กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 576 : เจดียขาว
เพียงแค่เขาออกมาเป็นครั้งแรก ก็ต้องพบเจอกับ
สัตว์กลไกซึ่งสามารถคาดเดาได้ว่า ท่ามกลาง
สมุทรเมฆาไม่ได้มีเพียงแค่มันตัวเดียว
คาดว่าในทะเลเมฆาแห่งนี้น่าจะมีสัตว์กลไกอยู่อีก
สักประมาณ 2-3 ตัว เช่นดั่งสรรพเทวะวิญญาณที่
อยู่ในใต้ทะเลอันมืดมิด
เส้นทางเซียนบรรพกาล ไม่ใช่สถานที่ที่จะมีมนุษย์
หรือ ปีศาจพักอยู่อาศัย ภายในสถานที่แห่งนี้มี
เพียง สรรพเทวะวิญญาณ กับสิ่งไม่มีชีวิตอย่าง
สัตว์กลไก หรือ หุ่นเชิดเท่านั้น ถึงจะสามารถอยู่
รอดที่นี่ได้
เห็นได้ชัดว่าเวลานี้สัตว์กลไกกำลังจับจ้อง อู่ อวี้
มาจากระยะที่ห่างไกล ส่งให้ยามนี้ม่านเมฆาถูก
แหวกเปิดออก แล้วมันก็พุ่งทะยานเข้ามาหา อู่ อวี้
ทันที! แม้ว่าปีกของวิหคกลไกตัวนี้จะมีขนาดไม่
ใหญ่มาก แต่ยามเมื่อมันโบกสะบัดกับเต็มไปด้วย
พลังอันแข็งแกร่ง!
ด้วยพลังอำนาจที่เหนือชั้น ส่งผลให้มวลเมฆา
ทั้งหมดต้องแหวกกระจายออก นับเป็นการ
เคลื่อนไหวอันรุนแรงอย่างยิ่งยวด ส่งผลให้ร่างของ
อู่ อวี้ ปรากฏแก่สายตามัน!
แคว๊กกกก!!! หลังจากนั้นวิหคกลไกก็แผดเสียงกรีด
ร้อง พร้อมบินทะยานทะลุทะลวงแหวกฝั่าม่าน
เมฆา ฟุั้งกระจัดกระจายออกไป ซึ่งเขาไม่ทราบว่า
เมฆาจะถูกแหวกเปิดออกไปไกลแค่ไหน
” แย่แล้ว! การเคลื่อนไหวดังเอะอะมะเทิ่งถึงเพียง
นี้ จะต้องดึงดูดความสนใจผู้คนจำนวนมากเป็น
แน่!”
อู่ อวี้ ตระหนักดีว่าหากตัดสินใจต่อสู้กับสัตว์กลไก
ตัวนี้ แล้วจัดการมันลงได้ เขาอาจจะได้รับกำไร
จากมันไม่น้อย แต่ถ้ามัวแต่ชักช้าร่ำไรอยู่ล่ะก็ ผู้อื่น
คงจะต้องติดตามมาที่นี่เป็นแน่
ด้วยวีรกรรมที่เคยทำไว้ คงไม่เหมาะแน่หากเขา
ต้องพบเจอกับผู้อื่น
ดังนั้นเมื่อวิหคกลไกจ้องเขม็งมายังตนเอง โดย
หมายจะติดตามไล่ล่าตนเอง ด้วยเหตุนี้การ
ตอบสนองแรกของ อู่ อวู่ จึงเปิดใช้วิชาก้าวเทวะ
เพิ่มความเร็ว บุกทะลวงแหวกฝั่าม่านเมฆา
เบื้องหลัง ฉีกหนีออกไปอย่างรวดเร็ว หลังจากที่
เขาได้ใช้วิชาก้าวเทวะอีกครั้ง ความเร็วของเขาก็
ทวีเพิ่มขึ้นจากเดิมถึง 5 เท่า นับเป็นความเร็วที่น่า
เหลือเชื่อยิ่งนัก!
