสู่ขั้นหลอมรวม
ลมปราณนั้น เรียกได้ว่ามันคือก้าวส าคัญยิ่ง ซึ่งเม็ดยา
หลอมรวมลมปราณนี้จะช่วยให้ผู้ใช้ มีโอกาสทะลวง
เข้าสู่ขั้นหลอมรวมลมปราณได้มากยิ่งขึ้น
ประการที่สอง เมื่อเข้าสู่ขั้นต้นของขั้นหลอมรวม
ลมปราณแล้ว เม็ดยาหลอมรวมลมปราณนี้เข้าไปจะ
ช่วยเพิ่มพลังศักดิ์สิทธิ์ให้แก่ผู้ใช้มัน เช่นนี้เอง ท าให้
ยอดฝีมือขั้นหลอมรวมลมปราณ จึงมีความต้องการที่
จะใช้เม็ดยาหลอมรวมลมปราณเป็นอย่างมาก
มันจึงถือได้ว่าเป็นทรัพยากรบ่มเพาะพลังของเหล่าผู้
ฝึกตนอย่างแท้จริง
แน่นอนว่าการจะใช้ เม็ดยาหลอมรวมลมปราณนั้น
จะต้องใช้อย่างค่อยๆเป็นค่อยๆไป หากพื้นฐานในการ
ฝึกฝนไม่ดี การกินเม็ดยาหลอมรวมลมปราณใน
ปริมาณมากเข้าไป ก็จะเป็นผลร้ายแทนที่จะเป็นผลดี
หากว่าเกิดความโลภมากขึ้นมาจนครอบง าจิตใจไป ก็
มีรังแต่จะตายเปล่าๆ
พื้นฐานส าหรับขั้นหลอมรวมลมปราณ เป็นสิ่งที่ส าคัญ
ต่อเส้นทางในอนาคต จักต้องค่อยเป็นค่อยไป ส่วน
เม็ดยาหลอมรวมลมปราณ เป็นเพียงตัวช่วยเท่านั้น
แต่กระนั้น เพียงเท่านี้ก็สามารถมองเห็นมูลค่าของ
เม็ดยาหลอมรวมลมปราณ ได้อย่างแจ่มแจ้งแล้ว
เม็ดยาหลอมรวมลมปราณ 10 เม็ด ! ส าหรับ อู่ อวี้ นี้
ถือเป็นสมบัติที่ส าคัญยิ่ง
“เดิมทีเพียงหนึ่ง มันอาจจะไม่สามารถช่วยให้ข้า
ทะลวงเลื่อนระดับขั้นเข้าสู่ขั้นหลอมรวมลมปราณได้
เต็มสิบส่วน แต่บัดนี้ข้ามีถึงสิบ มันจักต้องส าเร็จเป็น
แน่ !”
เขาไม่ปล่อยให้ตัวเองร่ ารวยต่อไปแต่อย่างใด เพียงแต่
หากร่างกายของเขาสามารถรองรับพลังได้ทั้งหมด อู่
อวี้ ก็จะไม่ลังเลเลยที่จะกลืนมันไปทั้ง 10 เม็ด เพราะ
ยังไงแล้วมันก็เป็นลาภลอยที่เขาได้มา
“ข้าได้ฝึกฝนกายาเพชรอมตะมา ฉะนั้นร่างกาย
ของข้าจะต้องแข็งแกร่งกว่าผู้อื่น สมควรที่จะรองรับ
พลังของ เม็ดยาหลอมรวมลมปราณได้มากขึ้น”
“การที่ซือตู๋ หมิงหลาง สามารถเข้าสู่ขั้นหลอมรวม
ลมปราณได้เร็วปานนั้น เห็นได้ชัดว่า หลาน ฮั่วหยุน
คงจะสนับสนุนด้วยการมอบเม็ดยาหลอมรวม
ลมปราณ ให้แก่มันเป็นจ านวนมากอย่างแน่นอน”
“ ในที่สุดวันนี้ข้าก็ได้มาถึงขั้น ‘พลองเทวะทะลวง
จิต’ ที่อยู่ในชั้นฟูาระดับสูงสุด เอาล่ะ ข้าจะลองโคจร
พลังเพื่อทะลวงฝุาเข้าสู่ ขั้นหลอมรวมลมปราณดู”
อู่ อวี้ ได้นั่งอยู่เงียบ ๆ ภายในห้องฝึกฝนบ่มเพาะ เพื่อ
ไม่ให้ อู่ หยู๋ ได้เข้ามาท าการรบกวนตนเอง
ขั้นหลอมรวมลมปราณ เป็นจุดเริ่มต้นของวิถีแห่ง
เต๋า!!
