กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 628 : หนึ่งคนยืนหยัดพิชิตหมื่นมังกร!
ความลังเลพลันบังเกิด เทียนสีดำที่อยู่ในมือได้ดับไป
แล้ว
เพื่อไม่ให้ องค์หญิงโย่วเสี่ย พบ อู่ อวี้ จึงเร่งรีบจาก
ไปอย่างรวดเร็ว แม้ว่าจะมีทุ่งหญ้าอยู่ทุกที่ แต่เขา
จำต้องคอยมองหาสถานที่ที่ปลอดภัย เพื่อที่จะ
สามารถกำราบ ‘ศาสตราเต๋าวิถีแท้สุดยอดวิญญาณ’
ได้
แม้ว่าตัวเขาจะไม่ได้อยู่ในขอบเขตก่อร่างกำเนิดจิต
จึงอาจจะยังไม่สามารถรับมือกับพลังอำนาจของ
ศาสตราเต๋าวิถีแท้สุดยอดวิญญาณได้ แต่ถึงอย่างไรก็
ตามก็ต้องลองดูสักตั้ง!
เพราะยังไงแล้วเขาก็สามารถควบคุมเจดีย์ล่องกำเนิด
ได้บ้างเล็กน้อย
ซึ่งด้วยระดับชั้นของ ‘เจดีย์ล่องกำเนิด’ ย่อมมีระดับ
ที่สูงกว่า ‘พลองหมื่นมังกรพิภพอนันต์’
อู่ อวี้ คอยมองหาสถานที่ปลอดภัยไปพลาง และก็
ครุ่นคิดไปพลาง “บนทุ่งหญ้าอันกว้างใหญ่ไพศาลมี
ศาสตราเต๋าวิถีแท้สุดยอดวิญญาณ อยู่มากมาย และ
เมื่อข้าได้รับเทียนมาเพิ่ม ก็เท่ากับเพิ่มโอกาสในการ
คว้าพวกมันมาไว้ในมือ!”
ยิ่งคิดเขายิ่งรู้สึกเสียดาย หากว่าเขาสามารถนำเทียน
มาได้มากกว่านี้ก็คงดี
แม้ว่าเขาจะได้รับสมบัติที่เขาต้องการที่สุดมาแล้ว แต่
สมบัติเหล่านี้ ยิ่งมองยิ่งรู้สึกใคร่กระหาย อีกทั้ง
ทรัพยากรในด้านการฝึกตนของเขายังถือว่ามีอยู่น้อย
มาก เขาจึงต้องการสมบัติเหล่านี้ไปแปรเปลี่ยนเป็น
‘เม็ดยาจิตเทวะ’ จำนวนมาก
“ยังมีวิธีที่นำเทียนเล่มอื่นมาได้อีกหรือไม่?” เขา
ถามหมิงซวง
“หากอยากจะได้เทียน ก็มีแต่ต้องเข้าไปภายในสุสาน
อีกครั้ง หุ่นเชิดศพที่อยู่ภายในสุสานยังไงมันก็ทำ
อะไรเจ้าไม่ได้อยู่แล้ว อีกทั้งเขาวงกตก็น่าจะหายไป
แล้วด้วย แต่ประตูทองสัมฤทธิ์ เจ้าคงจะไม่สามารถ
เปิดมันได้ เจ้าเริ่มต้นช้าไปก้าวหนึ่ง แม้ว่าเจ้าจะ
ศึกษาเข้าสู่วิถีแห่งค่ายกลได้อย่างรวดเร็ว แต่เจ้าก็ยัง
ต้องศึกษาค่ายกลมาตั้งแต่เด็กเช่นเดียวกับ ไปั๋หลี่ จุย
หุน อยู่ดี นอกจากนี้มันก็ยังมีเหล่าอาวุโสคอยให้
คำแนะนำยามติดขัดอีกด้วย”
สิ่งที่สำคัญคือประตูบานนั้น
“บางทีคนที่ยังอยู่ที่นี่อาจจะมีคนที่สามารถเปิดประตู
บานนั้นอยู่ก็เป็นได้” อู่ อวี้ กล่าว
“แต่ว่าเจ้ากล้าที่จะไปร่วมกลุ่มกับพวกมันหรือยังไง
ล่ะ?”
