กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 595 : ทานหญิงกูซาง
เมื่อ อู่ อวี้ ออกมาจาก เจดีย์ควบคุมกาลเวลา เพียง
ชั่วพริบตา เจดีย์ควบคุมกาลเวลา ก็หายไป
โชคดีที่ไม่มีผู้ใดอยู่ด้านนอก
ทุกหนทุกแห่งล้วนเป็นเมฆาสีขาว
” ครั้งล่าสุดที่ได้เจอกับ เจียง ฉีจวิน ข้าคิดว่าไม่มี
ความหวังซะแล้ว ทว่าข้ากับสามารถชนะนางได้ราว
กับปาฏิหาริย์ ส่วนครั้งนี้ได้พบกับ ปีศาจพิษวงน้ำเงิน
แล้วคิดว่าจะได้ต่อสู้ แต่ที่ไหนได้ข้ากลับต้องล่าถอย
ออกมาเพราะพิษของมัน ”
เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ อู่ อวี้ อยากจะหัวเราะทั้งน้ำตาเสีย
จริง ๆ
ปีศาจพิษวงน้ำเงิน ถูกทิ้งไว้ใน เจดีย์ควบคุมกาลเวลา
จุดประสงค์หลักของมันก็คือศึกษาประตูลึกลับ อู่ อวี้
คาดการณ์เอาไว้ว่าหลังจากที่มันไม่ได้รับประโยชน์ใด
ๆ มันจะต้องรีบออกไปอย่างแน่นอนที่สุด
” มันก็แค่สิบวัน! 3-4 ปีที่ผ่านมายังผ่านมาได้ การรอ
คอยแค่เพียง 10 วันนับว่าไม่ได้เลวร้าย ”
แม้ว่าโทสะของเขายังคงครุกรุ่น แต่เขาก็รีบแยกร่าง
อวตารกระจายออกไปทั่วสมุทรเมฆาอย่างรวดเร็ว
เพื่อออกค้นหา เจดีย์ควบคุมกาลเวลา
หลังจากสิบวันผ่านไป ปีศาจพิษวงน้ำเงิน จะต้อง
ออกจาก เจดีย์ควบคุมกาลเวลา เมื่อนั้นเจดีย์ก็จะ
หายไปอีก ซึ่ง อู่ อวี้ จะต้องค้นหาใหม่อีกครั้ง ทว่า
อย่างน้อย ๆ เขาก็ต้องรู้ว่าตอนนี้ ปีศาจพิษวงน้ำเงิน
อยู่ที่ใดกันแน่ ต้องดูให้แน่ใจว่าปีศาจตัวนี้ได้ก้าวออก
จากเจดีย์หรือไม่
ร่างอวตารที่ถูกส่งออกไปยังไม่พบเจอสิ่งใดในตอนนี้
นี่เป็นอีกครั้งที่เขาได้ออกมาด้านนอก ในรอบกว่า 20
วัน ดูเหมือนทุกผู้คนก็ยังคงตั้งหน้าตั้งตาไล่ล่าสังหาร
สัตว์กลไก แล้วก็เก็บเกี่ยววงเวทต่อไป ดูเหมือน 20
วันมานี้ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปจากที่กล่าวมา
หลาน เถียนอวี้ สหายคนเดียวของ อู่ อวี้ ได้จากไป
แล้ว ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องง่าย ที่เขาจะถามไถ่ผู้ใด
เกี่ยวกับสิ่งต่าง ๆ
ขณะที่ร่างอวตารกำลังทำการค้นหาอยู่นั้น พวกเขา
ต่างได้พบเจอกับคนของ อาณาจักรโบราณเหยียน
หวง หลายคน แต่เนื่องจากคำสั่งของ โอรสเล่อ จึง
ทำให้อีกฝั่ายไม่ได้เข้าโจมตีร่างอวตารของ อู่ อวี้
อย่างไรก็ตามถึงพวกมันส่วนใหญ่จะแสดงท่าทีไม่
