กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 62 : เลือดในกายเดือดพล่าน!
“เกิดเรื่องใหญ่แล้ว!”
ณ โรงเตี๊ยมแถบชานเมือง ได้มีนักสู้พเนจรร่างผอม
แห้งวิ่งปรี่เข้ามาด้วยท่าทีตื่นตระหนก มันยืนจับเข่า
หอบถี่ด้วยสีหน้าตื่นเต้น
“อะไรน่ะ!”
ทุกคนที่อยู่ในสถานที่แห่งนี้ ต่างสังเกตเห็น
อากัปกิริยาของชายผู้นี้เช่นเดียวกัน แม้กระทั่งเถ้าแก่
ที่ก าลังคิดเงินลูกค้าอยู่นั้นก็ยังต้องวางลูกคิดลง
ชายคนพเนจรสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ แล้วกล่าว
ออกมาด้วยความตื่นเต้นว่า “ ข้างนอกเกิดความโกลา
หนกันใหญ่แล้ว! ได้ยินมาว่าเช้านี้ เสิ่น ซ่างเซียน ได้
จับองค์ไทเฮา และ ฮ่องเต้ เอาไว้บนก าแพงเมือง เพื่อ
จะให้ ฮ่าวเทียน ซ่างเซียนเร่งกลับมาจาก หุบเขา
ตะวันแดง ในทันที ”
“ หากพรุ่งนี้ ฮ่าวเทียน ซ่างเซียน ยังมาไม่ถึง เสิ่น
ซ่างเซียน จะท าการแขวนคอองค์ไทเฮา และ ฮ่องเต้
เพื่อประจานแก่เหล่าสาธารณะชนกว่าแสนคน!!”
“อะไรนะ!”
ขณะนี้ ทุกคนที่อยู่ภายในโรงเตี๊ยมก็เกิดความ
อลหม่านขึ้น
ในตอนนี้เหล่าผู้คนที่อยู่ใกล้ตัวเมือง นครเย่วอู่ ได้กระ
จ่ายข่าวเรื่องนี้ออกไปอย่างรวดเร็ว
ข่าวใหญ่เช่นนี้ย่อมแพร่สะพัดออกไปอย่างรวดเร็วจน
น่ากลัว เพียงไม่นานข่าวนี้ก็ได้ถูกแพร่กระจายออกไป
จนทั่ว นครเย่วอู่ และ อาณาจักรใกล้เคียงแล้ว
“ ฮ่าวเทียน ซ่างเซียน น่าจะล่วงรู้แล้ว และ
ในตอนนี้คิดว่ามันน่าจะก าลังเร่งฝีเท้ากลับมาเป็นแน่
แท้ อย่าว่าแต่พรุ่งนี้เช้าเลย เกรงว่าอีกไม่นานนี้ก็คง
จะกลับมาถึงแล้ว ”
“สวรรค์ เมื่อเป็นแบบนี้ ก็ต้องเกิดสงครามอย่าง
เอาเป็นเอาตายระหว่างซ่างเซียนนะสิ แล้วพวกเขามี
ความขัดแย้งอะไรกัน ถึงท าให้เกิดเรื่องแบบนี้
ขึ้นมา?”
“ ไม่รู้เหมือนกัน ข้าได้ยินมาว่า เสิ่น ซ่างเซียน
ได้มาประจ าการเป็นผู้พิทักษ์อาณาจักรมนุษย์คนใหม่
ของนครเย่วอู่ ซึ่งตามจริงแล้ว ฮ่าวเทียน ซ่างเซียน
ควรจะต้องจากไป แต่เขากลับยังอยู่ หรือ ว่านี่จะเป็น
เหตุผลกัน?”
“ น่าจะเป็นเช่นนั้น แต่ก็ไม่น่าจะต้องน าองค์ไทเฮา
และ ฮ่องเต้ของพวกเรามาเกี่ยวข้องเลยนี่?”
