การหวนคืนสู่ยุค 70 ของเศรษฐีนีผู้มั่งคั่งร่ำรวย - บทที่ 616 งำนหมั้นของจิงเหวินรุ่ยและจูรุ่ย (1)
- Home
- การหวนคืนสู่ยุค 70 ของเศรษฐีนีผู้มั่งคั่งร่ำรวย
- บทที่ 616 งำนหมั้นของจิงเหวินรุ่ยและจูรุ่ย (1)
เมื่อได้ยินเสียงเรียกของฟักขำวน้อย คุณนำยจิงเหมือนกับว่ำ
หัวใจจะละลำย
หลังจำกที่อวี๋มินเข้ำมำ เธอก็มองคุณนำยจิงด้วยรอยยิ้ม พลำง
กล่ำว “คุณแม่คะ พวกอำหลำนเพิ่งกลับมำ ให้เข้ำมำพักผ่อนก่อน
เถอะค่ะ”
คุณนำยจิงจึงกรีบกล่ำวพลำงพยักหน้ำ “จริงด้วย พวกเธอ
เดินทำงกันมำเหนื่อย ๆ รีบเข้ำมำเถอะ”
แม้ว่ำตนอยำกจะฟัดหลำนชำยและหลำนสำวคนเล็ก แต่คุณนำย
จิงก็กลัวว่ำจะท ำให้พวกหลำนล้ำเช่นกัน เลยขอให้จิงเจ้อหรงและถัง
หลำนพำพวกเขำไปพักผ่อน
ถังชุนหยำนก็มำด้วยกันด้วย เมื่อเธอเห็นพวกถังซวงและถังเซวี่ย
ก็ดีใจเป็นอย่ำงมำก “พี่สำวซวง เสี่ยวเซวี่ยครำวนี้พวกพี่ออกจำก
บ้ำนไปนำนเชียวนะคะ”
ถังซวงกล่ำวด้วยรอยยิ้ม “ฉันออกไปนำนจริงนั่นแหละ แล้วช่วงนี้
เธออยู่บ้ำนตลอดเลยหรือ”
“ช่วงนี้ฉันไม่ค่อยได้อยู่บ้ำนเท่ำไหร่ ฉันมักจะไปช่วยดูคุณปู่ห
ลี่น่ะค่ะ”
หลี่จงอี้และซูเหนียนอวิ๋นอำยุอำนำมก็ไม่น้อยแล้ว แล้วเกอชิง
เหม่ยก็ตั้งครรภ์อีกด้วย เธอจึงไปเยี่ยมพวกเขำทุกวัน
เมื่อได้ยินดังนี้ ถังซวงอดไม่ได้ที่จะกล่ำว “งั้นพรุ่งนี้พวกเรำไป
เยี่ยมพวกท่ำนกันนะคะ” เธอหันหน้ำไปพูดกับโม่เจ๋อหยวน “อำหยวน
พี่ไม่กลับบ้ำนบ้ำงหรือ”
โม่เจ๋อหยวนไม่ได้กลับบ้ำนมำสักพักแล้ว เขำจึงอยำกกลับไปดู
บ้ำนสักหน่อย “ซวงเอ๋อร์ ฉันขอกลับบ้ำนก่อนดีกว่ำ แล้วจะมำหำที
หลังนะ”
ถังซวงยิ้มพลำงพยักหน้ำ
หลังจำกที่โม่เจ๋อหยวนกลับไปแล้ว เฟิงเยี่ยหำนเองก็เตรียมจะ
กลับไปบ้ำนพัก “เสี่ยวเซวี่ย ผมเองก็ต้องกลับแล้ว ถ้ำมีเวลำผมจะ
กลับมำกินข้ำวเย็นเป็นเพื่อนคุณนะ”
ถังเซวี่ยรู้ว่ำเขำน่ำจะมีเรื่องให้ต้องจัดกำร จึงโบกมือให้และกล่ำว
ว่ำ “มำไม่ทันก็ไม่เป็นไรค่ะ คุณรีบกลับไปเถอะ”
“อืม”
เฟิงเยี่ยหำนอดไม่ได้ที่จะลูบผมของถังเซวี่ย จำกนั้นก็ออกไป
ถังเซวี่ยมองแผ่นหลังของเฟิงเยี่ยหำนไม่ละสำยตำ ถังซวงจึง
