กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 752: แบ่งจิตเทวะเป็น 2 ส่วน
ท่ามกลางมหาสมุทรแก่นแท้ เดิมทีมันถูกปกคลุมไป
ด้วยเมฆหมอก แต่ในตอนนี้ทุกสรรพสิ่งได้ผสานหลอม
รวมมาอยู่ภายในจุดเดียว
มันคือ ‘มหาเคล็ดวิถีเทียนเซียน’ ซึ่งกำลังควบแน่น
เป็นแก่นแท้จิตเทวะ
หลังจากใช้ความพยายามไปสักพัก ในที่สุดจิตเทวะก็
ก่อตัวได้สำเร็จ อู่ อวี้ กำลังทะลวงเข้าสู่ขอบเขตใหม่
ขอบเขตก่อร่างกำเนิดจิตเทวะที่เฝ้าฝันมาเนิ่นนาน!!
จากขอบเขตหลอมรวมลมปราณถึงขอบเขตแกนนภา
จากนั้นก็เข้าสู่ขอบเขตตำหนักม่วงทะเลมรกต ยามนี้
ถึงเวลาที่จะทะลวงเข้าสู่ขอบเขตตก่อร่างกำเนิดจิตเท
วะ
ทุกครั้งที่เข้าสู่ขอบเขตใหม่ มันก็คือจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่
ของชีวิต
หลอมรวมลมปราณ แกนนภา ตำหนักม่วงทะเลมรกต
ล้วนแต่เป็นการเปลี่ยนแปลงสับเปลี่ยนกายเนื้อ แต่
ทว่าขอบเขตก่อร่างจิตเทวะนี้มันเป็นการเปลี่ยนแปลง
ทางด้านของจิตวิญญาณโดยตรง เมื่อมาถึงขอบเขตก่อ
ร่างกำเนิดจิตเทวะแล้ว ก็อาจจะกล่าวได้ว่า นี่คือการ
ก้าวเข้าสู่การเป็นผู้ฝึกตนที่สมบูรณ์แบบ
หรืออาจจะกล่าวได้ว่านี่คือจุดเริ่มต้นของการฝึกตน
ทั้งจิตวิญญาณและกายเนื้อ ล้วนแปรสภาพอย่าง
แท้จริง
สำหรับ อู่ อวี้ แล้ว เขากำลังจะควบแน่นก่อร่างเป็นจิต
เทวะได้สำเร็จ แต่นี่ยังไม่ใช่ผลลัพธ์สุดท้ายของเขา ขั้น
ต่อไปจึงจะถือว่าเป็นสิ่งที่สำคัญจริงๆ
แม้จะกล่าวว่า บรรพชนมารกลืนสวรรค์นั้นจะเป็น
ตัวตนแห่งความเลวร้าย แต่ในด้านความสามารถของ
นาง แม้แต่เทพเซียนก็ยังมิอาจระงับความโลภภายใน
ใจได้
ท่ามกลางการผสานนี้ พลันปรากฏรูปร่างของบรรพชน
มารกลืนสวรรค์ขึ้นที่เบื้องหลังของเขา ซึ่งนั่นก็คือเงา
ร่างของ ‘เทียนไห่อวี้ ฝูเหยา’ ด้วยผมยาวสีขาว
ดวงตาสีแดงโลหิต กล่าวได้ว่าเต็มไปด้วยเสน่ห์ยั่วยวน
ยิ่ง เมื่อเทียบกับ เทียนไห่อวี้ ฝูเหยา ในตอนก่อนหน้า
นี้ ก็ราวกับว่าได้เปลี่ยนเป็นคนละคนไปอย่างสิ้นเชิง
ผมสีขาวราวกับหิมะที่สุกใสเป็นประกาย ดวงตาของ
นางเป็นสีโลหิตดูให้อารมณ์ความรู้สึกดั่งกับความ
กระหายเลือดแต่กลับแฝงไปด้วยความสง่างามที่ลงตัว
เกรงว่าคงมีเพียง็ยฌอสูรที่เขมือบกินทุกสิ่งอย่าง จึงจะ
มีสายตาที่แดงโลหิตเช่นนี้ได้
แม้ว่านางจะถูกพลองทองสมปรารถนาพันธนาการ
เอาไว้ แต่ อู่ อวี้ ก็ไม่มีทางลืมนางได้ลง ยิ่งไปกว่านั้น
เขายังรู้สึกว่าบรรพชนมารกลืนสวรรค์เป็นตัวอันตราย
ที่ไม่มีวันตาย ซึ่งสำหรับเขาแล้ว อีกฝ่ายมีความน่ากลัว
เกินไป
ควบแน่จิตเทวะ!