ในนิกายกระบี่สวรรค์ มีเพียงยอดฝีมือขั้นหลอมรวม
ลมปราณเท่านั้น ที่จะได้กลายเป็นศิษย์หลัก
ส าหรับขั้นหลอมรวมลมปราณนี้ มันมีความหมาย
ส าหรับ อู่ อวี้ เป็นอย่างยิ่ง!
เมื่อหลังจากที่เข้าสู่ขั้นหลอมรวมลมปราณแล้ว ตัวเขา
ก็จะมีพลังศักดิ์สิทธิ์ ผนวกรวมกับพลังช้างสารของตน
การจะบดขยี้ฮ่าวเทียน ซ่างเซียน ก็คงจะไม่ใช่เรื่อง
ยากอีกต่อไป
เมื่อวันนั้นมาถึง จะเป็นวันที่ทั้งพระราชวังจะต้องนอง
เลือด!!
“ขั้นหลอมรวมลมปราณ”
“ ที่ถูกเรียกว่าหลอมรวมลมปราณนั้น มันเป็น
เพราะว่า ในขั้นนี้คือการดูดซับพลังงานจากสวรรค์
และ ปฐพี เพื่อให้จุดทวารวิญญาณทั้งสิบในร่างกาย
ได้เปิด ‘บัญญัติก่อก าเนิด’ ที่เป็นแหล่งพลังงานของ
พลังศักดิ์สิทธิ์ ”
“และจุดทวารวิญญาณทั้งสิบ นี้ คือจุดชีพจรทั้งสิบ
ที่ส าคัญในร่างกาย”
“ จะต้องทะลวงจุดทวารวิญญาณทั้งสิบได้เท่านั้น
ถึงจะสามารถเปิด ‘บัญญัติก่อก าเนิด’ได้ และ เมื่อมัน
ได้ถูกเปิดขึ้น ก็จะเสร็จสิ้นการทะลวงเลื่อนระดับขั้น
เข้าสู่หลอมรวมลมปราณในทันที เมื่อถึงเวลานั้น ข้าก็
จะมีคุณสมบัติที่จะทะลวงฝุาเข้าสู่ขั้นสร้างแกนนภา
ซึ่งอยู่ในระดับขั้นเช่นเดียวกับท่านอาจารย์ ”
แต่ระดับนั้น ส าหรับอู่ อวี้ แล้วก็ยังคงไกลเกินเอื้อม
อยู่ดีในตอนนี้
“ในยามมนุษย์ เมื่อมีร่างกายก็ใช้ร่างกายต่อสู้ ใน
ยามเข้าสู่ขั้นหลอมรวมลมปราณ เมื่อมีพลังศักดิ์สิทธิ์
ย่อมใช้พลังศักดิ์สิทธิ์ในการต่อสู้สังหารศัตรู”
“ พลังศักดิ์สิทธิ์ คือการน าพลังงานจากสวรรค์
และ ปฐพี มาแปรเปลี่ยนเป็นพลังงาน และ
แหล่งก าเนิดพลังงานนี้ก็คือตัวที่จะขับเคลื่อน วิชา
แห่งเต๋า อันน่าอัศจรรย์ได้ ตัวอย่างเช่น ‘เพลิงผลาญ
กระดูก’ของ เจียง จุนหลิน และการอัญเชิญวิญญาณ
ชั่วร้ายของ โย่ว หลิงจี ”
หนทางของเหล่าผู้ฝึกตนนั้น ทอดยาวจนไร้จุดสิ้นสุด
ซึ่งการที่มีพลังศักดิ์สิทธิ์อันกล้าแกร่ง ถือได้ว่าเป็น
รากฐานส าหรับอนาคตที่ดียิ่ง
“ ก่อนที่ จุดทวารวิญญาณทั้งสิบจะเปิด บัญญัติ
ก่อก าเนิด เป็นครั้งแรกนั้น จะต้องค่อย ๆ ท า
ตามล าดับ หากฝืนเปิด หรือ ข้ามลัดล าดับขั้นตอน
เพื่อฝืนลิขิตสวรรค์ จะต้องตกตายไปอย่างน่าเวทนา
”
“ ขั้นแรก คือจุดที่หนึ่ง อยู่เยื่อหุ้มหัวใจบริเวณ
กลางหน้าอก นั่นคือจุด ‘ถานจง’ ”
“จากนั้น ก็จะเป็นจุด ‘เสินถิง’ ‘เสินเหมิน’ ‘ท่า
ยฉง’ ’ชี่ห่าย’ ‘จุดชวีฉือ’ ‘จุดหย่งเฉวียน’ ‘จุดเสิน
เชวี่ย’ ‘จุดมิ่งเหมิน’ ‘จุดเฟิงฉือ’ ตามล าดับ”
“ซึ่งเมื่อเข้าสู่ขั้นที่5 ชี่ห่ายแล้ว ดูเหมือนจะต้อง
