กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 653: ไหน ใครวายังไง?
หนึ่งคน สองหุ่นเชิด พลันปรากฏตัวต่อหน้า มังกร
เหมันต์พิสุทธิ์เก้าดารา อย่างฉับพลัน
กล่าวตามตรง มังกรเหมันต์พิสุทธิ์เก้าดารา นั้นมี
ความหยิ่งทระนงในตัวเองอย่างมาก ดังนั้นเมื่อ
ประสบกับสถานการณ์เช่นนี้ มันจึงรู้สึกเหนือความ
คาดหมาย
ฉับพลัน จู่ๆ อู่ อวี้ ก็ลงมือโจมตีอย่างรวดเร็ว ทำ
ให้มันไม่อาจจะโต้ตอบกลับไปได้ทัน!
และ อู่ อวี้ ยังได้รับการช่วยเหลือจากยมทูตขาว
ดำ! ต่อให้ต้องเผชิญหน้ากับ มังกรเหมันต์พิสุทธิ์
เก้าดารา ถึง 2 ตัวก็ไม่นับว่าเป็นปัญหา!
แก่นแท้พลังชีวิตศักดิ์สิทธิ์ที่ มังกรเหมันต์พิสุทธิ์
เก้าดารา เพิ่งสำแดงออกมา ได้มลายหายไปสิ้น
แล้ว เกรงว่าจะต้องใช้เวลาอีกสักพักจึงจะสามารถ
ใช้ได้ใหม่
นี่จึงเป็นโอกาสที่ดีที่สุดในการสังหาร
และในโอกาสนี้ เขาจะต้องจัดการอย่างรวดเร็ว
และเฉียบคมที่สุด!
อู่ อวี้ รอคอยช่วงเวลานี้!
อันดับแรก ยมทูตขาวดำแยกร่างขนาบข้างซ้าย
ขวา ร่างหนึ่งถือ ไม้โศกา อีกร่างถือตะขอกระชาก
วิญญาณ
ยมทูตขาว ทะยานตรงไปหา มังกรเหมันต์พิสุทธิ์
เก้าดารา ภายใต้คำสั่งของ อู่ อวี้ มันเร่งโคจรเพื่อ
กระตุ้นวงเวททั้งหมด ปลดปล่อยค่ายกล ‘แสงเท
วะไร้เงา’ ก่อนหน้านี้ อู่ อวี้ ทำการต่อสู้กับมันมา
เป็นเวลานาน จึงเข้าใจค่ายกลของมันเป็นอย่างดี
ยามนี้ยมทูตขาวยก ‘ไม้โศกา’ ขึ้นมา ลำแสงสีขาว
อันแข็งแกร่งกวาดผ่านไปทั่วเวที จนกลืนกิน มังกร
เหมันต์พิสุทธิ์เก้าดารา เข้าไปไม่เห็นร่าง ต่อมา
ยมทูตขาวฟาดไม้โศกาลงไปบนร่างของ มังกร
เหมันต์พิสุทธิ์เก้าดารา ก่อเกิดเป็นแรงระเบิดอัน
รุนแรง!
ส่วนอีกฟากหนึ่ง ยมทูตดำ เหวี่ยงตะขอกระชาก
วิญญาณออกไป ลักษณะท่าทางมันราวกับเป็น
อสรพิษ มันฉวัดเฉวียนพุ่งโจมตี มังกรเหมันต์
พิสุทธิ์เก้าดารา อย่างรวดเร็วและเฉียบคมยิ่ง
ตะขอกระชากวิญญาณบัดนี้ได้ทะลวงเข้าไป
ภายในกายเนื้อของอีกฝั่าย พริบตาเดียวสายอัสนี
ทมิฬพวยพุ่งปะทุออกมา กระจายไปทั่วร่างกาย
ของ มังกรเหมันต์พิสุทธิ์เก้าดารา!