หมอกที่อยู่ภายในมหาสมุทรแก่นแท้ ค่อยๆถูกดูด
รวมอยู่ภายในจิตวิญญาณอย่างสมบูรณ์ ท่ามกลาง
มหาสมุทรแก่นแท้เริ่มปรากฏเงาร่างของคนผู้หนึ่งขึ้น
อย่างเลือนราง ซึ่งนั่นคือเงาร่างนั้นมีลักษณะเฉก
เช่นเดียวกับ อู่ อวี้ ไม่ผิดเพี้ยน
หมิงซวง ได้เห็นแล้วก็เกิดความปิติขึ้นในทันใด
“พระเจ้าช่วย!! เจ้าที่เพิ่งจะควบแน่นจิตเทวะ กลับมี
ความหนาแน่นกระทั่งเทียบเท่าได้กับขอบเขตก่อร่าง
กำเนิดจิตเทวะขั้นที่ 4-5 ของผู้อื่นแล้ว หากว่าเจ้า
สามารถควบแน่นมันจนสำเร็จ เจ้าก็น่าจะอยู่ในระดับ
เดียวกับขอบเขตก่อร่างกำเนิดจิตเทวะขั้นที่ 7 -8 เลย
ทีเดียว! นี่เป็นพิสูจน์ได้ดีเลยทีเดียวว่าจิตวิญญาณของ
เจ้าทรงพลังมาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว อาจเป็นเพราะว่า
เจ้าได้กินเม็ดยาจิตเทวะจำนวนมหาศาล กับ ผลรุกข
เทวะกำเนิดมหาวิถีเต๋า นั่นแหละนะ เพราะตำหนัก
ม่วงทะเลมรกตไม่ค่อยจะรองรับผลของพวกมันเสีย
เท่าไหร่ ดังนั้นจึงทบยอดมาตอนนี้แทน”
ขณะทำการควบแน่นจิตเทวะของขอบเขตก่อร่าง
กำเนิดจิตเทวะ ก็เกิดเป็นภาพมายาของมนุษย์ขึ้นมา
หากในอนาคตยิ่งยกระดับขอบเขตได้ ภาพมายานี้ก็จะ
ค่อยๆแปรเปลี่ยนจนเป็นเสมือนจริงยิ่งขึ้น ว่ากันว่า
ยามฝึกตนจนถึงขอบเขตก่อร่างกำเนิดจิตเทวะระดับที่
10 มันก็จะรวมตัวควบแน่นจนกลายเป็นร่างของตัวคน
ขึ้นมาจริงๆ
ระดับของจิตเทวะในขอบเขตก่อร่างกำเนิดจิตเทวะ
ระดับที่ 7-8 ก็คือระดับของพลังรบของ อู่ อวี้ ในยาม
นี้ แต่ระดับพลังแท้จริงของเขาหลังจากที่ควบแน่นจิต
เทวะจนสำเร็จแล้ว ตัวเขาก็ยังคงอยู่เพียงแค่ขอบเขต
ก่อร่างกำเนิดจิตเทวะระดับที่ 1 เท่านั้น ซึ่งถือเป็น
ความจริงที่มิอาจหลีกหนี
แน่นอนว่าขอบเขตก่อร่างกำเนิดจิตเทวะระดับที่ 1 ก็
ไม่ได้หมายความว่า จิตเทวะของเขาจะมีความ
แข็งแกร่งอยู่เพียงขั้นที่ 1 ตาม มันเป็นถึงจิตเทวะที่ อู่
อวี้ ควบแน่นมันด้วยเคล็ดวิถีเทียนเซียน และในยามที่
อยู่ขอบเขตแกนนภา เขาก็เป็นผู้ที่อยู่เหนือกว่าคนใน
ระดับเดียวกันแล้ว อีกทั้งความหนาแน่นของจิตเทวะ
