การหวนคืนสู่ยุค 70 ของเศรษฐีนีผู้มั่งคั่งร่ำรวย - บทที่ 29 จัดการ(รีไรท์)
ร่างกายส่วนล่างของหลี่เต๋อซินถูกกระทืบอย่างแรงจนขยับไม่ได้
เขาได้แต่มองถังซวงเหยียบขยี้กล่องดวงใจอย่างทำอะไรไม่ได้ พร้อม
ส่งเสียงร้องโอดครวญราวกับหมูถูกเชือด เหงื่อไหลท่วมด้วยความ
เจ็บปวด หลังจากนั้นไม่นาน ทั้งตัวและใบหน้าของเขาก็ซีดเผือด
เมื่อเห็นสภาพที่น่าสังเวชของหลี่เต๋อซิน คนอื่น ๆ ก็หดหัวกลับ
ทันที ในขณะนี้พวกเขารู้สึกว่าตัดสินใจผิดที่ติดตามหลี่เต๋อซินมาใน
ครั้งนี้
แต่ถังซวงจะไม่ปล่อยคนเหล่านี้จากไปง่าย ๆ
“ดูพวกแกสนิทสนมกันดีนี่ คงทำเรื่องชั่ว ๆ มาด้วยกันบ่อยสินะ”
ถังซวงค่อย ๆ เดินเข้าไปหาเหล่าซงคนนั้น และถามคำถามสบาย
ๆ แต่ก็ไม่มีใครกล้าตอบเธอเลย
“เอ๊… ไม่อยากพูดเหรอ นี่ฉันว่าจะใช้วิธีการเดียวกันเพื่อให้พวก
แกพูด”
เมื่อได้ยินคำพูดของถังซวง ทุกคนต่างก็คิดถึงเหตุการณ์ก่อน
หน้า ทันใดนั้นก็มีคนโบกมือไปมาและพูดว่า “ไม่ ไม่ ฉันเพิ่งทำงาน
กับหลี่เต๋อซินมาสองครั้งเอง ฉันไม่รู้อะไรเกี่ยวกับเขาเลยสักนิด”
“เอ่อ… ใช่ ไม่รู้จริง ๆ”
“จริง ๆ นะ”
พวกเขาพยักหน้าอย่างรีบร้อน กลัวว่าถังซวงจะไม่ปล่อยตนไป
ถังซวงยิ้มอย่างมีเลศนัยเมื่อเธอได้ยิน “แต่… ตอนที่พวกแกทุก
คนมองมาที่ฉัน มันน่าขยะแขยงมากเลยนะ ฉันดูก็รู้ว่าพวกแกกำลัง
คิดอะไรอยู่ ถึงจะไม่พูดออกมา ดังนั้นพวกแกทุกคนสมควรตาย”
เมื่อเห็นรอยยิ้มบนใบหน้าของถังซวง รวมกับคำพูดที่ไร้ความ
เมตตาของเธอ ทุกคนก็ตัวสั่นสะท้าน ผู้หญิงคนนี้น่ากลัวเกินไป เธอ
พูดถึงสิ่งที่โหดร้ายด้วยรอยยิ้ม น่าขนลุกมากจริง ๆ
ถังซวงขี้เกียจจะพูดเรื่องไร้สาระกับคนเหล่านี้ต่อ ดังนั้นเธอจึง
ตรงไปที่เหล่าซงทันที
เหล่าซงก็เหมือนจะรู้ชะตากรรม แม้ว่าทั่วร่างกายจะเจ็บปวดแสน
สาหัส แต่เขาก็ยังพยายามคลานไปข้างหน้าด้วยความยากลำบาก
แต่ถังซวงจะปล่อยให้เขาหนีไปได้อย่างไร เธอเหยียบเหล่าซงอีกครั้ง
แล้วเหล่าซงก็ส่งเสียงร้องราวหมูถูกเชือดออกมา
“อ๊ากก…”
เมื่อเห็นว่าถังซวงกำลังจะฆ่าพวกเขาจริง ๆ คนอื่น ๆ ก็คลานหนี
ด้วยความหวาดกลัว พวกเขาอยากจะวิ่งหนีไป แต่เพราะถูกทุบตี
อย่างรุนแรงจนตอนนี้ไม่มีเรี่ยวแรงแม้แต่จะยืนขึ้น ให้ตายเถอะ พวก
เขารู้สึกราวกับว่ามือและเท้ามันไม่ใช่ของตัวเองเลย มันไม่ฟังพวก
เขา
เมื่อถังซวงเดินเข้ามาหาพวกเขา คนที่พูดเมื่อกี้ก็ร้องออกมาว่า
“ฉันบอกแล้ว ฉันจะบอก ได้โปรดปล่อยเราไปเถอะ” ขณะที่เขาพูด
เขาก็เทถั่วออกจากกระบอกไม้ไผ่*[1] เล่าทุกสิ่งที่เขารู้ และนั่นคือสิ่ง
เลวร้ายทั้งหมดที่หลี่เต๋อซินชักนำให้พวกเขาทำ
