กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 626 : แสงจากเทียนสีดํา
อู่ อวี้ เห็นได้อย่างชัดเจน ถึงแม้ว่ามันจะนิ่งสงบ
ท่ามกลางทุ่งหญ้ากว้างใหญ่ ทว่าศาสตราชิ้นนี้กลับ
เคยมีประวัติอันรุ่งโรจน์
ผู้สร้างคงต้องใช้ความพยายามอย่างหนักหนาสาหัส
ถึงสามารถนำเกล็ดมังกรเทวะมากมายขนาดนี้มาได้
ซึ่งก็ทำให้เห็นได้อีกเช่นกันว่า คนผู้นี้จะต้องมี
ความสัมพันธ์อันดีกับตระกูลมังกรเทวะ
เมื่อพูดถึงมังกรเทวะทำให้ อู่ อวี้ อดนึกถึง ลั่วผิน
มิได้
ภายในใจของเขา มีความปรารถนาอยากจะ
ครอบครองมันอย่างแรงกล้า ยิ่งได้ฟังเรื่องราวในอดีต
ของมัน ก็ยิ่งทำให้เขาอยากจะได้มันมาครอบครอง
มากยิ่งขึ้น แล้วความปรารถนาของมัน ในยามนั้น อู่
อวี้ อยากจะครอบครองมันถึงสองร้อยส่วน
นี่คือความปรารถนาของเขา อยากจะกลายเป็นผู้
แข็งแกร่งอย่างแท้จริง
หลังจากผ่านการต่อสู้ในสุสาน ยิ่งทำให้ อู่ อวี้ เชื่อว่า
การมีพลังอำนาจสามารถจัดการได้ทุกสิ่ง
และ ศาสตราเต๋าวิถีแท้สุดยอดวิญญาณ ‘พลองหมื่น
มังกรพิภพอนันต์’ ชิ้นนี้สอดคล้องกับความคิดของ
เขา เขาต้องการเป็นผู้มีพลังอันยิ่งใหญ่ไร้ขีดจำกัดบน
โลกหล้านี้
ทว่า … เช่นดั่งที่ หมิงซวง ได้กล่าวไว้ว่ามันช่างน่า
เสียดายนัก ที่ ศาสตราเต๋าวิถีแท้ ชิ้นนี้อยู่ภายใน
เส้นทางเซียนบรรพกาล
คาดต้องมีผู้คนอื่นมาที่นี่แล้ว แต่ไร้ซึ่งหนทางจะ
ครอบครอง
จวบจนปัจจุบัน ยังไม่มีผู้ใดสามารถครอบครอง
ศาสตราเต๋าวิถีแท้สุดยอดวิญญาณ ได้เลย
อู่ อวี้ พยายามสงบสติอารมณ์
” เจ้าอยากได้ ‘พลองหมื่นมังกร’ เช่นนั้นหรือ? ” หมิ
งซวง ถาม
“ชิ! เหลวไหลสิ้นดี ”
” ยอมแพ้เสียดีกว่า เสียเวลาเปล่า ๆ ปลี้ ๆ อย่างไร
เสียเราก็ครอบครอง ศาสตราเต๋าวิถีแท้ ชิ้นอื่นอยู่
แล้ว ”
ที่นางกล่าวก็ถูก ถึงกระนั้น อู่ อวี้ ก็ยังไม่อยากที่จะ
ยอมรับ เขาตัดสินใจแล้วว่าไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น หาก
อยู่ที่นี่นานอีกสักหน่อย เขาอาจมีโอกาสที่จะได้
ครอบครองมันก็เป็นได้?
ด้วยเพราะภายใน เส้นทางเซียนบรรพกาล ล้วนแล้ว
เจอแต่สิ่งที่เป็นไปไม่ได้แทบทั้งสิ้น!