ของเขายังเปรียบได้กับขอบเขตก่อร่างกำเนิดจิตเทวะ
ระดับที่ 4 หรืออาจจะเทียบได้กับระดับที่ 5 เลยด้วย
ซ้ำ จึงทำให้เขาสามารถท้าทายได้ทุกคนอย่างไม่เกรง
กลัวอีกต่อไป
ก่อนหน้านี้ หากว่าแก่นแท้ตำหนักม่วงของเขาเป็นดั่ง
คนทั่วๆไป แม้จะผสานเข้ากับพลังกายเนื้อและเคล็ด
อิทธิฤทธิ์ทั้ง 4 ก็ยังไม่อาจจะมีคุณสมบัติเพียงพอที่จะ
เป็นคู่มือกับ กง เสิ่นจุน เสียด้วยซ้ำ จึงเห็นได้ว่า เคล็ด
วิถีเทียนเซียน นี้มีบทบาทเพียงใด
ตัวจิตเทวะ มันไม่ได้มีส่วนช่วยเหลือ อู่ อวี้ ในการต่อสู้
มากเท่าใด แต่มันจะมีบทบาทอย่างยิ่งในด้านการ
ต้านทานการโจมตีทางจิตวิญญาณ และ การทำความรู้
แจ้ง
“การที่จิตเทวะของเจ้าสามารถแบ่งออกเป็นสองได้
ถือเป็นข้อได้เปรียบอย่างยิ่ง! หากว่าเจ้ามีจิตเทวะ
ทั่วๆไป หลังจากที่ทะลวงเข้าสู่ขอบเขตก่อร่างกำเนิด
จิตเทวะแล้วลองพยายามแบ่งจิตเทวะออก นับว่ามี
โอกาสที่จิตเทวะของเขาจะทลายลงเกือบสิบส่วน แต่
ด้วยแก่นแท้จิตเทวะที่แข็งแกร่งเช่นนี้ หากเจ้าสามารถ
แบ่งออกเป็น 2 ได้สำเร็จ แก่นแท้จิตเทวะของเจ้าก็จะ
อยู่เหนือกว่าผู้อื่นจนเทียบไม่ติด!”
หมิงซวง กล่าวออกมาด้วยความตื่นเต้น
เมื่อสิ้นเสียง จิตเทวะของ อู่ อวี้ ก็ค่อยๆเริ่มควบแน่น
จนเด่นชัดขึ้นมา หากเป็นเช่นเดียวกับที่ หมิงซวง ได้
คาดการณ์ไว้ จิตเทวะของ อู่ อวี้ ก็จะค่อยๆควบแน่น
จนเป็นรูปเป็นร่างและเห็นได้เด่นชัดยิ่งขึ้น ซึ่งหากเป็น
เช่นนั้น จะทำให้สามารถบ่มเพาะพลังได้เร็วขึ้นกว่าคน
อื่นมากนัก…….
จิตเทวะ ยิ่งมายิ่งเด่นชัดมากยิ่งขึ้น!
เกรงว่าการที่ขอบเขตก่อร่างกำเนิดจิตเทวะกลายเป็น
เช่นนี้ น่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับการที่เขากินเม็ดยาจิต
เทวะไปเป็นจำนวนมหาศาล นอกจากนี้ก็ยังมีผลรุกข
เทวะกำเนิดมหาวิถีเต๋าอีกด้วย ซึ่งมันไม่ได้ส่งผลกับ
แก่นแท้ตำหนักม่วงของเขาโดยตรง อย่างไรก็ตามด้วย
ประสิทธิภาพของรุขเทวะที่ได้สั่งสมมาเป็นเวลานาน
มันกลับได้แสดงผลลัพธ์ของมันออกมาในยามนี้!
