กล่องจักรวาล (Universe Storage Box) - บทที่ 123 ป้ายคำสั่งสร้างเมือง
‘ป้ายคำสั่งสร้างเมือง’ นั่นเป็นสิ่งของที่มีอยู่เพียงในตำนานของเกมทั้งหมด ไม่มีผู้เล่นคนไหนที่มีความทะเยอทะยานแล้วไม่อยากครอบครองมัน
แม้แต่หลาย ๆ กิลด์ใหญ่ที่มีกลุ่มอิทธิพลหรือคนของรัฐบาลหนุนหลังอยู่เบื้องหลังต่างก็พากันเสาะแสวงหามันมาโดยตลอด แต่กิลด์ระดับธรรมดาก็กระหายอยากได้มันมาครอบครองในลักษณะเดียวกัน อาจกล่าวได้ว่าหากกิลด์ใดได้ครอบครองป้ายคำสั่งสร้างเมือง ความแข็งแกร่งของพวกเขาจะเพิ่มพูนขึ้นอย่างก้าวกระโดด ตราบใดที่มีการบริหารพัฒนาที่ดี พวกเขาก็จะสามารถทิ้งห่างกิลด์อื่น ๆ ไว้เบื้องหลังได้อย่างไม่เห็นฝุ่น
และกิลด์นี้มีชื่อว่า ‘หุบเขาหลิงเซียว’ (หุบเขาทะยานฟ้า) ซึ่งพวกเขาบังเอิญค้นพบว่ามี ‘สัตว์ศักดิ์สิทธิ์’ เร้นกายอยู่ที่นี่
ภายใต้สถานการณ์ปกติ ต่อให้พวกเขาจะค้นพบสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ แต่ก็คงไม่มีใครกล้าบุ่มบ่ามเข้ามาเปิดฉากต่อสู้ด้วย ท้ายที่สุดแล้วตัวเกมยังไม่ได้เปิดให้บริการมานานจนถึงช่วงพีค และความแข็งแกร่งของผู้เล่นทุกคนก็ยังไปไม่ถึงจุดสูงสุด พวกเขาไม่ใช่คู่ต่อสู้ของมันเลยแม้แต่น้อย
ทว่าจุดสำคัญที่สุดในครั้งนี้ก็คือ สัตว์ศักดิ์สิทธิ์ตัวนี้กำลังตั้งครรภ์และจวนจะคลอดลูก! ซึ่งในช่วงเวลานี้ สัตว์ศักดิ์สิทธิ์จะอยู่ในสภาวะที่อ่อนแอที่สุดและระดับความสามารถของมันจะลดฮวบลงอย่างมาก ด้วยเหตุนี้ หลังจากที่เบื้องบนประชุมหารือกันแล้ว ทุกคนจึงตัดสินใจระดมพลสมาชิกทั้งหมดมาที่นี่ทันที
พวกเขาทุกคนต่างรู้ดีแก่ใจว่า แม้สัตว์ศักดิ์สิทธิ์จะอยู่ในช่วงที่อ่อนแอที่สุด แต่มันก็ไม่ใช่สิ่งทีผู้เล่นในปัจจุบันจะต้านทานได้ง่าย ๆ และหากพวกเขาสูญเสียกำลังคนมากเกินไป กิลด์อาจจะร่วงหล่นจากอันดับต้น ๆ ลงไปอยู่รั้งท้าย หรือสูญเสียความแข็งแกร่งที่สั่งสมมาทั้งหมด
ดังนั้น การท้าทายสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ในครั้งนี้จึงอาจกล่าวได้ว่าเป็นการเดิมพันครั้งใหญ่ที่ต้องเสี่ยงโชคกันดูสักตั้ง หากการเดิมพันครั้งนี้ชนะ กิลด์ของพวกเขาก็จะผงาดขึ้นเป็นกิลด์อันดับหนึ่งในเกมทั้งหมด และชื่อเสียงจะโด่งดังไปทั่วทั้งเซิร์ฟเวอร์
“ทุกคนอย่าเพิ่งยอมแพ้! มันใกล้จะตายแล้ว อดทนไว้!”
‘หลิงเสี่ยวจิ่ว’ ตะโกนลั่น ตัวเขาเองเป็นจอมเวทธาตุไฟที่มีความแข็งแกร่งไม่ธรรมดา แต่เนื่องจากจุดสนใจหลักของเขาคือการบริหารจัดการกิลด์ ดังนั้นเขาจึงไม่ได้ถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มผู้เล่นระดับท็อป เหตุผลที่เขายังไม่ตายในสมรภูมินี้ก็เพราะมีสมาชิกคนอื่น ๆ คอยปกป้องเอาไว้ เพื่อให้เขาทำหน้าที่บัญชาการรบต่อไปได้
สมาชิกกิลด์ที่เหลืออยู่ต่างพากันตื่นเต้นฮึกเหิม เพราะตอนนี้ความเร็วของ ‘หมาป่าเงินจันทราคราม’ (หมาป่าสีเงินพระจันทร์คำราม) เริ่มลดช้าลงกว่าเดิมมากแล้ว และเมื่อไหร่ก็ตามที่พวกเขาได้รับป้ายคำสั่งสร้างเมืองมา กิลด์ของพวกเขาก็จะกลายเป็นกิลด์อันดับหนึ่งทันที
ทว่าความสงบสุขมักอยู่ได้ไม่นาน…
“ลูกพี่! สถานการณ์ทางนี้ไม่ดีแล้วครับ ในขณะที่ทุกคนกำลังทุ่มเทแรงกายแรงใจร่ายเวทมนตร์โจมตีบอสอยู่นี้… จู่ ๆ คนของกิลด์แซมซาราก็มาปรากฏตัวที่นี่แล้วครับ!”
