กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที 1222: วังสวรรค์จิ9นหยวน
เมื่อร่างกลืนสวรรค์กลืนกินผู้ฝึกตนจากมหาพิภพทมิฬบรรพกาล
ทําให้ อู่ อวี้
ร่างต้นที่อยู่ภายในเจดีย์วิญญาณบรรพกาลได้พบข้อมูลอื่นเพิ่มเติม
แล้วทันใดนั้นจักรพรรดิโบราณก็ปรากฏตัวขึ้นภายในเจดีย์วิญญาณบ
รรพกาลอย่างกะทันหัน แล้วกล่าวขึ้นว่า “
ข้ารู้ว่าตอนนี้ร่างแยกของเจ้าได้ไปยังพิภพอื่น
เพื่อกลืนกินเพิ่มความแข็งแกร่งให้ตนเอง
จากนั้นก็จะกลับมาที่ชมพูทวีปโลกธาตุเพื่อช่วยเหลือร่างต้นอย่างเจ้า
“
” แล้วอย่างไร? “
” ข้าขอแนะนําให้เจ้าหยุดทําเรื่องเหลวไหลไร้ประโยชน์เช่นนี้จะดีกว่า
เพราะข้าจะขึ้นไปยัง ‘วังสวรรค์จิ้นหยวน’ ในวังสวรรค์แปดพันชั้น
ร่างกลืนสวรรค์ของเจ้าไม่มีทางขึ้นไปได้
ไม่ว่าจะเป็นสวรรค์หรือนรกเทพปีศาจเจ้าก็ไม่มีทางเข้าถึงไปได้
ในวังสวรรค์จิ้นหยวนเป็นสถานที่อันกว้างใหญ่
มีเทพเซียนอยู่ทุกหนทุกแห่ง เจ้าไม่มีทางรู้ได้ว่าข้าอยู่ที่ใด “
หลังจากกล่าวจบ จักรพรรดิโบราณก็ระเบิดเสียงหัวเราะออกมา
มันส่ายศีรษะแล้วกล่าวว่า “
กล่าวตามตรงข้ากลัวว่าเจ้าจะคลั่งจนส่งผลกระทบทําให้ข้าเดือดร้อนไ
ปด้วย ฉะนั้นข้าจึงจะพาเจ้าไปอยู่ที่วังสวรรค์จิ้นหยวน
อีกทั้งยังสามารถหลีกเลี่ยงจากการแก้แค้นของเจ้าได้ด้วย
เรียกได้ว่ายิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว แล้วข้าจะดําเนินการ
‘บัญญัติเทวะยึดครองแกนผสาน’ กับเจ้าต่อไป
ไม่ต้องกังวลว่าเจ้าจะถูกผู้ใดรบกวน
แล้วที่ข้าทําเยี่ยงนี้หาได้หวาดกลัวเจ้าแม้แต่น้อย “
มันตัดสินใจที่จะพาร่างต้นไปยังวังสวรรค์จิ้นหยวน
เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหากันผลกระทบจากร่างกลืนสวรรค์
มันกลัวว่าเขาคลุ้มคลั่งอาละวาดและกลับมาแก้แค้นมันที่ชมพูทวีปโล
กธาตุ!
นี่ถือเป็นข่าวร้ายอันใหญ่หลวงสําหรับ
ร่างกลืนสวรรค์ที่อยู่ภายในมหาพิภพทมิฬบรรพกาล
เพราะเขาคิดว่าจะยกระดับความแข็งแกร่งขึ้นโดยเร็วที่สุด
จะได้กลับมาช่วยเหลือร่างต้นที่อยู่ในชมพูทวีปโลกธาตุ
แต่ถ้าร่างต้นถูกพาไปยังวังสวรรค์จิ้นหยวน
ร่างกลืนสวรรค์อย่างเขาจะทําอะไรได้อีก
แล้วเขาจะตามไปวังสวรรค์จิ้นหยวนได้อย่างไร?
