การหวนคืนสู่ยุค 70 ของเศรษฐีนีผู้มั่งคั่งร่ำรวย - บทที่ 631 ประกาศความเป็นเจ้าของ (1)
เฟิงเยี่ยหานได้ยินถังเซวี่ยกล่าวก็ยิ้มแล้วพูดว่า “ถูกต้อง ต้องเล่น
ให้สนุกไปเลย ปิดเทอมนี้ผมจะอยู่เป็นเพื่อนคุณเอง คุณอยากจะไปที่
ไหนล่ะ”
ถังเซวี่ยอดไม่ได้ที่จะเอ่ยถาม “คุณไม่ยุ่งเรื่องงานที่บริษัทหรือ?”
ตั้งแต่เฟิงเยี่ยหานย้ายธุรกิจมาที่ปักกิ่ง เขาใช้ระยะเวลานานมาก
ในการจัดการทุกอย่างให้ราบรื่นและการสร้างเส้นสาย อีกทั้งปักกิ่งก็
ไม่เหมือนเมืองไห่เฉิง เมื่ออยู่ปักกิ่งตระกูลเฟิงก็ถือว่าเป็นคนต่างถิ่น
ดังนั้นเฟิงเยี่ยหานจึงต้องพยายามอย่างมาก เรื่องพวกนี้ถังเซวี่ยเองก็
รับรู้
เฟิงเยี่ยหานได้ยินก็กล่าวยิ้ม ๆ “เรื่องงานน่ะ ผมเร่งทำงานจน
เสร็จหมดแล้ว ปิดเทอมนี้เลยมีเวลาอยู่เป็นเพื่อนคุณ”
ถังเซวี่ยได้ยินเฟิงเยี่ยหานกล่าวก็ยิ้มออกมาทันที
“งั้นดีเลย ฉันนึกอยู่ว่าจะไปเที่ยวที่ไหนดี แต่ถึงอย่างนั้นยังไง
พวกเราก็คงเที่ยวทั้งเทอมไม่ได้หรอกนะคะ แค่สี่ห้าวันก็น่าจะพอแล้ว”
เฟิงเยี่ยหานดึงมือเล็ก ๆ ของถังเซวี่ยเอาไว้แล้วพูดว่า “เสี่ยว
เซวี่ย คุณไม่ต้องกังวลเรื่องเวลาของผมหรอกนะ พวกเราไปเที่ยว
นานกว่านี้อีกหน่อยก็ได้”
“สี่ห้าวันก็พอแล้ว ถ้าเที่ยวนานเกินไป ฉันคงได้คิดถึงบ้านแน่”
เฟิงเยี่ยหานได้ยินก็นิ่งไปสักพัก ก่อนกล่าวอย่างยิ้ม ๆ “ถ้างั้นก็ดี
เลย คุณนึกดูนะว่าจะไปเที่ยวที่ไหน”
ถังซวงเห็นทั้งสองคนกำลังปรึกษากันอยู่ว่าจะไปเที่ยวที่ไหนก็อด
ไม่ได้ที่จะเอ่ยถาม “เอาอย่างนี้ พวกเราไปด้วยกันดีกว่าไหม”
เฟิงเยี่ยหานได้ยินก็ไม่ได้กล่าวอะไร ความจริงแล้วเขาอยากจะไป
เที่ยวกับถังเซวี่ยกันตามลำพัง แต่ในเมื่อว่าที่พี่ภรรยาพูดแบบนี้แล้ว
หากเขาปฏิเสธก็คงจะไม่ดีเท่าไหร่นัก จึงอดไม่ได้ที่จะแอบเหลือบมอง
โม่เจ๋อหยวน
โม่เจ๋อหยวนรับรู้ได้ถึงสายตาของเฟิงเยี่ยหาน แต่ถึงอย่างนั้นเขา
กลับไม่กล่าวอะไร อย่าว่าแต่ซวงเอ๋อร์เลย แม้แต่เขาเองยังรู้สึกไม่
วางใจ เสี่ยวเซวี่ยเพิ่งจะอายุยี่สิบปี จะให้ออกไปกับเฟิงเยี่ยหานสอง
ต่อสองหลายวันขนาดนั้น คงไม่น่าวางใจเท่าไหร่
เฟิงเยี่ยหานเห็นว่าโม่เจ๋อหยวนไม่พูดอะไร ก็จ้องมองเขาด้วย
ความรู้สึกที่ยากจะอธิบาย
เดิมทีถังเซวี่ยก็ไม่ได้สนใจอะไรนัก แต่เมื่อเธอได้ยินพี่สาวของ