ในตอนนี้ทั้งโรงเตี๊ยมได้เกิดความโกลาหนขึ้นอย่างบ้า
คลั่ง กระทั่งหลาย ๆ คนต่างพากันวิ่งออกมาจาก
บ้านเรือนของตนเอง เพื่อเข้าร่วมวงการสนทนานี้
“ไม่ใช่ว่าหลังจากที่ฮ่องเต้หยวนฮ่าวสิ้นไป ก็จะไม่มี
คนสืบบัลลังก์ต่อน่ะสิ แต่เอาเข้าจริง ๆ ข้าเองก็อยาก
ให้ทั้งฮ่องเต้ และ องค์ไทเฮาตกตายไปเช่นกัน
นับตั้งแต่ ฮ่องเต้หยวนฮ่าว ขึ้นครองราชย์ วิถีชีวิตของ
พวกเราก็มีแต่เริ่มแย่ลงขึ้นทุกวัน ๆ ”
“ถูกต้อง ฮ่องเต้หยวนฮ่าว เป็นพวกวิปลาสหัว
รุนแรง แถมความสามารถยังไม่เอาอ่าว”
“ไม่ต้องพูดให้มากความ มีหลายคนที่มุ่งหน้าไปยัง
นครหลวงกันแล้ว พวกเจ้าจะไปหรือไม่?”
ท่ามกลางความโกลาหนนี้ อู่ หยู๋ ที่พิงหลังอยู่ขอบ
เตียงก็ได้ตื่นขึ้นมา เมื่อได้ยินข่าวของ อู่ อวี้ เล็ดลอด
ดังขึ้นมาแล้ว นางจึงได้รีบเปิดประตูออกไปจากห้อง
ในทันที เพื่อที่จะไปฟังข่าวนี้ให้กระจ่าง
“อวี้เอ๋อ…”
เมื่อได้ฟังจนล่วงรู้ทั้งหมดแล้ว นางก็ยิ่งเกิดความกังวล
มากขึ้น
“ฮ่าวเทียน น่าจะกลับมาในทันที และ เมื่อถึงตอน
นั้น การต่อสู้ที่เดิมพันด้วยชีวิตก็จะเริ่มต้นขึ้น…”
ในตอนนี้หัวใจของ อู่ หยู๋ พลันเต้นเร็วจนไม่เป็น
จังหวะ
ด้วยความอยากรู้อยากเห็นรายละเอียดของข่าวนี้ ได้
ท าให้นางลืมถึงพื้นฐานหน้าตาของคนในเมืองนี้ไป อู่
หยู๋ จัดเป็นหญิงสาวที่งดงาม อย่างที่เรียกว่าร้อยปีถึง
จะปรากฏออกมาให้เห็นสักคน ท าให้ขณะนี้ เหล่า
ผู้คนมากมายได้เริ่มสังเกตเห็นถึงใบหน้าอันงดงาม
ของนางแล้ว
เมื่อสังเกตว่าเหล่าผู้คน เริ่มสังเกตเห็นนาง ๆ จึงรีบ
กลับไปยังห้องนอน แล้วรีบปิดประตูลงกลอนอย่าง
รวดเร็ว ถึงแม้ภายในใจของนางยังคงรู้สึกปั่นป่วน
อย่างรุนแรงก็ตาม
……………………..
นครหลวงเย่วอู่!