แยแส แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า อู่ อวี้ จะเข้าใกล้พวก
มันได้
อีกสี่วันต่อมาเขาก็พบตำแหน่งของ เจดีย์ควบคุม
กาลเวลา เนื่องจากไม่มีผู้ใดให้ความสนใจ เจดีย์
ควบคุมกาลเวลา อู่ อวี้ จึงไม่ต้องแข่งขันกับผู้ใด เขา
ทิ้งร่างอวตารหลายกระจายอยู่รอบ ๆ เจดีย์ควบคุม
กาลเวลา ส่วนร่างต้นของเขาก็อยู่ใกล้ ๆ บริเวณนั้น
” ข้าไม่รู้ว่า เส้นทางเซียนบรรพกาล มีการ
เปลี่ยนแปลงอันใดเกิดขึ้นอีกบ้าง? ”
” เส้นทางเซียนบรรพกาลเปิดเป็นเวลา 1 ปี และใน
เวลานี้ก็ยังเหลือผู้เหลือรอดอยู่กว่าครึ่ง ควรระวังตัว
ไว้ เพราะอย่างไรก็ต้องอยู่ที่นี่ไปอีกนาน ในท้ายสุด
แล้วผู้เข้าร่วมในรอบนี้ถือว่าโชคดีมาก ที่ไม่ได้ประสบ
พบเจอกับภัยพิบัติทำลายล้างภายในดินแดนอัน
แปลกประหลาดพิสดาร ”
ดูเหมือนว่าจะมีกลุ่มคนอยู่ที่นี่ เพียงแค่เข้ามาก็ต้อง
พบเจอกับภัยพิบัติทำลายล้างอย่างไม่อาจต้านทาน
หลังจากนั้นอีกไม่กี่วันทั้งหมดถูกบังคับออกจาก
เส้นทางเซียนบรรพกาล
ร่างอวตารของ อู่ อวี้ กวัดแกว่งสายตามองหา
เบาะแสภายในสมุทรเมฆาอันไร้สิ้นสุดอย่างต่อเนื่อง
ไม่ว่าจะไปในทิศทางใดท้ายที่สุดก็จะกลับไปที่เดิม
ก้อนเมฆาเหล่านี้เป็นอะไรที่ยอดเยี่ยมมาก ทว่าสิ่ง
ลึกลับมหัศจรรย์คงจะอยู่หลังประตูบานนั้นเป็นแน่
“เหลืออีกหกวัน” เขายังคงรอคอย
เขายังคงวนเวียนอยู่แถว ๆ เจดีย์ เวลาผ่านอีกสอง
วัน ซึ่งเขาไม่ได้เข้าร่วมไล่ล่ากับคนอื่น ๆ แล้วในวันนี้
ก็เช่นกันเขายังคงเฝั้ารอคอยอยู่หน้าเจดีย์ ทันใดนั้นก็
มีการเคลื่อนไหวเกิดขึ้น ดวงตาของ อู่ อวี้ เบิกกว้าง
เขารีบใช้เนตรเพลิงมองทะลุม่านเมฆาเพื่อดูสิ่งที่
กำลังพุ่งเข้ามาทันที!
ทันใดนั้นเขาก็เห็นว่า ภายในส่วนลึกของสมุทรเมฆา
กำลังมีบางอย่างพุ่งมาหาเขา
สิ่งที่พุ่งเข้ามานี้แทนที่จะเป็นภัยคุกคาม ทว่ากับเป็น
บางอย่างที่ดึงดูดใจอย่างถึงที่สุด ท่ามกลางคลื่นพลัง
ความผันผวนเขาจับจ้องมองมันอย่างลึกซึ้ง สิ่งที่เขา
เห็นก็คือก้อนศิลาขนาดใหญ่ ไม่สิ…ต้องบอกว่ามันคือ
อัญมณี ที่กำลังส่องแสงประกายงดงามอย่างที่สุด
หลังจากเห็นมันอย่างชัดเจน อู่ อวี้ ก็รู้สึกว่าตนเอง
นั้นหายใจไม่ทั่วท้อง
ลึกเข้าไปในม่านเมฆเมฆา สิ่งที่กำลังเคลื่อนที่มายัง
ทิศทางของเขาด้วยความเร็วสูงนี้ ถ้าไม่มีอะไร
ผิดพลาด มันอาจจะเป็น ‘ ศิลามณีกำเนิดวารี ‘!
