กล่องจักรวาล (Universe Storage Box) - บทที่ 240 เริ่มดำเนินการ
บทที่ 240 เริ่มดำเนินการ
“ผู้จัดการเหอ ลองดูเนื้อหาตรงนี้สิครับ อุปกรณ์และคนงานในโรงงานของเราในตอนนี้ สามารถรองรับกระบวนการแบบนี้ได้ไหม?”
หวงเฟิงเอ่ยถามพลางยื่นหนังสือเล่มเล็กให้ผู้จัดการเหอ แม้ว่าเขาพอจะคาดเดาได้ว่ามันไม่น่าจะมีปัญหาอะไร แต่เนื่องจากตัวเขาไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญในด้านนี้ จึงยังไม่กล้ารับประกันร้อยเปอร์เซ็นต์
“บอส… โปรดเรียกผมว่าเฒ่าเหอเถอะครับ”
ทันทีที่ผู้จัดการเหอหยิบหนังสือเล่มเล็กจากมือของหวงเฟิง เขาก็เอ่ยกับอีกฝ่ายด้วยความเกรงใจและประหม่าเล็กน้อย ผู้จัดการเหอรู้สึกได้ถึงความเคารพและความนอบน้อมที่หวงเฟิงมีต่อเขา ซึ่งความรู้สึกแบบนี้เขาไม่เคยได้รับจากบอสหลี่คนเก่ามาก่อนเลย
ก่อนหน้านี้เขาเป็นถึงหัวหน้าช่างผู้เชี่ยวชาญของที่นี่ แต่บอสหลี่กลับไม่เคยให้เกียรติเขา โดยปกติอีกฝ่ายจะเรียกเขาด้วยชื่อจริงอย่างไร้หัวนอนปลายเท้า และเมื่อไหร่ที่เจอปัญหาที่เขาไม่สามารถแก้ไขได้ทันท่วงที บอสหลี่ก็จะด่าทอต่อว่าเขาอย่างรุนแรงโดยไม่ไว้หน้าเลยสักครั้ง
ในตอนที่เปลี่ยนบอสใหม่ ผู้จัดการเหอก็รู้สึกกังวลใจเหมือนกับพนักงานคนอื่น ๆ เขาไม่รู้เลยว่าบอสคนใหม่จะเป็นคนแบบไหน ตัวเขาอายุสี่สิบเกือบห้าสิบปีแล้ว มันไม่ง่ายเลยที่จะไปหางานใหม่ในโรงงานอื่นหากถูกไล่ออก อีกทั้งเขายังมีความรู้เฉพาะในสายงานนี้เท่านั้น ทว่าบอสคนใหม่ในตอนนี้กลับสร้างความประทับใจให้เขาไม่น้อย
หลังจากที่ผู้จัดการเหอได้รับหนังสือแล้ว เขาก็เริ่มตั้งใจอ่านมัน
ผู้จัดการเหอเริ่มอ่านประโยคแรกก็ลอบคิดในใจว่า หากโรงงานยังคงผลิตอุปกรณ์บำบัดน้ำเสียต่อไป หน้าที่การงานของเขาในอนาคตก็คงยังมั่นคงและไม่ต้องกลัวว่าจะถูกไล่ออก แต่ถ้าหากบอสคนใหม่จะเปลี่ยนไปผลิตสินค้าตัวอื่น เขาก็คงทำได้แค่ต้องเริ่มต้นเรียนรู้งานใหม่ และถ้าเขายังทำมันไม่ได้ เขาก็ไม่คิดว่าบอสคนใหม่จะยอมเก็บคนไร้ประโยชน์อย่างเขาไว้ข้างหลัง
ผู้จัดการเหอกลัวว่าบอสคนใหม่จะเดินตามรอยความล้มเหลวของบอสหลี่จนต้องขายโรงงานทิ้งอีก ขืนเป็นแบบนั้นพวกเขาก็คงตกงานกันหมด เรื่องนี้ยังคงเป็นปริศนาที่เขาคาดเดาไม่ได้ อย่างไรก็ตาม ในเมื่อบอสสั่งให้เขาอ่าน เขาก็ต้อนอ่านมันต่อไป
ยี่สิบนาทีผ่านไป ผู้จัดการเหอก็อ่านจนจบ แน่นอนว่าเขายังไม่ได้อ่านมันอย่างละเอียดถี่ถ้วนในช้า ๆ