การโจมตีนี้มีชื่อเรียกว่า ‘ค่ายกลห้วงนิทรามรณะ’
อู่ อวี้ รับรู้ถึงประสิทธิภาพของค่ายกลนี้ด้วยตนเอง
เมื่ออยู่ภายใต้ ค่ายกลห้วงนิทรามรณะ ทั่วทั้ง
มังกรเหมันต์พิสุทธิ์เก้าดารา ในตอนนี้จึงอยู่ใน
อาการอัมพาต ถึงแท้จริงแล้วการโจมตีนี้จะไม่ค่อย
รู้สึกเจ็บปวด แต่ว่าทั่วทั้งร่างมันกลับไร้ซึ่งเรี่ยวแรง
โดยฉับพลัน พลังจิตวิญญาณอ่อนล้าอย่างยิ่งยวด
ภายใต้อาการอัมพาตนี้ ผนวกกับลำแสงสีขาวที่
กลืนกินมันไปเมื่อครู่ ปีศาจผู้น่าสงสารได้ถูกถาโถม
โจมตีโรมรันอย่างหนักหน่วง แต่กระนั้นมันกลับไม่
รู้สึกเจ็บปวดใดๆ เนื่องจากอาการเหน็บชาอัมพาต
ยังไม่หายไป ยามนี้แววตาของมันมีเพียงแต่ความ
หดหู่ และหวาดกลัว ต่อ อู่ อวี้ !
อู่ อวี้ ปรากฎตัวขึ้นเบื้องหน้า พร้อมมองไปที่มัน
ด้วยแววตาราวกับเทพเซียน
กล่าวตามตรงเพียงแค่ยมทูตขาวดำ ก็สามารถถ่วง
เวลา มังกรเหมันต์พิสุทธิ์เก้าดารา ได้นานมากพอ
กระทั่งล้มมันได้ด้วยซ้ำ แต่ว่า อู่ อวี้ ต้องการที่จะ
เอาชนะให้รวดเร็วที่สุด!
“เจ้าเป็นคนแรก” อู่ อวี้ แสยะยิ้ม ด้วยความมั่นใจ
ของเขา จึงยกยิ้มอย่างเย็นชา ปล่อยให้ร่างกาย
ของ มังกรเหมันต์พิสุทธิ์เก้าดารา ที่เป็นอัมพาต
และไม่สามารถช่วยตนเองได้แสดงอาการหนาว
เหน็บออกมา มันคิดที่จะกู่ร้องคำรามเพื่อระบาย
โทสะ และพยายามจะหลบหนี แต่ร่างกายของมัน
กลับไร้ซึ่งเรี่ยวแรงใดๆ
ปัง!
และในยามนี้ ยมทูตสีขาวทุบลงไปที่บนหน้าผาก
ของมันเข้าอย่างจัง ไม่คาดคิดว่า ไม้โศกา จะมี
พลังอำนาจมากมายเช่นนี้ ภายใต้การทุบเขย่า
โลกา มันรู้สึกราวกับว่าฟั้าดินกลับด้าน จิตเทวะ
ของมันพลิกพลิกตลบ
ปัง!
ร่างกายที่เป็นอัมพาตซึ่งเวียนหัวจนแทบอาเจียน
พริบตานั้นเอง อู่ อวี้ ก็ได้หายไปจากคลองจักษุ
กลิ่นอายความตายปกคลุมไปทั่วทั้งตัวของมัน
ช่วงเวลานี้ มังกรเหมันต์พิสุทธิ์เก้าดารา รู้สึกงุนงง
ว่าทำไมผลลัพธ์ถึงกลับกลายเป็นเช่นนี้…….
ไม่ว่ามันจะเข้าใจหรือไม่ ยามนี้ อู่ อวี้ ได้รวบรวม
พลังแก่นแท้ตำหนักม่วง และยังมีพลังจากพิภพนับ
อนันต์ของพลองหมื่นมังกรถูกผสานหลอมรวมเข้า
ด้วยกัน
เคล็ดระเบิดพลังคลั่ง ยังไม่ถูกใช้ออกในยามนี้!!
แต่ถึงอย่างนั้น พลองศาสตราเต๋าวิถีแท้สุดยอด
วิญญาณ ที่ฟาดลงไปบนหัวขนาดใหญ่ของ มังกร
เหมันต์พิสุทธิ์เก้าดารา กลับทำให้ศีรษะของมันยุบ
ไปเกินครึ่ง!
“อ้ากกกก!” มังกรเหมันต์พิสุทธิ์เก้าดารา กรีดร้อง
อย่างหวาดกลัว ร่างกายของมันดิ้นอย่างบ้าคลั่ง
มันกำลังดิ้นรนเพื่อให้รอดพ้นจากวิกฤตความตาย!