ถังซวงตั้งใจฟัง แต่ยิ่งฟังใบหน้าของเธอก็ยิ่งเย็นชา
ไม่น่าแปลกใจที่คนเหล่านี้ให้ความร่วมมือโดยไม่โต้แย้งใด ๆ
พวกเขาทำสิ่งเหล่านี้จริง ๆ นอกจากขโมยไก่และสุนัขแล้ว คนเหล่านี้
ยังรังแกพวกผู้หญิงและเด็กสาวอีกหลายคน แต่เมื่อไม่มีใครกล้าปริ
ปาก ดังนั้นคนเหล่านี้จึงลำพองตัวมากขึ้นเรื่อย ๆ
เมื่อหลี่เต๋อซินบอกแผนในวันนี้ คนเหล่านี้จึงมาจัดการเธอ
จุดประสงค์ของพวกเขาก็ชัดเจน
“หึ… ฉันคิดไม่ผิดจริง ๆ กับสิ่งที่พวกแกทำลงไป สมควรตายแล้ว
จริง ๆ”
เมื่อเห็นใบหน้าเย็นชาของถังซวง ชายคนนั้นค่อย ๆ ตระหนักว่า
เขาไม่ควรพูดความจริงออกไปเลย แต่เพราะเขากลัวเกินไปจึงพูด
อะไรออกไปโดยไม่คิด
“ฉัน…ฉันบอกเธอทุกอย่างที่ฉันรู้แล้ว เธอจะปล่อยฉันไปใช่
ไหม?”
ชายคนนั้นตัวสั่นระรัวมองไปที่ถังซวงด้วยความหวังที่ริบหรี่ใน
ดวงตา
“ไม่ต้องห่วง ในเมื่อแกพูดความจริงแล้ว ฉันจะอ่อนโยนกับนาย
มากกว่าคนอื่นอย่างแน่นอน”
“จริง ๆ นะ?”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ จู่ ๆ ชายคนนั้นก็มีความหวังอีกครั้ง แต่เมื่อถังซ
วงซ้อมเขาจนสิ้นความสงสัยในชีวิต เขาก็ตระหนักได้ว่าเขาไร้
เดียงสาเกินไป
ตามจริงแล้ว ถังซวงจะไม่ปล่อยคนเหล่านี้ไป ดังนั้นจะไม่มีใคร
ถูกลืมแน่นอน คนเหล่านี้ก็ต้องชดใช้ ขณะที่เธอกำลังซ้อมพวกเขา
อย่างหนัก ก็มีคนกำลังมาทางนี้
“สาวน้อย เธอเป็นอะไรหรือเปล่า?”
หลี่จงอี้เข้ามาอย่างกระวนกระวายพร้อมคนของเขา และเขารู้สึก
โล่งใจเมื่อเห็นถังซวงยืนอยู่ตรงนั้นอย่างปลอดภัย
เมื่อถังซวงได้ยิน ดวงตาสีแดงของเธอค่อย ๆ กลับสู่ความปกติ
เธอหยุดมือและหันหน้าไปมอง เธอเห็นใบหน้ากังวลของหลี่จงอี้ “คุณ
ปู่ หนูสบายดีค่ะ”
“ดีแล้วที่เธอสบายดี ฉันเป็นห่วงมากพอได้ยินว่ามีคนมาคุกคาม
เธอ โชคดีที่เธอไม่เป็นไร แต่…” เมื่อจบคำพูด หลี่จงอี้ขมวดคิ้วและ
มองไปที่หลี่เต๋อซินและพวก ความขยะแขยงในดวงตาของเขาชัดเจน
มาก “พวกแกมันช่างไร้ยางอายจริง ๆ ยกโขยงมาขนาดนี้เพื่อกลั่น
แกล้งเด็กสาวตัวเล็ก ๆ กับทุกเรื่องที่พวกแกทำมันเลวร้ายมาก โชคดี
นะที่ซวงเอ๋อร์ไม่เป็นอะไร ไม่อย่างนั้นพวกแกได้เห็นดีแน่”
“แก…ลุงจงอี้ นังบ้านี่มันเป็นอะไรไหมล่ะ เราต่างหากที่เกือบตาย
เธอทำร้ายพวกเราจนยืนแทบไม่ขึ้นเลยนะ”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ หลี่จงอี้มองไปที่หลี่เต๋อซินด้วยความประหลาด
ใจ และเมื่อเห็นว่าพวกนั้นไม่ได้โกหก แถมยังได้รับบาดเจ็บสาหัสจริง
ๆ เขาก็อดไม่ได้ที่จะหันไปมองถังซวง
ถังซวงยักไหล่แล้วพูดว่า “ทำไงได้ ใครใช้ให้คนพวกนี้มารังแก
กันล่ะ?”