ยิ่งไม่ต้องพูดถึงว่าเขายังหาได้รู้จักวิธีไปยังวังสวรรค์แปดพันชั้นแม้แต่
น้อย ส่วนร่างกลืนสวรรค์ของเขาในปัจจุบันไม่ใช่ทั้งมนุษย์และปีศาจ
เขาไม่สามารถบินทะยานขึ้นไป
ซึ่งเป็นระดับที่อยู่นอกเหนือเกินกว่ามนุษย์ปุถุชนธรรมดา
แม้ว่าเขาจะขึ้นไปแล้วพบเจอกับวังสวรรค์จิ้นหยวนเข้าจริง ๆ
แต่ที่นั่นต้องมีขนาดกว้างใหญ่ไพศาลเป็นอย่างมาก
อีกทั้งยังมีเทพเซียนอยู่มากมาย
ที่สําคัญร่างต้นก็ถูกขังไว้ในเจดีย์วิญญาณบรรพกาล
เมื่อร่างกลืนสวรรค์ไม่รู้ตําแหน่งแล้วจะหาร่างต้นพบได้อย่างไร
ดังนั้นนี่คือจุดจบ
ไม่มีทางที่จะช่วยเหลือร่างต้นให้กลับคืนมาได้อีกต่อไป
เว้นเสียแต่ว่าร่างต้นจะสามารถต่อสู้กับ
‘บัญญัติเทวะยึดครองแกนผสาน’ ของจักรพรรดิโบราณได้
ไม่มีที่พึ่งสุดท้ายเขาอีกต่อไปแล้ว
ถึงกระนั้นเขาก็จะไม่ยอมสูญเสียตัวตนของตนเองไป
ร่างกลืนสวรรค์ถือเป็นตัวตนที่ขัดแย้งกับกฎเกณฑ์สวรรค์
ถ้าหากร่างต้นอย่างเขาหายไปจริง ๆ เขาก็ไม่รู้จริง ๆ
ว่าร่างกลืนสวรรค์จะสามารถควบคุมความปรารถนาที่จะ ‘กลืนกิน’
กับ ‘สืบพันธุ์’ ของตนเองได้หรือไม่
ขนาดเพิ่งพบเจอผู้ฝึกตนแปลกหน้าเป็นครั้งแรก
ร่างกลืนสวรรค์ยังกลืนกินชายผู้นั้นได้อย่างไม่ลังเล
จักรพรรดิโบราณกระตือรือร้นที่จะเอาเจดีย์วิญญาณบรรพกาลไปไว้บ
นวังสวรรค์จิ้นหยวนมากกว่าใคร ๆ
หลังจากร่างกลืนสวรรค์สามารถหลบหนีจากเงื้อมมือมันไปได้
จักรพรรดิโบราณก็คิดที่จะพาร่างต้นหลบหนีออกจากชมพูทวีปโลกธา
ตุมายังวังสวรรค์จิ้นหยวนอย่างรวดเร็ว
หลังจากจักรพรรดิโบราณมาถึงวังสวรรค์จิ้นหยวนมันก็รีบหลบซ่อนตั
วอยู่ภายในเจดีย์วิญญาณบรรพกาลทันที เช่นเดียวกับ อู่ อวี้
ที่ชอบไปหลบซ่อนตัวอยู่ภายในเจดีย์ล่องกําเนิด
หลังจากที่มันเข้ามาถึงเจดีย์วิญญาณบรรพกาล มันก็พบว่า อู่ อวี้
อยู่ในเจดีย์ชั้นแรก หลังจากตัดสินใจจะทําให้ อู่ อวี้
กลายเป็นหนึ่งในร่างแยกของมัน สีหน้าของมันจึงไร้ซึ่งความแยแส
จากนั้นเจดีย์วิญญาณบรรพกาลก็บังเกิดการเปลี่ยนแปลงทันที
เดิมทีเจดีย์วิญญาณบรรพกาลมีอยู่ 9 ชั้น
เวลานี้มันผสานรวมเป็นหนึ่งเดียว
ทําให้พื้นที่ภายในมีขนาดใหญ่โตเป็นอย่างมาก ใต้ฝ่าเท้าของ อู่ อวี้
มีกระแสนํ้าวนสีดําไร้สิ้นสุด
เขาไม่สามารถมองเห็นจุดสิ้นสุดของกระแสวังวนไม่ว่าจะเป็นด้านใด
แล้วตําแหน่งที่เขายืนอยู่ศูนย์กลางของกระแสนํ้าวนสีดําทมิฬ
