กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 850: มหาวิถีเต๋าไร้ขอบเขต ใจข้าไม่หวั่นเกรง
เมื่อหยาดเพลิงวิญญาณเซียนเข้าไปในดวงเนตร สิ่งเดียว
ที่จะบอกได้คือความเจ็บปวดน่าสะพรึงกลัวอย่างสุด
แสน
เสมือนดั่งดวงเนตรของเขาถูกเพลิงเผาไหม้โดยตรง
อู่ อวี้ เกือบทนไม่ได้จนแทบอยากจะกระชากมันออก
พลังของหยาดเพลิงวิญญาณเซียน นั้นรุนแรงเป็นอย่าง
มาก ราวกับว่ามันกำลังตอบโต้แก้แค้น อู่ อวี้
สำหรับผู้ฝึกตนทั่วไป การฝึกฝนด้วยวิธีนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย
เลย
“ ทำไม่ได้งั้นหรือ? จะยอมแพ้แล้วหรือไร? ไม่อยากเป็น
เซียนอมตะแล้วงั้นหรือ? จะทำตัวน่าโดนดูถูกไปถึงไหน
”
เวลานี้หมิงซวงเอ่ยกระตุ้นขึ้น
อู่ อวี้ รู้สึกโกรธกับคำพูดของนาง เขาจะไม่ยอมให้แม่ตัว
น้อยผู้นี้ดูถูกเขาได้อย่างเด็ดขาด
เขาจึงกัดฟันแล้วยืนหยัดสู้ต่อไป ในเวลานี้ทั้งร่างของเขา
ถูกเพลิงสีแดงฉานเผาไหม้ ดวงเนตรทั้งสองลุกโชน
ร้อนแรงประดุจดวงตะวันสองดวง จนไม่อาจแลเห็น
ดวงตาของเขาได้
ฟูมมม ฟูมมมม!
ทันใดนั้นเปลวไฟพวยพุ่งสูงขึ้น
“ ตราบใดที่ยังมีลมหายใจ ไม่ว่าจะบาดเจ็บหนักหนา
เพียงใด เดี๋ยวก็ฟื้นฟูได้ในเร็ววัน” อู่ อวี้ สะกดข่มความ
เจ็บปวดพยายามสร้าง ‘เขตแดนอัคคีตัดสวรรค์’ ต่อไป
” เนตรเพลิง, เขตแดนอัคคีตัดสวรรค์ ดินแดนแห่งเซียน
อมตะ ”
ความเจ็บปวดทุกข์ทรมานในดวงตาที่ได้รับ นั้นยากเกิน
จะพรรณนาออกมาเป็นคำพูด ความเจ็บปวดที่เกิดจาก
การถูกแผดเผา และนี่คือวิธีฝึกตนของ อู่ อวี้
ณ ปัจจุบันเขาไม่สามารถแลเห็นอันใด
นอกเสียจากเปลวเพลิงลุกโชนอย่างบ้าคลั่ง
มันคือทะเลแห่งอัคคีทองคำอันไร้สิ้นสุด ลุกโชนโหม
กระหน่ำแผ่ขยายวงกว้างราวกับว่าทั้งโลกหล้านี้ถูกเปลว
เพลิงกลืนหายไปจนสิ้น
“อ๊ากกก!!”
เสียงร้องคำรามเต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยวอย่างไร้ที่
เปรียบ ดังกึกก้องไปทั่วทั้งทะเลเพลิง ทันใดนั้น อู่ อวี้
แลเห็นยักษ์ตัวสูงใหญ่ระฟ้า มันกำลังเหยียบย่างอยู่ใน
ทะเลเพลิง หัวของมันอยู่บนท้องฟ้าที่ห่างไกล
แน่นอนว่าบุคคลผู้นี้หาใช่มนุษย์ แต่เป็นเซียนวานร
ทองคำ ‘ฉีเทียนต้าเซิ่น’ ถือพลองขนาดใหญ่ยืนหยัด
ตระหง่านอยู่บนพื้นอย่างมั่นคง ดวงเนตรทั้งสองลุกไหม้
ไปด้วยเปลวเพลิง มันคือดวงตะวันสองดวงอย่างแท้จริง
เมื่อมองขึ้นไปบนท้องฟ้าอันไกลโพ้นแสงสว่างที่ส่องลง
มายังพื้นปฐพี สิ่งที่สามารถมองเห็นมีเพียงเปลวเพลิง
ขนาดใหญ่ไร้สิ้นสุด
นี่คือเจตจำนงแห่งสวรรค์ ปณิธานที่ดูถูกเหยียดหยาม
ทุกสรรพสิ่ง ฝืนชะตาฟ้าต้านลิขิตสวรรค์ ยืนหยัดใน
เจตจำนงแห่งการต่อสู้ ดวงเนตรกวาดผ่านไปทั่วทั้ง
สวรรค์และปฐพี!