ขณะนี้ก็ได้ผ่านมาครึ่งวันเช้าแล้ว
หยวนซี และ หยวนฮ่าว แออัดอยู่ในที่แคบ ๆ ท าให้
ทั้งกลิ่นตัวอันหอมหวนบวกกับกลิ่นปัสสาวะตีกัน
อย่างตลบอบอวนจนน่ามึนหัว กล่าวได้ว่านี่คือความ
อับอายถึงขีดสุดที่พวกมันได้เคยพบพาน
เมื่อต้องประสบพบเจอ กับสถานการณ์อันเลวร้าย
ยาวนานเช่นนี้ จึงท าให้พวกมันทั้งคู่ใกล้นั้นแทบเสีย
สติเข้าไปทุกขณะ พวกมันต่างนั่งกอดกันอย่างน่าอับ
อาย โดยมีสายตานับแสนจับจ้องมองมา ซึ่งปกติแล้ว
พวกมันคือผู้สูงศักดิ์ หากเกิดโทสะเกรี้ยวกราดขึ้น
มาแล้วล่ะก็ ไม่ว่าผู้ใดหน้าไหนท าให้พวกมันมีอารมณ์
ขุ่นมัว จะต้องตกตายไปตามความปรารถนาของพวก
มัน แต่บัดนี้กลับถูกขังอยู่ในกรงราวกับลูกนกโดยฝีมือ
ของ อู่ อวี้
“เสด็จแม่ หากว่าเราออกไปจากที่นี่ได้ และ ตอนที่
ท่านพ่อจะสังหารมัน ข้าขอเป็นคนควักลูกตาของมัน
ออกมาต่อหน้า อู่ หยู๋ ด้วยตัวเองได้หรือไม่ ” หยวน
ฮ่าว กล่าวออกมาด้วยโทนเสียงต่ า แววตาของมัน
ในตอนนี้กลายเป็นสีแดงฉานเฉกเช่นสัตว์เดรัจฉาน
“ไม่เพียงแค่เจ้า ข้าเองก็จะให้ เสิ่น อู่เต้า ต้องได้
ชดใช้ในสิ่งที่มันกระท ากับเราอย่างสาสม! มันยิ่งชอบ
พอในตัว อู่ หยู๋ มากเพียงใดข้าจะท าให้นางนั้น
ทรมานไปชั่วชีวิต ต่อให้นางปรารถนาที่จะตาย ก็มิ
อาจตายได้!”
ทั้งสองแม่ลูกได้ก าลังประชุมเพื่อพูดคุยแผนการอันชั่ว
ร้าย
“ วางใจเถอะ ทันที่ที่ท่านพ่อของเจ้ามาถึง เสิ่น อู่
เต้า จะไม่มีวันสังหารพวกเราได้อีกต่อไป เมื่อใดที่
พวกเรารอดออกไป เมื่อนั้นมันจะเป็นจุดจบของ เสิ่น
อู่เต้า!”
ในหัวใจของพวกมันในตอนนี้ ความเกลียดชังได้ปะทุ
ขึ้นมาอย่างสุดขีด แม้อีกฝ่ายจะเป็น ซ่างเซียน ที่
เปรียบดั่งพระเจ้าก็ตามที
ความเกลียดชังนี้ช่างมากล้น จนสามารถสะเทือน
ปฐพีได้ทีเดียว!