กล่ำวกับถังเซวี่ย “เสี่ยวเซวี่ย พวกเรำก็กลับไปพักผ่อนบ้ำงเถอะ”
ถังเซวี่ยรีบพยักหน้ำ
เมื่อถึงเวลำทำนอำหำรเย็น โม่เจ๋อหยวนและเฟิงเยี่ยหำนก็
กลับมำเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เมื่อคุณนำยจิงเห็นทั้งสองคนเดินเข้ำมำ
ใบหน้ำก็เต็มไปด้วยรอยยิ้ม “เจ๋อหยวน เสี่ยวเยี่ย ช่วงนี้พวกเธอสอง
คนคงเหนื่อยมำก ต้องทำนให้เยอะ ๆ หน่อยนะจ๊ะ”
“ครับคุณย่ำ”
โม่เจ๋อหยวนและเฟิงเยี่ยหำนต่ำงพยักหน้ำ
เมื่อเห็นสองหนุ่มหล่อยิ้มให้เธอ คุณนำยจิงก็รู้สึกตื่นเต้นดีใจ ยิ่ง
กระตือรือร้นบอกให้พวกเขำทำนอำหำรมำกขึ้นไปอีก
ส่วนถังซวงเห็นจิงเหวินรุ่ยทำนข้ำวไวปำนจรวดก็อดไม่ได้ที่จะ
กล่ำว “พี่รอง ท ำไมพี่รีบกินจังคะ”
ยังไม่ทันที่จิงเหวินรุ่ยจะตอบ อวี๋มินก็พูดติดตลกว่ำ “มะรืนนี้ก็จะ
ถึงงำนหมั้นแล้ว เขำดีใจมำกซะจนอยำกจะกลับไปดูต่อว่ำมีอะไรต้อง
เพิ่มเติมอีกบ้ำงน่ะ”
เมื่อได้ยินดังนี้ ทุกคนในบ้ำนต่ำงก็หัวเรำะ
จิงเหวินหยวนอดไม่ได้ที่จะกล่ำวหยอกล้อ “เหวินรุ่ย นำยเตรียม
ตัวมำนำนซะขนำดนี้ ยังจะมีอะไรพลำดอีกฮะ”
จิงเหวินรุ่ยเหลือบมองจิงเหวินหยวน และกล่ำวว่ำ “พี่ใหญ่ พี่ไม่มี
ทำงเข้ำใจควำมรู้สึกผมในตอนนี้หรอก รอพี่หมั้นเมื่อไหร่แล้วจะรู้”
“โห… ไอ้น้องคนนี้ นี่เยำะเย้ยที่ฉันไม่มีคนรักหรือ”
จิงเหวินรุ่ยยิ้มออกมำทันทีและกล่ำวว่ำ “พี่ใหญ่ ผมไม่ได้
หมำยควำมแบบนั้น”
ทว่ำคุณนำยจิงเมื่อนึกถึงหลำนคนโตที่ยังไม่มีคนรัก เธออด
ไม่ได้ที่จะมองไปที่อวี๋มินพลำงกล่ำว “เหวินหยวนก็โตแล้วแต่ยังไม่มี
คู่ครองเลย เธอต้องรีบเร่งมือหำภรรยำให้เขำได้แล้ว ลองไปถำม ๆ ดู
แล้วแนะน ำคนดี ๆ ให้รู้จักสักคนสิ”
อวี๋มินพยักหน้ำทันที “ค่ะ ฉันเริ่มหำแล้วค่ะ”
หลังจำกที่จิงเหวินรุ่ยตัดสินใจที่จะหมั้นหมำย เธอก็เป็นกังวล
ขึ้นมำเพรำะลูกชำยคนโตของครอบครัวที่ยังไม่เป็นฝั่งเป็นฝำ
จิงเหวินหยวนที่ไม่รีบร้อน ยังไม่ทันที่เขำจะได้กล่ำว ก็เห็นแม่จ้อง
มำ จึงนั่งเงียบไม่กล้ำกล่ำวอะไรอีก
หลังจำกทำนอำหำรเสร็จ คุณนำยจิงตื๊อให้โม่เจ๋อหยวนและเฟิง