” กฎเกณฑ์ลิขิตแห่งฟ้า เป็นเสมือนดั่งความอยุติธรรมที่
ไม่แยแสผู้ใด นำมาซึ่งความเสื่อมทรามสรรพสิ่งวอดวาย
เช่นนั้นข้าจะบดขยี้ทำลายมัน ก่อรูปสรรค์สร้างขึ้นมา
ใหม่ เห็นด้วยหรือไม่? ”
ทันใดนั้นดวงตะวันอันร้อนระอุทั้งสองก็สาดส่องลงมา
บนร่างของ อู่ อวี้ จนทั่วทั้งร่างของ อู่ อวี้ ลุกท่วมไป
ด้วยเพลิง ราวกับว่าจิตวิญญาณ และ จิตเทวะ เขากำลัง
จะถูกแยกออกจากกัน
อู่ อวี้ ไม่เข้าใจสิ่งที่ฉีเทียนต้าเซิ่นกล่าว ในทุก ๆ ครั้งคำ
กล่าวของเขาจะแฝงไปด้วยความคลุมเครือ แต่ดูจาก
ความมุ่งมั่นที่อีกฝ่ายพยายามส่งต่อเจตจำนงมาให้แก่ตน
อย่างแรงกล้า ดูเหมือนว่าเขาจะเป็นคนที่ดื้อรั้นเป็น
อย่างยิ่ง!
กล่าวได้ว่า นี่อาจเป็นความหยิ่งทะนงของเซียนอมตะ!
เป็นความจริงที่ว่า จิตวิญญาณแห่งการต่อสู้ของฝ่ายตรง
ข้ามได้พุ่งทะยานขึ้นไปถึงสวรรค์! ภายในโลกหล้านี้ มัน
คือเจตจำนงอันน่าสะพรึงกลัวอย่างถึงที่สุด ท่ามกลาง
สวรรค์และปฐพี ไม่อาจหาสิ่งใด หรือผู้ใดมาเทียบเคียง
ได้! อย่างไรก็ตามทุกสรรพสิ่งที่เกิดขึ้น อยู่ระหว่างเนตร
เพลิงคู่นี้
แม้บางครา อู่ อวี้ พยายามตะเกียกตะกายที่จะเข้าใกล้
ท่านผู้นั้น เพื่อให้ตนเองสามารถบรรลุอยู่ในระดับ
เดียวกับฝ่ายตรงข้าม แต่ความจริงแล้วระดับของเขา ยัง
ห่างไกลจากจะบรรลุไปถึงอาณาจักรของคนผู้นั้นอย่าง
มาก
อย่างไรก็ตามจิตวิญญาณของยักษ์ใหญ่ ผู้เปี่ยมไปด้วย
เจตจำนงแห่งความหยิ่งทะนง ยังยืนหยัดมั่นคงไม่ย่อท้อ
สิ่งที่อยู่ภายในจิตใจของ อู่ อวี้ เสมอ คือฝึกฝนจนกว่า
จะกลายเป็นเซียนอมตะ สิ่งที่กล่าวมาทั้งหมดความเชื่อ
อันยิ่งใหญ่ ความเชื่อมั่นใน ฉีเทียนต้าเซิ่น นี่คือหนึ่ง
เหตุผลว่าเพราะอะไรเขาถึงได้มีเจตจำนงอันแรงกล้า ไม่
ว่าจะเป็นปาฏิหาริย์หรือความอัศจรรย์ทั้งหมดที่เขามี
ล้วนอยู่ภายใต้เจตนารมณ์ความตั้งใจของ ฉีเทียนต้าเซิ่น
เมื่อเขาเข้าใจช่วงเวลาแห่งการต่อสู้ก็เริ่มขึ้นอีกครั้ง
หัวใจของ อู่ อวี้ สั่นสะท้านเต็มไปด้วยความตกตะลึง วิถี
เต๋าของเขาคงเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง สิ่งสำคัญที่สุดดู
เหมือนว่าตอนนี้เขาจะลืมความเจ็บปวดอย่างใหญ่หลวง