ความเร็วของวิหคกลไก เทียบเท่าได้กับผู้ฝึกตนใน
ระดับ ก่อร่างกำหนดจิตเทวะ แต่ถึงกระนั้นก็ยัง
ล้มเหลวในการไล่ล่าติดตาม อู่ อวี้ ถึงแม้ความเร็ว
ระหว่างทั้งสองจะห่างชั้น ทว่ามันก็ยังติดตามไลล่า
อย่างไม่ลดละ มันไล่ล่าเขาอยู่เป็นเวลานาน ซึ่งดู
เหมือนว่า การเคลื่อนไหวของมันจะยิ่งทวีความ
รุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ อีกทั้งมันยังนำปัญหา
บางอย่างมาให้ อู่ อวี้
” ถ้าข้าสามารถเอาชนะสัตว์กลไกตัวนี้ได้ ข้าจะ
ได้รับวงเวทสัตว์กลไกของมัน ”
” หลู ชิงไห่ อยู่ข้างนอกมาสิบวัน ไม่รู้ว่าเขาจะเจอ
กับสัตว์กลไกตัวนี้ด้วยหรือไม่? หากมีการต่อสู้ใด ๆ
เกิดขึ้นแล้วสังหารมันได้ ข้าก็จะสามารถเก็บเกี่ยว
ผลกำไร ติดไม้ติดมือกลับมาได้ ในตอนที่เข้าไปยัง
เจดีย์แห่งกาลเวลา ข้าได้มอบ ผู้พิทักษ์นภาเงิน
ให้แก่เขา ดูเหมือนว่าเขาจะประหลาดใจมาก เห็น
ได้ชัดว่าเขาเป็นคนฉลาดล้ำลึกอย่างยิ่ง บางที
หลังจากที่รู้ว่า ผู้พิทักษ์นภาเงิน ที่ข้ามอบให้เขามี
คุณค่ามากเพียงใด เขาจึงยินดีจะปล่อยเขาไปแต่
โดยดี … ”
ซึ่งถ้าหากคิดดูดี ๆ แล้วล่ะก็ ผู้ที่สามารถเข้ามาใน
เส้นทางเซียนบรรพกาล นี้ได้ย่อมไม่ธรรมดาอย่าง
แน่นอน
เขายังคงหลบหนีวิหคกลไก ด้วยความเร็วอย่างน่า
เหลือเชื่อ
” อู่ อวี้! ”
เขาเพิ่งพ้นสายตาจากวิหกกลไกมาได้ชั่วครู่ แต่
กลับกลายเป็นว่าไปดึงความสนใจของผู้อื่นมาแทน
ซึ่งนับได้ว่าเป็นความสะเพร่าอันใหญ่หลวง
อีกหนึ่งเหตุผลก็คือ ทุก ๆ การเคลื่อนไหวของสัตว์
กลไกส่งเสียงดังอึกทึกครึกโครมเป็นอย่างมาก ซึ่ง
ทำให้ไปดึงดูดของผู้คนจากบริเวณใกล้เคียง
ดูเหมือนว่าผู้ที่อยู่เบื้องหน้าของเขาในยามนี้ คือคน
ที่ อู่ อวี้ เคยพบเห็นมาก่อน หากความจำของเขา
ไม่ผิดพลาด มันคือหนึ่งในยอดอัจฉริยะอันยิ่งใหญ่
ภายใน อาณาจักรโบราณเหยียนหวง!
คนผู้นี้มีฝีมืออยู่ในระดับตำหนักม่วงทะเลมรกตขั้น
ที่ 10!