ยิ่งไปกว่านั้นมันถูกขุดขึ้นมาจากร่าง เจ้าอสูรมณี
กำเนิดวารี ศิลามณีก้อนนี้ดูใหญ่โตมากกว่า ศิลามณี
กำเนิดวารี ขนาดปกติหลายร้อยเท่า
อู่ อวี้ จำได้ว่าขณะที่ เจ้าอสูรมณีกำเนิดวารี กำลังตก
ตาย มหาสมุทรก็พุ่งพล่านปันปั่วน แปรเปลี่ยน
กลายเป็นห้วงแห่งวังวน แล้วนำพาทุกคนมายัง
ดินแดนแห่งนี้ นับจากนั้นก็ยังไม่มีผู้ใดได้พบเห็น
สมบัติวิเศษชิ้นนี้อีกเลย
หลังจากเข้ามายังสถานที่แห่งนี้ หลายคนก็พยายาม
ตามหามันอยู่เป็นเวลานาน
จวบจนปัจจุบันก็ยังไม่มีผู้ใดได้รับข่าวคราว ว่ามีผู้ใด
ได้พบเจอมันบ้างหรือไม่
ทว่ามันช่างเป็นเรื่องน่าเหลือเชื่อยิ่งนัก ซึ่งอยู่ ๆ มัน
กลับปรากฏตัวขึ้นที่นี่ อีกทั้งผู้ที่พบเจอมันก็คือตัวเขา
เอง! สิ่งสำคัญมันกำลังพุ่งเข้ามาหาตัวเขา!
อู่ อวี้ รู้สึกตกตะลึงเป็นอย่างยิ่ง
แน่นอนว่าเขาจะต้องรู้สึกปีติยินดีอย่างที่สุด!
” ลั่วผิน เป็นมังกรเทวะผู้ทรงเกียรติ ไม่ว่าจะเป็น
ตัวตนศักดิ์ ฐานะ หรือ ความแข็งแกร่งล้วนเหนือกว่า
ข้าทุกอย่าง ข้าได้สาบานเอาไว้ว่าจะไล่ตามนางไป
แต่เมื่อถึงเวลานั้นข้าต้องให้ของกำนัลนาง
เช่นเดียวกัน ”
” บางทีอาจจะเอา ศิลามณีกำเนิดวารี ชิ้นนี้มอบ
ให้แก่นางได้ แม้ว่ามันจะไม่ล้ำค่าเลิศเลอนัก แต่มัน
คือของล้ำค่าที่ดีที่สุดที่ข้าสามารถหามาได้ ยิ่งไปกว่า
นั้นศิลามณีชิ้นนี้สวยงามอย่างมาก สตรีน่าชอบมัน! ”
เมื่อความคิดนี้ผุดขึ้นมา ก็ทำให้เขาเริ่มอยากได้ ศิลา
มณีกำเนิดวารี นี้ แม้ว่ายังไม่ได้ครอบครองมัน แต่
เขาก็จินตนาการเลยเถิดไปไกลแล้วว่า หากได้ ศิลา
มณีกำเนิดวารี ชิ้นนี้มาครอบครอง เขาจะนำมันมอบ
ให้กับลั่วผิน จนบัดนี้สีหน้าของเขาแปรเปลี่ยนเป็น
ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ …
ทุกช่วงเวลาที่เขาได้อยู่กับนางล้วนเป็นวันที่น่าจดจำ
หลังจากสภาพร่างกายของนางฟืนกลับคืนมาเป็น
ปกติ นางก็ดูทรงเกียรติสง่างาม เสมือนดั่งผู้ที่อยู่