ส่วนท้องนภาที่อยู่เหนือศีรษะของเขา
ก็มีกระแสวังวนสีทองปรากฏอยู่
ความใหญ่โตของมันเมื่อวัดจากจุดศูนย์กลางมีขนาดกว้างใหญ่ไร้สิ้นสุ
ด
กล่าวได้ว่าเวลานี้เขาอยู่ตรงจุดศูนย์กลางระหว่างวังวนสีดําที่อยู่ด้านล่
างกับวังวนสีทองที่อยู่ด้านบน ซึ่งมีขอบเขตไร้สิ้นสุด
แล้วศูนย์กลางของวังวนทั้งสองควํ่าหน้าเข้าหากัน
จุดศูนย์กลางของวังวนทั้งสองที่อยู่ภายในเจดีย์วิญญาณบรรพกาลกํา
ลังหมุนวนอย่างบ้าคลั่งดุเดือด
พื้นฐานฝึกตนของ อู่ อวี้
ร่างต้นอยู่ในระดับสามภัยพิบัติค้นหาเต๋าเท่านั้น
ซึ่งยังไม่เคยเผชิญหน้ากับทัณฑ์สวรรค์เลยซักภัยพิบัติเดียว
จักรพรรดิโบราณเหยียนหวงไม่ใช่เทพระดับตํ่าสุด แม้ อู่ อวี้
จะรวบรวมพลังทั้งหมดของเทพปีศาจทั้ง 8 แล้ว
ก็ยังไม่สามารถจัดการกับมันได้
อู่ อวี้ ไม่รู้ระดับขั้นหรือพลังฝีมือของเทพเซียน
เขารู้เพียงว่าจักรพรรดิโบราณเหยียนหวง
เป็นเทพเซียนที่มีพลังแข็งแกร่งเหนือกว่าเซียนอมตะทั่ว ๆ ไป
แต่ถึงจะเหนือกว่าเขาก็ไม่ใช่เทพเซียนที่อยู่ในระดับสูงสุด
ดังนั้นมันจึงเป็นเรื่องที่ง่ายมากที่จะควบคุมร่างต้นของ อู่ อวี้
แทนที่จะจัดการกับร่างกลืนสวรรค์
ในเวลานี้ อู่ อวี้ ได้ทําพันธสัญญากับเสาสวรรค์ชมพูทวีปแล้ว
อีกทั้งบนร่างกายของเขายังเต็มไปด้วยศาสตราวิถีแท้วิญญาณนภาชั้
นยอด
“ ก็สิ่งที่เจ้ามีมันเป็นของข้าทั้งนั้น แล้วจะมาสู้ข้าได้อย่างไร? ”
จักรพรรดิโบราณหัวเราะอย่างคนมีชัยเหนือกว่า อู่ อวี้
ยังพบว่าตนเองไม่สามารถเคลื่อนไหวไปไหนมาไหนภายในเจดีย์วิญ
ญาณบรรพกาลได้อย่างอิสระสมบูรณ์ แม้แต่
‘เสือค ้ ลุมมังกรทองคําศักดิสิ ] ทธิ’]
ซึ่งอันที่จริงแล้วมันอยู่จากการควบคุมของเขา
แต่เขากลับรู้สึกว่ากําลังถูกกักขังคุมตัวจนไม่สามารถเคลื่อนไหวได้อย่
างอิสระ
ทั้งหมดนี้จักรพรรดิโบราณคงเตรียมการไว้ทั้งหมดแล้ว
อีกทั้งยังรู้ด้วยว่าความมั่งคั่งที่อยู่บนตัวเขาทั้งหมดล้วนได้รับมาจากจั
กรพรรดิโบราณ
มันวางแผนการเอาไว้อย่างนั้นนานแล้ว
บางทีอาจจะเริ่มตั้งแต่จักรพรรดิเสด็จและตราจักรพรรดิแล้วก็ได้
มันคํานวณทุกอย่างดักทางปิดผนึก อู่ อวี้ อย่างสมบูรณ์
การต่อสู้กับมันนับไม่สมควรเลยจริง ๆ
มันน่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าฮ่าวเทียนซ่างเซียนเสียอีก
มันไม่ใช่แค่ความต่างชั้นของระดับพลัง
