กล่องจักรวาล (Universe Storage Box) - บทที่ 163 น้องสาวและน้องชายของฉัน บทที่ 163 น้องสาวและน้องชายของฉัน
- Home
- กล่องจักรวาล (Universe Storage Box)
- บทที่ 163 น้องสาวและน้องชายของฉัน บทที่ 163 น้องสาวและน้องชายของฉัน
“ซุยฮัวซุยฮัวอะไรกัน ฉันไม่รู้ว่าแกพูดเรื่องอะไร” ชายคนนั้นกล่าวกับฮวงเฟิง “ซุยฮัวซุยฮัวอะไรกัน ฉันไม่รู้ว่าแกพูดเรื่องอะไร” ชายคนนั้นกล่าวกับฮวงเฟิง
“น้องสาวของฉันไงซุยฮัว ทำงานที่โรงงานนั้น น้องสาวฉันบอกว่าแกกักขังหน่วงเหนี่ยวเธอ” ฮวงเฟิงกล่าว
“พูดมั่วๆ!”ใครจะไปรู้จักน้องสาวแก? แกรีบไปให้ไกลๆ ตีนพวกฉันจะดีกว่านะ ไม่อย่างนั้นก็อย่างหาว่าพวกฉันไม่เตือน” ชายคนนั้นรำคาญฮวงเฟิงและโบกมือไล่ฮวงเฟิง
“ไม่ฉันสัญญากับน้องสาวของฉันแล้วว่าฉันจะมาสั่งสอนแก” ชายคนๆ นั้นส่ายหัวและกล่าวว่า
“อย่าบอกนะว่าแกน่ะโง่? ใครจะไปรู้จักน้องสาวแกได้? แล้วแกคิดว่าจะมาสั่งสอนคนอย่างฉันได้งั้นเหรอ?” คนๆ นั้นมองเขาราวกับว่าเขาเป็นคนงี่เง่า
คนอื่นๆก็พากันหัวเราะเมื่อมองไปที่เขา บางคนถึงกับแซวว่า “พวกเราแซวคนไปตั้งเยอะแยะในช่วงสองสามวันมานี้ แล้วใครจะไปรู้ว่าคนไหนคือน้องสาวของแก บางทีคนที่ฉันจูบเมื่อวานอาจจะเป็นน้องสาวแกก็ได้นะ ผิวของเธอสวยจริงๆ ฮ่าๆ ”
“แกรังแกน้องสาวของฉันฉันจะจัดการแกซะ!” ชายคนนั้นพูดอย่างจริงจัง “แกรังแกน้องสาวของฉันฉันจะจัดการแกซะ!” ชายคนนั้นพูดอย่างจริงจัง
“เพื่อนแกมันโว่ มาตีพวกเราสิถ้าแกกล้า” “เพื่อนแกมันโว่ มาตีพวกเราสิถ้าแกกล้า”
“ปัง!”เมื่อเขาพูดจบใบหน้าของเขาก็ถูกตบและมีรอยฟกช้ำที่ตาขวาของเขา เห็นได้ชัดว่าคู่ต่อสู้นั้นค่อนข้างแข็งแกร่ง
“แม่งเอ้ยไอ้โง่อย่างแกกล้าตบฉันจริงๆ งั้นเหรอ!” คนอื่นๆ ก็โมโหขึ้นมาทันที “ไป “แม่งเอ้ยไอ้โง่อย่างแกกล้าตบฉันจริงๆ งั้นเหรอ!” คนอื่นๆ ก็โมโหขึ้นมาทันที “ไป
หักแขนขาไอ้คนนี้ซะ!” หักแขนขาไอ้คนนี้ซะ!”