“บอสครับ… ถึงอุปกรณ์บำบัดน้ำเสียตัวนี้จะแตกต่างจากที่เรามีอยู่ในตอนนี้ และมีกระบวนการผลิตที่ซับซ้อนกว่าพอสมควร แต่โรงงานของเราสามารถผลิตมันได้ครับ! เราแค่ต้องทำการอัปเกรดเครื่องจักรที่มีอยู่ และพัฒนาศักยภาพของคนงานในสายผลิตเพิ่มเติมอีกหน่อยครับ” ผู้จัดการเหอกล่าว
ถึงจะเป็นอุปกรณ์บำบัดน้ำเสียเหมือนกันแต่ก็ยังมีรายละเอียดทางเทคนิคที่ต่างกัน ดังนั้นการอัปเกรดสายการผลิตจึงเป็นเรื่องที่จำเป็นและยอมรับได้
“ผู้จัดการเหอ คุณสามารถรับรองการอัปเกรดสายการผลิตนี้ให้สำเร็จได้ไหมครับ?” หวงเฟิงถาม
“ผมจะพยายามอย่างสุดความสามารถครับ”
ถึงผู้จัดการเหอจะเป็นคนที่มีความมั่นใจในฝีมือตัวเอง แต่เขาก็ไม่กล้าออกตัวแรงจนเกินไป เพราะถ้าผลลัพธ์ออกมาไม่เป็นไปตามที่คาด บอสอาจจะรู้สึกแย่กับคำคุยโวของเขาได้
หวงเฟิงพูดคุยอย่างตรงไปตรงมา ถึงแม้กระบวนการมันจะต่างจากที่เขาคิดไว้ในตอนแรก แต่เขาก็พอเข้าใจสถานการณ์ได้ โชคดีที่เขายังพอมีเงินทุนติดตัวที่จะนำมาใช้ขับเคลื่อนตรงนี้ หลังจากมอบหมายให้ผู้จัดการเหอเป็นคนรับผิดชอบเรื่องการอัปเกรดสายการผลิตเสร็จ หวงเฟิงก็กำชับเรื่องความปลอดภัยเป็นหลัก กับเรื่องแบบนี้เขาไม่อยากประมาท ขืนเกิดเหตุฉุกเฉินจนมีคนบาดเจ็บล้มตายขึ้นมา มันคงเป็นข่าวร้ายและเรื่องสะเทือนใจต่อเขารวมถึงพนักงานทุกคน
จากนั้นกัวเหลียงก็เดินเข้ามาบอกเขาว่าตอนนี้เริ่มมืดแล้ว พวกเขาควรเดินทางกลับกันได้แล้ว ด้วยเหตุนี้ทั้งสองคนจึงออกจากโรงงานและเดินทางกลับไปพร้อมกัน
“พรุ่งนี้ฉันต้องไปทำงานประจำ เพราะฉะนั้นนายต้องเป็นคนจัดการเรื่องนี้ต่อจากฉัน โดยเฉพาะเรื่องการจดสิทธิบัตร นายต้องเร่งดำเนินการให้เร็วที่สุด อาจจะต้องเสียเงินใต้โต๊ะหรือค่าธรรมเนียมเร่งด่วนนิดหน่อย แต่นายไม่จำเป็นต้องจ่ายคนเดียวหรอกนะ นายให้แฟนของนายช่วยเรื่องเอกสารได้” ระหว่างทางกลับ หวงเฟิงบอกกับกัวเหลียง
“ได้เลย ยังไงเธอก็อยู่บ้านเฉย ๆ อยู่แล้ว พรุ่งนี้ฉันจะพาเธอไปด้วย” กัวเหลียงตอบ
ความจริงแล้วกัวเหลียงเองก็อยากจะชวนโจวหรูหลานมาช่วยงานด้วยใจจะขาด แต่เขาก็อายจนไม่กล้าเอ่ยปากพูดออกมา เพราะกลัวว่ามันจะดูเหมือนเขาอยากอยู่กับอีกฝ่ายสองต่อสองจนเกินไป แต่ในเมื่อหวงเฟิงเป็นคนออกปากเปิดทางให้ขนาดนี้แล้ว เขาก็ไม่มีความจำเป็นต้องปฏิเสธอีก
“หลังจากนี้เรื่องหน้างานฉันจะจัดการให้นายเอง ฮ่า ๆ”
แม้ว่ากัวเหลียงจะออกไปตระเวนข้างนอกมาทั้งวันและต้องวุ่นกับการทำเรื่องต่าง ๆ จนเหนื่อยสายตัวแทบขาด แต่วันนี้เขากลับรู้สึกมีพลังงานเหลือเฟืออย่างน่าประหลาด
“นายหมายความว่ายังไงที่ทำเพื่อฉัน? นี่เป็นธุรกิจของเราสองคน การที่นายทํางานหนักก็เพื่ออนาคตของนายและโรงงานนี้ก็เป็นของพวกเราทั้งคู่ต่างหาก” หวงเฟิงกล่าวพร้อมรอยยิ้ม