ที่หมิงซวงกล่าวมาก็มีเหตุผล อู่ อวี้ ครุ่นคิดอยู่สักพัก
และคิดว่าควรจะปล่อยมันไป
“สถานการณ์ในตอนนี้ แม้ว่าข้าจะกำราบ ‘พลอง
หมื่นมังกร’ ได้ แต่ข้าก็ยังไม่อาจใช้ให้คนอื่นเห็นได้
อยู่ดี!“
“การที่ไม่มีผู้หนุนหลังหรือผู้สนับสนุน การอยู่บน
ชมพูทวีปโลกธาตุ นับว่ายากเย็นแท้!”
“เหอะ หากไม่ใช่เช่นนั้นข้าจะถูกไล่ล่าเช่นนี้ได้ยังไง
เล่า พวกมันแค่หาเหตุผลว่าข้าไม่มีคุณสมบัติในการ
ครอบครองมหาสมบัติก็ไล่ข้าอย่างกับผีกับสาง!” หมิ
งซวง ปรากฎสีหน้าที่เคียดแค้น นางเข้าใจความรู้สึก
เช่นนี้เป็นอย่างดี แต่น่าเสียดายที่ศัตรูของนางตก
ตายไปหมดแล้ว
อู่ อวี้ มาถึงสถานที่ที่ไม่ค่อยมีคน สถานที่แห่งนี้อยู่
ไกลจากสุสาน และไม่ค่อยมีผู้ใดผ่านทางมา
เขานำ เสามังกรสมุทรคลั่ง ออกมา ปักลงลึกลงไป
ประมาณ 10 จั้งบนพื้นหญ้า ก่อเกิดเป็นหลุมขนาด
ใหญ่ ซุกซ่อนอยู่ด้านใต้พื้นหญ้าจนไม่อาจจะหาพบ
ได้ง่ายๆ
ผนวกกับทุ่งหญ้าแห่งนี้มีพื้นที่กว้างใหญ่มากเกินไป
ย่อมไม่มีทางควานหาได้พบ เว้นเสียแต่ว่าจะมีคน
บังเอิญมาเหยียบปากหลุมนี้เข้า จนเห็นว่ามีสถานที่
เช่นนี้ถูกขุดอยู่ด้วย
จากนั้น อู่ อวี้ เร่งฝัง ‘เจดีย์ล่องกำเนิด’ ลงไปในหลุม
ลึก
ต่อมาเขาเปิดใช้งาน เคล็ดเทียมฟั้าจรดดิน ย่อขนาด
ร่างกายให้เล็กลงที่สุด เข้าไปในหลุมนี้อย่างสบายๆ
เมื่อเขาเข้ามาแล้วก็ทำการกลบหลุมในทันที
พยายามทำให้สภาพพื้นดินกลับมาเป็นเช่นเดิม ด้วย
วิธีนี้มันจะยิ่งทำให้แนบเนียนขึ้นกว่าเดิม
เขาร่อนลงไปอยู่ด้านบน เจดีย์ล่องกำเนิด
สถานการณ์ยามนี้คือเขาและ เจดีย์ล่องกำเนิด ซ่อน
ตัวอยู่ใต้ดินที่ลึกลงไปถึง 10 จั้ง ถูกล้อมรอบเอาไว้
ด้วยดินหนา อาจกล่าวได้ว่าเวลานี้เขาปลอดภัยอย่าง
ยิ่งยวด
ครู่ต่อมาเขาก็ได้เข้าไปภายใน เจดีย์ล่องกำเนิด เรียก
ได้ว่าบัดนี้เขาหายตัวไปอย่างสมบูรณ์!