เยี่ยหำนค้ำงที่บ้ำน “ยังไงเหวินรุ่ยกับเสี่ยวรุ่ยก็จะหมั้นหมำยกันอยู่
แล้ว พวกเธอสองคนก็ค้ำงที่บ้ำนนี้เถอะจ้ะ พอไปร่วมงำนหมั้นเสร็จ
ค่อยกลับก็ยังไม่สำย”
โม่เจ๋อหยวนและเฟิงเยี่ยหำนพยักหน้ำเห็นด้วย
หลังจำกนั้นทุกคนต่ำงก็กลับไปพักผ่อน
วันรุ่งขึ้น ถังซวงรู้สึกว่ำทุกคนผ่อนคลำยขึ้นมำก หลังจำกที่เธอ
ล้ำงหน้ำล้ำงตำเสร็จก็เดินไปที่ลำนบ้ำน ก็เห็นว่ำโม่เจ๋อหยวนมำหำ
ตน
“ซวงเอ๋อร์ พวกเรำไปทำนข้ำวเช้ำเถอะ”
ถังซวงยิ้มกว้ำงให้โม่เจ๋อหยวน ตอนที่พวกเขำมำถึงห้องอำหำร
คนอื่น ๆ ก็มำถึงกันหมดแล้ว
ครอบครัวครึกครื้นมีชีวิตชีวำมำก เพรำะพรุ่งนี้เป็นวันหมั้นของ
จิงเหวินรุ่ยแล้ว
หลังจำกทำนอำหำรเช้ำเสร็จเรียบร้อย คุณนำยจิงก็พำลูกและ
สะใภ้มำช่วยงำน ขณะนี้เอง คนตระกูลเฮ่อก็มำถึง
พำนลี่ฮวำเห็นถังซวงก็รีบก้ำวไปข้ำงหน้ำด้วยรอยยิ้ม และกล่ำว
ว่ำ “ซวงเอ๋อร์ ในที่สุดเธอก็กลับมำแล้ว ฉันมีเรื่องจะคุยกับเธออยู่
พอดีเลย”
เมื่อได้ยินดังนี้ ถังซวงก็กล่ำวด้วยรอยยิ้ม “ป้ำสะใภ้ ถ้ำอย่ำงนั้น
เรำไปคุยกันตรงหน้ำนั้นดีกว่ำค่ะ”
ขณะเดียวกันพำนลี่ฮวก็เรียกถังเซวี่ยและถังชุนหยำน “เสี่ยว
เซวี่ย ชุนหยำนพวกเธอสองคนก็มำด้วยนะ”
“ค่ะ”
หลังจำกที่ทั้งหมดนั่งลง พำนลี่ฮวำก็พูดถึงเรื่องซุบซิบบำงอย่ำง
“ซวงเอ๋อร์ เธอจ ำน้องสำวของคุณถังได้ไหม?”
ถังซวงได้ยินก็พยักหน้ำ “จ ำได้แน่นอนค่ะ ไม่รู้ว่ำที่ผ่ำนมำเธอ
เป็นอย่ำงไรบ้ำง?”
พำนลี่ฮวำกล่ำวพลำงยิ้มตำหยี “โอ๊ย… สุดท้ำยนำงเมียน้อยนั่นก็
ถูกไล่ตะเพิดออกจำกตระกูลลู่ สะใจจริง ๆ”
บทที่ 616 งำนหมั้นของจิงเหวินรุ่ยและจูรุ่ย (2)
เมื่อกล่ำวจบ พำนลี่ฮวำท ำหน้ำท ำนองว่ำตนรู้อยู่แล้วเชียว
“ฉันว่ำแล้วว่ำตระกูลหลูต้องเห็นแก่ลูก พอตระกูลหลูรู้ว่ำผู้หญิง
คนนั้นกล้ำแอบท ำร้ำยเด็ก ผู้หญิงคนนั้นก็ถูกจับทันที แต่สุดท้ำยหลู
ตงเหวินไว้ชีวิตผู้หญิงคนนั้นเอำไว้ และไล่เธอออกไปเท่ำนั้น”
เมื่อได้ยินดังนี้ ถังซวงเลิกคิ้วพลำงเอ่ยถำมอย่ำงอดไม่ได้ “แล้ว
น้องสำวของคุณนำยถังยังกลับไปอีกหรือคะ?”
