กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 869: นครจอมปีศาจ
เวทอสูรวิญญาณควบคุมหัวใจเต๋า
อู่ อวี้ ทุ่มเทอุทิศตนเพื่อเคล็ดวิชาเต๋านี้อย่างยิ่ง
เคล็ดวิชาเต๋านี้ ไม่ได้ยากเย็นเท่ากับดัชนีฮวงอู่สลายเต๋า
ทว่ามันเป็นเคล็ดวิชาเต๋าประเภทพิเศษ เพียงเริ่มต้นจิต
เทวะของ อู่ อวี้ ก็ถูกเติมเต็มในทันที เคล็ดวิชาเต๋า
ประเภทนี้เหนือล้ำยิ่งกว่าคนธรรมดาสามัญยิ่งนัก
หลังจากรับการโจมตีของปีศาจจิ้งจอกวิญญาณ มาแล้ว
หลายต่อหลายครั้ง ก็นับเป็นการวางรากฐานในเคล็ด
วิชานี้แล้ว หลังจากครุ่นคิดไตร่ตรองพบว่าไม่ได้เป็น
ปัญหามากมายนัก
อู่ อวี้ เริ่มต้นจากการฝึกฝนวางรากฐานเคล็ดวิชาเต๋านี้
เป็นอันดับแรก ดังนั้นรายละเอียดอื่น ๆ เขาจะต้อง
ศึกษาและฝึกฝนต่อไป
แม้จะมีเจดีย์ล่องกำเนิดซึ่งช่วยเพิ่มเวลาถึงสองเท่า ทว่า
เขาก็ยังต้องใช้เวลาฝึกฝนอย่างหนักเกือบสองเดือน
หลังจากฝึกฝนเวทอสูรวิญญาณควบคุมหัวใจเต๋าจน
สำเร็จ เวลาด้านนอกก็ผ่านไปไม่ถึงหนึ่งเดือนเท่านั้น
นับได้ว่าตอนนี้เขามีเคล็ดวิชาเต๋าอยู่มากมายจริงๆ
ในความเป็นจริงผู้ฝึกฝนบำเพ็ญตนมาหลายร้อยปี ล้วนมี
ความชำนาญในเคล็ดวิชาเต๋ามากมาย แต่ส่วนใหญ่เต็ม
ไปด้วยความยุ่งเหยิงวุ่นวายเสียมากกว่า
หากอยากจะยกระดับขึ้นไป จำต้องผสานพลังพลังแก่น
แท้ตำหนักม่วง กับ เคล็ดวิชาเต๋าระดับสูงให้ได้
เคล็ดวิชาเต๋ามีหลายประเภท ทั้งโจมตีป้องกันรวมถึง
ข้อจำกัดอื่น ๆ นอกจากนี้ยังมีทักษะลับอีกมากมาย
ตัวอย่างเช่นการควบคุมจิตวิญญาณ อันที่จริงยังมีเคล็ด
วิชาเต๋าอีกมากมายที่สามารถพลิกแพลงได้หลากหลาย
วิธี ยิ่งมีความเชี่ยวชาญชำนาญในเคล็ดวิชาเต๋ามาก
เท่าไหร่ เขาก็ยิ่งเหนือล้ำกว่าคนอื่น ๆ มากเท่านั้น
ภายในวิหารบัญญัติเต๋าปีศาจ อู่ อวี้ พบเห็นเคล็ดวิชา
เต๋าหลากหลายชนิด โดยพื้นฐานแล้วเป็นบัญญัติเต๋า
โจมตีแทบทั้งหมด
เดิมทีเคล็ดวิชาเต๋าเหล่านี้ถูกสร้างโดยปีศาจ คงต้อง
กล่าวตามตรงว่าเป็นเคล็ดวิชาที่ยอดเยี่ยมจริง ๆ
อู่ อวี้ ทดลองอยู่สองสามครั้ง โดยพื้นฐานแล้วสามารถ
กล่าวได้ว่าเขาฝึกฝนจนสำเร็จลุล่วงได้แล้ว ปัจจุบัน
พื้นฐานฝึกตนของเขาอยู่ในระดับก่อร่างกำเนิดจิตเทวะ
