กล่องจักรวาล (Universe Storage Box) - บทที่ 387 สงครามกำลังมา
บทที่ 387 สงครามกำลังมา
“วันนี้การที่ทุกคนมารวมตัวกันที่นี่ก็เพื่อที่จะประกาศบางอย่าง ข้าคิดว่าพวกเจ้าบางคนคงจะพอได้ยินอะไรมาบ้างแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่ออกไปฝึกข้างนอก พวกเขาน่าจะรู้เกี่ยวกับเรื่องนี้แล้ว”
เจ้าสำนักที่ยืนอยู่ตรงหน้าเวทีกล่าว พร้อมกับมองไปที่บรรดาลูกศิษย์ที่เป็นกลุ่มดำทะมึนอยู่เบื้องล่าง
ทันทีที่เจ้าสำนักพูดจบ ผู้อื่นทั้งหลายก็พากันพูดคุยกัน แต่เพียงแค่เจ้าสำนักกระแอมเพียงสองสามครั้ง จัตุรัสทั้งหมดก็กลับคืนสู่ความเงียบสงบอีกครั้ง
“ทุกคนจงเงียบ!” เจ้าสำนักกล่าวด้วยเสียงทุ้ม “สิ่งที่พวกเจ้าไม่รู้ และก็อย่าพยายามที่จะคาดเดาไปอีกเลย เหตุผลที่ข้าให้พวกเจ้ามารวมตัวกันที่นี่ในวันนี้ก็เพื่อที่จะประกาศว่าเรื่องนี้ไม่ใช่ความลับ”
“ในตอนนี้ดินแดนวายุโชยกำลังกวาดล้างดินแดนสำเภาสวรรค์ของเราอย่างหนัก เนื่องจากกฎ เรื่องทั้งหลายที่เกี่ยวข้องกับจักรวรรดิจะต้องไม่กระทบกับสำนักของเรา แต่ทว่า!”
เมื่อพูดถึงตอนนี้ เจ้าสำนักก็มองไปที่ผู้คนผู้อยู่ในจัตุรัสและกล่าวว่า
“อย่างไรก็ตาม สำนักการต่อสู้ในดินแดนวายุโชยนั้นพากันมาพร้อมกับกองทัพจักรพรรดิเพื่อมากวาดล้างดินแดนสำเภาสวรรค์ของเรา! พวกเขาไม่ได้สนใจในภูเขาและแม่น้ำ แต่ต้องการที่จะกำจัดดินแดนสำเภาสวรรค์ของเราให้สิ้นซากและยึดครองดินแดนของเรา!”
เมื่อเจ้าสำนักกล่าวมาถึงตรงนี้ เสียงของเขาก็ดังขึ้นอย่างไม่รู้ตัว ใบหน้าของเขาแดงระเรื่อด้วยความตื่นเต้น และภายในจัตุรัสด้านล่าง เมื่อพวกเขาได้ยินข่าวนี้ ไม่มีใครเลยที่คิดว่าจะได้ยินข่าวนี้ในวันนี้ ซึ่งข่าวนี้ช่างยิ่งใหญ่และไม่น่าเชื่อเลย!