“ฉันบอกแล้วว่าฉันจะจัดการพวกแกพวกแกไม่เชื่อฉันสินะ” ชายคนนั้นกล่าวเมื่อมองมาตรงๆ
ทันใดนั้นอันธพาลเหล่านี้ก็รู้สึกเหมือนกำลังจะบ้าคลั่งไม่ว่าพวกเขาจะมองยังไงคนๆ นี้ก็ดูเหมือนคนโง่
พวกเขาไม่ได้ออกไปข้างนอกในวันนี้เพื่อรักษาประวัติเอาไว้แต่พวกเขากลับได้พบกับคนเช่น พวกเขาไม่ได้ออกไปข้างนอกในวันนี้เพื่อรักษาประวัติเอาไว้แต่พวกเขากลับได้พบกับคนเช่น
อย่างไรก็ตามแม้ว่าพวกเขาจะอยู่คิดในใจแต่มือของพวกเขาก็ไม่ได้ลดความเร็วลงเลย ในขณะที่พวกเขาพุ่งเข้าหาคนๆ นั้นอย่างรวดเร็ว
เดิมทีพวกเขาถูกเรียกให้ไปก่อกวนพนักงานของโรงงานและทักษะของพวกเขาก็มีอยู่อย่างจ เดิมทีพวกเขาถูกเรียกให้ไปก่อกวนพนักงานของโรงงานและทักษะของพวกเขาก็มีอยู่อย่างจ
พวกเขาสามารถเอาชนะคนธรรมดาที่แข็งแกร่งกว่าเล็กน้อยได้แต่คนที่อยู่ตรงหน้าพวกเขาต พวกเขาสามารถเอาชนะคนธรรมดาที่แข็งแกร่งกว่าเล็กน้อยได้แต่คนที่อยู่ตรงหน้าพวกเขาต
พวกเขาเห็นชายคนนั้นล้มพวกอันธพาลเหล่านี้ด้วยการชกเพียงแค่สองสามครั้งและอีกฝśายก พวกเขาเห็นชายคนนั้นล้มพวกอันธพาลเหล่านี้ด้วยการชกเพียงแค่สองสามครั้งและอีกฝśายก
คนเหล่านั้นรู้ว่าวันนี้พวกเขาได้พบกับคนที่แข็งแกร่งพวกเขาต่างก็พากันนอนอยู่บนพื้นและม คนเหล่านั้นรู้ว่าวันนี้พวกเขาได้พบกับคนที่แข็งแกร่งพวกเขาต่างก็พากันนอนอยู่บนพื้นและม
“แม่งเอ้ยทักษะของผู้จัดการช่างน่าทึ่งจริงๆ ทำไมฉันไม่เคยเห็นมาก่อนเลยนะ?” “แม่งเอ้ยทักษะของผู้จัดการช่างน่าทึ่งจริงๆ ทำไมฉันไม่เคยเห็นมาก่อนเลยนะ?”
ไม่ห่างออกไปนักภายในห้องรักษาความปลอดภัยของโรงงาน หยางหวางกำลังมองผ่านทางหน้าต่างของห้องรักษาความปลอดภัยเพื่อดูการต่อสู้ที่มีชั้นเชิงต่างกันอ เขาอดไม่ได้ที่จะชมจนไม่หยุดปาก
คนที่เพิ่งมาก็คือฮวงเฟิงนั่นเอง คนที่เพิ่งมาก็คือฮวงเฟิงนั่นเอง
ฮวงเฟิงได้กล่าวว่าเขาไม่ต้องการที่จะเปิดเผยตัวตนดังนั้นหยางกวางและคนอื่นๆ จึงไม่ออกไปข้างนอก
“ใช่ผู้จัดการดูไม่ได้แข็งแกร่งไปกว่าฉันสักเท่าไหร่แต่เขากลับต่อสู้ได้ดีขนาดนี้ “ใช่ผู้จัดการดูไม่ได้แข็งแกร่งไปกว่าฉันสักเท่าไหร่แต่เขากลับต่อสู้ได้ดีขนาดนี้
ไม่น่าแปลกใจที่หัวหน้าทีมเหลาสู้เขาไม่ได้เมื่อวานนี้” คนที่อยู่ข้างๆ เองก็ยังพูดด้วยความประหลาดใจ ไม่น่าแปลกใจที่หัวหน้าทีมเหลาสู้เขาไม่ได้เมื่อวานนี้” คนที่อยู่ข้างๆ เองก็ยังพูดด้วยความประหลาดใจ
“นี่เรียกว่าปกปิดความแข็งแกร่ง ตอนที่ผู้จัดการมาทำงานที่บริษัทครั้งแรก ฉันสังเกตเห็นว่าผู้จัดการแตกต่างจากคนอื่นๆ และนี่คือสิ่งที่เขาเรียกว่าอะไรนะ อ้อใช่ เขาซ่อนความแข็งแกร่งของเขาเอาไว้!”
“แกพูดจบแล้วใช่ไหมถ้าแกรู้ก่อนหน้านี้แล้วทำไมก่อนหน้านี้แกถึงได้เมินผู้จัดการล่ะ? แล้วตอนที่หลิวหงบอกให้แกปลดผู้จัดการทำไมแกถึงได้เห็นด้วยในทันทีล่ะ?”