ค้นหาสิ่งที่เรียกว่า ‘รากฐานเซียน’ สินะ”
“ มีค ากล่าวว่า หากไร้ซึ่งรากฐานเซียน ย่อมไม่
สามารถกลายเป็นเซียนได้ แถมสิ่งที่เรียกว่า ‘รากฐาน
เซียน’ นี้ จะเป็นตัวบ่งบอกได้ถึงความส าเร็จใน
อนาคตอีกด้วย”
“ ผู้ที่มีคุณสมบัติดีเด่นมาตั้งแต่ก าเนิด ผนวกกับ
การที่ได้รับ ‘รากฐานเซียน’ ที่ยอดเยี่ยมแล้ว จะท าให้
อนาคตของคน ๆ นั้นรุ่งโรจน์ราวกับแสงตะวัน แต่
หาก ‘รากฐานเซียนนี้’ ย่ าแย่ จะพยายามไปมาก
เท่าไหร่ก็ไร้ประโยชน์ ซึ่งพอข้าได้เข้าสู่ขั้นที่ 5 แล้ว
ข้าจ าต้องหา ‘รากฐานเซียน’ ที่ดีที่สุดมาให้จงได้ ”
เพราะเหตุนี้เอง ในขั้นนี้ถึงถูกเรียกว่า : ขั้นหลอมรวม
ลมปราณ
แต่ ‘รากฐานเซียน’ นั้น ยังคงอยู่ห่างไกลจากตัว อู่
อวี้
สิ่งส าคัญที่สุดในตอนนี้ก็คือ การเปิดจุด ‘ถานจง’ ที่
เป็นจุดแรกเสียก่อน เพื่อที่จะท าการเปิด บัญญัติ
ก่อก าเนิด
“ฮ่าวเทียน ซ่างเซียน น่าจะเปิดได้ 3 จุด แต่เมื่อข้า
เปิดจุด ถานจง และ รวมกับพละก าลังของข้าแล้ว
การจะสังหารมันก็ย่อมเป็นไปได้!”
เชิงอรรถ
จุดชีพจรทั้งสิบ
1.จุดถานจง (膻中穴) “จุดมู่ของเยื่อหุ้มหัวใจ อยู่
บริเวณทรวงอก ระดับช่องซี่โครงที่ 4 บนแนวกึ่งกลาง
ล าตัว ข้อบ่งใช้: ปวดเค้นหัวใจ กลืนล าบาก สะอึก
และน้ านมน้อย”
2.จุดเสินถิง (神庭穴) “จุดฝังเข็มบนเส้น
กึ่งกลางศีรษะแนวหน้าหลัง อยู่เหนือแนวชายผมขอบ
หน้าผาก 0.5 ชุ่น ข้อบ่งใช้: ปวดศีรษะ เวียนศีรษะ
ไซนัสอักเสบ เลือดก าเดาไหล อาเจียน โรคจิต
ซึมเศร้า คลุ้มคลั่ง และลมชัก”
3. จุดเสินเหมิน (神门穴) “จุดซูและจุดหยวนของ
เส้นหัวใจ อยู่ปลายแขนด้านในบนเส้นข้อมือ ชิดขอบ
ด้านของเอ็น เป็นจุดส าคัญในการรักษาโรคจิต
ประสาท ข้อบ่งใช้: จุกลิ้นปี่ หงุดหงิด ใจสั่นเพราะ
ตกใจ สมองเสื่อม หลงลืมง่าย โรคจิตซึมเศร้า คลุ้ม
คลั่ง และชักในเด็กเพราะตกใจ”
4. จุดท่ายชง (太冲穴)”จุดซูและจุดหยวนของ
เส้นตับ อยู่หลังเท้า ตรงร่องอยู่หน้ารอยต่อของ
กระดูกฝุาเท้าที่ 1 กับ 2 ซึ่งอาจคล าได้ชีพจร ข้อบ่ง
ใช้: ไส้เลื่อน ปวดอวัยวะเพศ บวมท้องน้อยด้านข้าง
ปัสสาวะเป็นหยด ปัสสาวะไม่ออก กลั้นปัสสาวะไม่ได้
ปัสสาวะรดที่นอน รอบเดือนผิดปกติ คลอดยาก ดี
ซ่าน ปวดสีข้าง แน่นท้อง อาเจียน ชักในเด็ก ตา
อักเสบ คอแห้ง เจ็บคอ ขาลีบ ขาอ่อนแรง และปวด
บวมหลังเท้า ยังเป็นจุดฝังเข็มช่วยเสริมการระงับ
ความรู้สึกที่ใช้บ่อยในการผ่าตัดสมองและผ่าท้อง
คลอด”
5.จุดชี่ห่าย (气海穴) “จุดฝังเข็มบริเวณท้องน้อย