นี่เป็นครั้งแรกที่ มังกรเหมันต์พิสุทธิ์เก้าดารา รู้สึก
ถึงความเจ็บปวดถึงขนาดนี้ ภายใต้ความเจ็บปวด
ที่แสนทรมาน ศีรษะของมันถึงกับยุบลงไปเกินครึ่ง
ยามนี้มันอยู่ชายขอบแห่งความตาย มันจึงดิ้นรน
และกรีดร้องอย่างบ้าคลั่ง มันจับจ้องมาที่ อู่ อวี้
ด้วยสายตาที่แดงก่ำ ซึ่งกระทั่งตัวมันเองก็รู้สึกไม่
อยากจะทำใจเชื่อในสิ่งที่เกิดขึ้นนี้ลงได้!
ไม่อยากจะเชื่อว่า อู่ อวี้ จะมีพลังที่แข็งแกร่ง
เช่นนี้!
และยิ่งไม่ยากจะเชื่อว่า อู่ อวี้ กล้าสังหารมัน!
“ข้าเป็นถึง นายน้อยแห่ง‘สมุทรเก้าดารา’! เจ้า
กล้าสังหารข้างั้นรึ ข้าจะฝัง ทวีปแห่งทวยเทพตง
เสิ้ง ไปพร้อมกับเจ้า!” มังกรเหมันต์พิสุทธิ์เก้าดารา
กรีดร้องอย่างเจ็บปวดและบ้าคลั่ง
สิ่งที่มันมองเห็นคือ อู่ อวี้ ฟาดลงมาอีกครั้งหนึ่ง
อย่างรวดเร็ว ซึ่งพลองเมื่อครู่ก็ทำให้มันเจียนตาย
แล้ว หากโดนเข้าไปอีกที ด้วยพลังอำนาจอันหนัก
หน่วงของ ศาสตราเต๋าวีถีแท้สุดยอดวิญญาณ ก็
เพียงพอที่จะส่งมันไปตายได้ในทันที!
ชั่วอึดใจ มันสัมผัสถึงแววตาอันเย็นยะเยือกของ อู่
อวี้ ซึ่งไม่แปรผันแม้แต่น้อย ทำให้มันรู้ในที่สุดว่า อู่
อวี้ หมายมาดจะสังหารมันแต่แรกแล้ว
แน่วแน่ไม่แปรผัน!
มันเข้าใจในที่สุดแล้วว่าทำไม อู่ อวี้ ถึงไม่หลบหนี
จากไปในทันที แต่กลับเข้ามาหาเรื่องพวกมันแทน
แต่สิ่งที่แย่ที่สุดคือมันเป็นคนที่มาจากสถานที่
ทุรกันดาร แต่กลับกล้าสังหารมันเช่นนี้ แถม
เปั้าหมายของมันยังไม่ใช่แค่คนเดียวเสียด้วย
สิ่งนี้ทำให้ มังกรเหมันต์พิสุทธิ์เก้าดารา รู้สึกขน
พองสยองเกล้า ราวกับปีศาจที่ออกมาจากขุมนรก
เพื่อตามล่าล้างแค้นทีละคนๆ
“ช่วยข้าด้วย!” มันร่ำไห้ออกมา ร้องเรียกคนที่อยู่
รอบๆให้มาช่วยมัน ยามนี้มันตกอยู่ในอารมณ์
สับสนและหวาดกลัวจนตัวสั่นเทิ้ม
มีคนคิดที่จะเข้ามาช่วยเหลือมัน แต่ทุกสิ่งก็เกิดขึ้น
รวดเร็วเกินไป ทุกคนจึงไม่อาจจะตอบสนองต่อ
เหตุการณ์ได้ทัน
ก่อนหน้านี้ อู่ อวี้ ร้องคำรามและยกพลองหมื่น
มังกรในมือขึ้น ฟั้าดินสั่นสะท้าน การผสานกัน
ระหว่างกายเนื้อและพลังแก่นแท้ตำหนักม่วงของ
อู่ อวี้ ผนวกกับพลองที่เต็มไปด้วยพลังอำนาจอัน
รุนแรงนี้ ได้ลงดาบไปยังบนศีรษะของมัน ชั่ว
พริบตา พลังทำลายอันน่าสะพรึงกลัวทำให้ศีรษะ
ของ มังกรเหมันต์พิสุทธิ์เก้าดารา แหลกเหลวไป
ในทันที
ซวบ!