เหนือผืนปฐพี ตัดขาดกิเลสจากทางโลก แม้ว่านางจะ
ไม่เคยดูถูก อู่ อวี้ เลยก็ตาม แต่ว่าเขารู้ตัวดี หากเขา
ต้องการจะพูดคุยกับนางแบบตัวต่อตัวอย่างเท่าเทียม
เขาจำต้องก้าวข้ามช่องว่างนี้ให้ได้ ดังนั้นนางจึงเป็น
อีกหนึ่งแรงบันดาลใจที่ทำให้เขาพากเพียรฝึกฝน
นอกจากเปั้าหมายการกลายเป็นเซียนอมตะ
เขาอยากเจอนางมาก
ต้องมีผู้คนมากมายรายล้อมรอบตัวนาง อู่ อวี้ คิดว่า
ตนเองควรจะแข็งแกร่งให้มากเพียงพอเสียก่อน แล้ว
เขาจะไปพบกับนาง นั่นเพราะเขาไม่ต้องการให้คน
รอบตัวของนาง หรือ ผู้ใด ดูหมิ่นนาง
ด้วยเหตุนี้ของขวัญที่เขาตั้งใจจะมอบให้แกนาง จึงมี
ความสำคัญ
” มีคนเคยกล่าวไว้ว่า การเป็นสหายเต๋าเคียงคู่
เสมือนดั่งมีชะตากรรมร่วมกัน หากข้ายังไม่สามารถ
อยู่ในระดับเดียวกับนางได้ คงไม่ต้องกล่าวถึงการมี
ชะตากรรมร่วมกัน ”
อู่ อวี้ ครุ่นคิดถึงเรื่องนี้ แล้วรีบมุ่งหน้าไปยังทิศทาง
นั้นอย่างรวดเร็ว เพียงชั่วพริบตาเขาก็มา
ปรากฏการณ์อยู่เบื้องหน้าศิลามณีกำเนิดวารีขนาด
ใหญ่ เมื่อมองไปยังความใฝั่ฝันที่อยู่เบื้องหน้า ผลึก
วารีเปล่งประกายรัศมีแสงวารีสดใส ทำให้ อู่ อวี้
รู้สึกมึนงงเล็กน้อยเมื่อจับจ้องไปยังมัน
“ เจ้ากำลังทำอะไร แค่คิดจะมอบผลึกแสนงดงามนี้
ให้กับแม่มังกรน้อย นางทำให้เจ้าเคลิ้มไปเลยรึไง ”
หมิงซวง กลอกตาพร้อมกับกล่าวขึ้น
“ ข้ากำลังคิดอยู่ว่า สิ่งนี้มาตกอยู่ในมือของข้าได้เช่น
ไร มันไม่บังเอิญไปหน่อยหรือ ” อู่ อวี้ ยื่นมือออกไป
สัมผัสกับ ศิลา มณีกำเนิดวารี เมื่อมือทั้งสองข้างของ
เขาสัมผัสกับมัน เขาก็รู้สึกราวกับว่าร่างกายของเขา
กับศิลามณีกำเนิดวารีเชื่อมต่อกันเล็กน้อย
การเชื่อมต่อนี้ได้ดึงดูดมัน ให้มาปรากฏอยู่เบื้องหน้า
ของเขาในยามนี้
มิเช่นนั้น ทุกผู้คนได้ทุ่มเทความพยายามในการ
ค้นหามัน รวมถึงร่างอวตารของ อู่ อวี้ แต่ก็ไม่มีใคร
เคยพบมัน แล้วยามนี้มันปรากฏอยู่เบื้องหน้าของเขา
ได้เช่นไรกัน?