เช่นดั่งตัวเขากับฮ่าวเทียนซ่างเซียน แต่ความห่างชั้นของ อู่ อวี้
กับจักรพรรดิโบราณมีมากมายหลายอย่างเหลือเกินไม่ว่าจะเป็นชั้นเชิ
งประสบการณ์หรือระดับพลัง ล้วนแล้วแต่สามารถบดขยี้ อู่ อวี้
ได้ทั้งสิ้น
ด้วยเหตุผลดังกล่าวจึงทําให้จักรพรรดิโบราณสามารถควบคุม อู่ อวี้
ร่างต้นได้อย่างง่ายดาย
จากนั้นก็โยนเขามาปล่อยไว้ตรงใจกลางกระแสนํ้าวนสีดําที่อยู่ใต้ฝ่าเท้
าของเขา อีกทั้งเขายังไม่สามารถใช้งานเมฆาตลบฟ้าได้
แม้แต่พูดคุยก็ยังไม่ได้เช่นกัน
จักรพรรดิโบราณเหยียนหวงกําลังยิ้ม
สายตาของมันเต็มไปด้วยความตื่นเต้นกระตือรือร้น
ไม่ต้องมองชายหนุ่มที่อยู่ใจกลางระหว่างกระแสนํ้าวนสีทองและสีดํา
เมื่อร่างกายของ อู่ อวี้
จมลงไปภายในจุดศูนย์กลางของกระแสวังวนสีดํา
จักรพรรดิโบราณก็ปรากฏกายขึ้นที่ใจกลางกระแสวังวนสีทอง
พร้อมจับจ้องมายัง อู่ อวี้ ราวกับผู้มีชัยเหนือกว่า
ตรงใจกลางของกระแสวังวนสีดํา มันกําลังห้อมล้อมกลืนกิน อู่ อวี้
อยู่ โดยมีพลังอันน่าเกรงขามซ่อนเร้นอยู่ภายใน
ราวกับว่ากระแสวังวนที่อยู่รอบตัวเขามีเทพเซียนกับเทพมารสถิตอยู่
มากมาย ทั้งสวดท่องบัญญัติคาถา รํ่าไห้กรีดร้อง
รบกวนสั่นคลอนจิตใจของเขาอย่างรุนแรง
” ภายในชมพูทวีปโลกธาตุแห่งนี้
ข้ากลับมีโอกาสได้รับมรดกเซียนชั้นเลิศเช่นนี้
นับเป็นโชควาสนาแสนยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตของข้าเลยก็ว่าได้ “
” เจ้าคิดว่าข้าควรทําเช่นใด
ในเมื่อเจ้าปรากฏตัวขึ้นภายในโลกของข้า
ให้ข้าช่วยเจ้าให้เติบโตอย่างปลอดภัยเช่นนั้นหรือ? ชีวิตของข้า
แม้ภายในชมพูทวีปโลกธาตุจะเป็นเสมือนดั่งผู้สูงส่ง
แต่บนแดนเซียนวังสวรรค์ตัวข้าก็หาได้มีอันใดไม่ วันนี้ …
ข้าจะเปลี่ยนแปลงชะตากรรม โอกาสถือกําเนิดใหม่อยู่เบื้องหน้าแล้ว
ข้าต้องขอบคุณเจ้าจริง ๆ อู่ อวี้
ที่มอบโชควาสนาอันยอดเยี่ยมเช่นนี้ให้แก่ข้า “
” แน่นอนว่านี่คงถือเป็นโชคร้ายของเจ้า
ข้าล่วงรู้ทุกสรรพสิ่งในโลกของตนเอง
เจ้าไม่มีทางต่อต้านขัดขืนเทพเซียนได้แม้แต่น้อย
นับแต่จุดเริ่มต้นเจ้าก็ไม่อาจหลีกหนีจากสายตาของข้าแล้ว
อาจกล่าวได้ว่านี่ถือเป็นงานหนักของข้า ที่ช่วยเหลือเจ้ามาจนถึงจุดนี้
หากไม่มีข้า เจ้าคงไม่วันแข็งแกร่งเช่นดั่งในวันนี้อย่างแน่นอน”
” ดังนั้น อู่ อวี้ ถึงเวลาที่เจ้าต้องชดใช้ตอบแทนให้แก่ข้าแล้ว
วันนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของชีวิตแห่งความรุ่งโรจน์ ในอนาคต
ชื่อเสียงของเจ้าจะแพร่กระจายขจรไกลไปทั่วทั้งแดนเซียนวังสวรรค์
เจ้าควรภูมิใจในสิ่งนี้ แน่นอนว่าในเวลานั้น
เจ้าอาจจะไม่รับรู้สิ่งใดแล้ว
เพราะร่างแยกของเจ้าถือเป็นตัวตนอันชั่วร้าย
ที่นํามาซึ่งหายนะอันใหญ่หลวง
มันคือคําสาปร้ายที่ไม่อาจปล่อยให้ดํารงอยู่นานเกินไป”
จักรพรรดิโบราณเหยียนหวงรําพึงรําพันด้วยความตื่นเต้น
เนื่องจากวันนี้ถือเป็นวันสําคัญมากที่สุดในชีวิตของมัน
มันจับจ้องมายัง อู่ อวี้ ที่อยู่ด้านล่างอย่างเย็นชา
” เจ้ากลัวหรือไม่ อู่ อวี้? ” หมิงซวงเอ่ยถาม
” เจ้าหมายความว่าเช่นใด? “
” อันที่จริงแล้วไม่มีอะไรให้เจ้าต้องกลัวเลย ได้รับมรดกเช่นนี้ …
เป็นเสมือนดั่งการนําหายนะมาสู่ตนเอง
ท้ายสุดแล้วเราก็ไม่มีทางเลือกอื่นใช่หรือไม่? ถือว่าเจ้ายังโชคดี
ตอนที่ข้าถูกสังหารทิ้งในปีนั้น
ข้ายังไม่มีกําลังจะต่อต้านเช่นดังเจ้าในวันนี้
อีกทั้งข้ายังมิได้ตกตายภายในเงื้อมมือของเทพเซียนอีกด้วย “
หมิงซวงกล่าวอย่างเศร้าเสียใจ
อู่ อวี้ กล่าวว่า ” ไม่มีทาง ข้าจะไม่ตายเด็ดขาด “
” เจ้าจะแน่ใจได้อย่างไร? “
” ข้าไม่กลัวมัน “
” เจ้าสามารถตกตายได้โดยปราศจากความกลัวมิใช่หรือ? “
” ข้ามีศรัทธา “
” ศรัทธาอันใด? “
” มันไม่อาจบดขยี้ทําลายศรัทธาของข้าได้ “
” อืม ดี … สิ่งนี้ไม่อาจจับต้องได้
เจ้าพูดเหมือนกับว่าตนเองยังไม่กระจ่างแจ้งแจ่มชัดถึงอํานาจของเทพ
เซียน ตัวมันที่เตรียมการรอวันนี้มาอย่างยาวนาน
ทั้งยังปิดกั้นหนทางรอดของเจ้าอย่างสมบูรณ์แบบ
ไม่มีทางล้มเหลวเด็ดขาด “
ดวงเนตรของ อู่ อวี้ แปรเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานและเย็นชาถึงขีด
เขาตระหนักถึงความจริงเหล่านี้ดี
อย่างไรก็ตามเขาไม่กลัว มีคือเจตจํานงที่ฉีเทียนต้าเซิ่นมอบให้แก่เขา
ไม่ว่าจะสิ้นหวังไร้ซึ่งหนทางแค่ไหน อย่าได้ยอมแพ้เด็ดขาด!
ไม่ยินยอมปราชัย!
ไม่ย่อท้อ! ยืนหยัดต่อสู้จนชั่วอึดใจสุดท้าย!
ต่อให้ตายก็ดีกว่าก้มหน้ายอมรับความพ่ายแพ้!
ฝืนชะตาท้าลิขิต ยืนหยัดบดขยี้ไปทั่วทั้งสวรรค์และปฐพี!
ต่อให้เป็นจักรพรรดิโบราณเหยียนหวง
ต่อให้ยืนอยู่บนปากเหวแห่งความตาย อู่ อวี้
ก็ไม่เคยเกรงกลัวมันแม้แต่น้อย
ต้องการใช้ ‘บัญญัติเทวะยึดครองแกนผสาน’ เช่นนั้นหรือ?
เข้ามาได้เลย!