กระทั่งยังไม่ควบแน่นเสร็จสู่ขั้นที่ 1 ดี ก็ยังยกระดับได้
ถึงขนาดนี้ รอให้ อู่ อวี้ ถึงขอบเขตก่อร่างกำเนิดจิตเท
วะโดยสมบูรณ์ แล้วจิตเทวะของเขาจะชัดเจนได้มาก
ขนาดไหนกัน?
หลังจากผ่านไป 10 อึดใจ อู่ อวี้ กับ หมิงซวง ก็รู้สึก
ตกตะลึงมากขึ้น เนื่องจากว่าแก่นแท้จิตเทวะของเขา
เด่นชัดยิ่งจนเปรียบเสมือนสิ่งที่จับต้องได้ คาดว่าใน
ยามนี้เคล็ดอิทธิฤทธิ์ขององค์ชายโย่วเหยียน คงไม่อาจ
สร้างรอยขีดข่วนใดๆให้กับ อู่ อวี้ ได้อีกต่อไปแล้ว
“ระ…ระดับของมันเทียบเท่ากับขอบเขตก่อร่างกำเนิด
จิตเทวะขั้นที่ 9! บ้าไปแล้ว…คนทั่วไปจะต้องฝึกฝน
จนถึงขั้นที่ 9 ก่อนจึงจะมีจิตเทวะที่เข้มข้นได้ถึงเพียงนี้
เลยนะ! แข็งแกร่งแทบไม่ต่างไปจาก ต้วนอี้….”
หมิงซวง กล่าวออกมาด้วยท่าทีที่สั่นสะท้านจนพูดไม่
ออก
เพิ่งจะทะลวงเข้าสู่ในขั้นที่ 1 แต่กลับมีเทวะที่ซึ่ง
เทียบเท่าได้กับขั้นที่ 9 หากว่าจิตเทวะของเขาก่อตัว
กลายเป็นพลังทำลายล้าง ย่อมน่าหวั่นเกรงจนมิอาจ
คาดคิด
“เม็ดยาจิตเทวะไม่น่าจะก่อให้เกิดผลเช่นนี้ ข้าคาดว่า
น่าจะผลลัพธ์นี้น่าจะมาจากผลรุกขเทวะกำเนิดมหาวิถี
เต๋าจากเส้นทางเซียนบรรพกาล ซึ่งมุ่งเน้นมาที่การ
หล่อเลี้ยงจิตวิญญาณเสียมากกว่า”
ด้วยระดับสูงเพียงนี้ การที่แบ่งจิตเทวะออกมาเป็น 2
ส่วน ก็จะทำให้มีข้อได้เปรียบอย่างใหญ่หลวง มันจะ
ทำให้รากฐานของเขามีความมั่นคงมากยิ่งขึ้น
“เอาล่ะ เริ่มเลยก็แล้วกัน!”
ยามที่ควบแน่นจนถึงขีดสุด ก็นับว่าเขาได้ประสบ
ความสำเร็จในการทะลวงเข้าสู่ขอบเขตก่อร่างกำเนิด
จิตเทวะได้อย่างสมบูรณ์แบบแล้ว
และในช่วงสิบอึดใจต่อจากนี้ คือโอกาสเดียวของ อู่ อวี้
อู่ อวี้ ได้รอคอยช่วงเวลานี้มาเนิ่นนาน
หมิงซวง ได้สอนวิธีการแบ่งแก่นแท้จิตเทวะให้กับเขา
ไปแล้วก่อนหน้า ซึ่งการเตรียมการทุกสิ่งได้จบลง ถึง
เวลาลงมือจริง!