“พอได้แล้วเลิกเถียงกันเถอะ มาดูกันว่าผู้จัดการจะสั่งสอนพวกน่ารำคาญพวกนั้นยังไง”
แม้ว่าพวกเขาจะเพิ่งมาถึงโรงงานแต่พวกเขาก็รู้ดีว่าอันธพาลพวกนี้เจอกับปัญหาเข้าแล้ว แม้ว่าพวกเขาจะเพิ่งมาถึงโรงงานแต่พวกเขาก็รู้ดีว่าอันธพาลพวกนี้เจอกับปัญหาเข้าแล้ว
เดิมทีด้วยบุคลิกและความคิดของพวกเขาพวกเขาจึงไม่คิดที่จะปะทะกันเอง ตราบใดที่อันธพาลเหล่านี้ไม่ได้ออกไปก่อเรื่อง
ดังนั้นในเช้าวันนี้พวกเขาได้มีเรื่องขัดแย้งกับอันธพาลเหล่านั้นแต่ไม่ได้รับบาดเจ็บหรือสูญเส ดังนั้นในเช้าวันนี้พวกเขาได้มีเรื่องขัดแย้งกับอันธพาลเหล่านั้นแต่ไม่ได้รับบาดเจ็บหรือสูญเส
มีเพียงพวกอันธพาลเหล่านั้นที่ดื้อมากและเห็นได้ชัดว่าการอบรมเพียงอย่างเดียวไม่มีประโย มีเพียงพวกอันธพาลเหล่านั้นที่ดื้อมากและเห็นได้ชัดว่าการอบรมเพียงอย่างเดียวไม่มีประโย
พวกเขาก็ยังคงรออยู่ด้านนอกโรงงานเพื่อรอให้พนักงานเลิกงานจากนั้นก็เริ่มก่อกวนพวกพน พวกเขาก็ยังคงรออยู่ด้านนอกโรงงานเพื่อรอให้พนักงานเลิกงานจากนั้นก็เริ่มก่อกวนพวกพน
เมื่อฮวงเฟิงถามพวกเขาในวันนี้พวกเขาจึงได้บอกความจริงกับเขา เมื่อฮวงเฟิงถามพวกเขาในวันนี้พวกเขาจึงได้บอกความจริงกับเขา
เดิมทีพวกเขาคิดว่าฮวงเฟิงจะก่นด่าพวกเขาเพราะทำตัวไร้ประโยชน์แต่ฮวงเฟิงกลับไม่ทำเช เดิมทีพวกเขาคิดว่าฮวงเฟิงจะก่นด่าพวกเขาเพราะทำตัวไร้ประโยชน์แต่ฮวงเฟิงกลับไม่ทำเช
ในความเป็นจริงฮวงเฟิงไม่ได้คิดที่จะพึ่งพาคนเหล่านี้เพื่อจัดการเรื่องนี้อย่างเด็ดขาด ในความเป็นจริงฮวงเฟิงไม่ได้คิดที่จะพึ่งพาคนเหล่านี้เพื่อจัดการเรื่องนี้อย่างเด็ดขาด
เขาให้คนเหล่านี้มาที่โรงงานเพื่อเสริมสร้างอำนาจของเขาเพื่อดูว่าใครจะกระโดดออกมาสร้า เขาให้คนเหล่านี้มาที่โรงงานเพื่อเสริมสร้างอำนาจของเขาเพื่อดูว่าใครจะกระโดดออกมาสร้า
โดยผิวเผินแล้วพวกเขาได้ส่งคนมามากกว่า โดยผิวเผินแล้วพวกเขาได้ส่งคนมามากกว่า
มิฉะนั้นหากอีกฝśายเห็นว่าพวกเขาถูกรังแกได้ง่ายๆ พวกเขาก็อาจจะไม่อยากมายุ่งอีกแล้ว มิฉะนั้นหากอีกฝśายเห็นว่าพวกเขาถูกรังแกได้ง่ายๆ พวกเขาก็อาจจะไม่อยากมายุ่งอีกแล้ว
อย่างไรก็ตามหากเขาต้องการแก้ปัญหานี้จริงๆก็จะต้องดำเนินการด้วยตัวเองเพื่อไม่ให้เจ้าห อย่างไรก็ตามหากเขาต้องการแก้ปัญหานี้จริงๆก็จะต้องดำเนินการด้วยตัวเองเพื่อไม่ให้เจ้าห
“ฉันก็บอกนายไปแล้วไงว่าฉันเป็นพี่ชายของซุยฮัวถ้าแกแกล้งเธอฉันก็จะสั่งสอนแก” ฮวงเฟิงกล่าวด้วยสีหน้าจริงจัง
อย่างไรก็ตามในเวลานี้เหล่าอันธพาลพวกนั้นไม่กล้าที่จะคิดว่าเขาพูดเล่น อย่างไรก็ตามในเวลานี้เหล่าอันธพาลพวกนั้นไม่กล้าที่จะคิดว่าเขาพูดเล่น
“แกแกเป็นใครกันแน่?” มีบางคนที่ยังไม่เชื่อ “แกแกเป็นใครกันแน่?” มีบางคนที่ยังไม่เชื่อ
“ฉันเป็นพี่ชายของซุยฮัวฉันจะเตือนแกไว้ก่อนนะ ถ้าแกยังคงมาระรานน้องสาวฉันอีก ฉันจะหักขาแกซะ อ้อ ใช่ ฉันจะหักขาที่สามของแกด้วย โอเคไหม? ฉันยังมีเรื่องอื่นต้องไปทำอีก งั้นฉันไปก่อนล่ะ” หลังจากที่ฮวงเฟิงพูดจบ เขาก็หันหลังกลับและเดินจากไป ทิ้งไว้เพียงความงุนงงสงสัยให้แก่คนพวกนั้น
“แล้วพวกเราจะทำยังไงต่อไป?”มีใครบางคนถามออกม “แล้วพวกเราจะทำยังไงต่อไป?”มีใครบางคนถามออกม
“พวกเราจะยังรอพนักงานของโรงงานตอนที่พวกนั้นเลิกงานอีกไหม?” “พวกเราจะยังรอพนักงานของโรงงานตอนที่พวกนั้นเลิกงานอีกไหม?”