“กลับไปสิ”
พำนลี่ฮวำพยักหน้ำ และกล่ำวต่อว่ำ “เรื่องในครั้งนี้บ้ำนคุณนำย
ถังได้ประโยชน์ไม่น้อย อีกอย่ำงตระกูลหลูเองก็รับรองว่ำหลูตงเหวิน
จะไม่หำเมียเล็กเมียน้อยอีก”
ถังซวงไม่ได้ถำมอะไรอีก
ถังเซวี่ยและถังชุนหยำนทั้งสองเองก็รู้เรื่องน้องสำวของคุณนำย
ถัง จึงไม่พูดอะไร
หลังจำกที่พำนลี่ฮวำพูดเรื่องซุบซิบเสร็จ เธอก็ยกเรื่องเปิดร้ำน
เครื่องส ำอำงที่ปักกิ่งขึ้นมำ
“ซวงเอ๋อร์ พอพวกเรำถึงปักกิ่งแล้วสองวัน ไปเที่ยวดูหลำย ๆ ที่
ถ้ำเจอร้ำนที่ถูกใจ ก็รีบให้เสี่ยวเซวี่ยออกแบบให้พวกเรำนะจ๊ะ”
ถังเซวี่ยอดไม่ได้ที่จะกล่ำว “คุณป้ำคะ ครั้งนี้พี่เจียรุ่ยไม่ได้มำ
ด้วยหรือคะ ท ำไมไม่ให้เขำออกแบบล่ะ”
พำนลี่ฮวำโบกมือทันทีและกล่ำวว่ำ “เสี่ยวเซวี่ย ให้เธอออกแบบ
ให้ดีกว่ำ กำรออกแบบของพี่เจียรุ่ยน่ะ ไม่ค่อยได้ดั่งใจป้ำเท่ำไหร่”
อำจจะเพรำะถังเซวี่ยเป็นผู้หญิง ก็เลยจะออกแบบได้ประณีตและ
ดูละเอียดอ่อนกว่ำของเฮ่อเจียรุ่ย อีกอย่ำงพำนลี่ฮวำค่อนข้ำงชอบ
กำรออกแบบของถังเซวี่ย ร้ำนที่เมืองเผิงก็ได้ดั่งใจเธอมำกจริง ๆ
เมื่อได้ยินพำนลี่ฮวำกล่ำว จิตใจของถังเซวี่ยก็เบิกบำน
เป็นเรื่องน่ำยินดีมำกที่งำนออกแบบของตนได้รับกำรยอมรับจำก
ผู้อื่น
ถังซวงเห็นถังเซวี่ยดีใจมำก จึงกล่ำวด้วยรอยยิ้มอย่ำงอดไม่ได้
“ถ้ำอย่ำงนั้นเสี่ยวเซวี่ยก็ช่วยออกแบบต่อไปนะ”
“ค่ำ”
ถังเซวี่ยรับปำกในทันที ในหัวของเด็กสำวก็ผุดนึกถึงแบบขึ้นมำ
แต่ถึงอย่ำงไรเธอก็ยังกลัวว่ำพอถึงเวลำจริง ๆ แล้วตนจะออกแบบได้
ไม่ดีนักจึงกล่ำวออกไปว่ำ
“ถ้ำฉันออกแบบแล้วพวกคุณไม่ถูกใจ ก็สำมำรถเปลี่ยนคนมำ
ออกแบบแทนได้นะคะ”
พำนลี่ฮวำกลับตบไหล่ของถังเซวี่ย พลำงกล่ำว “เสี่ยวเซวี่ย ป้ำ
เชื่อในตัวเธอ เธอท ำได้แน่”
ถังซวงและถังชุนหยำนก็กล่ำวให้ก ำลังใจเช่นกัน “ใช่ เสี่ยวเซวี่ย
จะต้องท ำได้แน่”
“อื้ม”
ถังเซวี่ยพยักหน้ำอย่ำงแรงด้วยควำมมั่นใจอย่ำงเต็มเปี่ยม
จำกนั้นทั้งสำมก็พูดคุยกันอยู่สักพัก หลังจำกรับประทำนอำหำร
กลำงวันแล้วก็ออกเดินทำงไปร้ำนที่พำนลี่ฮวำถูกใจ
“ซวงเอ๋อร์ ที่นี่แหละ ป้ำว่ำมันไม่เลวเลย”
พำนลี่ฮวำท ำธุรกิจมำเป็นเวลำนำน ประสบกำรณ์จึงมำกตำมไป
ด้วย ดังนั้นร้ำนที่เธอหำมำ ย่อมมีท ำเลที่ตั้งดี ผู้คนสัญจรไปมำ
หนำแน่น เป็นร้ำนที่ไม่เลวเลยจริง ๆ
ถังซวงมองส ำรวจไปรอบ ๆ แล้วกล่ำวพลำงพยักหน้ำ “คุณป้ำ
เลือกได้ดีมำกเลยค่ะ”
“จริงหรือ ถ้ำอย่ำงนั้นพวกเรำไปดูร้ำนอื่น ๆ กันอีกดีไหม” พำน
ลี่ฮวำดีใจมำกที่มีคนเห็นด้วย ทว่ำพวกเธอยังมีเวลำเหลือไปดูร้ำนค้ำ
อื่น ๆ แล้วให้ถังซวงลองเปรียบเทียบดูได้อีก
ถังซวงก็ไม่ได้ปฏิเสธจึงตำมไปดูอีกสองถึงสำมที่ แต่ก็ไม่ดีเท่ำที่
แรก ด้วยเหตุนี้ทุกคนจึงตกลงเลือกร้ำนที่หนึ่ง
“ซวงเอ๋อร์ งั้นวันนี้พวกเรำก็เลือกได้แล้วนะ?”