ทันใดนั้นเขาก็ตระหนักถึงบางสิ่ง พร้อมกล่าวขึ้นว่า ”
ข้าเข้าใจแล้ว เจ้าอสูรมณีกำเนิดวารี กับ เจ้าอสูรมณี
กำเนิดอัคคี อยู่ร่วมกัน ตอนนี้ข้าได้ดูดกลืนศิลามณี
กำเนิดอัคคีเข้าสู่ร่างกาย บางทีเจ้าอสูรทั้งสองอาจมี
การเชื่อมโยงถึงกันและกันอยู่ ดังนั้นเมื่ออยู่ภายใน
มหาสมุทรเมฆานี้ มันถึงได้ดึงดูดให้มาพบข้า ”
” ก็น่าจะเป็นอย่างที่เจ้ากล่าว ไม่เช่นนั้นเจ้าจะโชคดี
แบบนี้ได้อย่างไร ” หมิงซวงกล่าวอย่างตกตะลึง
อู่ อวี้ สัมผัสได้ถึงความตื่นเต้นของศิลามณีหลังจากที่
มันได้พบกับเขา มันคือสรรพเทวะวิญญาณ
โดยเฉพาะสิ่งของเทวะเช่นนี้
หลังจากมึนงงอยู่เล็กน้อย เขาก็ไม่ลังเลอีกต่อไป อู่
อวี้ เปิดถุงจักรวาล แล้วเก็บศิลามณีกำเนิดวารีลงไป
ทันที
นี่ถือเป็นการเก็บเกี่ยวครั้งใหญ่อย่างแน่นอน
หลังจากเก็บมันลงไปแล้ว เขาก็คิดว่าควรแกะสลัก
ภาพบางอย่างลงไปหรือไม่ เพื่อทำให้มันดูดีขึ้นแล้ว
ค่อยส่งไปให้ ลั่วผิน
“ ข้าเห็นนะ ”
หลังจากที่เขาออกมาจากห้วงภวังค์แห่งความคิด
ทันใดนั้นก็ได้ยินเสียงของสตรีแสนเย็นชาผู้หนึ่งดังขึ้น
ซึ่งมันทำให้เขาตกใจอยู่ไม่น้อย
อาจเป็นเพราะความสนใจของเขาจดจ่ออยู่ที่ ศิลา
มณีกำเนิดวารี อย่างสิ้นเชิง ทั้งยังครุ่นคิดถึงลั่วผิน
เล็กน้อย ดังนั้นจึงไม่ทันได้สังเกตเห็นว่าห่างออกไป
100 จั้ง มีคนกลุ่มหนึ่งกำลังยืนอยู่
ผู้ที่กล่าวขึ้น เป็นสตรีผู้หนึ่งที่ยืนอยู่ตรงกลาง อู่ อวี้
ใช้เนตรเพลิงมองกวาดผ่านไป เพื่อมองดูว่าแท้จริง
แล้วคนผู้นั้นมีลักษณะเป็นเช่นไร เห็นได้ชัดว่านาง
ไม่ใช่ เจียง ฉีจวิน
สตรีผู้นี้สวมใส่ชุดกระโปรงยาวสีดำ รูปร่างผอม
เพรียว บนอาภรของนางปักทอไว้ด้วยลวดลาย
ประณีตวิจิตรบรรจง นัยน์ตาส่องประกายกระจ่างใส
คิ้วโก่งดุจคันศร ขนตายาวสั่นไหวไปแรงกระพริบ
เล็กน้อย ผิวขาวเนียนอมชมพูไร้ที่ติ ริมฝีปากบอบ
บางหยดย้อยประดุจดั่งกลีบกุหลาบ พวงแก้มทั้งสอง
ข้างงดงามราวกับไข่ห่าน แค่เพียงเปั่าก็สามารถแตก
ออกได้ เสมือนดั่งเกล็ดหิมะน้ำค้างแข็ง เฉกเช่นดัง
เทพธิดาวารีก็มิปาน