ตนกล่าว เด็กสาวก็พยักหน้าและพูดด้วยสีหน้าดีใจ “ดีเลยค่ะพี่ งั้น
เดี๋ยวพวกเราไปด้วยกันนะ”
เฟิงเยี่ยหานเห็นท่าทีตื่นเต้นของถังเซวี่ยจึงไม่ได้พูดอะไรอีก
และสุดท้ายทั้งสี่คนก็ออกเดินทางพร้อมกัน ถังเซวี่ยรู้สึกดีใจมาก
ทุกครั้งที่ไปเจอสถานที่ใหม่ ๆ เธอจะเดินเตร่ไปรอบ ๆ ด้วยสีหน้า
ตื่นเต้น และหลังจากที่พวกเขาไปเที่ยวทั้งหมดห้าวัน ก็กลับมาที่
ปักกิ่ง
“เสี่ยวเซวี่ย พวกเราอยู่เที่ยวต่ออีกสองสามวันก็ได้นะ”
เมื่อได้ยินที่พี่สาวกล่าว ถังเซวี่ยก็ส่ายหัวและกล่าวว่า “พี่คะ ฉัน
แค่อยากออกไปพักผ่อนบ้างเท่านั้นเอง นี่ก็พักผ่อนมาตั้งหลายวัน
แล้ว ถึงเวลากลับกันได้แล้วละค่ะ” ความจริงเธอรู้ดีว่าพี่สาวของตนยุ่ง
มาก และไม่ได้ยุ่งแค่งานบริษัทเครื่องสำอางซวงฮวาเท่านั้น เรื่องทาง
ฝั่งตระกูลถังก็ด้วย เธอเห็นถังสือมารายงานกับพี่อยู่เรื่อย ยิ่งไปกว่า
นั้นทั้งเฟิงเยี่ยหานและพี่เขยต่างก็ยุ่งไม่ต่างกัน
แต่ถังซวงยังไม่ได้พูดอะไร กลับเป็นเฟิงเยี่ยหานที่เอ่ยออกมา
“เสี่ยวเซวี่ยครับ งั้นพรุ่งนี้พวกเราไปเที่ยวทางใต้กันดีไหม
จากนั้นค่อยกลับ”
“ไม่ต้องหรอกค่ะ ฉันอยากกลับแล้วจริง ๆ อยากกลับไปรอฟัง
ข่าวประกาศรับเข้าเรียนด้วย แต่ไม่รู้เหมือนกันว่าจะออกมาเมื่อไร”
ถังซวงและคนอื่น ๆ ได้ยินถังเซวี่ยกล่าวก็ไม่ได้พูดอะไรอีก
วันรุ่งขึ้น ทุกคนก็กลับไปที่ปักกิ่งทันที
คุณนายจิงเห็นพวกเขากลับมาแล้วก็ยิ้มด้วยความดีใจ “ซวง
เอ๋อร์ พวกหลานกลับมากันแล้ว” กล่าวจบประโยค ใบหน้าของเธอ
กลับเต็มไปด้วยความสงสัย “ทำไมพวกหลานไปกันแค่ไม่กี่วันเอง
น่าจะไปเที่ยวกันอีกสักหน่อยค่อยกลับนะ”
ถังเซวี่ยก้าวเข้าไปดึงมือคุณนายจิงมาจับไว้ด้วยรอยยิ้ม และ
กล่าวว่า “คุณย่าคะ ถึงหนูจะมั่นใจในตัวเองยังไง แต่ก็ยังรู้สึกกังวล
มากเหมือนกัน เลยอยากกลับมารอฟังข่าวประกาศรับเข้าเรียนเร็ว ๆ
น่ะค่ะ”
คุณนายจิงกล่าวทันทีว่า “ยังไงเสี่ยวเซวี่ยของพวกเราก็ทำได้อยู่
แล้ว หลานจะได้เข้าเรียนในมหาวิทยาลัยที่หลานเลือกได้แน่ เดี๋ยว
หลานก็จะไปเรียนมหาวิทยาลัยพร้อมกับพี่สาวและพี่เขยของหลาน”
“งั้นหนูก็ขอให้เป็นจริงอย่างที่คุณย่าบอกนะคะ”
ฟักทองน้อยและฟักขาวน้อยอยู่ที่บ้านของพ่อแม่ตลอด พอเห็น
พี่สาวคนโตและพี่สาวคนรองกลับมาแล้ว ทั้งสองคนจึงรู้สึกดีใจเป็น
