กล่องจักรวาล (Universe Storage Box) - บทที่ 222 สูตรไวน์ บทที่ 222 สูตรไวน์
“อย่าดูถูกว่าเขาเป็นแค่ชายชราถึงเขาใช้ชีวิตได้อย่างน่าอัปยศอดสู แต่ทักษะในการต้มไวน์ของเขานั้นนับว่าใช้ได้ทีเดียว” หลังจากที่เกอรุยดื่มไวน์เข้าไปเต็มปาก เขาก็เอ่ยขึ้นด้วยใบหน้ามึนเมา
เป็นเพราะพี่เขยก่อนหน้านี้ เขาถึงได้ดื่มไวน์ดีหลายครั้งหลายครา แต่ไวน์ดีที่เขาได้มาโดยไม่ได้ตั้งใจนี้กลับทำให้เขารู้สึกว่าไวน์ที่เขาเคยดื่มก่อนหน้านี้มีรสชาติไม่ต่างจา ต้องไวน์แบบนี้สิถึงเป็นไวน์ที่แท้จริง!
แม้ว่าจักรวรรดิจะห้ามไม่ให้เอกชนผลิตและขายไวน์แต่ก็ยังมีคนจำนวนไม่น้อยที่แอบหมักไว แม้ว่าจักรวรรดิจะห้ามไม่ให้เอกชนผลิตและขายไวน์แต่ก็ยังมีคนจำนวนไม่น้อยที่แอบหมักไว
บางคนต้องการหมักไวน์เพื่อประโยชน์ส่วนตัวแต่ก็ไม่มีเงินมากพอที่จะทำเช่นนั้น ส่วนบางคนต้องการหมักไวน์ขายเพื่อเอาไว้เลี้ยงชีพ
อย่างไรก็ตามคุณภาพและรสชาติของไวน์ที่หมักโดยคนพวกนี้ไม่ค่อยจะได้มาตรฐานสักเท่าไ เกอรุยไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าเขาจะได้สมบัติชิ้นนี้มาโดยบังเอิญ
“พี่เขยก็ชอบดื่มเหมือนกันถ้าฉันต้มไวน์นี้เสร็จเมื่อไหร่ ฉันจะนำไปฝากเขาก็แล้วกัน” เกอรุยคิดในใจ
ในเมื่อเขามีสูตรไวน์แล้วเขาก็จะต้มไวน์ในแบบของตัวเองได้ นอกจากเขาจะได้ตอบสนองความต้องการของตัวเองแล้ว เขายังสร้างรายได้จากการขายไวน์นี้ได้ด้วย
ถึงแม้ว่าจักรวรรดิจะไม่อนุญาตให้เขาขายไวน์นี้เป็นการส่วนตัวแต่เพราะการควบคุมของจัก เรื่องนี้แค่นี้ คนอย่างเกอรุยไม่กลัวหรอกนะ
เขาลุกขึ้นยืนและเตรียมพร้อมที่จะพักผ่อนแต่เขาก็ไม่ได้เป็นกังวลมากเกินไป แต่ถ้าเขาได้เผชิญหน้ากับศัตรู เขาคงกลัวอีกฝśายจะมาปล้นค่ายเสียมากกว่า
แต่ถึงอย่างไรพวกมันเขาเป็นได้แค่ปลาตีนที่อาศัยกำแพงเมืองเพียงอย่างเดียว พวกเขาเกือบป้องกันการโจมตีของอีกฝśายไม่ได้ และพวกเขาก็ไม่กล้าออกไปนอกเมือง การต่อสู้ในปśาก็ไม่ต่างจากการรนหาที่ตายสักเท่าไหร่นัก
เวลาผ่านไปไม่นานหลังจากที่เกอรุยนอนหลับไป เสียงของการต่อสู้ก็ดังมาขึ้นจากด้านนอก เกอรุยคิดไม่ถึงเลยว่าอีกฝśายจะมาปล้นค่ายจริงๆ เห็นได้ชัดว่าทหารภายใต้การบังคับบัญชาของเขาก็คิดไม่ถึงเช่นนั้น และเกอรุยเองก็ไม่ได้เตรียมความพร้อมสำหรับรับเรื่องนี้
เมื่อผู้นำชิวพาคนมาที่นี่ปล้นค่ายลูกน้องของเกอรุยทุกคนที่หลับไปแล้ว ได้สะดุ้งตื่นขึ้นมาจากฝันในทันทีที่ได้ยินเสียงกรีดร้องจากการฆ่าฟันกัน
“พวกเราฆ่ามัน! ฆ่าสุนัขของจักรวรรดิให้สิ้นซาก!” ผู้นำชิวไม่คิดมาก่อนเลยว่าเขาจะลักลอบเข้าไปในค่ายของศัตรูได้ง่ายดายถึงเพียงนี้ ทันใดนั้นเขาก็รู้สึกฮึกเหิมเลยตะโกนออกมา
แม้ว่าครั้งนี้เขาจะไม่ได้พาทุกคนมาที่นี่แต่เขาก็ยังดึงศักยภาพที่ดีที่สุดของนายพลออกมาได้ การต่อสู้ไม่ได้เลวร้ายอย่างที่คิด และถ้าไม่มีภาระอย่างชาวนาที่ไม่มีความสามารถในการรบแล้ว พวกเขาก็คงสู้กับศัตรูได้ดีกว่านี้แน่