ขั้นที่ 3 ซึ่งอันที่จริงแล้ว หากเขาไม่ได้เผชิญหน้ากับฝ่าย
ตรงข้ามซึ่งมีความแข็งแกร่งเหนือล้ำกว่าหลายระดับ
เคล็ดตรึงกายายังนับเป็นทักษะลับที่น่าสะพรึงกลัว ทว่า
ตอนนี้สำหรับเหล่ายอดฝีมือแล้ว มันใช้ไม่ค่อยได้ผลมาก
นัก อย่างไรก็ตามหากใช้กับผู้ที่มีพื้นฐานฝึกตนอยู่ใน
ระดับเดียวกัน แน่นอนว่าคนเหล่านั้นย่อมไม่อาจขยับ
เขยื้อนเคลื่อนไหวได้เลย
หลังจากตรึงคู่ต่อสู้ได้แล้ว อู่ อวี้ จะไปปรากฏตัวใน
ตำแหน่งที่ฝ่ายตรงข้ามมองไม่เห็นนั่นก็คือด้านหลัง
หลังจากนั้นก็ใช้ ‘เวทอสูรวิญญาณควบคุมหัวใจเต๋า’ ซึ่งมี
แนวโน้มว่าจะประสบความสำเร็จมากกว่า
เขาออกมาจากเจดีย์ล่องกำเนิด แล้วบอกให้ร่างกลืน
สวรรค์เข้าไปอยู่ในเจดีย์ล่องกำเนิด จากนั้นเขาก็ออก
สำรวจไปรอบ ๆ ถ้ำโลหิตอเวจี ฉับพลันก็พบเข้ากับคนๆ
หนึ่ง โดย อู่ อวี้ ได้เริ่มจากการใช้เคล็ดวิชาตรึงกายา
แล้วตามด้วยเวทอสูรวิญญาณควบคุมหัวใจเต๋า ควบคุม
ชาวกุ่ยเหยียน ทำให้อีกฝ่ายกลายเป็นหุ่นเชิดอย่าง
สมบูรณ์ ไร้สติฟังคำสั่งของตนเพียงผู้เดียว
ยามนี้ อู่ อวี้ กับอีกฝ่าย เชื่อมต่อกันด้วยเคล็ดวิชาเต๋า
อำนาจจิตเทวะอยู่ภายใต้การเปลี่ยนแปลงจากเคล็ดวิชา
เต๋าของเขา ส่วนอีกด้านหนึ่งก็ใช้ควบคุมจิตวิญญาณของ
อีกฝ่าย
“ พาข้าไปที่ถ้ำโลหิตอเวจี ”
การไล่ล่า กุ่ย เจิ้นเค่อ เริ่มต้นขึ้น
ก่อนหน้านี้ผลลัพธ์จบลงที่ความล้มเหลว ซึ่งถือว่าโชคไม่
ค่อยดีนัก ครานี้ความแข็งแกร่งของเขาเพิ่มสูงขึ้น การไล่
ล่าจับตัว กุ่ย เจิ้นเค่อ อู่ อวี้ ไม่จำเป็นต้องรับบาดเจ็บ
แม้แต่น้อย
ต่อไปคือช่วงเวลาแห่งความตึงเครียด
ในเวลานี้เขาอยากทดสอบดูว่า ภายในถ้ำโลหิตอเวจีซึ่ง
ถูกกางไว้ด้วยมหาค่ายกลสังหารแห่งฟ้าดิน จะสามารถ
ตรวจพบการดำรงอยู่ของ เจดีย์ล่องกำเนิด ได้หรือไม่
มหาเวทฟ้าดินเหล่านี้ ถูกจัดเตรียมไว้สำหรับชาวเหยียน
หวงผู้มีฝีมือแข็งแกร่งเช่นดั่งชวีอิ๋น หาก อู่ อวี้ ติดกับดัก
นี้เข้าจริง ๆ ภายใต้อำนาจสังหาร ต่อให้เขาตกตาย
หลายครั้งก็คงไม่เพียงพอ
เพราะยังไงแล้วคนเหล่านี้ก็เป็นชาวกุ่ยเหยียนผู้มีความ
แข็งแกร่งอยู่ในระดับค้นหาเต๋า รวบรวมภูมิปัญญา