ทันทีที่มันเห็น อู่ อวี้ มันก็เริ่มกรีดร้องตะโกนเสียง
ดังขึ้น แล้วสิ่งแรกที่มันทำคือใช้ ตราประทับ
สื่อสาร ติดต่อกับสหายพรรคพวกของมันอีกนับสิบ
หลังจากนั้นมันก็ตะโกนพูดขึ้นมา ” ข้าขอแนะนำ
ว่าเจ้าอย่าอย่าได้คิดหนีอีก! พวกเราทั้งหมดได้ตก
ลงกันแล้ว ถ้าหากเจ้ายอมมอบศิลามณีมาให้แก่
พวกเรา อาณาจักรโบราณเหยียนหวง แต่โดยดี
แล้วละก็ เราจะไม่ติดตามไล่ล่า หรือ บีบบังคับให้
เจ้าออกจาก เส้นทางเซียนบรรพกาล พวกเราไม่
ต้องการชีวิตของเจ้า! ”
” อู่ อวี้ เจ้าควรไตร่ตรองให้รอบคอบ ศัตรูของเจ้า
มีมากมายเกินกว่าเจ้าจะรับไหว อีกทั้งเจ้ายัง
เสียเปรียบทุกประตู เหตุผลที่ทำให้ อาณาจักร
โบราณเหยียนหวง นั้นแข็งแกร่งจวบจนทุกวันนี้ก็
เพราะความสามัคคี! ศิลามณีกำเนิดอัคคี มันไม่ใช่
ของเจ้าอย่าทำให้ทุกสิ่งต้องพังทลายเพราะความ
โลภของตนเอง ”
เหตุผลที่พวกมันงัดไม้นี้ออกมาใช้ เพราะมีหนทาง
ให้พวกมันเลือกไม่มากนัก
ทว่าในความเป็นจริง อู่ อวี้ ไม่ได้ถูกปฏิบัติเสมือน
ดั่งคนชนชั้นเดียวกัน
” หืม… พูดจายกตนข่มท่านเช่นนี้มันจะไม่เกินไป
หน่อยหรือ ศิลามณีทุกคนมีสิทธิ์ที่จะครอบครอง
ซึ่งก็หมายความว่ามันก็ไม่ใช่ของเจ้าเช่นกัน หาก
อยากจะได้มันมาครอบครองก็ต้องแย่งชิงไขว่คว้า
เอา เมื่อนั้นถึงจะเรียกว่าเป็นของเจ้าอย่างแท้จริง
อย่าได้มาพูดจาผายลมแถวนี้จะดีกว่า”
อู่ อวี้ ไม่อยากเสียเวลาฟังอีกฝั่ายพล่ามอันใดให้ยืด
ยาวมากกว่านี้ ราวกับว่าตนเองดีเลิศประเสริฐศรี
ประดุจดั่งเทพเซียนมาโปรดก็ไม่ปาน ซึ่งอันที่จริง
แล้วพวกมันไม่อยากลดตัวมาเกลือกกลั้วลงมือ
สยบ อู่ อวี้ ด้วยตนเอง
หลังจากพบกับคนผู้นี้ อู่ อวี้ ก็รีบเปลี่ยนทิศทาง
ของตัวเองอย่างรวดเร็ว ระหว่างนั้นเขาก็ใช้ร่าง
อวตารแยกออกมามากกว่า 10 ตน ซึ่งวิธีนี้จะ
สร้างความสับสนให้แก่ศัตรู แน่นอนว่ามันจะทำให้
บุคคลผู้แจ้งข่าวออกไปสับสน และ ทำให้ความ
สนใจของพวกมันทั้งหมดก็มุ่งตรงไปยังทิศทางนั้น
เป็นตาเดียว!