หลังจากตัดสินใจเขาเริ่มทำการทดสอบ
ด้วยการหาอะไรสักอย่างหนึ่งโยนเข้าไปข้างใน เมื่อ
มันเข้าไปถึงวงแหวน ทันใดนั้นเองเปลวเพลิงสีทองก็
ลุกโหมกระหน่ำ ขึ้นพร้อมกับกลืนกินสิ่งนั้นเข้าไป
ทันที ในระหว่างนั้นจะได้ยินเสียงของมังกรร้อง
คำรามดังก้องกังวานออกมาด้วย
จากนั้นมันก็หายเข้าไปไหน ศาสตราสถิตวิญญาณ
ทันที
ไม่ว่าจะเป็นสรรพสิ่งใด ก็ถูกกลืนกินจนหายไป
อู่ อวี้ หยิบของไร้ประโยชน์ออกมามากมาย จากนั้น
ก็แบ่งร่างอวตารหลายร้อยร่าง จากนั้นก็ยืนล้อมงเวท
เอาไว้ พร้อมกับถือจับ ศาสตราเต๋าวิถีแท้ แล้วแทง
มันเข้าไปอย่างไม่อาจหยุดยั้ง แล้วทันใดนั้นเองพื้น
ปฐพีก็ม้วนกวาดขึ้น เสมือนดั่งมีบางสิ่งบางอย่างพุ่ง
อัดกระแทกขึ้นมาจากด้านล่าง
ภาพที่เขาแลในยามนี้ คืออาณาเขตวงเวททั้งหมดได้
ปรากฏไปเปลวเพลิงทองคำขึ้น ในชั่วขณะนั้นเอง
ท่ามกลางทุ่งหญ้าอันกว้างใหญ่ มีลูกไฟสีทองขนาด
ใหญ่ลุกโชนร้อนแรงราวกับดวงตะวัน ที่พุ่งทะยาน
ขึ้นมาพื้นดิน
ท่ามกลางความเลือนลาง สามารถแลเห็น มังกรเทวะ
ทองคำจำนวนมาก กำลังแหวกว่ายโลดแล่นอยู่ใน
ธารอัคคี ซึ่งเปรียบเสมือน ‘ดวงตะวัน’ ก็มีปาน
สิ่งที่น่าแปลกนั้นก็คือ ทั้งผืนแผ่นดินและผืนหญ้าที่
อยู่ภายในและนอกวงเวท กลับไม่ได้รับผลจากความ
ร้อนของเปลวอัคคีแม้แต่น้อย เสมือนราวกับว่าเปลว
เพลิงไม่อาจเผามันไม่ได้
หลังจากพยายามอยู่นานสองนาน ก็ยังไม่คืบหน้าแต่
อย่างใด
จิตใจของเขาเริ่มเศร้าหมองมากยิ่งขึ้น
สมบัติวิเศษที่เขาอยากได้นักได้หนา อยู่ตรงเบื้องหน้า
นี้แล้ว ทั้ง ๆ ที่มันอยู่เพียงแค่ปลายนิ้วเอื้อมถึง แต่
กลับไม่สามารถครอบครองมันได้ ทั้งหมดก็เป็นของ
ค่ายกลวงเวทนี้!