หลังจากที่เข้ามาภายใน เจดีย์ล่องกำเนิด เวลาเขาก็
มากขึ้นกว่าเดิมถึง 2 เท่า
อู่ อวี้ รู้สึกตื่นเต้น และบัดนี้เขาได้หยิบ ‘พลองหมื่น
มังกรพิภพอนันต์’ ออกมาจากถุงจักรวาลด้วยความ
ระมัดระวัง
เขาถือพลองหมื่นมังกรเอาไว้ในมือ ลวดลายบนตัว
เสา เต็มไปด้วยมังกรทอง ถึงแม้จะเป็นมังกร
เหมือนกันแต่มันก็มีขนาดเล็ก แต่กระนั้นกลับยัง
สามารถมองเห็นเกล็ดมังกรบนร่างได้อย่างชัดเจน
แม้ว่ามันมีลักษณะที่ค่อนข้างหยาบก็ตามที
และยิ่งไปกว่านั้น ศาสตราเต๋าวิถีแท้สุดยอดวิญญาณ
มันมีน้ำหนักที่มหาศาล ด้วยพละกำลังของ อู่ อวี้
ในตอนนี้ เขารู้สึกว่าตนเองยังถือไม่ค่อยไหว ทำให้
คนอื่นที่ไม่มีพละกำลังเท่า อู่ อวี้ การจะร่ายรำควง
ศาสตราเต๋าวิถีแท้สุดยอดวิญญาณ นั้นจึงค่อนข้างจะ
ลำบากยิ่ง!
เพราะมันกินแรงมหาศาล!
เขารู้สึกไม่ต่างกับเป็นคนธรรมดาที่กำลังถือพลอง
เหล็กที่หนักถึง 100 จิน แต่แน่นอนว่าข้อดีของมันก็
มีอยู่ เพราะว่าความหนักหน่วงนี้มันจะทำให้พลัง
อำนาจทำลายล้างเพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน
“วัสดุหลักๆที่ใช้ทำพลองหมื่นมังกรเล่มนี้ ส่วนใหญ่
แล้วจะต้องเป็นสมบัติล้ำค่าที่มีเส้นวิญญาณเซียนอยู่
ถึง 8 เส้น! หรือแม้กระทั่งอาจจะมีถึง 9 เส้น”
เขาลูบพลองหมื่นมังกร สัมผัสถึงมังกรตัวน้อยทั้ง
หมื่นตัวที่แตกต่างกันออกไป และด้วยเจตจำนงของ
มัน ใบหน้าของเขาจึงเต็มปรี่ไปด้วยความสุข ราวกับ
เป็นเด็กได้ของเล่นที่เฝั้าปรารถนาอยากได้มานาน
“เจ้าอย่าเพิ่งด่วนดีใจไป สมบัติชิ้นนี้ยังไม่ยอมรับเจ้า
เสียหน่อย! ” เมื่อหมิงซวงเอ่ยประโยคนี้ขึ้น ราวกับ
ว่านางได้ราดน้ำเย็นลงไปบนหัวของเขา
อู่ อวี้ ย่อมรู้ดี จึงไม่อาจล่าช้าได้อีกต่อไป เขา
นั่งขัดสมาธิลงบนพื้น จับพลองหมื่นมังกรเอาไว้ในมือ
พร้อมกับเตรียมตัวกำราบศาสตราเต๋า
พลังของทั้งสองพลันเข้าปะทะกันจนราวกับฟั้าดิน
พลิกตลบ แม้ว่า อู่ อวี้ จะยังคงนั่งขัดสมาธิอยู่บนพื้น
ทว่ารอบตัวเขาเกิดการเปลี่ยนแปลง ซึ่งยามนี้เมื่อเขา
ได้เปิดเปลือกตาขึ้น ปรากฏว่าเขากลับอยู่บน
มหาสมุทรผืนหนึ่งเสียแล้ว
ที่ใต้ฝั่าเท้าเป็นน้ำทะเล ซึ่งมองไม่เห็นถึงจุดสิ้นสุด
ของมหาสมุทรผืนนี้ และไม่รู้ว่ามหาสมุทรผืนนี้มี
ความลึกมากมายขนาดไหน!