” อู่ อวี้ เจ้าจะได้เห็นดีแน่! แม้ว่าเจ้าจะออกจาก
เส้นทางเซียนบรรพกาล แต่เจ้าก็ไม่มีทางหลีกหนี
ไปจาก ทวีปแห่งทวยเทพตงเสิ้ง ได้ ต่อให้วันนี้จะ
เจ้าได้รับศิลามณีไป แต่พวกเราก็จะไปล่าเจ้า! ”
จากนั้น อู่ อวี้ ก็สลัดชายผู้นี้ทิ้งไปจนไม่เห็นฝุั่น แต่
กระนั้นท่ามกลางหมู่เมฆา เขากลับกู่ร้องคำราม
ออกมาอย่างไม่ยินยอม
“ยินดีต้อนรับสู่ ทวีปแห่งทวยเทพตงเสิ้ง บรรพชน
มารกลืนสวรรค์ กำลังรอให้เจ้าไปบดขยี้มัน”
อู่ อวี้ หัวเราะอย่างมีเลศนัย แล้วบุกทะลวงเข้าไป
ในก้อนเมฆา ในเวลานี้ไม่มีสิ่งใดที่เขาจะต้องมานั่ง
กังวล ทั้งยังไม่ต้องหวาดกลัวต่อภยันตรายภัยใด ๆ
อย่างไรก็ตามก็สามารถรู้สึกได้อย่างชัดเจนว่า ทุก
ผู้คนจาก อาณาจักรโบราณเหยียนหวง กำลังไล่ล่า
ติดตาม อู่ อวี้ มายังทิศทางนี้แล้ว ซึ่งพวกมันก็มา
รวมตัวกันมาในรูปแบบปิดล้อม ซึ่ง อู่ อวี้ ก็
สามารถมองทะลุผ่านการกระทำอันแสนชั่วร้าย
ของพวกมันได้อย่างง่ายดาย หากถูกพวกมันพบ
เห็นเข้า เกรงว่าการจะหนีคงไม่ง่ายแล้ว
ดังนั้นสถานการณ์ในตอนนี้นับว่าอันตรายมากจริง
ๆ
ไม่ว่าเขาจะเปลี่ยนทิศทางไปยังที่แห่งใด ทุกการ
เคลื่อนไหวของเขาล้วนแผ่วเบาเป็นอย่างยิ่ง ทว่า
บางครั้งยังคงสัมผัสได้ถึงความน่าสะพรึงกลัวของ
บรรยากาศรอบตัว
คนเหล่านี้ล้วนเป็นคนของ อาณาจักรโบราณเห
ยียนหวง ซึ่งกล่าวได้ว่าพวกมันโกรธแค้น อู่ อวี้
เป็นอย่างยิ่ง ถึงมันจะทำเป็นพูดดีว่าจะไม่ทำ
อันตรายใด ๆ กับเขา ถ้ามองในแง่ความจริงมันไม่
น่าจะเป็นไปได้
การที่ต้องถูกลูบคม สูญเสียศักดิ์ศรีนั้นถือเป็นเรื่อง
ใหญ่จนไม่อาจแบกรับ ซึ่งแน่นอนว่าพวกมันย่อม
ต้องการระบายความโกรธแค้นนี้
อันที่จริงไม่ได้มีเพียงแค่พวกมันเท่านั้น แต่คนอื่น
ๆ ต่างก็รู้ว่า อู่ อวี้ ถือครองศิลามณีกำเนิดอัคคีอยู่
และการที่ทุกคนเข้ามาที่นี่ก็เพื่อเสี่ยงโชควาสนา
โดยเฉพาะปีศาจสมุทร ซึ่งพวกมันเหล่านี้หาได้
แยแสเรื่อง บรรพชนมารกลืนสวรรค์ แม้แต่น้อย
พวกมันสนใจเพียงแค่สมบัติที่ อู่ อวี้ ครอบครอง
อยู่
ผู้คนรอบตัวไล่ล่าเขาอยู่เป็นเวลานาน ในเวลานี้
เขาได้เปิดใช้งานเนตรเพลิง ฉะนั้นเขาที่มองเห็น
ฝั่ายตรงข้ามที่อยู่ในม่านเมฆาได้อย่างชัดเจน
หลังจากนั้นเขาก็หลบหนีไปอีกทิศทางหนึ่ง ซึ่งถ้า
หากหลบหนีไม่ได้จริง ๆ ก็ค่อยแยกร่างอวตาร