“ ข้าไม่เชื่อว่าจะไร้ซึ่งหนทาง ”
เขายังคงไม่ยอมแพ้ เขานั่งอยู่ด้านนอกวงเวทตรึก
ตรองอย่าง พยายามทดลองสารพัดวิธี
” อย่าพยายามเลยเจ้าทำไม่ได้หรอก อย่าลืมสิว่า…
เจ้าไม่รู้แม้กระทั่งว่าวงเวทนี้ชื่ออันใด แม้แต่ข้าก็ยังไม่
รู้รายละเอียดของวงเวทนี้มาก่อนเลย แล้วเจ้าจะไปรู้
โครงสร้าง หรือจะแก้ไขวงเวทดีได้อย่างไรกันเล่า
เห็นได้ชัดว่า ศาสตราวิถีแท้สุดยอดวิญญาณ ชิ้นนี้ถูก
สร้างจากผู้เชี่ยวชาญวงเวทเป็นอย่างยิ่ง ระดับของ
เจ้าในตอนนี้ยังนับว่าห่างไกลยิ่งนัก ต่อให้เป็น ไปั๋หลี่
จุยหุน ก็ยังนับว่าอีกห่างไกล ผู้ที่จะแก้วงเวทค่ายกล
นี้ได้ คงมีแต่ยอดฝีมืออันดับหนึ่งเท่านั้นแหละ แม้แต่
ข้าก็ยังทำไม่ได้เลย ตอนที่ข้าเก่งกล้าทรงพลัง ข้าเอง
ก็ไม่ค่อยฝักใฝั่สนใจเกี่ยวกับวงเวทค่ายกลมากนัก
ด้วยสิ…เห้อออ?” หมิงซวง ทอดถอนหายใจซ้ำแล้วซ้ำ
อีก
สิ่งที่นางกล่าวก็ฟังดูสมเหตุสมผล
อย่างไรก็ตาม อู่ อวี้ ก็ยังไม่ยินยอมอยู่ดี
อู่ อวี้ มองดูมันอีกเล็กน้อยแล้วก็ตัดสินใจว่า เขาจะ
พยายามทุกวิถีทางต่อให้มันจะยากลำบากสักเพียงใด
ก็ตาม
“ข้าจะไม่ท้อแท้เด็ดขาด”
ตัวเขา และ ร่างอวตารอีกมากมายทรุดกายลงนั่งบน
พื้นด้านหน้า ศาสตราเต๋าวิถีแท้สุดยอดวิญญาณ
ดวงตานับร้อยผู้จ้องมองไปที่มันอยู่นั่นแน่ จมลึกลง
ไปในห้วงภวังค์
ในตอนนี้เขาทุ่มจนสุดตัว จนกระทั่งจมลงสู่ห้วงภวังค์
ไร้ตัวตน
ทว่าก็ยังไร้ซึ่งหนทางวี่แววใด ๆ เขายังคงเรียกร่าง
อวตารออกมาสำรองไว้เผื่อเกิดเหตุการณ์ฉุกละหุก
ฉุกเฉิน จากนั้นก็เริ่มดูดซับ เม็ดยาจิตตเทวะ เพื่อ
ขยายขอบเขตของ ตำหนักม่วงทะเลมรกต เมื่อเข้า
ไปภายใน เจดีย์ล่องกำเนิด เขาได้ศึกษาเกี่ยวกับค่าย
กลวงเวท และ การหลอมสกัดสร้างโอสถ อยู่เป็น
เวลานานทำให้เขามีความก้าวหน้าไปมาก
สำหรับตอนนี้การยกระดับเข้าสู่ ตำหนักม่วงทะเล
มรกต ขั้นที่ 7 นั้นไม่ไกลเกินเอื้อม
เวลาล่วงเลยผ่านไปมากกว่าสิบวันแล้ว