ทักษะความสามารถ ส่งผ่านยกระดับความแข็งแกร่ง
จากรุ่นสู่รุ่น ถึงสามารถจัดวงเวทค่ายกลที่แข็งแกร่ง
เพียงนี้ได้ แม้ว่าค่ายกลป้องกันของชาวเหยียนหวงจะ
เหนือกว่า แต่ก็เพียงเล็กน้อยเท่านั้น
สำหรับผู้ฝึกตนแล้ววงเวทค่ายกลถือว่าสำคัญอย่างยิ่ง
ไม่ใช่แค่เพียงมหาเวทฟ้าดิน แต่ยังมีศาสตราเต๋าวิถีแท้,
ยันต์เครื่องราง , หุ่นเชิด , ทั้งหมดล้วนถูกสร้างขึ้นโดย
วงเวท กล่าวได้ว่าโลกของผู้ฝึกตนส่วนใหญ่ถูกสร้างขึ้น
โดยค่ายกลวงเวท
เวลานี้ อู่ อวี้ กับร่างกลืนสวรรค์อยู่ภายในเจดีย์ล่อง
กำเนิด หลังจากนั้นก็ให้ชาวกุ่ยเหยียนผู้ที่ตกอยู่ภายใต้
การควบคุมนำมันไว้ในถุงจักรวาล เมื่อทุกอย่างถูก
เตรียมพร้อม พวกเขาก็พร้อมจะข้ามผ่านมหาเวทฟ้าดิน
แล้ว
เมื่อเข้าใกล้ อู่ อวี้ ก็อดไม่ได้ที่จะลุ้นระทึกจนแทบหายใจ
หายคอไม่ออก
ในความเป็นจริง หมิงซวง คิดว่าโอกาสสมควรมีมากกว่า
90 ใน 100 ส่วน
นางมีประสบการณ์มากมายยิ่งนัก เป็นธรรมดาที่นางจะ
สามารถคาดการณ์เรื่องราวต่าง ๆ ได้ ว่าสถานการณ์ใน
ยามนี้มันเกินกว่าจะคาดเดาหรือไม่ เมื่อเข้ามาใน
ขอบเขตค่ายกลของชาวกุ่ยเหยียน ค่ายกลนี้ก็ไม่สามารถ
ตรวจจับเจดีย์ล่องกำเนิดได้จริง ๆ อู่ อวี้ เข้ามาในถ้ำ
โลหิตอเวจี พร้อมกับชาวกุ่ยเหยียนที่ตกอยู่ภายใต้การ
ควบคุมได้อย่างราบรื่น
ยามนี้เขาได้กลับมาภายในถ้ำโลหิตอเวจีอีกครั้ง สถานที่
แห่งนี้ไร้ซึ่งแสงสว่างสว่าง เมื่อใดก็ตามที่เหยียบย่างเข้า
มาสิ่งที่จะสัมผัสได้ก็คือกลิ่นคาวโลหิต และ ซากศพ
คละคลุ้งทุกแห่งหน นครใหญ่แห่งนี้เต็มไปด้วยแสงสีแดง
เข้มและมืดมน ชายกุ่ยเหยียนมากมายเดินอยู่บนถนน
หนทาง ดูเร่งรีบเป็นอย่างมาก
” กุ่ย เจิ้นเค่อ ” อู่ อวี้
ออกมาจากเจดีย์ล่องกำเนิดแล้วมุ่งหน้าไปยังทิศทาง
โรงเตี๊ยมวายุราตรี ซึ่งชาวกุ่ยเหยียนที่เขาควบคุมอยู่
ตอนนี้ ไม่มีความรู้เกี่ยวกับพื้นที่อาณาเขตปอหลี ดังนั้น
มันจึงไม่รู้ว่า กุ่ย เจิ้นเค่อ อยู่ที่ใด เขาจึงต้องควบคุมตัว
ผู้อื่นที่รู้เรื่อง กุ่ย เจิ้นเค่อ
ฉะนั้นเขาต้องกลับไปที่โรงเตี๊ยมวายุราตรี
สำหรับผู้ที่ถูก อู่ อวี้ ใช้เวทอสูรวิญญาณควบคุมหัวใจ
เต๋า มันจะลืมช่วงเวลาเรื่องราวที่เกิดขึ้นระหว่างถูก