ที่เกิดจาก หยาดเพลิงวิญญาณเซียน ไปจนหมดสิ้น บัดนี้
เขาดำดิ่งสู่ห้วงของเขตแดนอัคคีตัดสวรรค์ ในพิภพจิตเท
วะ
” อู่ อวี้ เส้นทางที่มุ่งสู่ความเป็นเซียนอมตะนั้นยังอีกยาว
ไกลมากนัก ข้ายินดีจะรอเจ้า แต่เจ้าต้องไม่ทำให้ข้า
ผิดหวัง คำว่าสหายเต๋าต้องก้าวเดินไปด้วยกัน ข้าไม่
ต้องการที่จะก้าวเดินไปเพียงผู้เดียวลำพัง โดยทิ้งเจ้าไว้
ข้างหลัง ไม่เช่นนั้นข้าคงอยู่ลำพังผู้เดียว ”
ระหว่างที่ร้อนรนอยู่ภายในทะเลเพลิงไร้สิ้นสุด ทันใดนั้น
ก็มีร่องรอยของไอความเย็นแผ่ขยายออกมา มันคือ
มหาสมุทรที่เย็นจัดจนจับตัวเป็นก้อนแข็ง ภายใน
มหาสมุทรมีมังกรเทวะสีขาวแหวกว่ายพูดคุยกับ อู่ อวี้
ไปด้วย
“ข้าเข้าใจ … ” อันที่จริง อู่ อวี้ รู้ดีว่าภาพที่เห็นอยู่นี้มิใช่
ความจริง ภาพเสียงที่ปรากฏมันคือความปรารถนาที่อยู่
ภายในใจของ อู่ อวี้ อย่างไรก็ตามในฐานะบุรุษผู้หนึ่ง
เขายังไม่ควรค่าพอที่จะยืนเคียงข้างนาง เขาอยาก
แข็งแกร่งมากกว่าลั่วผิน นี่คือเหตุผลที่เขารู้สึกว่าไม่
สามารถหนีได้
” ถ้าเจ้าเป็นหนี้ข้า เจ้าต้องชดใช้ด้วยชีวิตคืนมาให้แก่ข้า
อู่ อวี้ ข้าเกลียดเจ้า”
ฟึ่บบบบ! ปักษาสวรรค์บินทะยานอยู่ภายในทะเลเพลิง
บนร่างอาบท่วมด้วยเปลวเก้าสีฟุ้งกระจายไปทั่วท้อง
เวหา สายตาเย็นชาจับจ้องมองมายัง อู่ อวี้ แววตาเต็ม
ไปด้วยความซับซ้อน การจ้องมองสั่นสะท้านไปถึงจิต
วิญญาณ
” ข้ารู้! ”
ภาระที่เขาต้องแบกรับในเวลานี้ ช่างหนักหนามากจริง
ๆ บางทีอาจเป็นเพราะ เขาให้ความสำคัญกับอารมณ์
ความรู้สึกของผู้อื่นมากเกินไป
“ อวี้ เจ้าไม่จำเป็นต้องกดดันตนเองมากเกินไป หลัง
สิ้นชีวิตนี้ ข้าก็มิได้แสวงหาชีวิตอันเป็นนิรันดร์อีกต่อไป
แค่หนึ่งหรือ สองร้อยปีก็มากเพียงพอแล้ว ทุกสรรพสิ่ง
ย่อมมีจุดจบ สำหรับข้า มันหาได้สำคัญไม่ ”
นางลูบใบหน้าเขาอย่างอ่อนโยน ในที่สุด อู่ อวี้ ก็แลเห็น
ทุกอย่างชัดเจนมากยิ่งขึ้น ยามนี้ อู่ หยู๋ กำลังยิ้มให้เขา
พร้อมกับมองมาอย่างอ่อนโยน รอยยิ้มของนางทำให้
ความอบอุ่นแผ่ซ่านไปทั่วทั้งร่างกายของ อู่ อวี้
“ไม่ ข้าขอให้สัญญา เมื่อบรรลุกลายเป็นเซียนอมตะ ข้า
จะพาท่านไปดูว่าสวรรค์ ดูว่าโลกแห่งเซียนเป็นเช่นไร!!”