สิ่งที่สำคัญที่สุดนั่นเป็นเพราะว่าน้ำทะเลนี้ไม่ใช่น้ำ
ทะเลธรรมดา! แต่มันเป็นทองเหลว!
ซูม ซูม ซูม!
มันถูกเผาไหม้จนกลายเป็นมหาสมุทรสีแดงฉาน และ
สิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่านั้น บัดนี้มันก่อตัวกลายเป็น
ระลอกคลื่นม้วนกวาดไปทั่วทุกทิศทุกทาง!
เมื่อคลื่นทะเลม้วนกวาดอย่างบ้าคลั่ง มันก่อเกิดเป็น
เสียงคำรามดังสนั่น ยามเมื่อได้ยินจะทำให้รู้สึกหนัก
อึ้งเป็นอย่างยิ่ง!
ความหนักหน่วง พลังอำนาจอันมหาศาล เปลวเพลิง
ที่แผดเผาอย่างรุนแรง!
มหาสมุทรทองคำนี้ได้ประทับอยู่ในจิตใจของ อู่ อวี้ !
ลองนึกดูหากจมลงไปอยู่ใต้มหาสมุทรผืนนี้ จะต้อง
รับมือกับแรงกดดันที่รุนแรงขนาดไหน?
หากอยู่ก้นทะเล เกรงว่าก็คงถูกน้ำทะลสีทองนี้เกาะ
หล่อหลอมจนกลายเป็นรูปหล่อทองคำในทันทีอย่าง
แน่นอน และต่อให้เป็นเซียนก็คงไม่อาจจะหลบหนี
ได้!
มันช่างน่าเหลือเชื่ออย่างแท้จริง!
อู่ อวี้ ยืนอยู่เหนือนภากาศอย่างไม่ไหวติง ต่อมา
ร่างกายของเขาถูกระลอกคลื่นบางส่วนกระเซ็นมา
ถูกตัว ซึ่งมันทำให้เขารู้สึกว่าถูกลาวากัดกร่อนก็มิ
ปาน!
มันทำให้จิตใจของ อู่ อวี้ ได้รับรู้ถึงพลังอำนาจของ
ศาสตราเต๋าวิถีแท้สุดยอดจิตวิญญาณ!
นี่แสดงให้เห็นว่าเขาไม่อาจจะควบคุม ศาสตราเต๋า
วิถีแท้สุดยอดจิตวิญญาณ ได้ง่ายๆอย่างที่คิดเสียแล้ว!
ตูมตูมตูม!
หลังจากที่เข้ามา พลันปรากฎคลื่นเปลวเพลิงสีทอง
อร่ามโหมกระหน่ำ มหาสมุทรบ้าคลั่งไร้ที่เปรียบ น้ำ
ทะเลม้วนกวาดจนส่งเสียงดังสนั่นจนหูอื้ออึง อยู่
เบื้องหน้า อู่ อวี้
“ผู้ใดกัน!หาญกล้าบุกเข้ามาในสถานที่ของข้า!”
อู่ อวี้ ยังไม่ทันได้ทรงตัวยืนหยัดให้มั่นคง ทันใดนนั้น
กลับเกิดเสียงที่ดังขึ้นจากก้นมหาสมุทร!
ยามนี้มหาสมุทรสีทองอร่ามเกิดความปันปั่วน ก่อ
เกิดเสียงดังกัมปนาทขึ้น คลื่นและเสียงม้วนกวาด
ออกไปในเวลาเดียวกัน ทันใดนั้นเผยให้เห็นถึงมังกร
เทวะสีทองตัวหนึ่ง ทั่วทั้งร่างราวกับว่าถูกหล่อมา
จากทองคำ และบนตัวของลุกโชนด้วยเปลวเพลิงสี
ทองอร่าม กรงเล็บทั้ง 4 ข้างค่อยเยื้องกรายปรากฎ
ขึ้นมา มันบิดร่างกายและปลดปล่อยการเคลื่อนไหว
อันดุดันออกมาอย่างฉับพลัน!