บนแนวกึ่งกลางล าตัว อยู่ใต้สะดือ 1.5 ชุ่น เป็น
จุดส าคัญในการบ ารุงสุขภาพ ข้อบ่งใช้: ภาวะชี่หรือ
เลือดพร่องรุนแรง ท้องเสีย ภาวะพร่องจากการ
สูญเสียพลังงานจนซูบผอม ไส้เลื่อน ปวดบิดท้อง
ปัสสาวะขัด กลั้นปัสสาวะไม่ได้ ปัสสาวะรดที่นอน ฝัน
เปียก เสื่อมสมรรถภาพทางเพศ รอบเดือนผิดปกติ
ตกขาว มดลูกหย่อน และน้ าคาวปลาไม่แห้ง”
6.จุดชวีฉือ (曲池穴) “จุดเหอของเส้นล าไส้ใหญ่
อยู่บริเวณข้อศอก ตรงจุดกึ่งกลางระหว่างฉื่อเจ๋อ (LU
5) กับ lateral epicondyle ของกระดูกต้นแขน ข้อ
บ่งใช้: โรคที่มีไข้ ปวดศีรษะ เวียนศีรษะ หูตึง หูหนวก
ตาแดง เจ็บคอ ปวดฟัน ปวดบวมมือ อัมพาตแขน;
ลมพิษ ผิวหนังอักเสบ วัณโรคต่อมน้ าเหลืองที่คอ โรค
ผิวหนังอื่นๆ ที่เกิดจากลม; ลมชัก โรคจิตซึมเศร้า
และคลุ้มคลั่ง”
7.จุดหย่งเฉวียน (涌泉穴) “จุดจิ่งของเส้นไต อยู่
ตรงจุดที่บุ๋มที่สุดของฝุาเท้าเวลางุ้มเท้า ข้อบ่งใช้: โรค
ที่มีไข้ หงุดหงิด เจ็บคอ ไอ หอบ ร้อนฝุาเท้า ปวดหลัง
ส่วนล่าง อุจจาระล าบาก และปัสสาวะขัด”
8.จุดเสินเชวี่ย (神阙穴) “จุดตรงกลางสะดือ ข้อ
บ่งใช้: ปวดรอบสะดือ ปวดท้อง แน่นท้อง ท้องร้อง
ท้องเสีย บวมน้ า และปัสสาวะขัด”
9.จุดมิ่งเหมิน (命门穴) “จุดฝังเข็มบนแนว
กึ่งกลางสันหลัง อยู่ตรงร่องใต้ปุมกระดูกสันหลังเอวที่
2 ข้อบ่งใช้: ปวดหลังส่วนล่าง ปวดท้องน้อยด้านข้าง
ขาลีบ ขาอ่อนแรง รอบเดือนผิดปกติ ตกขาวปนเลือด
เสื่อมสมรรถภาพทางเพศ ฝันเปียก และปัสสาวะบ่อย
ยังเป็นจุดฝังเข็มช่วยเสริมการระงับความรู้สึกที่ใช้ใน
การผ่าตัดมดลูกและผ่าท้องคลอด”
10.จุดเฟิงฉือ (风池穴) “จุดฝังเข็มบริเวณต้นคอ
อยู่ใต้กระดูกท้ายทอย ตรงแอ่งระหว่างส่วนบนของ
กล้ามเนื้อ sternocleidomastoid กับ trapezius
ข้อบ่งใช้: โรคหลอดเลือดสมอง โรคจิตซึมเศร้า คลุ้ม
คลั่ง ลมชัก เวียนศีรษะ หูมีเสียงดัง หูตึง หูหนวก ตา
อักเสบ ปวดศีรษะ คัดจมูก เลือดก าเดาไหล และปวด
ตึงต้นคอ ยังเป็นจุดฝังเข็มช่วยเสริมการระงับ
ความรู้สึกที่ใช้บ่อยในการผ่าตัดเปิดกะโหลก”
ที่ส าคัญที่สุดในตอนนี้ของเขาก็คือ การเปิดจุด ‘ซาน
จง’ ที่เป็นจุดแรกเสียก่อน เพื่อที่จะท าการเปิด
บัญญัติก่อก าเนิด
ซึ่งการเปิดจุดแต่ละขั้นก็คือการเลื่อนระดับขั้นใน
หลอมรวมลมปราณนั่นเอง ตัวอย่างเช่น สามารถเปิด
จุด ทวารวิญญาณ ได้ 3 จุด ก็คือคนคนนั้นจะอยู่ใน
หลอมรวมลมปราณ ขั้นที่ 3 นั่นเอง
♡(⺣◡⺣)♡* เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