เสียงของการต่อสู้ดังขึ้นไม่หยุดหย่อนมิหนำซ้ำยังมีคนลักลอบจุดไฟเผาค่าย ทำให้หลังจากนั้นไม่นานเปลวไฟก็พุ่งขึ้นไปบนฟ้า
“นายพล!นายพล! เกิดเรื่องแล้วครับ พวกศัตรูบุกมาที่นี่ครับ!” ทหารที่ไม่ได้สวมเกราะทั้งตัว รีบวิ่งเข้าไปในเต็นท์ของเกอรุยเพื่อรายงานเรื่องที่เกิดขึ้น
“เฮ้เสียงดังโหวกเหวกอะไรกัน น่ารำคาญ! ฉันยังดื่มไหว ฉันยังไม่เมา เอาไวน์มาเติมให้ฉันสิ!” หากแต่ตอนนี้เกอรุยที่ยังไม่ได้สติไม่ได้สนใจฟังรายงานจากคนตรงหน้าเลยแม้แต่น้อย
“นายพลตื่นได้แล้วครับ! ศัตรูบุกมาแล้วครับ!” “นายพลตื่นได้แล้วครับ! ศัตรูบุกมาแล้วครับ!”
ชายคนนั้นเดินมาหยุดอยู่ข้างกายเกอรุย แล้วใช้มือเขย่าตัวอีกฝśายไปมา พยายามปลุกเขาให้ตื่น ชายคนนั้นเดินมาหยุดอยู่ข้างกายเกอรุย แล้วใช้มือเขย่าตัวอีกฝśายไปมา พยายามปลุกเขาให้ตื่น
เห็นได้ชัดว่าความพยายามของเขาไร้ความหมายเกอรุยยังคงหลับสนิทอยู่อย่างเดิม และไม่ว่าเขาจะเขย่าตัวคนตรงหน้าแรงขนาดไหน มันก็ไม่มีประโยชน์
ขณะที่ทหารกำลังเขย่าตัวเกอรุยผ้าคลุมเต็นท์ก็ถูกปัดออก มีคนสองสามคนเดินเข้ามาข้างในเต็นท์ โดยมีผู้นำชิวเป็นคนนำ
ทหารคนนั้นตกใจเลยชักกระบี่ออกมาโดยสัญชาตญาณแต่เขายังไม่ได้พุ่งเข้าใส่คนตรงหน้าใน เขายังคงจ้องมองผู้มาใหม่ด้วยความระแวดระวัง
“คนที่นอนอยู่ตรงนั้นคือใคร?”ก่อนหน้านี้ เขาเห็นว่าเต็นท์หลังนี้มีขนาดใหญ่และหรูหราที่สุด นี่คือเหตุผลที่เขารีบพาลูกน้องเข้ามาข้างใน ขอเดาว่าคนที่อยู่ในนี้น่าจะเป็นผู้บัญชาการสูงสุดของกองทัพศัตรู
“เขาคือคนของเราเกอรุย นายพลเกอ นายพลเกอเป็นน้องเขยของนายพลเสวี่ย นายพลเสวี่ย ถ้าคุณทำร้ายเขา นายพลเสวี่ยไม่มีทางปล่อยคุณเอาไว้แน่!” ทหารคนนั้นตอบ เขาจะให้นายพลเสวี่ยไปจัดการชายคนนั้น
“ฮ่าฮ่าพวกฉันมาที่นี่เพื่อจัดการพวกแก ทำไมถึงคิดว่าพวกฉันจะกลัวนายพลเสวี่ยล่ะ? ฆ่าพวกมันซะ! ” ผู้นำชิวกล่าว
แม้ว่าเขาจะพูดออกไปแบบนั้นแต่หัวใจของเขากลับรู้สึกหนาวเล็กน้อย ในตอนที่เขาเคยเป็นทหาร เขาเคยได้ยินชื่อเสียงของนายพลเสวี่ยมาก่อน เขาเป็นหนึ่งในนายพลเพียงไม่กี่คนที่เข้ารบในศึกใหญ่และได้รับชัยชนะกลับมา
แม้ว่าเขาจะไม่ได้สังหารนายพลเกอคนนี้จักรวรรดิก็ไม่ยอมปล่อยพวกเขาไปอยู่ดี แม้ว่าเขาจะไม่ได้สังหารนายพลเกอคนนี้จักรวรรดิก็ไม่ยอมปล่อยพวกเขาไปอยู่ดี
หากเขาเป็นฝśายชนะในศึกนี้นอกจากเขาจะได้รับชื่อเสียงแล้ว เขายังสามารถคัดเลือกคนได้อีกด้วย
ถ้าเป็นแบบนั้นจริงๆละก็ความแข็งแกร่งของเขาก็จะสูงขึ้น ถึงตอนนั้น ถ้าเป็นแบบนั้นจริงๆละก็ความแข็งแกร่งของเขาก็จะสูงขึ้น ถึงตอนนั้น
ถึงคนๆนั้นจะเป็นนายพลเสวีย เขาก็ไม่กลัว! ถึงคนๆนั้นจะเป็นนายพลเสวีย เขาก็ไม่กลัว!