ควบคุม เมื่อมันตื่นขึ้นมามันจะกังขาว่าตนมาอยู่ที่ในถ้ำ
โลหิตอเวจีได้อย่างไร
และ เวทอสูรวิญญาณควบคุมหัวใจเต๋า ไม่ทิ้งร่องรอยใด
ๆ ให้ติดตาม
ณ อาณาเขตปอหลี อู่ อวี้ พบว่าโรงเตี๊ยมวายุราตรี
ค่อนข้างสงบเงียบ ราวกับว่าไม่เคยมีอันใดเกิดขึ้นมา
ก่อน อู่ อวี้ แอบลอบเข้ามาภายในโรงเตี๊ยมวายุราตรี
จากนั้นก็ควบคุมคนผู้หนึ่งในโรงเตี๊ยม เมื่อควบคุมแล้ว
อู่ อวี้ ก็ถามถึง กุ่ย เจิ้นเค่อ ซึ่งมันก็พรั่งพรูคำตอบ
ออกมาอย่างง่ายดาย
” กุ่ย เจิ้นเค่อ ออกจากถ้ำโลหิตอเวจีไปแล้ว มันรู้สึกว่า
ถ้ายังอยู่ที่นี่จะไม่ปลอดภัย ว่ากันว่าเขาหลบหนีไปยังถ้ำ
ปีศาจพญายมแล้ว สำหรับชาวกุ่ยเหยียน ถ้ำปีศาจพญา
ยมเป็นสถานที่ปลอดภัยที่สุด ”
หลังจากได้ยินข่าวนี้ อู่ อวี้ ก็รู้สึกปวดเศียรเวียนเกล้า
อย่างที่สุด เขารู้อยู่แก่ใจว่าอีกฝ่ายไม่สามารถโกหกเขา
ได้เด็ดขาด
อู่ อวี้ ยังคงไม่ละความพยายามเขาลองถามอีกสองสาม
คน แต่คำตอบก็เหมือนกันหมดคือ กุ่ย เจิ้นเค่อ หลบหนี
ไปจากถ้ำโลหิตอเวจี หลังจากนั้นเขาก็พบบุคคล
ระดับสูง ซึ่งมีพื้นฐานฝึกตนสูงขึ้นมาอีกเล็กน้อย ดู
เหมือนว่ามันจะเป็นเจ้าของโรงเตี๊ยมวายุราตรีแห่งนี้ มัน
บอก อู่ อวี้ ว่า กุ่ย เจิ้นเค่อ จากไปยังถ้ำปีศาจพญายมที่
ขึ้นชื่อเรื่องความปลอดภัยอย่างถึงที่สุด เนื่องจากไม่เคย
มีประสบการณ์ถูก อู่ อวี้ โจมตีมาก่อน ดังนั้นจึงรู้สึกว่า
หากตนอยู่ที่นี่ไปก็ยากที่จะข่มตานอนหลับได้
” แล้วมันได้บอกหรือเปล่าว่า มันจะไปยังที่แห่งใด
ภายในถ้ำปีศาจพญายม? ”
” เปล่า มันหาได้พูดอันใด แต่ถ้าข้าจำไม่ผิดดูเหมือนมัน
จะมีสหายอยู่ในถ้ำปีศาจพญายม นามว่า จิ่ว เยว่จี นาง
อาศัยอยู่ภายในตำหนักจิ่วเยว่ ซึ่งอยู่ใกล้กับ นครจอม
ปีศาจ จิ่ว เยว่จี เป็นหนึ่งในผู้อยู่ใต้บังคับบัญชาของเจ้า
ประมุขแห่งถ้ำปีศาจพญายม พื้นฐานฝึกตนอยู่ในระดับ
ค้นหาเต๋าขั้นที่ 3 นางช่างน่าอัศจรรย์เป็นอย่างยิ่ง คาด
ว่า กุ่ย เจิ้นเค่อ หลบหนีไปในครั้งนี้เพื่อต้องการไปขอ
พึ่งพิงลี้ภัยกับ จิ่ว เยว่จี เป็นแน่ แต่ข้าก็ไม่อาจฟันธง ข้า
เองก็ฟังมันมาอีกที ว่ามี จิ่ว เยว่จี คอยหนุนหลังอยู่ ”