สมาชิกกิลด์คนหนึ่งรีบติดต่อส่งข่าวแจ้งหัวหน้ากิลด์อย่างหลิงเสี่ยวจิ่วโดยด่วน ซึ่งก่อนหน้านี้หลิงเสี่ยวจิ่วได้จัดวางกำลังสมาชิกกิลด์กลุ่มนี้ไว้คอยคุ้มกันรอบนอก เพื่อป้องกันไม่ให้คนนอกบุกรุกเข้ามาขัดขวางการล่าบอส
แซมซารานั้นถือเป็นกิลด์ที่ยิ่งใหญ่และทรงอิทธิพลมากในโลกใบใหม่นี้ แถมขนาดและจำนวนสมาชิกของพวกมันยังใหญ่โตกว่ากิลด์หุบเขาหลิงเซียวหลายเท่าตัว ในอดีตพวกเขามักจะสร้างชื่อเสียงอยู่ในเกมออนไลน์ยุคเก่า และในเกมโลกใหม่นี้พวกเขาก็ยังคงมีอัตราการพัฒนาที่ยอดเยี่ยมเช่นกัน
อย่างไรก็ตาม หลังจากที่หลิงเสี่ยวจิ่วได้ยินว่าคนของแซมซาราเดินทางมาถึง เขาก็ขมวดคิ้วมุ่นทันที ถ้าไม่ใช่เรื่องบังเอิญ อีกฝ่ายก็ต้องได้ข่าวสายรายงานและรู้ว่าพวกเขากำลังลอบล่าบอสระดับสัตว์ศักดิ์สิทธิ์อยู่แน่ ๆ เพราะสถานที่แห่งนี้ค่อนข้างห่างไกลและลับตาคน มันจึงเป็นไปไม่ได้เลยที่จะเป็นแค่เรื่องบังเอิญที่อีกฝ่ายเดินผ่านมา ดังนั้นจึงเหลือความเป็นไปได้เพียงอย่างเดียว… มีเกลือเป็นหนอน!
“พวกมันมากันกี่คน?” หลิงเสี่ยวจิ่วเอ่ยถามเสียงเครียด
“ประมาณสองสามร้อยคนครับ” ชายคนนั้นรายงาน
“จงทำทุกวิถีทางเพื่อถ่วงเวลาพวกมันเอาไว้ให้ได้! ขอเวลาอีกแค่สิบนาทีเท่านั้น บอสฝั่งนี้ก็จะตายและทุกอย่างจะจบลง!”
หลิงเสี่ยวจิ่วละสายตากลับมามองหมาป่าเงินจันทราครามตรงหน้าพลางออกคำสั่งเสียงเด็ดขาดกับผู้ใต้บังคับบัญชา เห็นได้ชัดว่าเขาไม่มีวันยินยอมที่จะล้มเลิกในตอนนี้เด็ดขาด เพราะเขาได้ลงทุนลงแรงไปมหาศาล อีกทั้งยังสูญเสียสมบัติและยาฟื้นพลังไปตั้งเท่าไหร่แล้ว
“รับทราบครับ!”
แม้ว่าพวกเขาจะไม่สามารถเอาชนะคู่ต่อสู้ที่มีจำนวนหลายร้อยคนได้ แต่อย่างไรก็ตาม สมาชิกหน่วยคุ้มกันก็ไม่ได้อ่อนแอ ทว่าด้วยความเสียเปรียบในด้านจำนวน มันจึงแทบจะเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้เลยที่พวกเขาจะต้านทานและถ่วงเวลาคู่ต่อสู้เอาไว้ได้นานถึงสิบนาที
.
“กัปตันแซมซารางั้นเหรอครับ? ทำไมคุณถึงมาอยู่ที่นี่ได้ล่ะ?”
คนจากหุบเขาหลิงเซียวรีบก้าวออกไปต้อนรับอีกฝ่ายพลางเอ่ยถามหยั่งเชิง คนที่เป็นผู้นำกลุ่มระดับสูงของฝั่งนั้นก็คือ ‘กัปตัน’ ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีในฐานะผู้เชี่ยวชาญการต่อสู้แบบตัวต่อตัว และเจ้าตัวก็ชื่นชอบการดวลเดี่ยวเป็นชีวิตจิตใจ เขาคือผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในกิลด์แซมซารา และการที่ระดับหัวกะทิมารวมตัวกันเป็นกลุ่มใหญ่ขนาดนี้ ยิ่งทำให้สมาชิกของหุบเขาหลิงเซียวรู้สึกใจหายวาบ เพราะตระหนักได้ทันทีว่าพวกตนคงไม่มีทางต้านทานเอาไว้ได้ถึงสิบนาทีแน่ ๆ
“หลีกไปซะ!”