แบ่งแยกจิตเทวะเป็น 2 ส่วน
เดิมทีหมิงซวงค่อนข้างมีความกังวล แต่เมื่อนางเห็นถึง
ระดับความแข็งแกร่งจากจิตเทวะของ อู่ อวี้ นางก็โล่ง
ใจ
ตัวนางค่อนข้างมีความคุ้นเคยกับวิธีการแบ่งจิตเทวะ
2 ส่วนเป็นอย่างดี หากเกิดปัญหาอะไร นางก็สามารถ
ชี้นำ อู่ อวี้ ได้อย่างทันท่วงที
อย่างไรก็ตาม อู่ อวี้ นั้นฉลาดกว่าที่นางคิดเอาไว้ เขา
ค่อยๆปฏิบัติตามขั้นตอนไปทีละก้าว เขาเริ่มต้น
แบ่งแยกจิตเทวะภายในช่วงสิบอึดใจนี้อย่างทันที เขา
ลงมืออย่างรวดเร็วและแม่นยำจนใช้ทุกวินาทีอย่าง
คุ้มค่า ด้วยวิธีการของนาง จิตเทวะจะถูกแบ่งเป็น 2
ส่วน ส่วนแรกคือผู้ควบคุม อีกส่วนคือส่วนรองที่คอย
เป็นแขนขาให้
ช่วงเวลานี้เขาต้องทนทุกข์ทรมาน ทรมานเสียยิ่งกว่า
การโจมตีของโย่วเหยียนในตอนก่อนหน้านี้นับสิบเท่า
ในช่วงขณะนั้น อู่ อวี้ รู้สึกราวกับว่าตนเองได้ตายไป
หลายรอบแล้ว ห้วงความคิดตกอยู่ในวังวนแห่งความ
สับสนวุ่นวาย ราวกับว่าจิตวิญญาณของมีเข็มนับพัน
เล่มกระหน่ำแทงอย่างไม่หยุดหย่อน รู้สึกเจ็บปวดไป
ถึงส่วนลึกของชั้นจิตวิญญาณ มันเจ็บปวดจนกระทั่ง
อ้าปากส่งเสียงออกมาไม่ไหว
นี่ก็คือความรู้สึกที่จิตเทวะถูกฉีกแบ่งออกเป็น 2 ส่วน
แน่นอนว่าการที่จิตเทวะถูกฉีกกระชากเป็นสองส่วน
ย่อมต้องรู้สึกว่าตัวเองตกตาย แต่ในตอนนี้เอง อู่ อวี้ มี
สติที่แจ่มชัด รู้ได้ชัดเจนว่าเขายังไม่ได้ตาย แต่สิ่งที่เขา
รู้สึกอีกอย่างคือความรู้สึกเจ็บปวดที่แสนสาหัสจนยาก
จะทานทน
สิ่งเดียวที่เขาคิดในยามนี้ หากครั้งหน้าจะต้องทำเช่นนี้
อีกก็คงขอบาย……..
หากคิดที่จะครอบครองพลังความสามารถที่น่า
หวาดกลัวยิ่งขึ้น ก็จำเป็นจะต้องแบกรับความเจ็บปวด
ให้ได้ เมื่อ อู่ อวี้ สามารถทนความเจ็บปวดทรมาน
เช่นนี้ได้ เขาก็จะรู้เองว่าไม่มีสิ่งใดที่น่ากลัวไปกว่านี้อีก
แล้ว….
บางทีมันอาจจะเจ็บปวดเพียงแค่ครู่เดียว แต่ว่า
ช่วงเวลานี้เขากลับรู้สึกว่าตนเองต้องแบกรับความ
เจ็บปวดทรมานนี้มาเนิ่นนาน อู่ อวี้ รอคอยว่าเมื่อไหร่
กันที่กระบวนการนี้จึงจะสิ้นสุดลง
“เร็วเข้า ควบแน่นมันอีก!”