ถังซวงพยักหน้ำ “ค่ะ”
“เยี่ยมมำก ซวงเอ๋อร์ ป้ำชอบนิสัยตัดสินใจท ำอะไรรวดเร็วของ
เธอมำก”
พำนลี่ฮวำแต่เดิมก็พอใจร้ำนนี้อยู่แล้วจึงสอบถำมอยู่หลำยเรื่อง
ทุกคนวิ่งวุ่นตลอดทั้งบ่ำยจนมำได้ร้ำนนี้
ถังเซวี่ยเตรียมพร้อมเต็มที่ เธอหยิบกระดำษปำกกำที่เตรียมไว้
ตั้งแต่ตอนเช้ำออกมำ หลังจำกวัดขนำดเรียบร้อยแล้ว ก็วำดภำพ
โครงร่ำงเอำไว้
ส่วนพำนลี่ฮวำก็พำถังชุนหยำนไปดูทั่วบริเวณ จำกนั้นจึงกล่ำว
ว่ำ “ชุนหยำน เธอท ำควำมคุ้นเคยไว้ได้เลยนะ เพรำะหลังจำกนี้ร้ำนนี้
ก็ยกให้เธอดูแล”
ถังชุนหยำนได้ยินก็ภูมิใจกับควำมส ำเร็จของตน
“ไม่ต้องห่วงค่ะป้ำพำน ฉันจะพยำยำมให้ดีที่สุด”
“อืม ฉันเชื่อมั่นในตัวเธอ”
ถังหลำนเห็นว่ำพวกเธอกลับมำแล้วจึงรีบกล่ำวทัก “พี่สะใภ้ พวก
พี่กลับมำได้เวลำพอดีเลย รีบมำทำนข้ำวกันเถอะค่ะ”
พำนลี่ฮวำก ำลังจะบอกว่ำตนจะกลับไปทำนกับคุณชำยเฮ่อ แต่
พอเห็นว่ำคนในบ้ำนอยู่กันครบหมดแล้ว เธอก็รีบนั่งลงด้วยรอยยิ้ม
คนตระกูลเฮ่อกลับหลังจำกทำนอำหำรเสร็จ
เมื่อถึงวันรุ่งขึ้นพวกถังซวงตื่นตั้งแต่เช้ำตรู่ ถังหลำนได้แบ่ง
หน้ำที่ให้ทุกคน
“เจ๋อหยวน เสี่ยวเยี่ย วันนี้พวกเธอสองคนก็คอยอยู่กับเหวินรุ่ย
แล้วค่อยออกไปรับญำติทำงฝ่ำยหญิงนะจ๊ะ”
โม่เจ๋อหยวนและเฟิงเยี่ยหำนพยักหน้ำตอบรับ
ส่วนถังซวง ถังเซวี่ย และถังชุนหยำนก็ยุ่งอยู่กับกำรรับแขกที่มำ
ร่วมงำน
หลังจำกที่จิงเหวินรุ่ยไปรับจูรุ่ยมำเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก็เป็นอัน
เสร็จพิธีกำรหมั้น ทุกคนก็มุ่งหน้ำไปที่โรงแรมจัดเลี้ยง
ยำมนี้ ใบหน้ำของเมิ่งผิงเต็มไปด้วยรอยยิ้ม ในที่สุดลูกชำยของ
เธอก็หมั้นหมำยสักที และอีกหน่อยก็จะแต่งงำน
คุณนำยจิงเองก็มีควำมสุขเช่นกัน เธอพูดคุยกับเหล่ำผู้เฒ่ำผู้แก่
ด้วยใบหน้ำเปี่ยมสุข
แขกของทำงด้ำนฝ่ำยหญิงค่อนข้ำงน้อย ทั้งหมดล้วนเป็นญำติ
ฝ่ำยแม่ของจูรุ่ย ส่วนฝ่ำยพ่อของเธอกลับไม่มำแม้แต่คนเดียว
พอพำนลี่ฮวำเห็นญำติทำงฝ่ำยหญิงที่มำร่วมงำนก็อดไม่ได้ที่จะ
พูดกับถังซวง “เสี่ยวรุ่ยคงจะรู้สึกไม่ดี ทั้ง ๆ ที่คุณพ่อแท้ ๆ ยังมีชีวิต