กุ่ย เจิ้นเค่อ หาใช่คนใหญ่คนโตที่นี่ ทว่าการที่มันมีผู้ใด
หนุนหลังอยู่บ้างนั้น สิ่งนี้ไม่ใช่เรื่องยากที่คนธรรมดาจะ
ตรวจสอบรับรู้ได้ เนื่องจากผู้ฝึกตนนอกรีตระดับสูง ล้วน
มีอยู่มากมาย
อู่ อวี้ ถามคนจำนวนมาก จนเขามั่นใจว่า กุ่ย เจิ้นเค่อ
ไปลี้ภัยอยู่ที่ถ้ำปีศาจพญายม
สำหรับมันแล้วการมี จิ่ว เยว่จี คอยคุ้มกะลาหัวถือว่า
ปลอดภัยเป็นอย่างยิ่ง…
อู่ อวี้ เดินทางออกจากถ้ำโลหิตอเวจีอีกครั้ง
” แล้วเจ้าจะเอายังไง? ตามไปฆ่า กุ่ย เจิ้นเค่อ ที่ถ้ำปีศาจ
พญายมหรือไม่? ” หมิงซวงถาม
” มีอันใดงั้นรึ? ”
” ก็นั่นเป็นฐานทัพที่ใหญ่ที่สุดของชาวกุ่ยเหยียน
นอกจากนี้ยังเป็นสถานที่ที่มีผู้แข็งแกร่งรวมตัวกันอยู่
มากสุดอีกด้วย ต่อให้เจ้ามีเมฆาตลบฟ้าก็ไม่สามารถ
รับประกันความปลอดภัยของเจ้าได้ บนโลกแห่งนี้มี
สถานที่อีกมากมายซึ่งสามารถจัดกักขังเจ้าได้ ไม่มี
โอกาสให้เจ้าได้พลิกสถานการณ์ หลบหนีออกมาแม้แต่
น้อย ”
หมิงซวงเตือน
“ข้ารู้ แต่พลองหมื่นมังกรของข้าไม่ได้แข็งแกร่งอีกต่อไป
ข้าต้องการพลองฟ้าอนันตกาล หรือไม่ก็ต้องเป็น
ศาสตราวิถีแท้สุดยอดวิญญาณระดับสูงที่แข็งแกร่งอย่าง
ที่สุด ยิ่งไปกว่านั้นการสังหาร กุ่ย เจิ้นเค่อ ไม่น่าไป
กระตุ้นต่อมของชนชั้นสูง ขนาดข้าลอบเข้าไปในถ้ำ
โลหิตอเวจียังไม่มีผู้ใดจับข้าได้เลย? ”
อู่ อวี้ คิดว่าสถานที่แห่งนี้ยากลำบากอยู่ไม่น้อย เขา
ตั้งใจลอบเข้าไปในถ้ำปีศาจพญายม เพื่อสังหาร กุ่ย เจิ้น
เค่อ ทว่าฝ่ายตรงข้ามที่อาจพบเจอ มีระดับฝีมือเกินกว่า
ที่เขาจะจัดการได้ ดังนั้นอันตรายยอมสูงกว่าถ้ำโลหิต
อเวจีเป็นไหน ๆ
อันที่จริงการมาเยือนพิภพอเวจีครั้งนี้ ถือว่าเก็บเกี่ยว
กำไรอย่างใหญ่หลวงยิ่งแล้ว แต่เป้าหมายหลักของเขายัง
ไม่เสร็จสมบูรณ์ดี อู่ อวี้ ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แม้ว่าจะ
ไตร่ตรองพิจารณาอันตรายที่ต้องประสบพบเจอ แต่เขา
ก็ยังเลือกที่จะไปตามไล่ล่าสังหาร กุ่ย เจิ้นเค่อ ในถ้ำ
ปีศาจพญายม
ยิ่งไปกว่านั้น เขานึกถึงกะโหลกศีรษะอันใหญ่โตมโหฬาร
แลมืดทะมึน เขาอยากจะลองเข้าไปดูข้างในสักครั้ง
ถ้ำปีศาจพญายมแห่งนี้มีความลับอะไรซ่อนอยู่กันแน่?