อย่างมาก
“พี่… กอด ๆ”
ถังซวงและถังเซวี่ยเห็นความออดอ้อนให้กอดเด็กน้อยทั้งสอง ก็
เดินเข้าไปหาด้วยรอยยิ้มแล้วอุ้มไว้คนละคน
เวลาเย็นหลังจากที่จิงเจ้อหรงและถังหลานกลับมาแล้ว เจอถังซ
วงและคนอื่น ๆ ก็ดีใจอย่างมาก “ซวงเอ๋อร์ลูก ๆ กลับมาตั้งแต่
เมื่อไหร่”
“เพิ่งถึงเมื่อตอนกลางวันค่ะ”
ถึงแม้พวกเธอจะไปได้ไม่กี่วันเท่านั้น แต่ถังหลานกลับรู้สึกคิดถึง
ทั้งสองเป็นอย่างมาก ด้วยเหตุนี้เองเธอจึงรีบไปที่ครัวลงมือทำอาหาร
ด้วยตัวเอง แล้วทุกคนในบ้านก็ได้ทานอาหารเย็นด้วยกันอย่าง
ครึกครื้น
หลังจากที่กลับมา ถังซวงก็เริ่มทำงานทันที ในที่สุดคำสั่งซื้อ
สินค้าในงานแสดงสินค้าฤดูใบไม้ผลิก็ได้จัดส่งจนครบหมดแล้ว แต่
หลังจากนั้นพวกเธอก็ยังต้องพยายามกันต่อไป เพราะทางซูซานได้
บอกว่าเธอยังอยากได้เครื่องสำอางอีก และเสนอมาอีกว่าอยากจะได้
เครื่องสำอางที่เหมาะกับชาวต่างชาติมากขึ้นกว่าเดิม ดังนั้นถังซวงจึง
วางแผนที่จะพัฒนาเครื่องสำอางขึ้นมาใหม่
นอกจากงานของทางซวงฮวา ช่วงนี้ถังซวงยังมีธุระในตระกูลถัง
ที่ต้องจัดการด้วย ก่อนหน้านี้ถังสือได้นำข่าวมาบอกว่าผู้เฒ่าตระกูล
ได้พบตัวยาจำนวนมาก หวังว่าเธอจะสามารถกลับไปดูได้ จึงตั้งใจว่า
เมื่อจัดการงานทางนี้เสร็จแล้วจะกลับบ้านสักหน่อย
โม่เจ๋อหยวนก็ทำงานยุ่งมากเช่นกัน หลังจากวิจัยและพัฒนา
ตู้เย็นในครัวเรือนออกมาแล้ว เขาก็ยังต้องทุ่มเทกำลังทั้งหมดในการ
ผลิตเป็นจำนวนมาก ในขณะเดียวกันก็ยังต้องคิดหาวิธีส่งออกด้วย
ดังนั้นจึงมีหลายอย่างที่เขาต้องกังวลใจ
ส่วนทางด้านเฟิงเยี่ยหานก็กลับไปเมืองไห่เฉิง
ถังเซวี่ยเห็นว่าทุกคนต่างก็ยุ่งกันมาก เธอจึงเริ่มทำอะไรขึ้นมา
บ้าง แทนที่จะใจจดใจจ่อรอรับประกาศรับเข้าเรียนทุกวัน เธอจึงเริ่ม
วาดรูปเพิ่มสักหน่อยจะดีกว่า
ขณะที่ถังเซวี่ยฆ่าเวลาด้วยการวาดรูป ในที่สุดประกาศการ
รับเข้าเรียนก็มาถึง
กริ้ง ๆ
คนส่งของขี่จักรยานมาส่งประกาศการรับเข้าเรียนที่บ้านเก่า
ตระกูลจิง
บทที่ 631 ประกาศความเป็นเจ้าของ (2)
ถังเซวี่ยรีบวิ่งออกไปอย่างตื่นเต้น หลังจากที่รับมาก็เปิดออกดู
ทันที เมื่อเห็นผลใบประกาศการรับเข้าเรียนในมือเป็นไปตามความ
ต้องการ น ้าตาก็รื้นออกมา “ฉันทำได้แล้ว ฉันทำได้แล้วจริง ๆ ใน
ที่สุดก็ได้เรียนมหาวิทยาลัยเดียวกับพี่สาวและพี่เขย ได้เข้า