“นายจะปากดีเกินไปแล้ว!”เขาไม่มีทางยอมรับความผ่ายแพ้แล้วยอมจำนนเด็ดขาด ครอบครัวของเขายังอาศัยอยู่ในเมืองด้านหลังเขา หากเขายอมรับความพ่ายแพ้ที่นี่ คนในครอบครัวต้องถูกจับตัวไปแน่นอน แล้วเขาจะปล่อยให้เรื่องนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร?
ชายหนุ่มก้มลงไปมองขาทั้งสองข้างที่เต็มไปด้วยดินโคลนเขาไม่มีวันยอมแพ้เด็ดขาด! ชายหนุ่มก้มลงไปมองขาทั้งสองข้างที่เต็มไปด้วยดินโคลนเขาไม่มีวันยอมแพ้เด็ดขาด!
ทหารคนนั้นร้องตะโกนแล้วพุ่งเข้าหาคนตรงหน้าน่าเสียดายที่การโจมตีนั้นไม่ได้ผล ก่อนที่เขาจะต้านทานการโจมตีสองครั้งจากทหาร เขาถูกตัดศีรษะไปก่อนแล้ว
“ท่านผู้นำเราควรทำยังไงกับคนๆนี้ครับ?” หลังจากที่จัดการสังหารทหารคนนั้นแล้ว ทุกคนเลยเดินมาข้างเตียง แล้วเอ่ยถามพลางจ้องมองเกอรุยที่ยังคงนอนหลับสนิท
มุมปากของผู้นำชิวยกยิ้มเย้ยหยันปัจจุบันจักรวรรดิมีกฏระเบียบทางทหารในกองทัพ อีกฝśายกล้าดื่มในค่ายทหารแถมยังอยู่ในระหว่างการต่อสู้เสียด้วย…
“ฆ่ามันแล้วนำหัวมันมาเสียบธง!” หากเขาต้องการเพิ่มยศให้ตัวเองเยอะๆ เขาจำเป็นต้องสังหารผู้ที่มีเกียรติยศเท่ากันหรือสูงกว่า ถึงคนตรงหน้าจะมีพละกำลังปานกลาง แต่ตำแหน่งและภูมิหลังของเขานับว่าใช้ได้ทีเดียว
“ครับท่าน!”จากนั้นเขาก็ตัดศีรษะของเกอรุยทันที ในตอนนั้นเกอรุยถูกฆ่าตายทั้งที่กำลังฝันหวาน ขนาดตาย เขายังไม่รู้เลยว่าเขาตายได้อย่างไร
หลังจากผู้นำชิวเดินออกไปทหารสองสามคนก็เริ่มทำงานค้นเต็นท์เพื่อหาของที่มีประโยชน์ แม้แต่เกอรุยเองก็ไม่เว้น
“นั่นอะไร?กระดาษ?” ทหารคนหนึ่งหยิบกระดาษแผ่นหนึ่งออกมาจากอกของเกอรุย สภาพกระดาษไม่ถึงกับดูไม่ได้ แต่อักษรที่เขียนไว้บนนั้นกลับคดเคี้ยวจนไม่สามารถอ่านได้จึงโยนไปให้ทหารอีกคนแทน
ทหารคนนั้นรับกระดาษมาเขาเองก็อ่านไม่ออกเช่นกัน ทหารคนนั้นรับกระดาษมาเขาเองก็อ่านไม่ออกเช่นกัน
จึงโยนกระดาษแผ่นนั้นทิ้งไปอย่างไม่แยแสเมื่อเห็นว่ากระดาษาแผ่นนั้นไม่ใช่เงิน จึงโยนกระดาษแผ่นนั้นทิ้งไปอย่างไม่แยแสเมื่อเห็นว่ากระดาษาแผ่นนั้นไม่ใช่เงิน