หลอกล่อฝั่ายตรงข้ามไปยังทิศทางอื่น
หลังจากผ่านไป 1 วัน อู่ อวี้ รู้สึกว่าตนเองได้วน
กลับมาตำแหน่งเดิมอีกครั้ง แม้กระทั่งพบเจอกับ
เจียง ฉีจวิน ถึงสองครั้งสองครา แต่เขาก็ใช้ไหว
พริบสร้างกลยุทธ์เบี่ยงเบนความสนใจ ก่อนที่อีก
ฝั่ายจะพบตัว
อู่ อวี้ ครุ่นคิดหาวิธี ฉะนั้นเขาจึงไม่ลังเลที่จะปล่อย
ร่างอวาตารออกไป เพื่อหลอกล่อฝั่ายตรงข้ามให้
สับสน ตลอดการหลบหนีเขาเคลื่อนไหวผ่านหมู่
มวลเมฆา ไม่เพียงแค่ร่างต้นของเขาจะปลอดภัย
ทว่ายังมีดวงตาหลายร้อยดวงช่วยจับจ้องมอง
สถานการณ์การเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้น
ภายในสมุทรเมฆา ทุกคนรวมตัวกัน แต่กระนั้นก็
ยังไม่ถึงครึ่งกับจำนวนร่างอวตารของเขา
เมื่อดวงตามีมากขึ้น อู่ อวี้ ก็สามารถเห็นหลายสิ่ง
หลายอย่างที่คนอื่นมองไม่เห็น!
ตัวอย่างเช่น ท่ามกลางสมุทรเมฆาเหล่านี้ จะต้องมี
สัตว์กลไกแฝงตัวซ่อนอยู่เป็นแน่ ซึ่งถ้าหากจับ
พลัดจับผลูถูกสัตว์กลไกสังหาร อย่างน้อย ๆ ร่าง
อวตารของเขาก็สามารถแลเห็นตำแหน่งของพวก
มัน ซึ่งภายใน 1 วันนี้ เขาพบเจอพวกมันมากกว่า
10 ตัว กล่าวได้ว่าจำนวนของพวกมันไม่ได้น้อยไป
กว่าสรรพเทวะวิญญาณในห้วงสมุทรเลย
นอกจากนี้เขายังได้เห็นว่ามีผู้ที่สามารถสังหาร
สัตว์กลไกจนตกตายไป แล้วได้รับวงเวทตอบแทน
กลับมาด้วยตาของตนเอง เช่นเดียวกับเมื่อครั้งที่ อู่
อวี้ เอาชนะผู้พิทักษ์ภายใน เจดีย์แห่งกาลเวลา
“ ตอนนี้ข้าก็ทำได้เพียงมุ่งหน้าต่อไปเท่านั้น
จากนั้นก็คอยดูว่ายังมี เจดีย์แห่งกาลเวลา ที่ว่าง
เปล่าพอให้ข้าเข้าไปได้ ”
เขาใช้ร่างอวตารของตนเองตรวจสอบเวลาของ
เจดีย์แห่งกาลเวลา ทันทีที่ประตูเปิดออกเขาก็
พร้อมที่จะเข้าไปทุกเมื่อ สำหรับผู้ที่อยู่ด้านใน หาก
ผู้ใดสามารถท้าทายสำเร็จ ก็ถือว่าโชควาสนาของ
คนผู้นั้นไป
สำหรับเขามีเพียงที่แห่งเดียวเท่านั้นที่ปลอดภัย
นั่นก็คือ เจดีย์แห่งกาลเวลา
ร่างอวตารของเขา คอยสลับสับเปลี่ยนหมุนเวียน
ไปตรวจสอบเวลาความเร็วของ เจดีย์แห่ง
กาลเวลา แล้วพบว่าความเร็วของเวลาสามารถเร่ง
เพิ่มสูงได้ถึง 5 เท่า จาก 10 วันก็กลายเป็น 50 วัน
ซึ่งเป็นเวลาเกือบ 2 เดือน แล้วในตอนนี้มีอยู่
ทั้งหมด 3 แห่ง ด้วยขนาดที่ค่อนข้างใหญ่โต ส่งผล
ให้ปลายยอดเจดีย์ปรากฏอออกมาเหนือหมู่มวล