หมิงซวง เอ่ยกระตุ้นอย่างร้อนใจ
ขั้นตอนเหล่านี้ เป็นการควบแน่นจิตเทวะใหม่อีกครั้ง
ขณะที่จิตเทวะเด่นชัดจนเปล่งประกายถึงที่สุด อู่ อวี้
ก็แบ่งแยกมันออกในทันที แก่นแท้จิตเทวะถูกฉีกขาด
ออกให้กลายมาอยู่ในสภาพของภาพมายา ตัดขาดจาก
กันอย่างสิ้นเชิง
หนึ่งเล็กหนึ่งใหญ่ ซึ่งจิตเทวะดวงใหญ่จะดูมีชีวิตชีวา
กว่าเล็กน้อย
โชคดีที่เมื่อจิตเทวะเริ่มเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมา ความ
เจ็บปวดก็ได้ทุเลาลงไปบ้าง นี่คือโอกาสครั้งสำคัญใน
ชีวิตของเขา การแบ่งแยกจิตเทวะออกจากกันก็
เหมือนกับการฆ่าตัวตาย และคงไม่มีผู้ใดหาญกล้าที่จะ
ทำเช่นนี้
อู่ อวี้ จะต้องมีความกล้าหาญเทียมฟ้าอย่างยิ่งจริงๆ
จึงจะทำการเสี่ยงดวงด้วยวิธีนี้ได้
แน่นอนว่าจิตเทวะของเขาเติบโตจนเพียงพอแล้ว
หลังจากที่มันถูกแบ่งออกเป็น 2 ส่วน ก็นับว่า
กลายเป็นสิ่งมหัศจรรย์บนโลกหล้าทันที หลังจากนี้
พวกมันจะกลายเป็นจิตเทวะที่มีรูปร่างเช่นเดียวกับ อู่
อวี้ ถึง 2 ร่าง แม้ว่าจะมีร่างหนึ่งที่ใหญ่กว่าอีกร่างก็
ตาม
“สำเร็จแล้ว!” หมิงซวง ได้เห็นว่าแก่นแท้จิตเทวะทั้ง 2
ค่อยๆก่อตัวขึ้นมา นางจึงร้องตะโกนออกมาด้วยความ
ดีใจ!
ความจริงนางได้ใช้ให้ อู่ อวี้ ทำในสิ่งที่บ้าบิ่นเป็นอย่าง
มาก การที่ครอบครองความสามารถของบรรพชนมาร
กลืนสวรรค์ นับเป็นสิ่งที่ขัดกับสวรรค์อย่างแท้จริง
หลังจากที่แก่นแท้จิตเทวะทั้ง 2 ก่อตัวขึ้นมา มันก็มี
ความรู้สึกแปลกอยู่หน่อยๆ เนื่องจากว่ามหาสมุทร
แก่นแท้สามารถมีจิตเทวะดำรงได้เพียงแค่ดวงเดียว ซึ่ง
การดำรงอยู่ของจิตเทวะทั้ง 2 ดวงอาจจะนำไปสู่ความ
โกลาหนได้ แต่ความพิเศษของวิธีการแบ่งนี้ก็คือว่าจิต
เทวะทั้ง 2 อยู่แยกกันอย่างสิ้นเชิง บัดนี้จิตเทวะดวง
ใหญ่จึงได้ทำการขับจิตเทวะดวงเล็กออกจาก
มหาสมุทรแก่นแท้โดยอัตโนมัติ แม้ว่าพวกมันจะเป็น
แก่นแท้จิตเทวะของ อู่ อวี้ แต่ทว่าในเวลานี้เจตจำนง
ทางจิตวิญญาณของเขากลับไม่สามารถทำอะไรได้
“อู่ อวี้ รีบขับมันให้ออกจากร่างกายแล้วใส่เข้าไปในถุง
จักรวาล!”