อยู่แต่กลับไม่มำร่วมงำนหมั้นของเธอ โธ่…”
ถังซวงได้ยินก็อดไม่ได้ที่จะกล่ำวด้วยรอยยิ้ม “ป้ำสะใภ้ พ่อแบบ
นั้นไม่มำ ยังดีกว่ำค่ะ”
“ก็จริง มีพ่อแบบนั้นก็คิดเสียว่ำไม่เคยมีก็คงดีกว่ำ”
บทที่ 616 งานหมั้นของจิงเหวินรุ่ยและจูรุ่ย (3)
ในขณะที่กล่าว แขกรับเชิญคนอื่น ๆ ก็มาถึงกันครบแล้ว งาน
หมั้นของจิงเหวินรุ่ยและจูรุ่ยจึงเริ่มขึ้นอย่างเป็นทางการ
ผู้เฒ่าจิงและคุณนายจิงมีความสุขเป็นอย่างมาก พวกเขาทั้งสอง
พาสองสามีภรรยาจิงซิวหรงและเมิ่งผิง รวมทั้งคู่บ่าวสาวจิงเหวินรุ่ย
และจูรุ่ยไปดื่มอวยพรทีละโต๊ะ ๆ
พอมาถึงโต๊ะของถังซวง จูรุ่ยก็โล่งใจ
ขนาดเมื่อครู่มีจิงเหวินรุ่ยคอยช่วยเธอดื่มแล้ว เธอก็ยังดื่มเข้าไป
ไม่ใช่น้อย ๆ แต่โต๊ะนี้มีแต่คนคุ้นเคยกัน น่าจะดีขึ้นมาหน่อย “พี่สาวซ
วง เข้าใจฉันด้วยนะคะ”
จิงเหวินรุ่ยกล่าวเช่นกันว่า “ใช่ พวกพี่ก็ดื่มกันตามอัธยาศัย
พวกเราก็จะดื่มกันตามอัธยาศัยนะ”
เมื่อเห็นใบหน้าแดงระเรื่อของจิงเหวินรุ่ยและจูรุ่ย ถังซวงกล่าว
ด้วยรอยยิ้ม “ได้สิ ตามใจทั้งสองก็ได้”
หลังจากที่จิงเหวินรุ่ยและจูรุ่ยดื่มอวยพรอีกสองสามโต๊ะ ก็กลับไป
ทานอาหารที่โต๊ะเจ้าภาพ
“เสี่ยวรุ่ย ทานอะไรเข้าไปหน่อยนะ”
จิงเหวินรุ่ยตักอาหารให้จูรุ่ยด้วยความใส่ใจ
จูรุ่ยก็รู้สึกหิวอยู่บ้างจึงหยิบตะเกียบขึ้นมาคีบอาหารทาน
จิงเหวินรุ่ยเห็นเช่นนั้นก็ทานบ้าง
หลังจากที่งานหมั้นเสร็จสิ้นลงแล้ว โม่เจ๋อหยวนและเฟิงเยี่ยหาน
ก็ช่วยคนตระกูลจิงส่งแขก เมื่อแขกทุกคนกลับกันแล้ว พวกถังซวงจึง
ได้กลับบ้าน
ส่วนจูรุ่ยและจิงเหวินรุ่ยก็พาแขกที่มาจากเมืองท่าไปพักที่
โรงแรม
หลังจากที่ถังซวงถึงบ้านและกำลังจะกลับไปพักผ่อน ก็ถูกโม่เจ๋อ
หยวนเรียกตัวไว้ “ซวงเอ๋อร์ อีกสักพักฉันต้องกลับไปที่มหาวิทยาลัย
มีเรื่องต้องจัดการพอดีน่ะ”
เมื่อได้ยินดังนี้ ถังซวงจึงกล่าวพลางพยักหน้า “อืม พี่รีบไปเถอะ
ถ้ามีอะไรก็ค่อยติดต่อมาหาพวกเรานะ”
“อืม”
โม่เจ๋อหยวนกล่าวจบก็รีบออกไปทันที
ไม่รู้ว่าเฟิงเยี่ยหานนัดกับโม่เจ๋อหยวนไว้หรือเปล่า เพราะเขาก็