ในรัฐตอนกลางทุกประเทศมีสำนักศิลปะการต่อสู้อยู่เป็นจำนวนมากซึ่งมีทั้งเล็กและใหญ่ พวกเขาทั้งหมดต่างก็แบ่งแยกทรัพยากรในโลกแห่งศิลปะการต่อสู้ แต่ทรัพยากรเหล่านั้นที่มีอยู่ในทุก ๆ ประเทศในโลกแห่งศิลปะการต่อสู้นั้นมีจำกัด ดังนั้นหลังจากช่วงเวลาหนึ่ง การพัฒนาของพวกเขาก็ได้มาถึงช่วงคอขวด และในเวลานี้ถ้าพวกเขาต้องการที่จะขยายอำนาจต่อไป ก็ทำได้เพียงแค่ไปยึดครองดินแดนของผู้อื่น
อย่างไรก็ตามในอดีตนั้น ถ้าหากว่าต้องการที่จะผนวกดินแดนของผู้อื่น แต่มันก็ยังคงเป็นความขัดแย้งภายในระหว่างสำนักศิลปะการต่อสู้ ผู้ที่ได้รับชัยชนะจะเติบโตแข็งแกร่งขึ้นไปเรื่อย ๆ ในขณะที่ผู้แพ้จะไม่มีวันฟื้นตัวจนกระทั่งสำนักของพวกเขาจะถูกยุบไป
ในเวลานี้จักรวรรดิของดินแดนวายุโชยกำลังจะเข้าโจมตีจักรวรรดิของดินแดนสำเภาสวรรค์ เดิมทีแล้วสำนักศิลปะการต่อสู้จะไม่ได้เข้าร่วมด้วย แต่ในครั้งนี้สำนักศิลปะการต่อสู้ของดินแดนวายุโชยกลับเข้าร่วมด้วย หลังจากที่ดินแดนสำเภาสวรรค์พ่ายแพ้ จักรวรรดิแห่งดินแดนวายุโชยก็จะช่วยสนับสนุนพวกเขาในการกำจัดสำนักศิลปะการต่อสู้หลาย ๆ แห่งในดินแดนสำเภาสวรรค์ และจากนั้นพวกเขาก็จะสามารถแบ่งผลกำไรกันได้
ในแง่ของความแข็งแกร่ง ดินแดนวายุโชยนั้นแข็งแกร่งกว่าดินแดนสำเภาสวรรค์ เพราะว่าด้วยพลังของจักรวรรดิเพียงอย่างเดียวก็เพียงพอแล้วที่จะสยบดินแดนสำเภาสวรรค์ได้ พวกเขาพร้อมด้วยนักต่อสู้ทั้งหลายก็จะสามารถประสบความสำเร็จได้มากขึ้นและลดการบาดเจ็บล้มตายลง ดังนั้นในคำขอหลักของนักต่อสู้เหล่านี้ จักรพรรดิจึงไม่มีเหตุผลที่จะปฏิเสธพวกเขาเลย
เว้นแต่จะเป็นหนึ่งในสำนักใหญ่ ๆ เหล่านั้น มันเป็นเรื่องยากมากสำหรับพวกเขาที่จะแข่งขันกับดินแดนวายุโชย นอกจากนี้ด้วยสำนักต่าง ๆ ที่มีอยู่ในดินแดนสำเภาสวรรค์ และคนที่มาจากดินแดนวายุโชยนั้น เห็นได้ชัดว่าไม่มีมาจากสำนักใหญ่เลย พวกเขาไม่สามารถนั่งรอความตายได้ เพราะฉะนั้นหากจักรวรรดิแห่งดินแดนสำเภาสวรรค์ถูกทำลาย คนที่จะตกที่นั่งลำบากก็จะเป็นพวกเขา
ดังนั้นเช่นเดียวกับสำนักศิลปะการต่อสู้เหล่านั้น พวกเขาได้ติดต่อกับจักรวรรดิและต้องการมีส่วนร่วมในการต่อสู้ครั้งนี้ โดยธรรมชาติแล้วจักรพรรดิแห่งดินแดนสำเภาสวรรค์ไม่อาจปฏิเสธอยู่แล้ว
อย่างไรก็ตามแม้ว่าพวกเขาจะตัดสินใจเช่นนี้ แต่หลาย ๆ สำนักก็ไม่มีความมั่นใจในดินแดนสำเภาสวรรค์ พื้นที่ของดินแดนวายุโชยมีขนาดใหญ่กว่าของดินแดนสำเภาสวรรค์และอำนาจของประเทศนั้นแข็งแกร่งกว่ามาก แต่ในแง่ของสำนักศิลปะการต่อสู้ ดินแดนสำเภาสวรรค์ของพวกเขาก็ยังด้อยกว่าของดินแดนวายุโชย แม้ว่าจะไม่มีสำนักศิลปะการต่อสู้ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก แต่พวกเขาก็มีสำนักอันดับหนึ่งนั่นคือวิหารโพธิ์ และการดำเนินการในครั้งนี้ก็นำโดยสำนักวิหารโพธิ์เป็นหลัก
ดังนั้นเพื่อที่จะเผชิญหน้ากับอันตรายที่กำลังจะมาถึง หลายสำนักที่มีอยู่ในดินแดนสำเภาสวรรค์จึงได้มารวมตัวกัน แม้ว่าจะเป็นช่วงเวลาที่สั้นเกินไปและพวกเขาไม่สามารถเรียนรู้สิ่งต่างๆ ได้ทัน แต่ก็ยังดีที่มีการเสริมกำลังเพิ่มเติมได้มากนัก
“และพวกเรา!” เจ้าสำนักกล่าวต่อว่า “เพราะพวกเราคือดินแดนสำเภาสวรรค์ พวกเราจะไม่มัวนั่งเฉยและรอความตาย! ทุกคนมีมติเป็นเอกฉันท์ว่าพวกเราจะรับคำท้าของดินแดนวายุโชย!”