ด้วยตะขอกระชากวิญญาณ พลังของยมทูตขาวดำ
ได้ตัดผ่าร่างกายของมันออกเป็นชิ้นๆ!
มังกรเหมันต์พิสุทธิ์เก้าดารา ตกตายไปอย่างน่า
อนาถ!
ศพของมัน ร่วงหล่น กระจัดกระจายไปทั่วเวที
เซียนเหลียว ไม่คาดคิดว่าเวทีเซียนเหลียวจะ
กลายเป็นสถานที่ที่น่ากลัวเช่นนี้ แต่กระนั้นโลหิต
เจิ่งนอกกลับถูกสูบกลืนเข้าไปในทันที ไม่หลงเหลือ
ซึ่งร่องรอยใดๆ เหลือเพียงไว้เศษซากของ มังกร
เหมันต์พิสุทธิ์เก้าดารา ที่ซึ่งไม่นานก็เริ่มเหี่ยวเฉา
ลงไป
อู่ อวี้ เร่งคว้าถุงจักรวาลของมันมาห้อยไว้ตรงเอว
ของเขา ยามนี้เขายืนอยู่ด้านข้างเศษซากที่กระจัด
กระจายของ มังกรเหมันต์พิสุทธิ์เก้าดารา ที่คงไว้
ด้วยใบหน้าอันตกตะลึง ส่วนหุ่นเชิดยมทูตขาวดำ
ที่แข็งทื่อราวกับวิญญาณนั้น ราวกับมีเสียงภูติผี
รายล้อมอยู่ตลอดเวลา พวกมันมีดวงตาอันเหม่อ
ลอยจนน่าหวาดกลัว ซึ่งยามนี้มันได้ยืนขนาบข้าง
อู่ อวี้ ผู้เปรียบเสมือนนายหัวของมัน
การสังหาร มังกรเหมันต์พิสุทธิ์เก้าดารา ประการ
แรกเพื่อการล้างแค้น ส่วนประการที่สองก็คือ
ทรัพยากรสมบัติต่างๆที่อยู่บนร่างของมัน เมื่อพวก
มันไม่เห็นความสำคัญในชีวิตของ อู่ อวี้ เขาก็คิด
ว่าควรจะทำสิ่งใดกับพวกมัน!
ในความเป็นจริงเขาสามารถจากไปได้ในทันที และ
ปล่อยพวกมันเอาไว้ในที่แห่งนี้ แต่เกรงว่าหากพวก
มันค้นพบวิธีที่จะออกไปจากเวทีเซียนเหลียวแห่งนี้
ได้พบ อู่ อวี้ จะต้องเผชิญกับปัญหาครั้งใหญ่อย่าง
แน่นอน
ดังนั้นเขาจะจึงตัดสินใจอย่างบ้าบิ่น
เขาต้องสังหารทุกคนที่อยู่ภายในที่แห่งนี้!
พวกมันต้องตายทุกคน หากเขาจากไปเพียงลำพัง
แม้ว่าจะเป็นวิธีการที่ปลอดภัย แต่ไม่สามารถ
รับประกันได้ว่าพวกมันจะออกมา
เมื่อ มังกรเหมันต์พิสุทธิ์เก้าดารา ตกตายไป อู่ อวี้
ก็ไม่สามารถหันหลังกลับได้อีก ซึ่งเป็นพวกมันเอง
ที่บีบบังคับเขา
แน่นอนว่ายังเหลืออยู่อีก 7 คน ซึ่งพวกมันแต่ละ
คนล้วนเป็นคนที่มีฝีมือร้ายกาจ มันจึงไม่ใช่เรื่อง
ง่ายที่ อู่ อวี้ จะจัดการพวกมันทั้งหมดลงได้ แต่
ทว่าในใจของเขาก็ได้วางแผนการเอาไว้แล้ว
หากพวกมันหลบหนีไปได้ ก็จะต้องตามไปจัดการ
ให้สิ้นซาก
แม้ว่าพวกมันแต่ละคนจะมีภูมิหลังที่สามารถ
ต่อต้านสวรรค์ได้ก็ตาม! แต่เมื่ออยู่ที่นี่ มีเพียงแค่
ความเป็นและความตาย ไม่มีผู้ใดมาคอยหนุนหลัง
พวกมันได้!