ลึก ๆ ภายในจิตใจของพวกมัน ได้ปรากฎจิตสังหาร
รุนแรงออกมา
แต่ในตอนนี้ลักษณะท่าทางที่พวกมันก าลังแสดงออก
กลับมีเพียงแค่ความสับสน และ ความหวาดกลัว
เท่านั้น
อันที่จริงแล้ว การสนทนาของพวกมันนั้น ไม่สามารถ
เล็ดรอดหูของ อู่ อวี้ ไปได้แม้แต่ค าเดียว ซึ่งขณะนี้ อู่
อวี้ ก็เพียงแค่ยิ้มอย่างเย้ยหยันออกมาเท่านั้น
นอกจากพวกมันทั้งสองแล้ว ยังมีองค์ชายเหยา กับ
คนอื่น ๆ ที่คุกเข่ามากว่าครึ่งวัน ในขณะนี้สีหน้าของ
พวกมันต่างเปลี่ยนเป็นขาวซีด และ เนื่องพวกมัน
คุกเข่ามานานค่อนวัน จึงท าให้หัวเข่าของพวกมัน
แปรเปลี่ยนเป็นสีม่วงคล้ า
เพื่อรอการมาของ ฮ่าวเทียน เขาจึงได้เตรียมพื้นที่
ต่อสู้ขนาดใหญ่เอาไว้ ซึ่ง อู่ อวี้ ได้ขับไล่ผู้คนที่ไม่
เกี่ยวข้องให้ถอยห่างออกไปจากบริเวณรอบ ๆ ตัว
นครหลวงเย่วอู่
ในตอนนี้เหล่าผู้คนต่างพากันกระหายน้ าจนปากแห้ง
แต่กระนั้นพวกเขาก็ไม่ยอมกลับบ้านไปดื่มน้ าเพราะ
ไม่อยากจะพลาดฉากส าคัญในหน้าประวัติศาสตร์ไป
ในค่ าคืนนี้ ภายใน นครหลวงเย่วอู่ ช่างหนาวเย็นเป็น
อย่างมากจนเหล่าผู้คนแทบจะแข็งตาย
อู่ อวี้ ที่ยืนอยู่บนก าแพงเมืองนั้น ได้ทอดสายตามอง
ไปยัง ภูเขาตะวันแดง ในที่สุด ในยามตะวันก าลังลา
ลับขอบฟ้า ก็ได้มีเสียงของอาชาวิหคดังขึ้นมาจากไกล
ๆ แน่นอน นี่เป็นสัญญาณอย่างดีว่า ฮ่าวเทียน ก าลัง
กลับมาแล้ว
ฟู่ว ฟู่ว ฟู่ว !!
ปีกของ อาชาวิหค ที่กระพือในแต่ละรอบนั้น ได้สร้าง
ลมหมุนรุนแรงออกมาอย่างมาก แถมความเร็วของ
มันยังเร็วเกินกว่าปกติจนเทียบกันไม่ได้เลยด้วยซ้ า ท า
ให้รู้ได้เลยว่าในขณะนี้มันกังวล และ ร้อนรนมาก
เพียงใด
ส่วน อู่ หยู๋ เองก็ยังคงกังวลใจอยู่เช่นกัน ถึงแม้ เจียง
จุนหลิน และ ฮ่าวเฉิน จะยังไม่มีทีท่าว่าจะกลับมาก็
ตามที
“เสิ่น อู่เต้า!!!!”
เสียงที่เปล่งออกมาดูเกรี้ยวกราดดุเดือด ราวกับ
สามารถบดขยี้ผืนแผ่นดินให้กลายเป็นจุล ได้ดังขึ้น
เหนือ นครหลวงเย่วอู่ ผ่านม่านหมอกท้องฟ้าขึ้นไป
เมื่อเหล่าผู้คนได้เห็นความโทสะของ ฮ่าวเทียน ซ่าง
เซียน ที่น่ากลัวเช่นนี้ ท าให้พวกเขาต่างพากันรีบวิ่ง
หนีออกไปกันอย่างจ้าละหวั่น
ฮ่าวเทียน ซ่างเซียน มาในชุดนักพรตที่มีสัญลักษณ์
หยิน หยาง อยู่กลางอาภรณ์ ส่วนมือได้กระชับแส้หาง
ม้าเอาไว้ ในตอนนี้มันได้กระโดดลงมาจากอาชาวิหค
ที่อยู่บนฟากฟ้า ยามที่มันดิ่งถลาลงมาจากท้องฟ้านั้น
ช่างรวดเร็วปานสายฟ้า และ เมื่อมันตกมาถึงพื้น ท า
ให้พื้นดินส่วนนั้นยุบตัวลง แตกระแหงราวกับใยแมง
มุม
“ปุ้งงงง!”
ในเวลานี้ทั้งสองได้ก าลังเผชิญหน้ากันโดยตรง ท าให้
สงครามอันร้อนระอุก าลังจะเปิดฉากขึ้นแล้ว!