หากเพ็งพินิจมองดูอย่างละเอียด จะสามารถแลเห็น
ได้ว่าภายในดวงเนตรของนางมีร่องรอยสีโลหิตแฝง
อยู่ มันคือร่องรอยของโลหิตสีแดงฉาน ซึ่งมันทำให้
นางดูน่าเกรงขามเสียยิ่งกว่า เจียง ฉีจวิน ทั้งยังเปียม
ล้นไปด้วยกลิ่นอายแห่งความเย็นและความโหดเหี้ยม
ทั้งกลิ่นอาย ห้วงอารมณ์ และรูปลักษณ์ของสตรีนาง
นี้หาได้ด้อยไปกว่า เจียง ฉีจวิน แม้แต่น้อย อย่างไรก็
ตามนางกลับให้ความรู้สึกเย็นเยียบเสียยิ่งกว่า มันคือ
ความหนาวเย็นอันมืดมิด เสมือนกับว่านางได้ถือ
กำเนิดจากมหาสมุทรทมิฬอันหนาวเย็น ไม่เพียงแต่
เปียมล้นไปด้วยอำนาจบารมี ยังดูสูงส่งจนยากจะปีน
ปั่ายขึ้นไปถึง ทั้งยังแผ่ความรู้สึกเลือดเย็นออกมาอีก
ด้วย ถึงแม้ว่านางจะอยู่ห่างไกลออกไป แต่เมื่อเสียง
ของนางดังขึ้น อู่ อวี้ ก็สามารถสัมผัสได้อย่างชัดเจน
ว่าภายใต้มหาสมุทรเมฆา เขารู้สึกราวกับว่ากำลังจม
อยู่ภายในห้วงสมุทรอันหนาวเหน็บมืดมิด
ส่วนคนอีกสี่คนที่อยู่ด้านหลัง มีชายสองคน และ
สตรีสองคน ชายหนุ่มมีรูปโฉมหล่อเหลา ร่างกายเพีย
วบาง ดวงตาแดงก่ำราวกับโลหิต ทุกคนมีท่าทีเย็นชา
กลิ่นอายสังหารแผ่ออกมาอย่างรุนแรง บอกได้ว่า
พวกเขาเหล่านี้สังหารผู้คนมาแล้วมากมาย
ทันทีที่สตรีนางนี้เอื้อนเอ่ยวาจาออกมา คนสี่คนแยก
ย้ายจากกันอย่างรวดเร็ว แล้วเข้ามาล้อมดักหน้าดัก
หลัง อู่ อวี้ เอาไว้ ปิดกั้นหนทางหลบหนีของ อู่ อวี้
อย่างสิ้นเชิง
อู่ อวี้ รู้สึกกดดันไม่น้อยทีเดียว เพราะสิ่งที่เขา
ประสบพบเจอเป็นทั้งข่าวดี และ ข่าวร้ายในเวลา
เดียวกัน ข่าวดีคือเขาได้รับ ศิลามณีกำเนิดวารี ข่าว
ร้ายคือมีคนบังเอิญมาเห็นเหตุการณ์เข้า เห็นได้ชัดว่า
สตรีผู้นี้เป็นคนมาพบเห็น ซึ่งมันทำให้เขาอดคิดไม่ได้
ว่าเป็นเพราะตัวเองมัวแต่คิดเพ้อฝันถึง ลั่วผิน ชักช้า
ร่ำไรจนคนเหล่านี้มาเห็นเข้า ถ้าหากเขาจัดการทุก
อย่างให้เด็ดขาด คนเหล่านี้คงไม่มีโอกาสได้เห็นว่า
เขาคือผู้ที่เก็บ ศิลามณีกำเนิดวารี ได้
อย่างไรก็ตาม ผู้ใดจะไปคาดคิดกันเล่าว่าจะมี