ต้องจากถังเซวี่ยไปเช่นกัน
“เสี่ยวเซวี่ย ที่เมืองไห่เฉิงเกิดเรื่องนิดหน่อยน่ะ ผมเลยต้อง
กลับไปดูครับ”
ถังเซวี่ยรีบกล่าว “ถ้างั้นคุณก็รีบไปเถอะค่ะ”
แม้เฟิงเยี่ยหานจะไม่อยากไป แต่เขาก็ต้องจำต้องจากไป “เสี่ยว
เซวี่ย ถ้าผมทำธุระเสร็จแล้วจะมาหาคุณใหม่นะ”
“ค่ะ”
ถังเซวี่ยโบกไม้โบกมือ และกล่าวลาเฟิงเยี่ยหานด้วยรอยยิ้ม
หลังจากที่โม่เจ๋อหยวนและเฟิงเยี่ยหานจากไปแล้ว ถังซวงและถัง
เซวี่ยก็ยุ่งมาก
ถังซวงกำลังพัฒนาเครื่องสำอางชุดใหม่เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับ
งานแสดงสินค้าในช่วงต้นฤดูใบไม้ผลิ และถึงแม้ว่าบริษัท
เครื่องสำอางซวงฮวาจะยังไม่ได้มีการออกบูธก็ตาม ทว่าโอกาสล้วน
เกิดขึ้นสำหรับผู้ที่เตรียมพร้อม ดังนั้นเธอจึงวางแผนที่จะพัฒนา
เครื่องสำอางชุดใหม่โดยรวมกับเครื่องสำอางที่ก่อนหน้านี้มีอยู่สองตัว
คือตัวที่เก็บความชุ่มชื้นปรับผิวให้ขาว และกระชับผิวต้านริ้วรอย
โดยจะมีการจัดแสดงเครื่องสำอางทั้งหมดสามตัว
ส่วนถังเซวี่ยก็ยุ่งอยู่กับการวาดแบบ
แม้แต่ถังชุนหยานก็ไม่มีเวลาว่าง ทุกวันเธอจะออกไปข้างนอก
ตอนเช้า กว่าจะกลับก็เย็นเพื่อเตรียมเปิดร้านใหม่ เธอมีหลายเรื่องที่
ต้องทำทั้งไปดูโรงงานหลายแห่งเพื่อทำโบรชัวร์และกล่องของขวัญ
ถังชุนหยานกำลังเตรียมตัวจะกลับบ้านตระกูลจิง แต่เมื่อเธอเดิน
ผ่านไปได้ครึ่งทางก็ถูกใครบางคนขวางเอาไว้
“ถังชุนหยาน เป็นแกจริง ๆ ด้วย ไม่คิดเลยว่าแกจะอยู่ที่ปักกิ่ง แก
นี่เก่งจริง ๆ เลยนะ ตัวเองมาถึงเมืองใหญ่แล้วแท้ ๆ แต่ลืมกำพืดตัวเอง
แกนี่มันเป็นคนอกตัญญูจริง ๆ”
ถังชุนหยานได้ยินก็รีบเงยหน้ามองคนที่ขวางเธอเอาไว้ เพียง
แวบเดียวสีหน้าของเธอก็เปลี่ยนไปทันที
“ถังไห่โป นายมาที่นี่ได้ยังไง!”
ถังไห่โปจ้องมองไปที่ถังชุนหยาน และกล่าวว่า “ยัยถังชุนหยาน
ตัวดี แม้แต่คำว่าพี่ก็ไม่มี แกกล้าดียังไงมาเรียกชื่อฉัน”
ถังชุนหยานไม่คาดคิดว่าจะบังเอิญเจอถังไห่โปที่ปักกิ่ง เธอจึง
ถามออกไปหลังจากพยายามสงบสติอารมณ์ “นายมาที่ปักกิ่งได้
ยังไง?”