ในตอนนี้ อู่ อวี้ นั้นได้เห็นแววตาของ ฮ่าวเทียน ลุก
โชนด้วยเพลิงโทสะอันเกรี้ยวกราด
เมื่อมันมองเข้าไปในแววตาของ หยวนซี และ หยวน
ฮ่าว เพลิงโทสะในแววตาของมันก็ยิ่งโหมกระพือ
ทวีคูณขึ้น มันจากไปยัง ภูเขาตะวันแดง เพียง 4 วัน
เพื่อจะดูผลก าเนิดชีวิต แต่ไม่คิดเลยว่ากลับได้รับข่าว
เช่นนี้!
มันรู้สึกว่า อู่ อวี้ ที่เข้าสู่ ขั้นหลอมรวมลมปราณ อย่าง
สมบูรณ์ได้รวดเร็วเช่นนี้ จะต้องเป็นเพราะ เม็ดยา
หลอมรวมลมปราณของ โย่ว จีหลิง เป็นแน่แท้
เพราะในวันนั้นมันได้เห็นกับตาว่า อู่ อวี้ ได้ลักลอบ
ขโมยถุงจักรวารของนางไป
แต่คิดไม่ถึงเลยว่าจะเป็นเช่นนี้…..
“เสิ่น อู่เต้า สมองของเจ้าฟั่นเฟือนไปแล้วหรือ
อย่างไร ถึงได้กล้าจับฮ่องเต้ และ ไทเฮาของ
อาณาจักรนี้มาเป็นตัวประกัน เพื่อข่มขู่ข้า!” มันมา
ที่นี่ด้วยความร้อนรนนั้น เป็นเพราะมันต้องการจะมา
ช่วยเหลือ หยวนซี และ หยวนฮ่าว ก่อนเป็นอันดับ
แรก
แต่ว่าในตอนนี้ อู่ อวี้ ได้มองไปยัง ฮ่าวเทียน ด้วยแวว
ตาแห่งความโกรธแค้น จากนั้นเขาก็น า พลอง
พิชิตมาร ชี้ไปยัง ฮ่าวเทียน พร้อมกับกล่าวออกมา
ด้วยรอยยิ้มอันเย้ยหยันว่า “ฮ่าวเทียน ข้ารอคอยวันนี้
มาโดยตลอด ข้ามีความจริงจะเปิดเผยต่อเจ้าให้ล่วงรู้
ที่จริงแล้ว เสิ่น อู่เต้า มันไม่ใช่นามแท้จริงของข้า”
“อะไรนะ!”
ฮ่าวเทียน ได้มองไปยัง อู่ อวี้ ผ่านทางหน้ากากที่คั่น
ไว้ และ ประโยคที่กล่าวออกไปก่อนหน้านี้ อู่ อวี้ ได้
ใช้น้ าเสียงจริงเปล่งออกมา มันจึงท าให้ ฮ่าวเทียน
รู้สึกคุ้นเคยกับน้ าเสียงนี้เป็นอย่างยิ่ง
“เสิ่น อู่เต้า ซ่างเซียน ไม่ใช่นามแท้จริงของมัน ?”
ในเวลานี้ ทั้งเหล่าขุนนาง เหล่ากองทหาร เหล่าผู้คน
ในนครเย่วอู่ มากมาย รวมถึง หยวนซี และ หยวน
ฮ่าว ต่างจ้องตากันด้วยความฉงนสงสัย
“ แล้วเจ้าเป็นผู้ใดกันแน่!”
ทันใดนั้น ภายในใจของ ฮ่าวเทียน ก็รู้สึกเกิดความ
หวาดกลัวขึ้นมา ซึ่งมันเองก็ไม่รู้ว่าความรู้สึกนี้ปรากฏ
ขึ้นมาได้เช่นไร
ในที่สุดก็ถึงเวลาที่ทุกคนรอคอย
ขณะนี้ อู่ อวี้ ก าลังจะน าหน้ากากออกจากใบหน้าของ
ตัวเอง!!