ด้วยอาณาจักรการฝึกตนในยามนี้ของเขา ทำให้
ความรู้สึกวิตกกังวลขึ้นในจิตใจ ว่าไม่สามารถทำไร
ผ่านวงเวทนี้เข้าไปได้
อู่ อวี้ ไม่อยากรีบร้อนฝึกฝนเกินไปนัก เขายังคง
พยายามไตร่ตรองอย่างรอบคอบต่อไป ในมือของเขา
มี เวทย์บรรพกาลมังกรเทวะ ยามนี้เขากำลังครุ่นคิด
เกี่ยวกับ พลองหมื่นมังกร บางทีมันอาจจะเกี่ยวข้อง
กับวงเวทโบราณ เมื่อพูดถึงวงเวทนี้เขาก็ไม่ค่อย
แน่ใจว่ามันจะเกี่ยวข้องกับ เวทย์บรรพกาลมังกรเท
วะ หรือไม่ ฉะนั้นเขาจึงค้นหา เวทย์บรรพกาลมังกร
เทวะ ว่าจะมีวงเวทใดคล้ายคลึงกับวงเวทนี้หรือไม่
ในที่สุดเขาก็หันไปพึ่ง เวทย์บรรพกาลมังกรเทวะ
เมื่อเขาหันมาทบทวนก็พบว่ามีความคล้ายคลึงกัน
จริง ๆ แต่ไม่เหมือนกันซะทีเดียว ดังนั้นจึงไม่มีวิธีแก้
วงเวทที่เหมาะสม
เขาพยายามรีดเค้นสมองอันน้อยนิดของตนเอง
สายตาก็จ้องมองสมบัติวิเศษที่อยากได้มาครอบครอง
มันทำให้เขารู้สึกอึดอัดทรมานใจยิ่งนัก
สุดท้ายแล้วหากต้องเสียเวลามากเกินไป สิ่งที่เขาทำ
ได้ก็คือยอมพ่ายแพ้ถอดใจไปเท่านั้น
” ถ้ามันนานเกินไปนัก แล้วยังแก้ไม่ได้สักที ก็ให้คิด
เสียว่ายังไม่ถึงเวลาที่เจ้าจะได้ครอบครองมัน ” หมิ
งซวง พยายามปลอบใจ
ถึงคำพูดของนางจะฟังดูเหมือนปลอบโยน แต่แท้จริง
แล้วน้ำเสียงของนาง เต็มไปด้วยความสนุกสนานบน
ความทุกข์ของเขา
ช่วงเวลาเช่นนี้นับเป็นโอกาสดียากที่นางพอจะแก้
เผ็ด อู่ อวี้ เพราะโดยปกติแล้วนางจัดการเขาได้ยาก
ยิ่ง
อู่ อวี้ เกียจคร้านที่จะสนใจนาง หลังจากนั้นเขาก็เริ่ม
เรียกร่างอวตารกลับมา แล้วแยกสิ่งของต่าง ๆ เก็บ
เข้าที่เตรียมพร้อมจะจากไป
สิ่งของส่วนใหญ่อยู่ภายในถุงจักรวาล มีเพียงบางชิ้น
เท่านั้นที่ถูกเก็บเอาไว้ใน เจดีย์ล่องกำเนิด
ทันใดนั้นเขาก็สัมผัสถึงบางสิ่ง มันคือเทียนสีดำที่เขา
นำออกมาจากสุสาน
เทียนเล่มนี้ย้ำเตือนให้ อู่ อวี้ ระลึกถึงหนวดปริศนา
กับโลงศพทองคำ
“สิ่งที่ข้านำออกมา จะทำอะไรได้บ้างนะ?”