ภายในเวลาสั้นๆ อู่ อวี้ ถูกรายล้อมด้วยมังกรเทวะ
นับหมื่นตัว!
“กระทั่งก่อร่างกำเนิดจิตเทวะก็ยังไม่ใช่ กลับกล้าบุก
รุกเข้ามาในสถานที่ของข้าอีกรึ!”
“พี่น้องทั้งหลาย ขับไล่มันออกไป ให้มันได้รู้ซึ้งถึง
พลังอำนาจของพวกเรา!”
“เจ้าไม่อาจเป็นเจ้านายของ พลองหมื่นมังกรพิภพ
อนันต์ ศาสตราเต๋าวิถีแท้สุดยอดวิญญาณ ได้!”
อันที่จริงแล้วนี่เป็นการต่อสู้ทางจิตวิญญาณ สำหรับ
อู่ อวี้ แล้ว เขาสามารถเปลี่ยนให้กลายเป็นการต่อสู้
ของกายเนื้อและพละกำลังได้
แต่หากมองในมุมผู้อื่น การที่ อู่ อวี้ กำลังพยายาม
กำราบศาสตราเต๋านี้อยู่นั้น เปรียบเสมือนกับเสี่ยง
ดวงก็มิปาน!
“ข้ามาเพื่อกำราบพลองหมื่นมังกรเล่มนี้ ไม่ว่าใครก็
ไม่อาจหยุดยั้งข้าได้!”
อู่ อวี้ เผชิญหน้ากับมังกรนับหมื่นตัว เขารู้ว่ายามนี้
เขาไม่อาจหลบหนีไปได้แล้ว หากปล่อยให้มังกรนับ
หมื่นตัวนี้ดูถูกตั้งแต่ครั้งแรก หากคิดจะกำราบพลอง
หมื่นมังกรนี้อีกครั้ง ย่อมยากยิ่งกว่าเดิมนับหลายเท่า
การพ่ายแพ้มันไม่ได้น่ากลัว ขี้ขลาดต่างหากที่ถึงจะ
เป็นเรื่องร้ายแรง!
ดังนั้น เขาจึงทุ่มหมดหน้าตัก ไม่ว่าคู่ต่อสู้จะมีมาก
น้อยเพียงไหน แต่เขาจะต้องใจสู้เต็มร้อย!
“ฆ่า!”
คนกู่ร้องคำรามเพื่อปลุกใจและสะกดข่มเสียงคลื่น
มหาสมุทร!
“จองหอง!”
“ถึงเจ้าจะมีความกล้าแต่ก็เปล่าประโยชน์! เจ้ายัง
อ่อนแอเกินไป!”
ยามนี้มังกรนับหมื่นตัวที่แข็งแกร่งประดุจเหล็กกล้า
และลุกท่วมไปด้วยเปลวเพลิงอันร้อนแรง ระเบิดพลัง
โจมตีเข้าใส่เขา!
“ภาพจำแรงเซียนวานร!”
เมือเขาเปิดใช้ภาพจำแรงเซียนวานร จะทำให้เขา
ได้รับความช่วยเหลือจาก ฉีเทียนต้าเสิ้ง แม้ว่าตัว อู่
อวี้ จะไม่ได้อยู่ในขอบเขตก่อร่างกำเนิดจิตเทวะ แต่
เขาก็สามารถอาศัยวิธีนี้เพื่อทำการกำราบศาสตรา
เต๋าวิถีแท้ได้!
ยิ่งกว่านั้นบัดนี้เขายังคิดที่จะกำราบ ศาสตราเต๋าวิถี
แท้สุดยอดจิตวิญญาณ!