มหาวิทยาลัยในฝันแล้วจริง ๆ ด้วย”
คุณนายจิงและคนอื่น ๆ ต่างก็ออกมาดู เมื่อเห็นท่าทีตื่นเต้นดีใจ
ของถังเซวี่ย สีหน้าของพวกเขาก็ตื่นเต้นตามไปด้วย “เสี่ยวเซวี่ย เอา
ใบประกาศมาให้ย่าดูหน่อยเร็ว”
ถังเซวี่ยได้ยินก็รีบยื่นใบประกาศไปให้ “คุณย่า หนูสอบเข้าได้
แล้วค่ะ สอบเข้าได้แล้วจริง ๆ หนูดีใจที่สุดเลย”
คุณนายจิงเห็นชื่อถังเซวี่ยบนใบประกาศ ก็หัวเราะออกมาด้วย
ความดีใจเช่นกัน “ฮ่า ๆๆ… เสี่ยวเซวี่ย ย่ารู้อยู่แล้วว่าหลานทำได้”
คุณชายจิงเองก็อยากดูบ้าง แต่เมื่อเห็นว่าภรรยาถือใบประกาศ
เอาไว้ไม่ยอมวางก็อดไม่ได้ที่จะกล่าว “ให้ผมดูบ้างสิ”
“ไป ๆ พวกเราค่อยเข้าไปดูกันข้างใน”
คุณนายจิงยังคงถือใบประกาศเอาไว้ไม่ยอมปล่อย หลังจากที่เข้า
มาในบ้านแล้วก็สั่งให้ในครัวทำอาหารกลางวันมื้อใหญ่ทันที “พวก
เรามาทานอาหารเที่ยงกันให้อร่อย พอตอนเย็นคนในบ้านกลับ
มาแล้วค่อยฉลองกันอีกที”
หลังจากที่จิงเจ้อหรง ถังหลาน และคนอื่น ๆ กลับมาก็ได้รู้ว่าลูก
สาวคนเล็กสอบผ่านแล้ว
จิงเจ้อหรงและถังหลานแสดงความยินดีกับถังเซวี่ยด้วยความ
ตื่นเต้น
ทั้งถังซวงและโม่เจ๋อหยวนกลับมาทีหลัง หลังจากที่ได้รู้ก็แสดง
ความยินดีด้วยรอยยิ้ม “เสี่ยวเซวี่ย พี่ยินดีด้วยนะ ต่อไปพวกเราก็จะ
ได้ไปกลับมหาลัยด้วยกันแล้ว”
“ใช่ค่ะ ดีจังเลย”
ถังเซวี่ยยังคงรู้สึกตื่นเต้นมากจนถึงตอนนี้ แต่ถึงอย่างนั้นภายใน
ใจก็ยังรู้สึกผิดหวังที่เฟิงเยี่ยหานยังไม่กลับมาสักที เธอยังไม่ได้บอก
ข่าวดีกับเขาเลย ทั้งที่ตอนเที่ยงเธอโทรหาเขาแล้ว แต่เขาก็ไม่ยอม
รับสาย
ขณะที่คิดอยู่ในใจเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น และถังเซวี่ยก็ได้ยิน
เสียงฝีเท้า เมื่อเห็นว่าเป็นเฟิงเยี่ยหาน เธอถึงกับรู้สึกประหลาดใจ
ขึ้นมา “เฟิงเยี่ยหาน คุณกลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่?” เมื่อครู่เธอเพิ่ง
คิดถึงเฟิงเยี่ยหานไป แต่จู่ ๆ เขาก็มาปรากฏตัวอยู่ตรงหน้าเธอแล้ว
ไม่ทันที่เฟิงเยี่ยหานจะได้กล่าวอะไร คุณนายจิงก็เอ่ยปากออกมา
ก่อน “เสี่ยวเยี่ย เธอกลับมาได้เวลาพอดี ใบประกาศรับเข้าเรียนของ
เสี่ยวเซวี่ยมาถึงแล้ว เธอสอบติดคณะสถาปัตย์ มหาวิทยาลัยชิงต้าได้
แล้ว ต่อไปก็จะได้เป็นสถาปนิกที่ยอดเยี่ยมได้แน่”