เมฆา ยิ่งทำให้มันดูโดดเด่นชัดเจนมากยิ่งขึ้น อีก
ทั้งผู้มีฝีมือแข็งแกร่งอยู่ในระดับ ก่อร่างกำเนิดจิต
เทวะ ยังคงติดตามไล่ล่าตัวเขาอยู่ ฉะนั้น อู่ อวี้ จึง
พุ่งทะยานไปอย่างไม่ต้องคิดมากนัก
ซึ่งในยามนี้เขาสามารถวางเดิมพันได้เพียงสามครั้ง
หากมีเวลาถึงหนึ่งเดือนกว่า การหลอมสร้าง
ร่างกายของเขา รวมถึงพลังฝีมือต่าง ๆ ของเขา
ย่อมเพิ่มมากขึ้นไปตามลำดับด้วยอย่างแน่นอน
ขณะเฝั้าสังเกตโดยรอบ ก็พบว่าเหล่าผู้คนกำลัง
ควานหาติดตามไล่ลาตัวเขายังไม่ลดละ
” เห็นชัดได้ว่า ยามนี้ทุกผู้คนล่วงรู้เรื่องเกี่ยวกับ
บรรพชนมารกลืนสวรรค์ ซึ่งก็เป็นไปตามคาดว่า
เจียง ฉีจวิน จะต้องถูกบีบบังคับเค้นถาม ”
บางครั้ง อู่ อวี้ ยังลอบได้ยินบทสนทนาของพวก
มัน ซึ่งพวกมันได้พูดคุยเกี่ยวกับเรื่องของ บรรพ
ชนมารกลืนสวรรค์ โดยถือเป็นเรื่องใหญ่
แน่นอนว่าคนส่วนใหญ่ยังหลงคิดว่า อู่ อวี้ เป็นผู้กุ
เรื่องนี้ขึ้นมา
ตลอด 3 วันที่ผ่านมา ร่างอวตารของเขาได้ตกตาย
กันไปอย่างต่อเนื่อง หลังจากนั้นมันก็จะกลายเป็น
เส้นผมกลับมาหาเขาดังเดิม เมื่อพักฟืนสมบูรณ์ดี
แล้วก็กลับออกไปเร้นกายอยู่ภายในก้อนเมฆา
วนเวียนซ้ำไปมา
ร่างอวตารหลายตนยังเผชิญหน้ากับ เจียง ฉีจวิน
อยู่หลายครั้งหลายครา พวกเขาทุกผู้คนต้องการที่
จะให้ อู่ อวี้ ยอมสิโรราบ โดยอ้างว่าให้ อู่ อวี้ มอบ
ศิลามณีคืนกลับมาให้แก่พวกมัน แล้วจะยอม
ปล่อยเขาไปแต่โดยดี ทว่า อู่ อวี้ ล่วงรู้ถึงความชั่ว
ร้ายที่เปล่งประกายออกมาจากสายตาของ เจียง ฉี
จวิน อย่างมิอาจปิดบังได้ มีเพียงคนบางส่วน
เท่านั้นที่ขี้เกียจเข้ามายุ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้ ทว่า
ความรู้สึกส่วนหนึ่งของพวกมันก็เหมือนกับ เจียง
ฉีจวิน ที่ต้องการสั่งสอนเขาให้หลาบจำ
ในวันนี้ร่างอวตารตนหนึ่งของ อู่ อวี้ ได้บังเอิญไป
พบเจอเจดีย์ที่มีรูปทรงแปลกตา ปรากฏขึ้นอยู่
บริเวณตรงมุมทะเลเมฆาที่ไม่เด่นชัดนัก
อีกทั้งประตูของเจดีย์แห่งนี้ยังเปิดรอผู้ท้าทายอยู่
ไม่มีผู้ใดอยู่ด้านใน หลังจากร่างอวตารค้นพบเจดีย์
แห่งนี้ อู่ อวี้ ก็รีบพุ่งไปที่นั่นอย่างรวดเร็ว
นี่คือข้อดีของร่างอวตาร หากไม่มีร่างอวตาร
มากมายเช่นนี้ ก็คงเป็นไปไม่ได้ที่ อู่ อวี้ จะพบเจอ
สถานที่สถานที่ซึ่งคนอื่น ๆ ยากจะพบพาน และ
ต้องใช้เวลาอีกนานกว่าจะได้พบเห็น!