และตัวเขาเพิ่งจะอยู่ในขั้นตำหนักม่วงทะเลมรกต
ระดับที่ 6 เท่านั้น
ภายใต้ความคิดของเขา เบื้องหน้าปรากฏเป็นราชา
วานรที่อาบไล้อยู่ท่ามกลางเปลวอัคคี บนร่างสวมใส่
ชุดเกราะที่สง่างามและองอาจ ส่วนในมือถือพลอง
ทองสมปรารถนา แต่หากมองดีๆมันกลับเป็นตัวเขา
เอง ไม่รู้ว่าร่างของเขากับภาพของราชาวานรเริ่ม
ซ่อนทับกันตั้งแต่เมื่อใดกัน
มันคือเจตจำนงของการต่อสู้ของตัวเขาเอง
หัวใจวานรได้ประทับอยู่ในใจของเขาอย่างมิอาจ
พรากจาก
สิ่งที่ปรากฏขึ้นต่อหน้ามังกรเทวะนับหมื่นตัวคือ
ราชันวานรที่แสนเย่อหยิ่ง!
พลองทองสมปรารถนาที่อยู่ในมือเขา ส่งเสียงคำราม
ต่อต้านกับมังกรเทวะนับหมื่นตัว หาได้หวาดกลัว
แม้แต่น้อย พุ่งเข้าไปเข่นฆ่าสังหารเหล่ามังกรเทวะ
ทั้งหลาย!
มังกรทั้งหมื่นตัวเพิ่งจะค้นพบว่า อู่ อวี้ ไม่ใช่ตัวตน
ธรรมดา หลงนึกไปเพียงว่าตัวตนอันกระจ้อยร่อยได้
หลงเข้ามาบังเอิญเพียงเท่านั้น
บัดนี้เขาพร้อมแล้ว!
ตูมตูมตูม!
อู่ อวี้ ปลดปล่อยการโจมตีอันดุร้ายออกมา ลำแสงสี
ทองถูกยิงกวาดออกมาจากดวงตาของเขา ซึ่งแววตา
ของเขานั้นกล่าวได้ว่าไร้ซึ่งความหวาดกลัว!
การเผชิญหน้ากับมังกรเทวะ ทำให้เขาต้องบิน
ทะยานสูงขึ้นไปอีก ยามนี้เขากวัดแกว่งพลองในมือ
ส่งเหล่ามังกรเทวะร่วงหล่นสู่ผืนมหาสมุทรอย่าง
ต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตามมังกรเทวะสีทองมีจำนวนมากมายนับ
ไม่ถ้วน!
แม้ว่าเขาจะบินไปโจมตีใส่มังกรตัวหนึ่ง แต่มังกรตัว
อื่นๆ ก็ใช้หาง กงเล็บ คมเขี้ยว และเขา โจมตีเข้าใส่
ร่างของเขา
นี่เป็นการตะลุมบอนที่ดิบเถื่อน!
เหล่ามังกรเทวะรวมตัวกันอยู่ภายในมหาสมุทร
ร่างกายของมันแข็งแกร่งไร้ที่เปรียบ!
พวกมันไม่รู้สึกเจ็บปวดหรือหวาดกลัว ทำเพียงแค่
โจมตีอย่างบ้าระห่ำ
อย่างไรก็ตาม อู่ อวี้ กลับบ้าบิ่นยิ่งกว่าพวกมัน พลอง
ในมือถูกกวัดแกว่งไปอย่างต่อเนื่อง บนร่างของเขามี
บาดแผลจำนวนมาก แต่นี่ไม่ได้ทำให้เขารู้สึก
หวาดกลัวแต่อย่างใด
แค่พริบตาเดียว เขากลับต่อสู้ราวกับเสียสติ!
หนึ่งคนยืนหยัดพิชิตหมื่นมังกร!
ตูมมม ตูมมมมม ตูมมมมม!