“อะไรนะ…”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ หลี่จงอี้มองไปที่หลี่เต๋อซิน และคนอื่น ๆ ด้วย
ใบหน้าที่อาฆาตแค้นและพูดว่า “หลานของฉันไม่ใช่คนที่แกจะ
สามารถกลั่นแกล้งได้นะ ดีแค่ไหนแล้วที่ซวงเอ๋อร์ไม่ซ้อมพวกแกจน
ตายน่ะ”
“ลุงจงอี้ เธอ…เธอไม่ใช่ลูกสาวของถังเจี้ยนกั๋วในหมู่บ้านหลู่ฮวา
เหรอ? เธอจะเป็นหลานของลุงได้ไง?”
หลี่เต๋อซินมองไปที่หลี่จงอี้ด้วยความไม่เชื่อ จากนั้นมองไปที่ถังซ
วง เขาสับสนและในขณะเดียวกันก็นึกเสียใจ ถังซวงตรงหน้าเขานั้น
แข็งแกร่งมาก แต่หลี่จงอี้จากหมู่บ้านของพวกเขากลับน่าหวาดกลัว
ยิ่งกว่า เขากลัวจริง ๆ ตอนนี้มันสสายไปแล้ว เขาทำให้ทั้งคู่โกรธมาก
“ใช่…ถังซวงคือหลานสาวทูนหัวของฉัน เพราะงั้นเธอก็เป็นคน
ในครอบครัวของฉันด้วย ถ้าแกรังแกเธอ แกเตรียมรับโทษได้เลย”
เดิมทีเขาคิดจะจัดการหลี่เต๋อซินเอง แต่เขาไม่คิดว่าเรื่องแบบนี้จะ
เกิดขึ้นกะทันหัน เขาได้แต่เกลียดตัวเองที่จัดการเรื่องทุกอย่างช้าไป
เมื่อเห็นความดุดันในดวงตาของหลี่จงอี้ หลี่เต๋อซินก็รู้สึกเย็นยะ
เยือกในใจ
ข้าง ๆ เหล่าซงและคนอื่น ๆ ที่เห็นเหตุการณ์ตรงหน้าก็ไม่พอใจ
“เห็น ๆ กันอยู่ว่านังสารเลวถังซวงมันทำร้ายเรา เธอ…เธอ…” ใน
ตอนท้าย เขาไม่สามารถพูดได้จริง ๆ ว่าวันนี้เขาได้สูญเสียครั้งใหญ่
แต่เขาก็ต้องข่มความอาย หลับตาแล้วพูดตรง ๆ ว่า “นังสารเลวนี่
ทำลายความภาคภูมิใจของเรา เราจะไม่ปล่อยเรื่องนี้ไปแน่ เธอต้อง
ได้เห็นดี”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ หลี่จงอี้ก็พบว่าคนเหล่านี้ล้วนเอามือปกปิด
ร่างกายส่วนล่างของพวกเขาทั้งหมด เป็นท่าทางที่ดูน่ารังเกียจมาก
ยกเว้นหลี่จงอี้ ทุกคนต่างมองไปที่ถังซวงด้วยความประหลาดใจ
ถังซวงพูดอย่างเย็นชาว่า “คนพวกนี้ควรโดนแบบนี้แล้ว” ขณะที่
เธอพูด เธอเล่าทุกสิ่งที่คนเหล่านี้ทำ แต่ไม่ได้อธิบายรายละเอียด
เกี่ยวกับผู้ที่ถูกรังแก
ถึงกระนั้น หลี่จงอี้ และคนอื่น ๆ ก็มีความโกรธปรากฏขึ้นบน
ใบหน้า
หลี่จงอี้ถึงกับพูดตรง ๆ ว่า “เอาล่ะ งั้นพาพวกมันทั้งหมดไปที่
สถานีตำรวจในตำบลกันเถอะ”
“ลุงจงอี้… เราทุกคนมาจากหมู่บ้านตระกูลหลี่ ลุงทำอย่างนี้
ไม่ได้”
หลี่เต๋อซินตื่นตระหนกเล็กน้อยและรีบตะโกน
หลี่จงอี้มักมีนิสัยชอบตัดสินใจอย่างรวดเร็ว ดังนั้นเขาแสดง
ท่าทางเพื่อขอให้ผู้ที่ติดตามเขาพาหลี่เต๋อซิน และคนอื่น ๆ ออกไป
“สาวน้อย ฉันจะจัดการเรื่องนี้เอง เธอควรกลับบ้านโดยเร็วนะ
แล้วฉันจะบอกให้เธอรู้เมื่อผลของเรื่องนี้ออกมา”
[1] เทถั่วออกจากกระบอกไม้ไผ่ เป็นสำนวน หมายถึง พูดตรง ๆ
ชัดเจน