อู่ อวี้ กู่ร้องคำรามลั่น ภายใต้เสียงคำราม อู่ หยู๋ ที่กำลัง
ยิ้มมาให้เขาอย่างอ่อนโยนค่อย ๆ แตกสลายไปพร้อมกับ
ทะเลเพลิง ทุกสรรพสิ่งเป็นเพียงภาพลวงตา เป็นภาพที่
ความคิดภายในจิตใจของ อู่ อวี้ สร้างขึ้นมาเอง
แม้กระทั่งฉีเทียนต้าเซิ่นที่กำลังยืนตระหง่านค้ำฟ้าก็ยัง
เป็นเท็จ ซึ่งมันทำให้ อู่ อวี้ รู้สึกตกตะลึงเป็นอย่างยิ่ง
” นี่คือเสียงจากส่วนลึกสุดภายในจิตใจของข้า ข้าจะไม่
ทรยศตนเองเด็ดขาด!”
ด้วยความรู้แจ้งนี้ ทำให้เขาก้าวหน้าขึ้นอย่างใหญ่หลวง
ซึ่งอันที่จริงแล้วความคืบหน้าในเต๋านี้ เป็นเสมือนดั่งการ
ยกระดับความรู้แจ้งของตนเองขึ้นไปอีกขั้น ส่งผลให้
ปณิธานของเขาเด็ดเดี่ยวแน่วแน่มากยิ่งขึ้น ทั้งยังช่วยให้
เป้าหมายของเขาชัดเจนมากขึ้นเรื่อย ๆ ตระหนักว่า
แท้จริงแล้วตนเองต้องการสิ่งใดกันแน่!
เต๋าของตนเอง
เต๋า คือสิ่งลึกลับยากแท้หยั่งถึง เป็นเสมือนดั่งม่านหมอก
ในมหาสมุทรแก่นแท้ หล่อเลี้ยงส่งเสริมบรรจบกับจิตเท
วะ บังเกิดเป็นผลลัพธ์อันน่าอัศจรรย์ ยกระดับ
อาณาจักรวิญญาณของเขาขึ้นไปอีกขั้น
ท่ามกลางความเลือนราง หลังจากที่เขารอดผ่านคลื่นลูก
แรกของเขตแดนอัคคีตัดสวรรค์ซึ่งมีความรุนแรงมาก
ที่สุดมาได้ เขตแดนสวรรค์ก็เริ่มมอดดับลง หลอมผสาน
สร้างเป็นเขตแดนอัคคีตัดสวรรค์ขึ้นภายในร่างของเขา
แน่นอนว่าหากเขาต้องการบรรลุเขตแดนอัคคีตัดสวรรค์
อย่างแท้จริง คงต้องใช้เวลาเพิ่มมากกว่านี้
เขาไม่คาดคิดว่าจะบังเกิดเกิดการเปลี่ยนแปลงกับจิต
วิญญาณของเขาอย่างกะทันหัน การเปลี่ยนแปลงกับชั่ว
พริบตาแห่งความรู้แจ้ง นับว่าสำคัญต่อตัวเขาเป็นอย่าง
ยิ่ง เขาตระหนักถึงสิ่งที่ตนเองต้องการได้อย่างชัดเจน ผู้
ที่เขาต้องการปกป้อง รวมถึงเส้นทางที่พยายามไขว่คว้า
ปรารถนา สำหรับหนานกงเหว่ย เขารู้แล้วว่าต้องทำเช่น
ไร
สรรพสิ่งดังก้องกังวาน ไม่ว่าจะเป็นมังกร วิหค อู่ หยู๋
ล้วนทำให้ อู่ อวี้ วิตกกังวล … นอกจากนี้ยังมีหมิงซวง
กับ องค์หญิงโย่วเสี่ย ที่ อู่ อวี้ ให้คำมั่นสัญญากับพวก
เขาไว้
” มหาวิถีเต๋าไร้ขอบเขต ใจข้าไม่หวั่นเกรง ”
ทุกสรรพสิ่งล้วนขึ้นอยู่กับคำพูดประโยคนี้
จิตใจของเขาค่อย ๆ สงบลง ส่วนทางฝั่งของเขตแดน
อัคคีตัดสวรรค์ ก็ค่อยก่อรูปขึ้นทีละน้อย ภายใต้การ
หลอมสร้างทำลาย เนตรเพลิงของเขา ก็มุ่งเข้าสู่