แน่นอนว่านี่เป็นช่วงเวลาหัวเลี้ยวหัวต่อ
ยามนี้คนทั้งหมด 8 คนรวมถึง หวัง จื่อซุน ที่อยู่
ภายในนี้ ต่างปรากฎสีหน้าตกตะลึง ใบหน้า
กลายเป็นซีดขาว มองดู อู่ อวี้ ที่ทำราวกับว่าไม่มี
สิ่งใดเกิดขึ้น
ส่วน หวัง จื่อซุน หวาดกลัวจนล้มลงไปบนพื้น มัน
จดจำถึงการต่อสู้ก่อนหน้านี้ได้อย่างดี คนเกิด
ความคิดว่าหากตนเองมี ยันต์เซียนบรรพกาล
จะต้องออกไปจากที่นี่ในทันที่
สถานการณ์ที่อยู่เบื้องหน้านี้คืออะไรกันเนี่ย…….
อู่ อวี้ ทำเหมือนไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น จากนั้นเขาได้ห
นิบ ยันต์เซียนบรรพกาล ของ มังกรเหมันต์พิสุทธิ์
เก้าดารา ออกมา และโยนไปทาง หวัง จื่อซุน
พร้อมกล่าวว่า “เอ้า..เอาไปซะ หลังจากนี้จงอย่า
มายุ่งกับข้าอีก เพราะถึงเจ้าจะไปยัง ทวีปแห่งทวย
เทพตงเสิ้ง แต่คาดว่าเจ้าคงไม่สามารถรั้งกลับไป
ยัง ดินแดนโบราณเหยียนหวง ได้อีกเป็นครั้งที่สอง
เข้าใจหรือไม่?”
หวัง จื่อซุน ตัวสั่นเทิ่ม มันพริบหยิบ ยันต์เซียน
บรรพกาล ขึ้นมาพร้อมกับพยักหน้ารัวๆ และ
กล่าวว่า “ดะ…ได้…จะ…เจ้ากล่าวถูกแล้ว……”
อู่ อวี้ หันหน้ากลับไป ยิ้มให้กับทุกคน และขึ้น
กล่าวว่า “ข้าต้องขอโทษทุกท่านด้วย เรื่องที่ข้า
ปกปิดความจริง ตัวข้าได้มีความก้าวหน้าครั้งใหญ่
แต่ข้าก็เชื่อว่า ทุกท่านจะยังคงทำการต่อสู้กันอย่าง
เปิดเผยและตรงไปตรงมาต่อไป ส่วนการตายของ
มังกรเหมันต์พิสุทธิ์เก้าดารา ต้องขออภัยจริงๆ
เป็นเพราะว่ามันต้องการจะสังหารข้า คนผู้นี้ต่อสู้
อย่างไร้ซึ่งความเมตตา ทำให้ข้าต้องมีโทสะ จึงได้
เผลอพลั้งปลิดชีวิตมันไป เรื่องนี้ไม่อาจจะโทษข้า
ได้ เนื่องจากว่าทุกท่านไม่ได้อธิบายถึงเรื่องกฏให้
ชัดเจน ว่าสามารถสังหารได้หรือไม่ หลังจากครั้งนี้
ไป ข้ารู้สึกว่าจะต้องอธิบายกฎให้ชัดเจนขึ้น
กว่าเดิมแล้วว่าสามารถสังหารคู่ต่อสู้ได้หรือไม่?”