เฟิงเยี่ยหานยังไม่รู้เรื่องนี้ ทันทีที่ได้ยินก็รีบหันไปถามถังเซวี่ย
“จริงหรือ เสี่ยวเซวี่ย ดีจัง ยินดีด้วยนะครับ”
“ฉันทำได้แล้วค่ะ”
ถังเซวี่ยก็รู้สึกดีใจขึ้นมาทันที เฟิงเยี่ยหานกลับมาแล้ว วันนี้เป็น
วันที่ดีจริง ๆ นั่นแหละ
คนในครอบครัวอยู่ด้วยกันพร้อมหน้าพร้อมตา อวยพรให้ถัง
เซวี่ยกันยกใหญ่ แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังเหลือเวลาอีกมากก่อนที่
มหาวิทยาลัยจะเปิด ดังนั้นถังเซวี่ยก็ยังพอมีเวลาวาดรูปอย่างสบายใจ
ได้บ้าง แม้ในขณะที่คนอื่นจะยังคงยุ่งมากก็ตาม
หลังจากที่ถังซวงได้ผลิตเครื่องสำอางหลายตัวที่เหมาะสำหรับ
คนต่างชาติเรียบร้อยแล้ว เธอก็ตรงไปที่ตระกูลถังทันที ในครั้งนี้เธอ
มาคนเดียว เพราะโม่เจ๋อหยวนค่อนข้างยุ่ง พอกลับไปที่ปักกิ่งอีกครั้ง
ก็เป็นเวลาที่มหาวิทยาลัยเปิดเทอมแล้ว
วันรายงานตัววันแรก ถังเซวี่ยรู้สึกตื่นเต้นมาก พวกเขาเป็นที่
สะดุดตาอย่างมาก ซึ่งไม่ใช่แค่ถังซวงกับโม่เจ๋อหยวนที่เป็นคนมี
ชื่อเสียงในมหาลัยอยู่แล้ว แต่รูปลักษณ์ของถังเซวี่ยและเฟิงเยี่ยหานก็
มีเสน่ห์ไม่แพ้กัน เมื่อพวกเขาทั้งสี่คนเดินไปด้วยกัน เรียกได้ว่าเจริญ
หูเจริญตาสุด ๆ
ต้วนเฟิ่งหยิงและเจียนหวานหว่านก็เพิ่งมาที่มหาวิทยาลัย ทันทีที่
พวกเธอเข้ามาในรั้วมหา’ลัยก็มองเห็นถังซวงและคนอื่น ๆ ทันที พวก
เธอจึงรีบวิ่งเข้าไปหาด้วยรอยยิ้ม “ถังซวง เธอก็มารายงานตัวด้วย
หรือ” กล่าวจบก็ทักทายโม่เจ๋อหยวน จากนั้นก็หันไปมองถังเซวี่ย
ด้วยสีหน้าประหลาดใจ และกล่าวว่า “เสี่ยวเซวี่ย เธอมาทำอะไรที่นี่”
พวกเธอเคยไปบ้านตระกูลจิงมาก่อน จึงได้รู้จักกับถังเซวี่ย
เจียนหวานหว่านทักทายทันที
“เสี่ยวเซวี่ย พี่จำได้ว่าเธอจะสอบเข้ามหาวิทยาลัย อย่าบอกนะว่า
สอบติดมหา’ลัยของพวกเรา?”
ถังเซวี่ยพยักหน้ายิ้ม ๆ และกล่าวว่า “ใช่ค่ะ พี่หวานหว่าน ฉันได้
เป็นรุ่นน้องพวกพี่แล้วนะ ต่อไปฉันก็จะได้มามหาวิทยาลัยพร้อมกับ
พี่สาวแล้ว”
ต้วนเฟิ่งหยิงและเจียนหวานหว่านได้ยินก็แสดงความยินดีด้วย
รอยยิ้ม “เสี่ยวเซวี่ย ดีใจกับเธอด้วยจริง ๆ นะ ดีจังเลย งั้นเดี๋ยวพวก
เราก็ไปกินข้าวด้วยกันนะ”
“ได้เลยค่ะ”
ในขณะนี้เองถังซวงก็สังเกตเห็นว่ามีคนอื่นอีกคนอยู่ข้าง ๆ เจียน
หวานหว่าน เขามีหน้าตาคล้ายกับเธออยู่บ้าง “หวานหว่าน คนนี้
คือ…?”