กัปตันของแซมซาราไม่ได้แม้แต่จะปรายตามองคู่กรณีตรงหน้าเลยสักนิด เขาเพียงแต่ต้องการจะนำทัพเดินหน้าต่อไป
“เอ่อ… พวกเราคงปล่อยให้คุณผ่านไปไม่ได้หรอกครับ ตอนนี้ประธานของพวกเรากำลังนำสมาชิกคนอื่น ๆ ทำภารกิจสำคัญอยู่ พื้นที่บริเวณนี้จึงถูกยึดครองชั่วคราวโดยกิลด์ของเราครับ” ชายคนเดิมยังคงฝืนใจเดินหน้าเข้าไปขวางทางเอาไว้
การจับจองพื้นที่เพื่อฟาร์มไอเทมหรือล่าบอสในเกมนับว่าเป็นเรื่องปกติสามัญมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งกิลด์ใหญ่ ๆ มักจะทำเช่นนี้อยู่เป็นประจำ และกิลด์แซมซาราเองก็เคยทำมาก่อนเช่นกัน
“ฉันรู้ดีว่าหัวหน้ากิลด์ของแกอยู่ข้างในนั้น และที่ฉันมานี่… ก็แค่ต้องการจะเข้าไปพบหัวหน้ากิลด์ของแกต่างหาก!” กัปตันแซมซาราเอ่ยเสียงเหี้ยม
“ประธานของเรากำลังติดธุระสำคัญมากครับ คงไม่สะดวกที่จะให้กัปตันเข้าไปพบในตอนนี้ หากคุณมีธุระด่วน อาจจะต้องรบกวนรอสักครู่” ชายคนเดิมพยายามบ่ายเบี่ยง
“ฉันรู้หมดแล้วว่าหัวหน้าของแกกำลังทำอะไรอยู่ข้างใน! ฉันจะเข้าไปเดี๋ยวนี้ และแกคิดว่าจะมีปัญญาหยุดฉันงั้นเหรอ?!”
กัปตันแซมซาราตวาดลั่น เขาเป็นคนประเภทที่ชอบใช้กำลังและความรุนแรงอยู่แล้ว ยิ่งในเวลาที่กำลังทำภารกิจเขาก็จะยิ่งไร้ความปราณี ความจริงแล้วหลิงเสี่ยวจิ่วรู้ดีถึงความสำคัญของการรักษาความลับ แต่น่าเสียดายที่ในที่สุดเรื่องนี้ก็ถูกเปิดเผยออกมาจนได้ ท้ายที่สุดแล้วการระดมพลครั้งนี้มีคนเข้าร่วมมากเกินไป มันจึงเป็นเรื่องยากมากที่จะเก็บรักษาความลับเอาไว้ได้ตลอดลอดฝั่ง
อย่างไรก็ตาม มันก็ไม่มีประโยชน์อะไรที่จะมานั่งเสียใจในตอนนี้ แม้ว่าคนของแซมซาราจะได้รับข่าวสารและรุดหน้ามาที่นี่อย่างรวดเร็ว แต่วินาทีสุดท้ายเมื่อถึงเวลาต้องเปิดฉากดวล การต่อสู้ทางฝั่งหุบเขาหลิงเซียวก็พร้อมที่จะเปิดรับศึกแล้ว อีกอย่าง ฝั่งแซมซาราเองก็มีเวลาไม่มากพอที่จะรวมคนมามากกว่านี้ พวกเขาจึงรีบยกพวกมาเท่าที่มี
คนจากหุบเขาหลิงเซียวไม่ยอมเสียเวลาพูดพร่ำทำเพลงอีกต่อไป เขาออกคำสั่งให้สมาชิกกิลด์ทุกคนตั้งหลักเตรียมพร้อมอาวุธในมือทันที ซึ่งความหมายนั้นชัดเจนอยู่แล้วว่าจะไม่มีการถอยหนี
กัปตันแซมซาราเห็นดังนั้นก็อดไม่ได้ที่จะเลียริมฝีปากของตน แสงแห่งความกระหายเลือดวาบผ่านดวงตาคู่คม จากนั้นเขาก็โบกมือส่งสัญญาณ พลันคนของแซมซาราที่พามาด้วยต่างก็ปลดปล่อยทักษะและเวดมนตร์ทุกประเภทพุ่งเข้าใส่ทันที!
เห็นได้ชัดว่าทั้งสองฝ่ายต่างเตรียมพร้อมสำหรับการศึกครั้งนี้อยู่ตลอดเวลา และในวินาทีนี้… สงครามการปะทะกันของทั้งสองกิลด์ก็ได้ระเบิดขึ้นพร้อมกันในทันที!