พวกมันรู้ว่า อู่ อวี้ ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป
เมื่อฟังจากน้ำเสียงและความคิด มันแตกต่างจาก
เดิมอย่างสิ้นเชิง อู่ อวี้ ในเวลานี้ ทำให้พวกมัน
รู้สึกหวาดกลัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตอนที่เขา
สังหาร มังกรเหมันต์พิสุทธิ์เก้าดารา โดยไม่
กระพริบตา
พวกมันรู้สึกหวาดกลัวเขาจริงๆ
การกระทำของ อู่ อวี้ ช่างเป็นเรื่องที่น่าเหลือเชื่อ
แม้ว่าจะเป็นพวกมัน ก็ไม่มีความกล้าที่จะสังหาร
มังกรเหมันติ์พิสุทธิ์เก้าดารา ต่อหน้าทุกคนเช่นนี้
ไม่ต้องสงสัยเลยว่านี่คือการเปิดศึกกับมหาสมุทร
เก้าดารา! หากมหาสมุทรเก้าดารารู้ว่า มังกร
เหมันต์พิสุทธิ์เก้าดารา ตกตายภายใต้เงื้อมมือของ
อู่ อวี้ ทวีปแห่งทวยเทพตงเสิ้ง และมิตรสหาย
ใกล้ชิดของ อู่ อวี้ จะต้องมลายสิ้น กระทั่งตัว อู่
อวี้ เอง ก็จะต้องไม่ตกตายดี
ดังนั้น พวกมันจึงกำลังตกอยู่ในอาการตกตะลึง
อู่ อวี้ ก็กล่าวออกมาอย่างสบายๆ “สำหรับเรื่องที่
ข้าสังหาร มังกรเหมันต์พิสุทธิ์เก้าดารา แล้วจะมี
ผลกระทบอันใดตามมา นี่ถือเป็นเรื่องของข้า ทุก
ท่านไม่จำเป็นต้องเป็นกังวลไป ก่อนหน้านี้ข้าได้ทำ
ตามคำสั่งของ โอรสเล่อ สังหารฉลามนิรันดร์
ตามที่ทุกท่านได้คาดการณ์เอาไว้ ไม่แน่ว่าเผ่าพันธุ์
ปีศาจนิรันดร์จะไล่ล่าสังหารข้าไปจนสุดขอบโลก
เช่นนั้น ข้าจึงรู้สึกว่าก็ไม่อาจเรียกร้องสิ่งใดได้อีก
เรื่องนั้นเอาไว้ก่อน ยามนี้ข้าจะถามอีกคราว่า
สามารถสังหารคู่ต่อสู้ได้หรือไม่?”
เขายิ้มให้กับทุกคนที่อยู่เบื้องหน้า
พวกมันทุกคนล้วนหมายสังหาร อู่ อวี้ และชิง
สมบัติของเขามา
แต่สิ่งที่น่าประหลาดใจคือ อู่ อวี้ ที่เริ่มสังหารก่อน
กลับมาถามทีหลังเช่นนี้?
สิ่งนี้ทำให้ในใจของพวกมันทุกคนแทบจะกระอัก
เลือดออกมา
“ทุกท่านคิดที่จะดำเนินการต่อหรือไม่? ถ้าไม่
เช่นนั้นข้าต้องขอตัว ทุกท่านคิดหาหนทางอื่นใน
การออกไปจากเวทีเซียนเหลียวแห่งนี้เองละกัน!”
อู่ อวี้ ยิ้มกว้าง
บางทีเขาก็รู้สึกว่าตนเองเป็นผู้ที่เจ้าเล่ห์ไม่น้อย
ทีเดียว
เขาหาวิธีเปิดโอกาสให้พวกมันใช้ทุกวิถีทางเพื่อ
สังหารตนและชิงสมบัติไป ดังนั้นเขายอมให้พวก
มันสังหารเขาโต้งๆ
อู่ อวี้ ทำเหมือนกับหย่อนเหยื่อลงไปในฝูงปลา ให้
คนเหล่านี้ ติดกับดัก
และคนเหล่านี้ก็ติดเบ็ดอย่างง่ายดาย เนื่องจากว่า
พวกมันหวาดกลัวความตาย อีกใจก็กลัวว่า อู่ อวี้
จะจากไป เพราะด้วยพลังที่เขาแสดงให้เห็นเมื่อครู่
ทำให้รู้ได้ว่า หากเขาต้องการจะไป ย่อมไม่มีใครฉุด
รั้งได้อีก
ยามนี้จึงกลายเป็นว่า อู่ อวี้ ได้หยิบยื่นโอกาส
ให้กับพวกมัน
ใครใช้ให้พวกมันทำราวกับว่าเขาเป็นสุนัขตัวหนึ่ง
ที่คิดจะฆ่าก็ฆ่า และดูถูกได้เขากันล่ะ?……..
——————————-
(´▽`).。o♡เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