ราชาวานรที่อาบไล้ไปด้วยเปลวเพลิงซึ่งอยู่เหนือ
มหาสมุทรสีทอง เข่นฆ่าไปทั่วทุกทิศ มังกรหมื่นตัว
ล้อมกรอบโจมตีอย่างดุเดือด พวกมันคำรามเสียงที่
สะเทือนไปถึงสวรรค์
พายุสีทองม้วนกวาดไปทั่วทุกหนแห่ง!
มังกรเทวะยิ่งมายิ่งน้อยลง และบาดแผลบนร่างของ
เขายิ่งมายิ่งสาหัสมากขึ้น!
“ไสหัวไป!”
หลังจากที่เขาทำลายมังกรเทวะตัวหนึ่งไป ครึ่งร่าง
ของมันกลับยังคงกัดขาของเขาอยู่ไม่ปล่อยวาง แต่
กระนั้นความเจ็บปวดนี้ไม่ได้ส่งผลกระทบใดๆให้เขา
เมื่อรู้สึกตัวอีกที มังกรที่โอบล้อมเขาเอาไว้ได้หายไป
กว่าครึ่ง อย่างไรก็ตามตัวเขาเองก็ได้รับบาดเจ็บ
สาหัส! อันที่จริงมันเป็นอาการบาดเจ็บทางจิต
วิญญาณ ซึ่งไม่อาจฟืนฟูได้เช่นกายเนื้อ
“อู่ อวี้ เจ้ารีบกลับมา หากเป็นเช่นนี้ต่อไป เจ้า
อาจจะตายได้!” หมิงซวง เอ่ยออกมาด้วยความกังวล
อู่ อวี้ ได้สติขึ้นในระหว่างศึกตัดสินนี้
“ยังมีโอกาสอยู่ ” อู่ อวี้ กล่าว
ในความเป็นจริงมังกรเทวะที่ร่วงหล่นสู่มหาสมุทร
พวกมันต่างฟืนฟูและทะยานขึ้นมาใหม่อย่างไม่รู้จบ
สิ้น
ดังนั้น คู่ต่อสู้ของ อู่ อวี้ จึงทยอยเข้ามาอย่างต่อเนื่อง
จนถึงตอนนี้ ศัตรูก็ยังคงมีมากถึงครึ่งหนึ่งอยู่ดี
เขาไม่อาจจะหยุดได้
แต่ว่ายามนี้ขีดจำกัดพละกำลังและจิตวิญญาณของ
เขาได้มาสุดทางแล้ว
อู่ อวี้ จึงได้เลือกที่จะออกมาก่อน เขารู้แล้วว่ามัน
เป็นเรื่องที่ยากลำบากยิ่ง
แต่ที่เขาไม่รู้คือ พลองหมื่นมังกรนี้กลับยิ่งรู้สึกสั่น
สะท้านยิ่งกว่า พลองหมื่นมังกรไม่คาดคิดว่า อู่ อวี้
จะร้ายกาจถึงเพียงนี้
ถึงแม้ว่าเขาจะล่าถอยไปในตอนนี้ แต่ อู่ อวี้ ย่อม
ต้องกลับมาอย่างแน่นอน
หลังจากที่ อู่ อวี้ ออกมาจากภวังค์แล้ว เขารู้สึก
เหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้าจนแทบยืนไม่ไหว
“เจ้าพักฟืนสักระยะเถอะ นับว่าครั้งนี้เจ้าเก็บเกี่ยว
ประสบการณ์มาได้ไม่น้อย บางทีครั้งต่อไปเจ้า
อาจจะทำได้สำเร็จ” หมิงซวง เอ่ยสนับสนุนเขา
อู่ อวี้ รู้ดีว่ามันคงไม่ง่ายเช่นนั้น
อย่างไรก็ตามเขาหาได้รู้สึกย่อท้อ เพราะทุกครั้งที่
เผชิญหน้าศาสตราเต๋าวิถีแท้สุดยอดวิญญาณ มันทำ
ให้ขอบเขตเต๋าของเขามีความก้าวหน้าขึ้นอย่างใหญ่
หลวง
———————————
(´▽`).。o♡เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