ถังไห่โปได้ยินก็หัวเราะเย้ย แล้วตอบ “ทำไม… ฉันจะมาปักกิ่ง
ไม่ได้หรือไง แกไม่อยากให้พวกเราตามหาแกเจอล่ะสิ ยัยตัวดีตอนนี้
แกคงอยู่ดีกินดีกับพวกยัยถังซวงล่ะสิท่า ถึงได้ลืมคนในบ้านตัวเองไป
หมด”
ถังชุนหยานหัวเราะเสียงเย็นพลางกล่าว “หึ… ในเมื่อพวกคุณ
ขายฉันมาแล้ว ฉันยังจะต้องจำไปทำไม ที่นั่นมันไม่ใช่บ้านของฉันอยู่
แล้ว”
“ยัยตัวดี ที่บอกว่าพวกฉันขายแกน่ะหมายถึงอะไร ในชนบทก็
เป็นแบบนี้ทั้งนั้น แกแต่งงานไปก็ได้สินสอด จะได้ให้ฉันเอาไปแต่ง
เมีย แต่แกไม่ยอมเสียสละเพื่อครอบครัว แล้วยังกล้าหนีอีก ตอนนั้น
พวกฉันคิดว่าแกตายไปแล้ว ไม่คิดเลยว่าแกกลับมีชีวิตสุขสบาย มี
อันจะกินมากกว่าเมื่อก่อนเสียอีก”
เมื่อกล่าวจบ ถังไห่โปไล่สายตามองถังชุนหยานตั้งแต่หัวจรดเท้า
ก็ยิ่งรู้สึกโกรธมากขึ้นไปอีก
“ดูชุดที่แกใส่ตอนนี้สิ นี่มันคงราคาแพงมากสินะ ตอนนี้ชีวิตของ
แกดีขึ้นแล้ว แต่คนเนรคุณอย่างแกกลับลืมคนในครอบครัว พ่อแม่
เลี้ยงดูแกจนโตขนาดนี้ แต่แกตอบแทนพวกเขาแบบนี้หรือ”
“เนรคุณอะไร ถังไห่โป นายนั่นแหละคือคนที่ไม่มีจิตสำนึกที่สุด”
ถังชุนหยานโกรธมากจนชี้หน้าด่าถังไห่โป “ตั้งแต่เล็กจนโต
นายทำอะไรเพื่อครอบครัวบ้าง นายไม่ได้ทำอะไรสักอย่าง แล้วยังต้อง
ให้ทุกคนตามใจนายอีก แค่เพราะนายเป็นผู้ชายอย่างนั้นหรือ”
“แค่เพราะนายเป็นผู้ชาย นายถึงสามารถขอให้คนอื่นเสียสละ
เพื่อนายและหาเงินให้นายใช้อย่างไม่อาย หน้าตานายก็งั้น ๆ คิดว่า
ตัวเองหล่อมากมั้ง”
เมื่อได้ยินดังนี้ถังไห่โปโกรธแทบบ้า
“แก…”
ไม่ทันที่ถังไห่โปจะกล่าวจบ ถังชุนหยานกล่าวอย่างไม่สนใจ “ยิ่ง
ไปกว่านั้นฉันได้ตอบแทนครอบครัวไปแล้ว เราไม่มีอะไรติดค้างกัน
อีก ก่อนหน้านี้ฉันก็ส่งเงินก้อนใหญ่ไปให้พวกเขา นายน่าจะได้รับไป
ตั้งนานแล้ว เงินก้อนนั้นมากพอที่จะให้นายไปแต่งเมียและสร้างบ้าน
ด้วยซ ้า”
“เงินนั้น… ฉันได้รับแล้ว แต่ถ้าแกต้องการใช้เงินก้อนนี้เพื่อตัด
ขาดกับพวกเรา ก็ไม่มีทางซะหรอก”
เมื่อได้ยินดังนี้ ถังชุนหยานก็นึกถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นที่บ้าน และ
เรื่องที่เธอเกือบจะต้องติดแหง็กอยู่ที่ภูเขาเพราะเงินสินสอด หากตอน
นั้นไม่ได้ถังซวง เธอก็ไม่กล้าคิดเลยว่าตนเองจะเป็นอย่างไร เหตุนี้เอง
ทำให้ความรู้สึกของเธอประเดประดังขึ้นมาในทันที
“ถังไห่โป แล้วนายต้องการอะไรกันแน่ หรือนายจะขายฉันเพื่อ
แต่งเมียให้ได้เลยใช่ไหม นายถึงจะสาแก่ใจ ถ้าไม่ได้พี่ถังซวงและ
พี่เขย ฉันคงถูกซ้อมจนตายไปแล้ว”
ก่อนหน้านี้เธอโอนเงินก้อนใหญ่ให้ที่บ้านโดยไม่ระบุตัวตน
พร้อมกับส่งโทรเลขไปเพื่อให้รู้ว่าเงินก้อนนั้นเธอเป็นคนโอน พวก
เขาจะได้ไม่ต้องตามหาเธออีก คิดซะว่าให้เงินนั่นตอบแทนบุญคุณที่
เลี้ยงดู
สุดท้ายไม่คาดคิดว่าวันนี้ตนจะเจอถังไห่โปโดยบังเอิญ
เมื่อถังไห่โปได้ยิน เขาก็หัวเราะเสียงเย้ยพลางกล่าว “หึ…แกคิด
ว่าเงินแค่นั้นมันจะพอหรือ ฉันจะบอกแกให้นะว่ามันไม่พอหรอก แก
จะต้องโอนเงินส่งกลับไปที่บ้านทุกเดือน”