การขับแก่นแท้จิตเทวะออกจากร่างเป็นเรื่องที่
ค่อนข้างอันตราย เมื่อใดที่แก่นแท้จิตเทวะถูกขับไล่
ออกจากร่าง เช่นนั้นกายเนื้อจะดับสูญ แม้ว่าคนส่วน
ใหญ่จะสามารถนำแก่นแท้จิตเทวะออกจากร่างได้ แต่
คนปกติก็คงไม่กล้าหาญพอที่จะทำเรื่องเช่นนี้
เว้นเสียแต่ว่าจะมีสมบัติวิเศษเช่นพลองทองสม
ปรารถนาคอยให้การช่วยเหลือ
ไม่เช่นนั้นก็จงอย่าได้ขับมันออกมาเช่นนี้
ยามนี้ หมิงซวง ได้ตะโกนย้ำเตือน เมื่อ อู่ อวี้ ได้ยินคำ
เตือนของนาง เขาก็รีบดึงจิตเทวะดวงเล็กออกมาจาก
มหาสมุทรแก่นแท้ในทันที
เนื่องจากว่ากายเนื้อของเขายังคงมีจิตเทวะดวงใหญ่อยู่
ร่างกายจึงไม่ดับสูญ นับได้ว่าจิตเทวะดวงเล็ก
กลายเป็นเนื้องอกก็มิปาน และด้วยจิตเทวะทั้ง 2 ส่วน
เปรียบเสมือนกับแขนขา เขาจึงสามารถดึงมันออกมา
เข้าสู่ถุงจักรวาลได้ราวกับโบกมือ
ที่ทำเช่นนี้ก็เป็นเพราะว่า ‘ไข่’ อยู่ในถุงจักรวาลนั่นเอง
อู่ อวี้ ไม่อาจจะนำไข่ใบนี้ออกมาได้ เพราะเนื่องจาก
การคงอยู่ของเครื่องกำเนิดภาพ เขาไม่อาจให้คนที่อยู่
ด้านนอกได้รับรู้ถึงการแบ่งจิตเทวะนี้ได้
ฉับพลัน เขานำเรียกร่างอวตารออกมาล้อมรอบตน
เอาไว้ ตราบใดที่แก่นแท้จิตเทวะดวงที่ 2 ภายในถุง
จักรวาลนี้ผสานหลอมรวมได้สำเร็จ เขาจะต้องรีบนำ
มันออกมาในทันที มิเช่นนั้นถุงจักรวาลของเขาอาจจะ
ต้องระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆ
โดยทั่วไปแล้ว ร่างของจิตเทวะดวงที่ 2 นี้ไม่ค่อย
แตกต่างกันในสายตาของคนที่อยู่ภายนอกมากนัก
ดังนั้นยามเมื่อนำมันออกมา ย่อมไม่มีใครสังเกตเห็น
อู่ อวี้ ได้เตรียมการเพื่อช่วงเวลานี้มาเนิ่นนาน ซึ่งเขา
ได้ระแวดระวังทุกสิ่งอย่างเพื่อให้ลุล่วงโดยดี
“จิตเทวะที่เจ้าแยกออกมาเป็น 2 ส่วน พวกมันล้วน
เป็นจิตเทวะที่อยู่ในขอบเขตก่อร่างกำเนิดจิตเทวะ
ระดับที่ 8 ความจริงหากเจ้าอยากแข็งแกร่งมากกว่านี้
ก็ยังสามารถแบ่งมันออกได้อีก 2-3 ส่วนเสียด้วยซ้ำ
แต่น่าเสียดายที่เจ้าไม่มีร่างกายอื่นให้ทำเช่นนั้นได้”
หมิงซวง กล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่ปลงอนิจจัง
แน่นอนว่า อู่ อวี้ ไม่คิดที่จะต้องเผชิญหน้ากับควบ
เจ็บปวดทรมานเช่นนี้อีก แค่นี้ก็จะบ้าตายอยู่แล้ว
และบัดนี้ จิตเทวะดวงน้อยที่อยู่ในถุงจักรวาลของเขา
ก็ได้เริ่มเข้าใกล้ ‘ไข่’ เป็นที่เรียบร้อย!!
——————————–
(´▽`).。o♡เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