กล่องจักรวาล (Universe Storage Box) - บทที่ 256 ตื่นเต้น บทที่ 256 ตื่นเต้น
“คุณกำลังทำอะไรน่ะ?”เมื่อรู้สึกได้ถึงลมหายใจของคนที่อยู่ข้างๆว่าหนักขึ้นและหนักขึ้นเรื่อย ฮวงเฟิงจึงมองไปที่ชิวหนิงซวงด้วยความสงสัยและกระซิบถามเธอว่า: “หน้าของคุณแดงมาก คุณปśวยหรือเปล่า?”
“ไม่เปล่านะ” ชิวหนิงซวงตกใจกับคำพูดของฮวงเฟิงจึงรีบอธิบายด้วยความตื่นตระหนก เธอดูไม่สงบเหมือนเมื่อก่อนอีกแล้ว
ฮวงเฟิงมองไปที่เธออย่างสงสัยไม่นานเขาก็เข้าใจในทันทีและคิดเรื่องน่าขันอยู่ในใจจากนั้นเข จนทำให้ตอนนี้ใบหูของเธอแดงระเรื่อขึ้นมาทันทีและยังกระซิบกับเธอว่า: “อย่าบอกนะว่า….เจ้าหน้าที่ชิวของเรากำลังเขิน?”
ในเวลานี้ใบหน้าของชิวหนิงซวงเปลี่ยนเป็นสีแดงหนักขึ้นกว่าเดิมอุณหภูมิบนใบหน้าของเธอ เธอพยายามจ้องฮวงเฟิงกลับเพื่อเป็นการเตือนซึ่งสายตานั้นไม่ได้มีเจตนาฆ่าหรือทำร้ายใด ๆ แต่กลับเป็นสายตาที่เป็นประกายที่ซ่อนเล้นด้วยความรู้สึกบางอย่างจนราวกับว่าการจ้องนี้ไม่ได้จ้อง แต่เป็นการแกล้งฮวงเฟิงกลับต่างหาก
อย่างน้อยฮวงเฟิงก็รู้ว่าเธอกำลังแกล้งเขากลับเดิมทีเขาไม่ได้รู้สึกอะไรมากนักแต่หลังจากถูก อย่างน้อยฮวงเฟิงก็รู้ว่าเธอกำลังแกล้งเขากลับเดิมทีเขาไม่ได้รู้สึกอะไรมากนักแต่หลังจากถูก
หากจะให้อธิบายในอีกแง่มุมหนึ่งก็คือเขาย่อมมีความคิดและความต้องการเกี่ยวกับเรื่องพวก หากจะให้อธิบายในอีกแง่มุมหนึ่งก็คือเขาย่อมมีความคิดและความต้องการเกี่ยวกับเรื่องพวก
ความรู้สึกของฮวงเฟิงเริ่มค่อยๆสับสนวุ่นวายและร้อนรนมากขึ้นเรื่อยๆอุณหภูมิบนใบหน้าข ทั้งสองจ้องมองซึ่งกันและกันจนใบหน้าของพวกเขาค่อยๆใกล้เข้ามาเรื่อยๆ
“จื่อเฉิงมีการติดต่อกับคุณกลับมาบ้างไหม?” “จื่อเฉิงมีการติดต่อกับคุณกลับมาบ้างไหม?”
ในขณะทั้งคู่ดูเหมือนจะยังติดอยู่ห้วงอารมณ์ทันใดนั้นในห้องก็มีเสียงที่คุ้นเคยดังขึ้นจนทำให ในขณะทั้งคู่ดูเหมือนจะยังติดอยู่ห้วงอารมณ์ทันใดนั้นในห้องก็มีเสียงที่คุ้นเคยดังขึ้นจนทำให
เจ้าของเสียงที่คุ้นเคยนั้นก็คือ ลุงหลี่ เจ้าของเสียงที่คุ้นเคยนั้นก็คือ ลุงหลี่
ในเวลานี้พวกเขาทั้งสองตระหนักได้ว่าปากของพวกเขานั้นมีระยะห่างเพียงไม่ถึงเซนติเมตรห ในเวลานี้พวกเขาทั้งสองตระหนักได้ว่าปากของพวกเขานั้นมีระยะห่างเพียงไม่ถึงเซนติเมตรห
ตอนนี้ราวกับว่าพวกเขาทั้งคู่ได้ลืมสถานการณ์เมื่อครู่ไปหมดสิ้นชิวหนิงซวงผลักฮวงเฟิงไปข เมื่อโดนแรงผลักจากชิวหนิงซวงจึงทำให้พวกเขาทั้งคู่เกือบล้มเนื่องจากถุงมือวิเศษที่เขาสวมไว้อยู่มีแ ไม่นานพวกเขาก็กลับมาทรงตัวได้เหมือนเดิม