เขานอนราบอยู่บนพื้นหญ้าอย่างผ่อนคลาย มองดู
ท้องเวลาที่มีปุยเมฆาขาวปกคลุม จากนั้นก็หยิบ
เทียนสีดำออกมาจากชายแขนเสื้อหมุนเล่นไปมาอยู่
ในมือ
ในตอนแรกที่เขาหยิบเทียนเล่มนี้ติดตัวมาด้วย เป็น
เพราะว่าเขารู้สึกว่ามันมีประวัติศาสตร์เก่าแก่
ยาวนาน รวมถึงสิ่งต่าง ๆ ที่อยู่ภายในสุสาน
หากไม่ใช่เพราะ องค์หญิงโย่วเสี่ย เข้ามายุ่มย่าม
วุ่นวาย เขาก็คงอยากจะอยู่ที่นั่นนานอีกสักหน่อย
” สุสาน!? มันอยู่ที่นั่นมานานเท่าไหร่แล้ว … ” อู่ อวี้
ลองใช้เล็บจิกลงไปบนเนื้อเทียน แต่เขาไม่คิดว่าเนื้อ
เทียนจะแข็งแกร่งมากถึงเพียงนี้ มันจะต้องถูกสร้าง
โดยวัสดุพิเศษ เขาพยายามบิดทำลายมันอยู่อีกหลาย
ครั้ง แต่ก็ไม่สามารถทำลายได้
” ด้วยพลังความแข็งแกร่งของข้า แม้แต่ศาสตราวิถี
แท้ทั่วไปก็ยังสามารถทำลายมันได้ ไม่ต้องพูดถึง
เทียน … ”
ด้วยเหตุผลนี้ อู่ อวี้ จึงเก็บเทียนสีดำไว้บนร่าง
“ลองจุดไฟดูซิ”
เขาควบแน่นเปลวเพลิงขึ้นที่ปลายนิ้ว ไฟลุกโชนขึ้น
เล็กน้อยหอที่เผาใส่เทียนให้ลุกไม่ได้ ตอนแรกเขาคิด
ไส้เทียนจะลุกไหม้ในไม่ช้า แต่แล้วไม่ว่าเขาจะ
พยายามจุดอย่างไร กลับไม่มีอะไรเคลื่อนไหวเลย
แม้แต่น้อย
” เรานี่ช่างโง่เขลาสิ้นดี มันเป็นเทียนของ เส้นทาง
เซียนบรรพกาล แล้วข้าจะจุดมันติดได้อย่างไร ”
เขาเริ่มถอดใจยอมแพ้ จากนั้นก็นอนแผ่หลาลงบน
พื้นหญ้าอย่างผ่อนคลาย เพลิดเพลินไปกับสายลม
เย็น ๆ อันแสนสดชื่นอยู่สักพัก
หลังจากจิตใจเริ่มผ่อนคลาย ดูเหมือนว่าหลายสิ่ง
หลายอย่างจะชัดเจนมากยิ่งขึ้น
อู่ อวี้ กำลังจับเทียนสีดำเล่น พร้อมกับเหม่อมองดวง
อาทิตย์ไปด้วย ดวงตาของเขา มองผ่านเทียนในมือ
ไปยังดวงตะวันที่อยู่ห่างไกล
ดวงตะวันนี้ช่วยย้ำเตือน อู่ อวี้ ช่วยให้เขานึกถึง
‘พลองหมื่นมังกรพิภพอนันต์’ ที่อยู่ในวงเวท
ทันใดนั้นเขาก็ก็เริ่มขึ้นเพิ่มอีกครั้งตั้งใจแน่วแน่
” วงเวทนี้ ไม่มีอะไรที่เผาไหม้ไม่ได้! ส่วนเทียนเล่มนี้ก็
ยากที่จะจุดที่ติด! ถ้าหากวางเทียนไว้ในวงเวทเทียน
จะติดหรือไม่? ”
เขากระโดดลุกขึ้นจากพื้นหญ้าโดยเร็ว จากนั้นก็รีบ
ทดลองสิ่งที่คิดเอาไว้ เขาใช้ปลายนิ้วมือจับก้นเทียน
แล้วยื่นปลายไส้เทียนเข้าไปในวงเวท
ด้วยขอบเขตวงเวทที่คมชัด เขาเคยทดลองโดยการ
ยื่นต้นหญ้าเข้าไปในเขตวงเวท ผลปรากฏว่ายื่นเข้า
ไปได้แค่เพียงครึ่งท่อนต้นหญ้านั้นก็ถูกเผาไหม้
ในทันที ส่วนอีกครึ่งท่อนที่อยู่ด้านนอกวงเวทไม่ได้ถูก
เผาไหม้ตามไปด้วย
” ข้าไม่เชื่อว่า วงเวทนี้จะไม่สามารถจุดเทียนได้? ”
เขายืนอยู่นอกวงเวท พยามเล็งตำแหน่งปลอดภัย
ที่สุดจากนั้นก็ยื่นไส้เทียนเข้าไปในอาณาเขตวงเวท
ขณะที่ไส้เทียนเข้าไปในอาณาเขตวงเวท
ผลลัพธ์ที่ออกมาเช่นเดียวกับสิ่งของอื่น ๆ บัดนี้เปลว
เพลิงสีทองลุกโชนอยู่บนไส้เทียน อู่ อวี้ เห็นได้อย่าง
ชัดเจนว่า บัดนี้ไส้เทียนได้ถูกไฟจุดติดแล้ว
เขารีบดึงมันกลับออกมาอย่างรวดเร็ว!