“เห็นด้วย!” ผู้อื่นที่อยู่เบื้องล่างต่างพากันส่งเสียงเชียร์ดังสนั่น ทุกคนต่างพากันแสดงความเดือดดาล
“ถึงแม้ว่าอิทธิพลของดินแดนสำเภาสวรรค์ของพวกเราในโลกของศิลปะการต่อสู้จะเป็นรองดินแดนวายุโชย แต่หากพวกมันกล้าที่จะมาทำลายเรา พวกมันจะต้องชดใช้อย่างเจ็บปวด!” เจ้าสำนักตะโกน
“ใช่แล้ว ออกไปสู้กับพวกมันเลย!”
“ใช่แล้ว กลัวซะที่ไหนกันล่ะ พวกเราต้องเอาชนะมันให้ย่อยยับไปเลย!”
“บอกให้พวกปัญญาอ่อนนั่นมันเผ่นกลับไปเลย!”
เดิมทีแล้วผู้ฝึกตนส่วนใหญ่จะมีอารมณ์ร้อนแรง และในตอนนี้ฝ่ายตรงข้ามได้มาย่ำยีพวกเขาถึงหน้าประตูบ้าน คงมีไม่กี่คนที่จะทนต่อความอัปยศอดสูนี้ได้ แม้ว่าเจ้าสำนักจะยังคงกังวลเป็นอย่างมากเกี่ยวกับการต่อสู้ที่กำลังจะมาถึง แต่เมื่อเขาเห็นบรรยากาศที่ฮึกเหิมของเหล่าลูกศิษย์ เขาก็รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งในใจของเขา แม้ว่าดินแดนวายุโชยจะแข็งแกร่ง แต่ก็ไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้เอาเสียเลยที่ผู้คนในดินแดนสำเภาสวรรค์ของพวกเขาจะคว้าชัยชนะมาได้
“เอาล่ะทุกคนเงียบก่อน ถ้าเกิดอะไรขึ้นข้าจะเป็นคนรับผิดชอบเอง” เจ้าสำนักกล่าว
อันตรายที่ใหญ่หลวงในครั้งนี้พวกเขาจึงต้องทุ่มเทให้กับการต่อสู้ในครั้งนี้เพื่อชัยชนะ ดังนั้นทุก ๆ สำนักและโรงเรียนในดินแดนสำเภาสวรรค์จึงทุ่มสุดตัว และรวมถึงสำนักเจ็ดนพเคราะห์ของเขาด้วย นอกเหนือไปจากทิ้งยามรักษาการเฝ้าสำนักไว้เพียงไม่กี่คนแล้ว ทั้งหมดที่เหลือจะติดตามเขาไปที่ชายแดนและต่อสู้กับสำนักอื่น ๆ ของดินแดนวายุโชยด้วยกัน
ด้วยเหตุผลนี้แม้แต่ศิษย์ที่เพิ่งจะเข้ามาอยู่ในสำนักก็ต้องไปด้วย หลี่เต๋อหยูและหลิวหมิงเจี๋ยก็เป็นหนึ่งในนั้น!
กำหนดการออกเดินทางคือตอนเช้าของวันมะรืน และยังพอมีเวลาคือวันพรุ่งนี้อีกหนึ่งวันเพื่อที่จะเตรียมตัว หลังจากที่เจ้าสำนักได้เสร็จสิ้นการประกาศแล้ว ลูกศิษย์ทั้งหลายต่างก็พากันแยกย้าย และพวกเขาต้องการที่จะกลับไปแจกแจงเกี่ยวกับข่าวนี้
อย่างไรก็ตาม ระหว่างทางที่กลับบรรยากาศยังคงอบอุ่น ทุกคนต่างพากันเดินไปด้วยพูดคุยกันไปด้วยเกี่ยวกับสิ่งที่พวกเขาเพิ่งจะทราบ และพวกเขาบางคนก็มีความสุข บางคนก็กังวล และบางคนก็สับสน เพราะว่าการต่อสู้ที่กำลังจะเกิดขึ้นนี้ไม่ใช่เพียงแค่การฝึกซ้อมธรรมดาระหว่างพี่น้องศิลปะการต่อสู้เท่านั้น