เขาพร้อมแล้ว
แน่นอนว่าจักรพรรดิโบราณก็เตรียมตัวพร้อมแล้วเช่นกัน
มันกําลังหัวเราะอย่างพึงพอใจ
แล้วพูดพึมพําบางอย่างเกี่ยวกับตนเอง
บางทีการที่มันเป็นเพียงเทพเซียนชั้นตํ่า
อาจสร้างความกลัดกลุ้มเจ็บปวดหัวใจให้กับมันอย่างใหญ่หลวง
ดังนั้นมันจึงพูดพรํ่าออกมาไม่หยุด
ฟังจากที่มันพูดแล้ว
แม้กระทั่งซูซ่างเซียนที่อยู่บนวังสวรรค์ก็ยังดูถูกมัน
สิ่งเหล่านี้คือความเจ็บแค้นทั้งหมดภายในจิตใจของมัน
ด้วยเหตุนี้เมื่อมันพบเจอ อู่ อวี้
ซึ่งสามารถเปลี่ยนแปลงชะตากรรมของมันได้
มันจึงรู้สึกตื่นเต้นปิติยินดีเป็นอย่างยิ่ง
” การผสานใจ
คือการหลอมหลวมหัวใจและจิตเทวะของเจ้ากับข้าเป็นหนึ่งเดียว “
” เป็นการขจัดตัวตนเดิมทิ้งไป หรือจะพูดอีกอย่างว่าข้ากลืนกินเจ้า “
” หลังจากนั้นข้าจะควบคุมทุกสรรพสิ่งในตัวเจ้า
ไม่ว่าจะเป็นความทรงจํา พลังอิทธิฤทธิ] หรือมรดก
พลองทองสมปรารถนาที่ยอมรับในตัวเจ้า
ก็เทียบกับการยอมรับข้าด้วย “
” หลังจากนั้นจะเป็นจุดเริ่มต้นของข้า และจุดสิ้นสุดของเจ้า “
ระหว่างที่มันกําลังกล่าวคําพูดเหล่านี้
วังวนขนาดใหญ่ทั้งสองก็เริ่มเคลื่อนไหว
วังวนสีดําทมิฬกําลังพาร่างของ อู่ อวี้ ยกระดับสูงขึ้นไปเรื่อย ๆ
ส่วนวังวนสีทองก็กําลังพาล่างจักรพรรดิโบราณลงมาเบื้องล่าง
แม้สวรรค์และปฐพีจะอยู่ห่างไกลกันแค่ไหน
แต่การยกระดับขึ้นอย่างต่อเนื่องของอีกฝั่งหนึ่ง
และการเคลื่อนลงสู่เบื้องล่างของอีกหนึ่ง
เพียงไม่นานนักทั้งสองก็จะมาบรรจบกัน
ทั้งหมดนี้คือกระบวนการของบัญญัติเทวะยึดครองแกนผสาน
ชั่วขณะที่กระแสวังวนทั้งสองใกล้บรรจบกัน
จุดกึ่งกลางของทั้งสองก็บังเกิดสายอัสนีสีดําและสีทองฟาดผ่าปะทะเข้
าใส่กัน
เพียงชั่วอึดใจ สายอัสนีก็เริ่มหนาแน่นขึ้นเรื่อย ๆ
บังเกิดเป็นเสียงคํารามดังก้องสะท้านไปทั่วทุกแห่งหน
ยิ่งสายอัสนีฟาดผ่ามาเบื้องนอกมากเท่าไหร่ สรรพสิ่งภายในร่างของ
อู่ อวี้ ก็หลั่งไหลออกมามากขึ้นเท่านั้น
และทั้งหมดนี้ถูกสร้างขึ้นจากอักษรคําว่า ‘อวี้’ ที่อยู่ในหัวใจของเขา
นี่คือ เมล็ดพันธุ์แกนผสาน
การเตรียมการซึ่งสําคัญมากที่สุดของจักรพรรดิโบราณ
และไม่มีทางที่เขาจะนําออกไปได้
เมล็ดพันธุ์แกนผสานแปรเปลี่ยนกลายเป็นอัสนีสีดํา
ทําให้ทั่วทุกแห่งหนในร่างของกลายเป็นอัมพาตมิอาจขยับเขยื้อน
เขายังพบว่าแม้กระทั่งจิตเทวะของเขา
ก็ยังหยุดนิ่งมิอาจทําอันใดได้แม้แต่น้อย
แรงกดดันที่ถาโถมเข้ามาเหล่านี้
มีอยู่เพื่อให้จักรพรรดิโบราณยึดครองร่างกายของเขาได้อย่างราบรื่น
ทั่วทุกอณูร่างตกอยู่ภายใต้การควบคุม
อู่ อวี้ ควรทําเช่นใด?
เขารู้ดีว่าถึงจะโห่ร้องตะโกนออกไปก็ไร้ประโยชน์
ดังนั้นเขาจึงเงียบ
อย่างไรก็ตามมีเพียงสองสิ่งที่เขาคิดอยู่ภายในจิตใจ
สิ่งแรกก็คือท่องสัจจคาถาของ ‘กายาเพชรอมตะ’
‘กายาวัชระอรหันต์มหาสุริยะโชติ’
เมื่อเริ่มท่องร่างกายของเขาจะรู้สึกเจ็บปวดเป็นอย่างยิ่ง
แล้วความเจ็บปวดทําให้เขานิ่งสงบอยู่ได้
สิ่งที่สองคือการ เพ่งพินิจภาพจําแลงหัวใจวานร
แค่หนทางนี้เท่านั้น ไม่มีวิธีอื่นอีกแล้ว
………………