เทียนสีดำติดไฟจริง ๆ
เปลวเพลิงที่จุดติดอยู่บนไส้เทียนนั้น ค่อนข้างจะ
ริบหรี่ฉะนั้นเมื่อถูกกระแสสายลมพัดผ่าน เปลวเทียน
ก็เริ่มแกว่งไปแกว่งมา ในขณะที่มันกำลังเผาไหม้
มันได้ปล่อยควันดำออกมา
ไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆอยู่ดี
“ เทียนก็ถูกจุดติดแล้ว แต่ไฉนถึงไม่มีอันใด
เปลี่ยนแปลงแม้แต่น้อย ”
สิ่งนี้ควรเป็นเทียนที่มีคุณสูงมาก ซึ่งหน้าที่ของเทียน
ก็คือส่องแสงสว่าง ตอนนี้เทียนสีดำกำลังลุกไหม้
และเริ่มสั้นลงเรื่อย ๆ ซึ่งดูเหมือนว่าจะไม่มีการ
เปลี่ยนแปลงใด ๆ อีก
เขาลองเปั่าดู จากนั้นก็พบว่า แสงเทียนที่ส่องสว่าง
ขึ้นมานี้ไม่มีทีท่าว่าจะดับเลยแม้แต่น้อย
ต่อให้ใช้คมกระบี่สะบั้นลงไปก็ไม่สามารถ ตัดไส้ของ
ตะเกียงให้ขาดได้ ยิ่งไม่ต้องกล่าวถึงน้ำ เรียกได้ว่า
แทบจะไร้ประโยชน์เลยทีเดียว
“ เป็นสิ่งที่แปลกมากจริงๆ ”
เขาถือเทียนเอาไว้ โดยยืนถัดไปจากวงเวท พร้อมกับ
กล่าวขึ้นสองสามคำ
เมื่อเทียนถูกจุดขึ้น เขาก็ยื่นมันเข้าไปใกล้วงเวท
เล็กน้อย ทันใดนั้นเมื่อเขาเพ่งพินิจตรวจสอบมัน
อย่างละเอียด ก็พบว่าเกิดการเปลี่ยนแปลงบางอย่าง
ขึ้น นั่นก็คือสัมผัสได้ถึงการหดตัวของวงเวทย์ เขาไม่
ค่อยเข้าใจวงเวทนี้เท่าใดนัก แต่การยืนอยู่ห่างจากวง
เวทไม่ถึง 1 จั้ง ก็ทำให้เขาสัมผัสถึงความรู้สึก
บางอย่างได้
อู่ อวี้ ตกตะลึงจนไร้ซึ่งคำพูดใด ๆ
เขาหยิบคนบนพื้นดินขึ้นมา จากนั้นก็โยนมันเข้าไป
ในวงเวท ทันใดนั้นเปลวเพลิงทองคำที่อยู่ภายในวง
เวทก็ลุกโหมกระหน่ำ กลืนกินโคลนจนหายไปทันที
ถึงแม้ว่าประสิทธิภาพของวงว่าจะยังไม่ได้หายไป แต่
เมื่อ อู่ อวี้ ถือเทียนสีดำนี้เอาไว้ในมือ พร้อมกับยื่น
เข้าไปใกล้ เขาก็สัมผัสได้ว่า วงเวทดูเหมือนจะเริ่ม
คลายลงเล็กน้อย
” ไม่ใช่ว่ามัน … ”
จากนั้นเขาก็ยื่นปลายเทียนเข้าไปในวงเวท ไม่นาน
นักใส้เทียนที่มีแสงสว่างถูกจุดเอาไว้อยู่ก็เข้าไป เปลว
เพลิงสีดำลุกโหมกระหน่ำอยู่ภายในวงเวท ซึ่งใน
ระหว่างที่เปลวเพลิงนี้กำลังลุกไหม้อยู่ อัคคีทองคำก็
ไม่ปรากฏขึ้น!