“มีใครรู้จักน้องสาวของมันบ้างไหม?”พวกเราต้องทำไงถ้าเจอน้องสาวของมันอีกครั้ง?” “มีใครรู้จักน้องสาวของมันบ้างไหม?”พวกเราต้องทำไงถ้าเจอน้องสาวของมันอีกครั้ง?”
“จริงด้วย” “จริงด้วย”
“งั้นพวกเราก็หยุดระรานคนพวกนี้ไว้ก่อน” “งั้นพวกเราก็หยุดระรานคนพวกนี้ไว้ก่อน”
เพียงเท่านั้นหลังจากที่เขาพูดจบฮวงเฟิงที่เพิ่งจะกลับไปก็ได้กลับมาใหม่ พวกเขาต่างพากันตกใจและกล่าวว่า “อ้อ ใช่แล้ว ฉันยังมีน้องชายอีกคนที่ทำงานอยู่ในโรงงานั้น ถ้าพวกแกยังกล้าไปรบกวนเขา ฉันก็จะหักแขนหักขาแกเหมือนกัน เอาล่ะ คราวนี้ฉันจะไปจริงๆ แล้ว”
คนที่เหลือต่างพากันมองหน้ากัน คนที่เหลือต่างพากันมองหน้ากัน
“ห่าเอ้ยไอ้นี่มันมาก่อกวนเราใช่ไหม? ไม่เห็นจะมีใครสักคนเลย “ห่าเอ้ยไอ้นี่มันมาก่อกวนเราใช่ไหม? ไม่เห็นจะมีใครสักคนเลย
“ใช่มันต้องแกล้งเราแน่ๆ ” “ใช่มันต้องแกล้งเราแน่ๆ ”
“ถ้ามันแกล้งแล้วไงล่ะ? พวกแกจัดการมันได้ไหมล่ะ? ถึงแม้ว่ามันจะหาข้ออ้างเพื่อมาสั่งสอนพวกแก แต่พวกแกก็ไม่เห็นจะทำอะไรมันได้เลย
“จริงด้วยงั้นพวกเราควรจะทำยังไงดี?” “จริงด้วยงั้นพวกเราควรจะทำยังไงดี?”
ทุกคนเริ่มที่จะหารือกันอีกครั้งแต่เมื่อพวกเขากำลังพูดคุยกันอยู่นั้น พวกเขาก็ให้หันไประวังยังทิศที่ฮวงเฟิงเดินไป และกลัวว่าเขาจะกลับมาอีกครั้ง
“แกคิดว่าเขาจะเป็นคนของโรงงานนั้นไหม?”บางคนกล่าว “แกคิดว่าเขาจะเป็นคนของโรงงานนั้นไหม?”บางคนกล่าว
“เพราะว่าพวกเราก่อกวนที่โรงงานนี้มาตั้งนานแล้วมันเป็นไปไม่ได้ที่พวกนั้นจะไม่ตอบโต้อะไ “เพราะว่าพวกเราก่อกวนที่โรงงานนี้มาตั้งนานแล้วมันเป็นไปไม่ได้ที่พวกนั้นจะไม่ตอบโต้อะไ
“คงจะไม่ใช่นะ”บางคนส่ายศรีษะและกล่าวว่า “พวกนั้นก็ตอบโต้อยู่บ้าง แต่เจ้าคนนั้นไม่น่าจะใช่คนของโรงงาน ไม่เช่นนั้นแล้วมันก็คงจะไม่กล้ามาสั่งสอนพวกเราในฐานะของพนักงานโรงงานหรอก”
“ก็น่าจะเป็นอย่างงั้น”ทุกคนพยักหน้า “ก็น่าจะเป็นอย่างงั้น”ทุกคนพยักหน้า