เจียนหวานหว่านจึงนึกขึ้นได้ เธอรีบแนะนำ “ฉันลืมไปเลย ถังซ
วง นี่พี่ชายฉันเอง เขามาส่งฉันน่ะ”
เจียนต้งเหลือบมองน้องสาวของตนด้วยความระอา เขาได้ยินก็
กล่าวยิ้ม ๆ “สวัสดีครับทุกคน ผมเจียนต้งครับ เป็นพี่ชายของเจียน
หวานหว่าน ที่ผ่านมาก็ขอบคุณนะครับที่คอยดูแลน้องสาวผม” เขารู้
ว่าน้องสาวของเขามีเพื่อนในมหา’ลัยดี ๆ หลายคน และดูเหมือนว่า
น่าจะเป็นคนที่อยู่ตรงหน้าเขา ทุกคนต่างก็เป็นคนที่ดูดีกันมาก ๆ
เจียนหวานหว่านและต้วนเฟิ่งหยิงพบว่ามีคนที่พวกเธอไม่รู้จักอยู่
ข้างถังซวงด้วย
“ถังซวง คุณคนนี้คือ…?” ในขณะที่ทั้งสองคนกล่าวก็อดไม่ได้ที่
จะจ้องมองเฟิงเยี่ยหาน ก่อนหน้านี้พวกเธอคิดว่าโม่เจ๋อหยวนเป็น
ผู้ชายที่หน้าตาดีที่สุดเท่าที่พวกเธอเคยเจอแล้ว แต่พอได้มาเจอเฟิง
เยี่ยหาน จึงได้รู้ว่าแท้จริงแล้วยังมีคนที่หน้าตาดีกว่าอยู่อีก
ความจริงแล้วทั้งโม่เจ๋อหยวนและเฟิงเยี่ยหานต่างก็ดูดีกันคนละ
แบบ แต่สำหรับเจียนหวานหว่านและต้วนเฟิ่งหยิงแล้วเฟิงเยี่ยหานนั้น
หล่อเกินไปมาก
“สวัสดีครับ ผมคือว่าที่สามีของถังเซวี่ย”
“อะไรนะ…”
ต้วนเฟิ่งหยิงและเจียนหวานหว่านต่างมองถังเซวี่ยด้วยสายตาไม่
อยากจะเชื่อ “เสี่ยวเซวี่ย เธอหมั้นแล้วหรือ?”
“ใช่ค่ะ”
ถังเซวี่ยกล่าวด้วยรอยยิ้ม “ไม่นานมานี้เราเพิ่งหมั้นกันไปเอง”
เฟิงเยี่ยหานยืนอยู่ข้างถังเซวี่ยตลอด เขาประกาศความเป็น
เจ้าของอย่างเงียบ ๆ เพราะตั้งแต่ก้าวเข้าไปในประตูโรงเรียนก็มีคน
จำนวนมากมองมา ผู้คนรอบ ๆ พวกเขาน่าจะรู้จักถังซวงและโม่เจ๋อ
หยวนแล้ว ด้วยเหตุนี้จึงสงสัยว่าเขาและเสี่ยวเซวี่ยเป็นใคร แถมยัง
จ้องเสี่ยวเซวี่ยอยู่ตลอด เมื่อเห็นคนอยากรู้ว่าเขาเป็นใคร เขาเลยจะ
ทำให้ทุกคนรู้ว่าเขาเป็นคู่หมั้นของเสี่ยวเซวี่ย
อีกอย่างเขาได้ยินเรื่องนักศึกษาที่ชอบหาแฟนมามาก และรู้ด้วย
ว่าเพื่อนผู้ชายในมหาวิทยาลัยที่โดดเด่นก็มีไม่น้อย เขาไม่อยากเห็น
พวกผู้ชายที่ไม่ดูตาม้าตาเรือมาเข้าใกล้เสี่ยวเซวี่ย เลยอยากจะทำให้
รู้กันชัด ๆ ไปเลยว่าเขากับเสี่ยวเซวี่ยเป็นคนรักกัน