แม้ว่าฮวงเฟิงจะถูกเธอผลักออกมืออีกข้างของเขาก็ไม่ยอมปล่อยจากเธอไปแต่เขากลับกอดเ “อย่าตื่นเต้น อย่าตื่นเต้น”
ชิวหนิงซวงตอบสนองกลับในทันทีทั้งสองอยู่บนกำแพงสูง หากตกลงพื้นในระยะนี้แม้ว่าจะตกไปแล้วไม่ตาย แต่มันก็เป็นไปได้มากที่เขาจะพิการ ดังนั้น เขาจึงไม่กล้าขยับมั่วซั่ว อย่างไรก็ตามตอนนี้ฮวงเฟิงกลับจ้องชิวหนิงซวงราวกับจะกลืนกินเธอเข้าไปทั้งตัว
เมื่อเห็นว่าชิวหนิงซวงไม่ขยับตัวแล้วฮวงเฟิงจึงถอนหายใจด้วยความโล่งอก เพียงแค่เห็นแววตาของเธอมันก็ทำให้ฮวงเฟิงรู้สึกอายขึ้นมาเล็กน้อย “ขอโทษนะ ตอนนี้มันช่วยไม่ได้จริงๆ ”
“อืมฉันค่อยจัดการเรื่องนี้กับนายทีหลัง!” ชิวหนิงซวงรู้ตัวว่าตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่จะพูดเรื่องนี้และที่ยิ่งไปกว่านั้นเธอเองก็ต้องรับผิดชอบเรื่องนี้ด้ว เธอไม่ได้ผลักฮวงเฟิงออกไปในทันทีเพราะดูเหมือนว่าตอนนี้เธอจะยอมใจอ่อนให้ความร่วมมือกับเข
ฮวงเฟิงเองก็ไม่กล้ามองไปที่ชิวหนิงซวงเขาทำได้เพียงหัวเราะเจื่อนๆ พร้อมประเมินเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรตัวน้อยคนนี้ว่าเธอน่าดึงดูดสำหรับเขามากเพียงใด
กลับมาที่สถานการณ์ในห้องชิวฮ่าวกำลังถือโทรศัทพ์คุยกับหลินจื้อเฉิง หลี่จื้อเฉิงถามย้ำว่าสถานการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นอย่างไรบ้างและตัวเขาเองก็คิดจะกลับมาเพื่อช่วยลุงหล “ตกลง” ชิวฮ่าวกล่าว
ชิวฮ่าวและหลินจื้อเฉิงทั้งสองเป็นผู้ช่วยที่ไว้ใจได้ของลุงหลี่อีกทั้งพวกเขาต่างก็มีความสัมพัน ด้วยเหตุนี้แม้ว่าหลินจื้อเฉิงจะไปอยู่ที่เมืองอื่นแต่เขาก็ยังคงติดต่อกับชิวฮ่าวเพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเ
ก่อนหน้านี้ทั้งสองคนมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันแต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าความสัมพันธ์ของพวกเข สิ่งที่ทำให้เปลี่ยนไปนั้นเกิดจากที่หลินเฟิงไปหักขาของชิวฮ่าวและแม้ว่าทั้งคู่จะสู้กับอย่างเท่าเทียม
แต่เนื่องด้วยความแข็งแกร่งและพลังที่ใกล้เคียงกันจึงทำให้อีกฝśายพลาดพลั้งจนได้รับบาดเจ พลังของเขากว่าครึ่งก็ถูกทำลายไปด้วยเช่นกัน
จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่าพวกเขาจะอยู่ร่วมโลกใบเดียวกันต่อไปได้หรือไม่ในตอนนั้น จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่าพวกเขาจะอยู่ร่วมโลกใบเดียวกันต่อไปได้หรือไม่ในตอนนั้น
อย่างไรก็ตามในเวลานั้นเขาก็พอจะรู้ว่าชิวฮ่าวไม่ได้คิดอะไรมากและแม้ว่าลุงหลี่จะปฏิบัติกับ อีกทั้งยังไม่มีใครพูดว่าเขาไม่เป็นที่น่าเชื่อถือและพึ่งพาไม่ได้เหมือนแต่ก่อน แต่ถึงจะเป็นเช่นนั้นก็มีผู้ติดตามของเขาบางคนดูเหมือนจะหาที่พึ่งใหม่ ซึ่งที่พึ่งพาใหม่ของพวกเขากคือ หลินจื้อเฉิง