ร่างต้นของเขารีบมาที่นี่อย่างรวดเร็ว
ในความเป็นจริงเจดีย์แห่งนี้ หาพบเจอได้
ยากลำบากยิ่งนัก เนื่องจากมันมีขนาดเล็กมาก สูง
ประมาณแค่สองจั้งเท่านั้น ซึ่งหากเทียบกับ เจดีย์
ทมิฬ เจดีย์แห่งนี้มีขนาดที่เล็กกว่าอย่างเห็นได้ชัด
นอกจากนี้ทั่วทั้งตัวเจดีย์ยังเป็นสีขาวเสมือนดั่ง
ก้อนเมฆาก็มิปาน
ราวกับว่ามันเป็นเพียงของเล่น ที่ถูกแขวนประดับ
ประดาไว้บนหมู่ม่านเมฆา
อีกทั้งเจดีย์แห่งนี้ก็ยังมี นาฬิกาสุริยวิถี ถึงแม้ว่าใน
วันนี้มวลเมฆาสีขาวจะหนาแน่นเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งไม่
มีทางที่แสงตะวันจะสาดส่องผ่านมาได้ ทว่าสิ่งที่
น่าแปลกก็คือบนนาฬิกากลับยังมีเงาปรากฏให้เห็น
อู่ อวี้ มองอย่างระมัดระวัง โดยหวังว่าความเร็ว
ของเงานี้จะเร็วมาก ซึ่งก็หมายความว่าเขามีเวลา
มากเช่นกัน อีกทั้งยังหวังว่าหากมีผู้อื่นมาค้นพบ
เจดีย์นี้เข้า เจดีย์แห่งนี้จะสามารถปกปั้องคุ้มภัย
เขาได้ ด้วยเพราะลักษณะภายนอกของมันไม่
น่าเชื่อถือเท่าเจดีย์ทมิฬ
แต่ดูเหมือนจะโชคไม่ดีนัก เพราะเขาพบว่าระดับ
ความเร็วของ นาฬิกาสุริยวิถี อยู่ในระดับ
มาตรฐาน
“เท่ากับว่า ข้าสามารถอยู่ได้เพียงแค่สิบวัน”
” ถึงจะเป็นแค่สิบวันก็ยังดี ภายในสิบวันนี้ก็ยัง
สามารถหลอมสร้างกายเนื้อได้เพิ่มขึ้น คงต้อง
ภาวนาว่าภายในสิบวันจะไม่มีผู้ใดพบเจอเข้าก่อน
”
หลังจากการตัดสินใจ เขาก็ก้าวเข้าสู่ประตูเจดีย์สี
ขาวบานเล็ก
แต่ชั่วขณะที่เขาก้าวเข้าไป แว๊บหนึ่งในใจก็พลัน
เกิดความคิดขึ้นว่าการจะผ่านเจดีย์สีขาวนี้ไปได้
คงจะไม่ง่ายดายอย่างที่คิด
………………………………………………..
(´▽`).。o♡ เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