ความลับนี้ดึงดูดความสนใจของ อู่ อวี้ เป็นอย่างมาก
ราวกับว่าหัวกะโหลกขนาดยักษ์นี้มีเวทมนตร์ดึงดูดเขา
เมื่อหมิงซวงเห็นว่า อู่ อวี้ ได้เลือกแล้วนางก็ไม่เข้าไป
ก้าวก่ายยุ่งเกี่ยว ด้วยเพราะอันตรายทั้งหมดล้วนอยู่ใน
มือของเขา ตลอดเส้นทางเขาต้องพบกับภัยภยันตรายไม่
ราบเรียบ เสมือนโรยด้วยกลีบกุหลาบ ดังนั้นสิ่งสำคัญ
ที่สุดคือการเผชิญหน้ากับอันตราย แย่งชิงทรัพยากรฝึก
ตน วางรากฐานยกระดับเต๋าให้สูงมากยิ่งขึ้น
อู่ อวี้ เริ่มต้นทำภารกิจ โดยการย้อนกลับไปยังถ้ำปีศาจ
พญายมอีกครั้ง
การมาที่ถ้ำโลหิตอเวจีครั้งนี้ไม่นับว่าสูญเปล่าซะทีเดียว
ท้ายที่สุดเขาก็ได้ยินข่าวว่า กุ่ย เจิ้นเค่อ อาจหลบหนีลี้
ภัยไปขอพักพิงอยู่กับ จิ่ว เยว่จี ฉะนั้นเมื่อไปถึงถ้ำปีศาจ
พญายมแล้ว เขาจะต้องไปถามว่าตำหนักจิวเยว่อยู่ที่ใด
อย่างไรก็ตามล่ำลือว่ามันใกล้อยู่กับ ‘นครจอมปีศาจ’
‘นครจอมปีศาจ’ เป็นหัวใจหลักของถ้ำปีศาจพญายม
ชาวกุ่ยเหยียนที่นี่มีฝีมือร้ายกาจ เจ้าประมุขแห่งถ้ำ
ปีศาจพญายม และ เย่ซีซี ล้วนอยู่ในนครจอมปีศาจ
ภายในพิภพอเวจีสถานที่แห่งนั้นสมควรสะอาดสะอ้าน
อย่างที่สุดแล้ว มีวิหคมวลบุปผากลิ่นหอมตลบอบอวล
ปกคลุมหนาแน่นไปด้วยกลิ่นอายฟ้าดินอันอุดมสมบูรณ์
คล้ายคลึงโลกภายนอกก็มิปาน ซึ่งเย่ซีซีเติบโตขึ้นใน
สภาพแวดล้อมเช่นนี้
ตอนนี้กายาเพชรอมตะของ อู่ อวี้ มีพละกำลังท่วมท้น
เขาอดใจไม่ไหวที่จะทดลองต่อสู้ เนื่องจากการต่อสู้กับ
จอมกระบี่วิญญาณก่อนหน้านี้ ไม่ค่อยสาแก่ใจเท่าใดนัก
หลังจากนั้นไม่นาน กะโหลกศีรษะขนาดใหญ่ก็ปรากฏ
อยู่เบื้องหน้าของเขา เมื่อมองดูเขากะโหลก อู่ อวี้ ก็รู้สึก
ตกตะลึงอยู่บางส่วน อย่างไรก็ตามเขารู้สึกว่าสถานที่
แห่งนี้ไม่เหมือนกับถูกสวรรค์ปฐพีรังสรรค์ขึ้น แต่ให้
ความรู้สึกเหมือนซากศพมากกว่า
แต่จะเกิดอันใดขึ้น ถึงได้ปรากฏซากศพขนาดใหญ่เช่นนี้
อยู่ ? มันจะเป็นมนุษย์เซียนหรือว่าเทพมารกันแน่ ?
ไม่มีผู้ใดล่วงรู้
“ถ้ำปีศาจพญายม”
อู่ อวี้ เดินวนไปรอบ ๆ ถ้ำปีศาจพญายม เขากำลังมอง
หาชาวกุ่ยเหยียนเหมาะ ๆ ที่จะสามารถพาเขาผ่านค่าย
กลคุ้มกันของ ถ้ำปีศาจพญายมเข้าไปได้
บัดนี้มีคนจำนวนมากมาย กลับมายังถ้ำปีศาจพญายม
แห่งนี้
——————————–
(´▽`).。oเพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