อาณาจักรใหม่ บางครั้งดวงเนตรก็เป็นเสมือนกระจกที่
สะท้อนผ่านเจตจำนง ขณะที่ อู่ อวี้ กำลังฝึกฝนบำเพ็ญ
เนตรเพลิง สิ่งสำคัญที่สุดยังคงเป็นการบ่มเพาะเจตจำนง
ของตนเองไปด้วย
จนกระทั่งบัดนี้ เนตรเพลิงของเขาก็บรรลุเข้าสู่
อาณาจักรใหม่ ความแน่วแน่และเจตจำนงของเขาก็ทวี
ความรุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ แม้กระทั่งบัดนี้ ความรู้
ความเข้าใจในเต๋าที่เขามี สามารถช่วยหนุนเสริม
กลายเป็นทุนให้เขาบรรลุเข้าสู่อาณาจักรก่อร่างกำเนิด
จิตเทวะขั้นที่ 3 อันที่จริงอาณาจักรจิตเทวะของเขาได้
บรรลุขึ้นไปถึงขั้นที่ 10 แล้ว เหลือเพียงรอให้พลังแก่น
แท้ตำหนักม่วงบรรลุขึ้นไปถึงระดับนั้น และในความรู้
แจ้งครั้งนี้ แม้กระทั่งร่างกลืนสวรรค์ของเขา ก็ยกระดับ
ขึ้นไปอีกขั้นหนึ่ง ตราบใดที่มันไม่อยู่เหนือเกินกว่า
อาณาจักรจิตเทวะ อู่ อวี้ ก็ยังสามารถควบคุมร่างนี้ได้
“มาดูซิว่าคราวนี้ เจ้าจะหนีข้าไปไหนได้!”
ระหว่างที่ทุกอย่างกำลังเดินไปได้ด้วยดี อู่ อวี้ ก็ได้ยิน
เสียงตะโกนซึ่งเปี่ยมไปด้วยความไม่พอใจดังแว่วมา
แน่นอนว่ามันไม่ได้ดังมาจากภายในเจดีย์ แต่มาจาก
ภายนอก ร่างกลืนสวรรค์ที่กำลังซ่อนตัว คอยเฝ้าระวัง
เจดีย์ล่องกำเนิด ไม่คาดคิดว่าจะได้ยินเสียงร้องตะโกน
ของ เย่ซีซี ดังนั้นเขาจึงเงยหน้าขึ้นมอง แลเห็นว่าสตรี
นางหนึ่ง ปรากฏกายขึ้นเบื้องหน้าร่างกลืนสวรรค์ และที่
สำคัญยิ่งไปกว่านั้น นางได้ผสานร่างรวมกับเจ้าแมว
หลานหลาน อยู่ในสภาวะความแข็งแกร่งสูงสุด นางถือ
กระดิ่งวายุเสียงวิญญาณลงไว้ด้วยมือข้างหนึ่ง ส่วนอีก
ข้างหนึ่งถือ ‘แผนภูมิพิภพอเวจี’ ไว้ เห็นได้ชัดว่านางคิด
จะจัดการ อู่ อวี้ ให้สิ้นซาก! การปรากฏตัวของนาง อาจ
ทำให้ร่างกลืนสวรรค์ตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบ เนื่องจากว่า
เขาหาได้มีความเร็วเท่ากับนาง อีกทั้ง อู่ อวี้ ยังติดอยู่ใน
ช่วงเวลาสำคัญในการสรรค์สร้างเขตแดนอัคคีตัดสวรรค์
ดังนั้นเขาจึงไม่สามารถออกไปได้
บัดนี้นางได้โจมตีเข้ามาอย่างรุนแรง ซึ่งมันถือว่า
อันตรายอยู่ไม่น้อย ดังนั้น อู่ อวี้ จึงทำได้เพียงส่งร่าง
กลืนสวรรค์ ออกไปถ่วงเวลา เย่ซีซี เอาไว้ให้ได้ก่อน
เท่านั้น ซึ่งในช่วงเวลาเดียวกันนั้นเอง อู่ อวี้ ที่กำลังสร้าง
เขตแดนอัคคีตัดสวรรค์อยู่ก็กล่าวขึ้นว่า ” เจ้ามาสายไป