เวลานี้ เขาไม่จ าเป็นต้องปิดบังซ่อนเร้นตัวตนที่แท้จริง
ในนครเย่วอู่อีกต่อไป
มือของเขาค่อย ๆ จับลงไปบนหน้ากากวานร ซึ่ง
ช่วงเวลานี้เหล่าผู้คน รวมถึง ฮ่าวเทียน แทบจะกลั้น
หายใจด้วยความลุ้นระทึก
“ฮ่าวเทียน ,หยวนซี ,หยวนฮ่าว และ ผู้คนในนคร
เย่วอู่ สบายดีกันหรือไม่…..”
ขณะที่กล่าว อู่ อวี้ ก็ได้น าหน้ากากวานรที่สวมอยู่บน
หน้าออกไป!
ขณะหน้ากากหลุดลอยออกจากใบหน้าของเขา
ฉับพลันก็มีแสงสีทองสว่างไสวปรากฏขึ้น ท่ามกลาง
ความมืดมิดในยามราตรี
ด้วยแสงสีทองที่แผ่กระจายออกมานี้ ท าให้เหล่าผู้คน
ไม่สามารถมองเห็นใบหน้าของเขาได้อย่างชัดเจน
จนกระทั่งสายตาของผู้คนสามารถปรับสภาพเข้ากับ
แสงเจิดจ้านั้นได้
แสงอันอ่อนละมุนที่ส่องสว่างออกมา ช่วยเสริมรูป
โฉมงดงามให้ดูมีเสน่ห์มากยิ่งขึ้น ชายผู้นี้เป็นเพียง
ชายหนุ่ม! ซึ่งหากดูจากโหง่วเฮ้ง และ รูปลักษณะจาก
ใบหน้าแล้ว ชายคนนี้เหมาะสมที่จะเป็น ฮ่องเต้ ใน
อาณาจักรใดอาณาจักรหนึ่งอย่างยิ่ง!!
“อ๊ะ!”
หลังจากที่เห็นใบหน้าอย่างชัดเจน ฮ่าวเทียน ถึงกับ
ผงะถอยร่นออกมา 3 ก้าว ในแบบที่เรียกว่าล้มทั้งยืน
ใบหน้าของมันจากที่เคยโกรธจนหน้ากลายเป็นสีแดง
แต่พอล่วงรู้ถึงใบหน้าแท้จริงภายใต้หน้ากากนั้นแล้ว
มันมันก็แปรเปลี่ยนเป็นขาวซีดด้วยความตกตะลึง
เพราะยังไงแล้วบุคคลที่มันคาดคิดเอาไว้ภายใต้
หน้ากากนั้น ไม่มีนามของ อู่ อวี้ อยู่เลยแม้แต่เศษ
เสี้ยว
เมื่อ อู่ อวี้ มองไปยัง หยวนซี และ หยวนฮ่าว พวกมัน
ทั้งคู่สะดุ้งสุดตัว พร้อมกับร้องอุทานออกมาราวกับ
พวกมันได้เห็นภูติผีก็มิปาน พวกมันทั้งคู่หวาดกลัวจน
ตัวสั่นลนลาน แข้งขาหมดเรี่ยวแรงจนแทบตกลงมา
เลยทีเดียว
“อะ…อู่ อวี้” แววตาของ หยวนซี เบิกกว้าง พร้อม
กับริมฝีปากที่สั่นครือ
“ผะ..ผี…” ส่วน หยวนฮ่าว นั้นได้หลบเข้าไปอยู่ใน
อ้อมอกของ หยวนซี และ กอดนางเอาไว้แน่น
ร่างกายของมันสั่นสะท้านอย่างรุนแรง แต่แข้งขาอัน
สั่นเทาของมันไร้ซึ่งเรี่ยวแรง ไม่นานนักมันก็ทรุดลงไป
กับพื้น
ในขณะนี้ อู่ อวี้ ได้เปิดเผยตัวตนต่อหน้าสาธารณะชน
อย่างชัดเจนแล้ว!!