แต่ความคิดอีกมุมของชิวฮ่าวบางครั้งก็แอบเห็นใจหลินจื้อเฉิงที่ต้องไปอยู่ไกลแต่ในทางกลับ อีกว่าไม่อยากให้หลินจื้อเฉิงกลับมา เพราะถ้าเป็นแบบนี้ เขาจะกลายเป็นคนที่ลุงหลี่ไว้ใจและพึ่งพาได้มากที่สุดแทน
“อืมจื้อเฉิงน่ะ แน่ใจหรอว่าเขาอยากจะช่วย” ลุงหลี่กล่าว “อืมจื้อเฉิงน่ะ แน่ใจหรอว่าเขาอยากจะช่วย” ลุงหลี่กล่าว
“ลุงหลี่สถานการณ์ตอนนี้เป็นอย่างไรบ้าง? แล้วพวกตำรวจก็ตัดสินคดีนี้ไปแล้วหรือยังครับ?” ชิวฮ่าวถาม
“ตอนนี้ยังมีปัญหาจัดการเรื่องนี้มันได้ไปง่ายได้ยังไงกัน? เรื่องที่เกิดขึ้นมันเกี่ยวกับลูกสาวของผู้กำกับชิวเชียวนะ มันจะไปจัดการได้ง่ายๆ ได้ยังไงกัน?” ลุงหลี่พูดด้วยน้ำเสียงทุ้ม
ในเวลานี้ฮวงเฟิงที่แอบฟังอยู่ข้างนอกดูเหมือนจะคิดได้ถึงบางสิ่งบางอย่างเขามองไปที่ชิวหน “ลูกสาวของผุ้กำกับชิวที่เขาพูดถึง คงไม่ใช่คุณหรอกใช่ไหม?”
ชิวหนิงซวงกลอกตาใส่เขา”อย่าพูด!” เธอหยุดไม่ให้ฮวงเฟิงพูดต่อ จากนั้นเธอจึงค่อยๆหยิบโทรศัพท์ออกมาและกดปุśมบันทึกเสียง เมื่อฮวงเฟิงเห็นเช่นนั้นจึงปล่อยให้เธอวางโทรศัพท์ไว้ข้างๆหน้าต่างซึ่งคนที่อยู่ด้านในไม่ทันได้สังเกต
“ถงเฉียนจุนไม่ได้พูดหรือว่าถึงเขาจะเข้ามาช่วยเรื่องนี้ ก็เปล่าประโยชน์อยู่ดี?” “ถงเฉียนจุนไม่ได้พูดหรือว่าถึงเขาจะเข้ามาช่วยเรื่องนี้ ก็เปล่าประโยชน์อยู่ดี?”
ไม่ว่าเขาจะคิดอย่างไร ชิวฮ่าวก็ยังคงกังวลเรื่องหลินจื้อเฉิงมากอยู่ดี ไม่ว่าเขาจะคิดอย่างไร ชิวฮ่าวก็ยังคงกังวลเรื่องหลินจื้อเฉิงมากอยู่ดี
“เขาน่ะหรอ?เขาได้วางมือจากเรื่องนี้ไปแล้ว!”ลุงหลี่ตอบ “เขาน่ะหรอ?เขาได้วางมือจากเรื่องนี้ไปแล้ว!”ลุงหลี่ตอบ
“เขากลัวจะสร้างความเดือดร้อนให้ตัวเองเพราะเขาไม่ได้เป็นคนมือสะอาดมาแต่ไหนแต่ไรอย เขาเพียงแค่ต้องการให้จื้อเฉิงมอบตัว ถ้าเป็นเช่นนั้น ตำรวจก็จะยอมแพ้การสอบสวนคดีนี้”
แววตาของชิวฮ่าวเป่้่้อนรอยยิ้มหากหลินจื้อเฉิงยอมมอบตัวจริงๆ หากดับชนวนเหตุได้ตั้งแต่ต้น ไฟก็จะไม่ลามไปทั่วจนเกิดเป็นเรื่องใหญ่และเรื่องพวกนี้ก็จะจบ แต่หลินจื้อเฉิงจะทำเพื่อทุกคนจริงๆ หรือ มันไม่มีทางออกที่ดีกว่านี้อีกแล้วหรือ
“นี่มันมากเกินไปแล้วเราฆ่าแค่พี่เป่ียวเพราะเขาพูดจากลับกลอก แล้วตอนนี้ยังมีเรื่องเพิ่มขึ้นอีก จื้อเฉิงยังจะให้เราแก้ไขปัญหานี้เองอีกหรือ” ชิวฮ่าวพูดด้วยความโกรธ
ลุงหลี่รู้สึกหดหู่ใจมากเช่นกันยิ่งได้ยินสิ่งที่ชิวฮ่าวพูด เขาก็ยิ่งไม่สบอารมณ์ เสียง “ปัง!” ดังขึ้น ไม่เดาเลยว่าเสียงนั้นดังมาจากกำปั่้นของลุงหลี่ที่ทุบลงกับโต๊ะด้วยความโกรธ