ผู้เห็นเหตุการณ์ทั้งหมด? บนโลกนี้ไม่มียาชนิดใดที่
สามารถช่วยบรรเทาความเสียใจได้ เนื่องจาก ศิลา
มณีกำเนิดอัคคี อยู่ภายในร่างกายของ อู่ อวี้ ดังนั้น
จึงไม่สามารถฉกฉวยแย่งชิงไปได้ แต่ถึงรู้ว่า ศิลามณี
กำเนิดวารี อยู่กับตัวเขาแล้วยังไงเล่า? ด้วยเพราะ
ระดับความเร็วของเขา ผู้คนเหล่านี้ย่อมไม่สามารถ
ตามทันได้
ชั่วพริบตานั้นเอง สตรีชุดดำผู้มีความงามระดับล้ม
เมืองก็มายืนอยู่เบื้องหน้า อู่ อวี้ กลิ่นกายของนาง
ช่างหอมหวลน่าหลงไหล ด้วยความหอมอันแสน
รัญจวนทำให้ใครหลายคนปรารถนาจะใกล้ชิดนาง
แต่ก็คงทำได้แค่เพียงคิดเท่านั้น สายตาของนายเย็น
ชาประดุจน้ำแข็ง สิ่งนี้ทำให้ไม่มีผู้ใดกล้าเข้าใกล้นาง
“ข้าเห็นว่าเจ้าเอา ศิลามณีกำเนิดวารี ไปแล้ว” คนผู้นี้
จ้องมอง อู่ อวี้ พร้อมกับกล่าวย้ำอีกครั้ง
” ไม่ว่าเจ้าจะเป็นใครก็ตามจงส่ง ศิลามณีกำเนิดวารี
มาให้ ‘ท่านหญิงกู่ซาง’ เดี๋ยวนี้แล้วเจ้าจะรอด หาก
คิดจะออกจาก เส้นทางเซียนบรรพกาล ตัวเจ้า
ครอบครัวของเจ้า กองกำลังหรือผู้ใดก็ตามที่ให้การ
สนับสนุน ทุกคนจะต้องถูกบดขยี้จนพังพินาศย่อย
ยับ!” นางชายคางแหลมยาวข่มขู่ อู่ อวี้ ด้วยน้ำเสียง
เย็นชา
แม้ว่า อู่ อวี้ จะออกจาก เส้นทางเซียนบรรพกาล
พวกมันก็ไม่หวาดกลัวแม้แต่น้อย เพราะพวกมัน
สามารถส่งกองกำลังออกไปตามหาเขาได้
” ท่านหญิง ข้ารู้ว่าเขาเป็นใคร! ผู้ที่มีพื้นฐานฝึกตน
อยู่ในระดับตำหนักม่วงทะเลมรกต ขั้นที่ 5 คนผู้นี้ก็
คือ อู่ อวี้! อู่ อวี้ ผู้นี้ฉกเอา ศิลามณีกำเนิดอัคคี ไป!
โอ้สวรรค์ ที่จริงแล้วเขาเอาศิลามณีไปทั้งสองชิ้น! ”
ทันใดนั้นสตรีผู้มีดวงตาผู้เรียวยาว ซึ่งดูเหมือนดั่ง
อสรพิษที่อยู่ข้าง ชายคางแหลมก็พูดขึ้น
เมื่อได้ยินชื่อของ อู่ อวี้ สตรีผู้มีนามว่า ท่านหญิงกู่
ซาง ก็แสดงท่าทีแปลกใจเล็กน้อย
นางกำลังเผชิญหน้ากับ อู่ อวี้ จากนั้นก็ยื่นมือออกไป
พร้อมกับหงายฝั่ามือขึ้น เพื่อบอกให้ อู่ อวี้ นำศิลา
มณีมาวางไว้บนมือนี้
———————————
(´▽`).。o♡เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