หยาดเพลิงวิญญาณเซียนหลบหนีไปแล้ว ข้าไม่สามารถ
ควบคุมมันได้ ”
เย่ซีซีหัวเราะเยาะเย้ย ” เห๊อะ! ข้าไม่เชื่อเจ้าหรอก เจ้า
จะต้องมีแผนร้ายซ่อนอยู่แน่ ๆ ฉะนั้นอย่าได้พูดจา
เหลวไหลข้าไม่มีวันเชื่อเจ้าอย่างเด็ดขาด ถ้าเจ้า
หวาดกลัวก็ให้รีบคุกเข่าร้องขอความเมตตา แล้วส่ง
หยาดเพลิงวิญญาณเซียนมาให้ข้าเสียดี ๆ จากนั้นก็
หมอบคลานยอมรับความผิดกับประมุขน้อยผู้นี้ ”
นางไม่เพียงแค่ข่มขู่ แต่เตรียมพร้อมต่อสู้จริง ๆ
อู่ อวี้ มองมาที่นางแล้วพลางพูดว่า ” ดู ๆ ไปแล้วเจ้าก็ดู
เหมือนน้องสาวของข้า แต่เป็นน้องสาวที่ไม่ค่อยน่ารัก
เท่าไหร่ พูด ๆ ไป ข้าก็รู้สึกมันแปลกอยู่นะ เจ้าหาใช่
ชาวพื้นเมือง หรือคนในตระกูลกุ่ยเหยียน แล้วจะเติบโต
คล้ายกันได้อย่างไร ”
” เจ้ากำลังพูดเรื่องอันใด ? เป็นไปไม่ได้เด็ดขาด เจ้านี่
ช่างน่ารังเกียจยิ่งนัก น้องสาวของเจ้าจะดูดีกว่าข้าได้
อย่างไร!? เจ้ามีหลักฐานอะไรมายืนยัน มีภาพเหมือน
ของคนผู้นั้นหรือไม่? ” สตรีผู้นี้ช่างไม่มีไหวพริบเฉลียว
ฉลาดเอาซะเลย นางไม่รู้ด้วยซ้ำว่า อู่ อวี้ กำลังถ่วงเวลา
…
” ไม่มีภาพวาดเสมือน แต่ข้าสามารถวาดขึ้นมาให้ได้ ”
หลังจากพูดจบเขาก็หยิบพู่กันกับกระดาษออกมา แล้วก็
ใช้วิชาเต๋าวาดภาพขึ้นมาอย่างรวดเร็ว ในความเป็นจริง
เพียงแค่มองผิวเผินก็รู้ได้ทันทีว่านี่คือภาพวาดของ เย่ซีซี
เพียงแค่ถูกเปลี่ยนทรงผมกับเครื่องแต่งกาย และ
ความรู้สึกที่แสดงออกผ่านสีหน้าเล็กน้อยเท่านั้น พอวาด
เสร็จเขาก็ส่งภาพนี้ให้กับ เย่ซีซี แล้วพูดขึ้นด้วยความ
ประหลาดใจอย่างที่สุดว่า ” น่าเหลือเชื่อจริง ๆ เจ้าอาจ
เป็นน้องสาวที่พลัดพรากกับข้ามาหลายปีก็ได้ ชาวกุ่ยเห
ยียนที่อยู่ที่นี่ส่วนใหญ่มีผิวพรรณเป็นสีแดง แต่เจ้ากลับ
หาได้เป็นเช่นนั้นไม่ ”
” หูวววว ” หลังจากเห็นภาพ เย่ซีซี ก็แสดงท่าที
ประหลาดใจแล้วกล่าวว่า ” ช่างน่าอัศจรรย์นัก ภาพนี้
เหมือนข้ามากจริง ๆ ! ใต้หล้านี้ยังมีคนรูปโฉมงดงาม
เช่นเดียวกับข้าอีกงั้นหรือ …”
นางหันมาจ้องมอง อู่ อวี้ ด้วยสีหน้าไม่อยากเชื่อ
สตรีผู้นี้ช่างไร้เดียงสาโง่เขลาเสียเหลือเกิน อู่ อวี้ รู้สึกว่า
มันไม่ใช่เรื่องยากเลยที่เขาจะถ่วงเวลา …
——————————–
(´▽`).。o♡เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