“นะ..นั่นมัน อู่ อวี้ นี่” องค์ชายเหยา และ จอมพล
อู๋ ล้มลงไปนอนกับพื้นด้วยความไม่อยากเชื่อ พวกมัน
ทั้งคู่ตกตะลึงด้วยความหวาดกลัว จนร่างสั่นเทาลน
ลาน องค์ชายเหยาเอามือกอดอกของตนเองไว้แน่น
องค์ชายเหยาผู้นี้อายุไม่น้อยแล้ว แต่มันเป็นคนขี้
ขลาด และ อ่อนแอ ด้วยความหวาดกลัวสุดขีดจึงท า
ให้มันเกิดอาการชักขึ้น ในเวลาต่อมามันก็สิ้นใจลง
เพราะความหวาดกลัวเกินขีดจ ากัด
ที่แท้ เสิ่น อู่เต้า ซ่างเซียน ก็คือ อู่ อวี้!!
เมื่อเห็น เสิ่น อู่เต้า แข็งแกร่งเช่นนี้ ก็อดไม่ได้ที่จะ
ร าลึกไปยังค่ าคืนในวันนั้น อู่ อวี้ ถูกบีบบังคับให้สละ
ราชบัลลังก์ หลังจากนั้นเขาก็หายสาบสูญไป
“นั่นมัน องค์ชายอวี้!”
ในตอนนี้เหล่าผู้คนนับแสน ที่อยู่ภายในนครเย่วอู่ ได้
เกิดความโกลาหลอย่างบ้าคลั่ง ทุกคนต่างจ้องมองไป
ยังชายหนุ่มที่อยู่บนก าแพงสูง กล่าวได้ว่า ในเวลานี้
ชายหนุ่มผู้นี้ได้กลายเป็นต านานที่มีชีวิตไปเสียแล้ว!
ชายหนุ่ม ที่อยู่เบื้องหน้านี้ คือผู้ที่เหล่าประชาชนชาว
อาณาจักรเย่วอู่ ต่างพากันเคารพนับถือ และ ชื่นชม
การที่เขาต้องสละราชบัลลังก์นั้น เป็นเพราะในตอน
นั้นเขาได้ไปกระท าเรื่องต่ าช้ากับสนมของบิดาตนเอง
จึงท าให้ ฮ่าวเทียน ซ่างเซียน ขับไล่ออกไป และ
ขณะที่ก าลังถูกส่งตัวไปยังชายแดนนั้น ซ้ าร้ายยังโดน
ปีศาจจับกินเข้าไปอีก
แม้ว่าจะคืบแคลงสงสัยเรื่องของ อู่ อวี้ จนท าให้เหล่า
ผู้คนเฝ้านึกถึงตลอดมา แต่กระนั้นพวกเขาก็ยังชื่อใน
ตัวของเทพเซียนที่เปรียบดั่งประกาศิต ด้วยชื่อเสียง
อ านาจยศถาต่าง ๆ ที่ถูกท าลายลง ควบคู่ไปกับที่
หยวนซี และ หยวนฮ่าว ที่เกลียดชัง อู่ อวี้ จนเข้า
กระดูกด า ท าให้เหล่าผู้คนไม่กล้ากล่าวถึงอดีตองค์
ชายอย่าง อู่ อวี้
ในตอนนี้เขาได้กลับมาจากนรกแห่งความตาย แถมยัง
กลายเป็นซ่างเซียนเสียอีก….
พวกเขาจึงตกใจ และ แปลกใจที่ได้เห็น อู่ อวี้ เช่นนี้!!
แต่ส าหรับวันนี้ ปฐมบทแห่งการแก้แค้นพึ่งจะเริ่มต้น
ขึ้นเท่านั้น
♡(⺣◡⺣)♡* เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