หัวใจของ อู่ อวี้ เต้นระทึกมากยิ่งขึ้น แล้วทันใด
นั้นเอง เขาก็ฉุกคิดเรื่องแปลก ๆ บางอย่างขึ้นมาได้
เขาดันเทียนเข้าไปข้างใน ไม่นานนักตัวเทียนกว่าครึ่ง
ก็เข้าไปในวงเวท และสิ่งที่น่าตื่นตะลึงยิ่งไปกว่านั้นก็
คือ อัคคีทองคำ ไม่ได้กลืนกินเทียนนี้ลงไป
ในขณะนี้เองเขาก็ก้มลงไปหยิบโคนขึ้นมาอีกกำ
พร้อมกับสูดหายใจเข้าลึก ๆ
จากนั้นก็ขว้างมันออกไปทันที
แผละ!
ระหว่างที่เป็นเพลิงสีดำบนเทียนกำลังลุกโหม
กระหน่ำอยู่ภายในวงเวท โคลนก็ถูกขว้างเข้าไป
ภายใน ตามมาด้วยเสียงหนึ่งที่ดังขึ้น เนื่องจากว่า
บัดนี้โคลนที่ถูกขว้างออกไป ได้อัดกระแทกลงสู่เบื้อง
หน้าของ ‘พลองหมื่นมังกรพิภพอนันต์’ !
หมิงซวงแทบสำลักลมหายใจไม่เห็นสิ่งที่เกิดขึ้น
จากนั้นนางก็กรีดร้องขึ้นว่า ” เป็นไปได้ยังไง! เป็นไป
ได้ยังไงกัน! เทียนสีดำอันนี้ แท้จริงแล้วกลับ
กลายเป็นสิ่งที่ใช้คลายวงเวทคุ้มภัย โอ้ สวรรค์ นี่มัน
อะไรกัน!”
อู่ อวี้ ก็ตื่นเต้นเช่นกัน!
เขาแทบจะสงบจิตใจให้เยือกเย็นสุขุมไม่ได้เลย
ในเวลานี้เขายังไม่กล้าเข้าไปสุ่มสี่สุ่มห้า แต่สิ่งหนึ่งที่
เขามั่นใจก็คือ เมื่อเทียนสีดำนี้ถูกจุดขึ้น มันสามารถ
ใส่ลงไปในวงเวทได้ ทั้งยังช่วยหยุดยั้งอัคคีทองคำไว้
อีกด้วย หลังจากนั้นเขาก็ควานหาศาสตราเต๋า
ประเภทโซ่ที่อยู่ภายในร่างแล้วหยิบมันออกมา
พร้อมกับรัดพันมันไว้รอบท่อนแขน แล้วเหวี่ยงมัน
เข้าไปภายในวงเวท หวืด!! โซ่พุ่งตรงออกไปคล้องพัน
พลองหมื่นมังกร เอาไว้
แคร๊ก แคร๊ก แคร๊ก แคร๊ก แคร๊ก!
คาดไม่ถึงว่าโซ่ที่รัดพันรอบ พลองหมื่นมังกร กลับไม่
ถูกเร็วเพลิงสีทองกลืนกิน!
อู่ อวี้ ตื่นเต้นจนแทบเสียสติ
ฉับพลันเขาก็กระชากสุดแรง เพื่อดึง พลองหมื่น
มังกร ออกมา
———————————
(´▽`).。o♡เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