หวงเฟิงไม่ต้องการเอาเปรียบหรือใช้ประโยชน์จากกัวเหลียงเพียงฝ่ายเดียว ในอนาคตกัวเหลียงจะต้องได้รับส่วนแบ่งที่เหมาะสม ไม่เช่นนั้น ต่อให้กัวเหลียงจะไม่คิดอะไร แต่ความสัมพันธ์ของทั้งสองก็จะกลายเป็นเพียงแค่หัวหน้ากับลูกน้อง ซึ่งหวงเฟิงจะรู้สึกอึดอัดใจ นี่จึงเป็นเหตุผลที่หวงเฟิงยอมรับเงินลงทุนก้อนนั้นมาจากกัวเหลียงตั้งแต่แรก
เมื่อได้ยินหวงเฟิงพูดแบบนั้น กัวเหลียงก็รู้สึกมีความสุขและตื้นตันใจมาก เขารู้ดีว่าหวงเฟิงไม่มีทางใช้เขาเป็นเครื่องมือเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัวแน่นอน หลังจากผ่านวันนี้ไป คงต้องบอกว่าในที่สุดเขาก็มีธุรกิจและอาชีพเป็นของตัวเองจริง ๆ เสียที
หลังจากนั้นทั้งสองก็แยกทางกันและต่างคนต่างกลับไปยังบ้านของตน
.
“ทำไมวันนี้กลับดึกจัง?”
ในตอนที่กัวเหลียงกลับถึงบ้าน แฟนสาวของเขาอย่างโจวหรูหลานก็ทำอาหารเย็นเกือบเสร็จพอดี เธอจึงเอ่ยถามอีกฝ่ายด้วยท่าทางสบาย ๆ เมื่อเห็นเขาก้าวเข้ามาในห้อง
“ก็เรื่องงานน่ะสิ” กัวเหลียงตอบพลางทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาอย่างหมดแรง วันนี้ทำงานทั้งวันเหนื่อยชะมัด!
“หืม? งานเหรอ งานอะไรล่ะ? อย่าบอกนะว่าวันนี้ทั้งวันนายก็ออกไปตระเวนหางานอีกแล้วน่ะ? ไม่ใช่ว่านายบอกฉันว่าวันนี้จะพักผ่อนหรอกเหรอ? เมื่อวานนายก็ออกไปหางาน แต่ไม่เห็นกลับดึกดื่นค่ำมืดเท่าวันนี้เลยนี่นา”
โจวหรูหลานเดินเข้ามาถามด้วยความสงสัย เมื่อเธอเห็นใบหน้าที่เต็มไปด้วยความเหน็ดเหนื่อยของกัวเหลียง เธอก็คิดว่าเขาหักโหมวิ่งหางานจนเกินไป เธอจึงรีบบอกกับอีกฝ่ายด้วยความเปื้อนสุขและเป็นห่วงเป็นใยว่า
“นี่… นายไม่ต้องรีบร้อนหางานขนาดนั้นหรอก ค่อย ๆ หาไปเรื่อย ๆ ก็ได้ ไม่เห็นมีใครบังคับให้นายต้องกดดันตัวเองแบบนั้นเลย…”
“ไม่มีคนบังคับฉันก็จริง แต่ฉันจะยอมปล่อยให้เธอต้องมาทนตรากตรำอยู่กับฉันในห้องเช่าแคบ ๆ แบบนี้ไปตลอดได้ยังไงล่ะ?” กัวเหลียงถามกลับด้วยสายตาจริงจัง
“บ้า… ไปไกล ๆ เลยนะ! ใคร… ใครบอกว่าฉันจะแต่งงานอยู่กินกับนายกัน!” โจวหรูหลานตอบแก้เขินพลางสะบัดหน้าหนี
ความจริงแล้ว ถึงแม้ช่วงนี้โจวหรูหลานจะแวะเวียนมาที่ห้องของกัวเหลียงบ่อย ๆ แต่ทั้งสองคนก็ยังไม่ได้ย้ายมาอยู่ด้วยกันอย่างเป็นทางการ กัวเหลียงเป็นคนที่ใส่ใจเธอมาก ก่อนหน้านี้พอรู้ว่าเธอพักอยู่ที่ไหน เขาก็รีบไปเช่าห้องพักที่อยู่ใกล้กับเธอทันที แม้ทั้งสองจะไม่ได้อยู่ห้องเดียวกัน แต่ก็มักจะมาทำอาหารและกินข้าวด้วยกันอยู่เป็นประจำ