การหวนคืนสู่ยุค 70 ของเศรษฐีนีผู้มั่งคั่งร่ำรวย - บทที่ 71 โอกาส
หลังจากที่พวกเขาขนของเข้ามาเสร็จแล้ว เฮ่อหลานก็เชิญเหยี่ย
นกงเข้ามาในบ้านเพื่อดื่มชา
เหยี่ยนกงโบกมือปฎิเสธอย่างรวดเร็วและพูดว่า “ไม่เป็นไรครับ
ผมต้องกลับไปแล้วน่ะ อยู่ต่อไม่ได้จริง ๆ ครับ” เขามองตรงไปที่ถังซ
วงและพูดว่า “สหายเสี่ยวถัง ไว้เจอกันใหม่ครั้งหน้านะ” หลังจากพูด
จบ เขาก็จากไปทันที
ในเวลานี้ ทั้งหมู่บ้านเถาฮวารู้แล้วว่าถังซวงได้ไปซ่อมรถที่
โรงงานเครื่องจักร และรู้ด้วยว่าเธอซ่อมรถเก่งจนได้รับข้อเสนอจาก
โรงงานเครื่องจักรและทีมขนส่ง เพื่อขอบคุณเธอสำหรับการซ่อมรถ
หน่วยงานใหญ่ก็ได้ให้ของจำนวนมากกับถังซวง ซึ่งมีหลายสิ่งที่ทำ
ให้ดวงตาของผู้ที่ได้เห็นเปลี่ยนไปด้วยความอิจฉา
ตอนนี้เป็นฤดูร้อน กลางวันยังอีกยาวไกล แม้หลังอาหารเย็น
ท้องฟ้าก็ยังสดใส ดังนั้นทุกคนจึงรวมตัวกันเพื่อพูดคุยเกี่ยวกับเรื่อง
ในวันนี้
“ยัยหนูถังซวงสุดยอดมากเลยนะ เธอมีความสามารถแบบนี้
ตั้งแต่อายุยังน้อย มันน่าทึ่งมากจริง ๆ”
“แต่ว่านะ ถังซวงรู้วิธีซ่อมรถได้ยังไง? เธอไม่เคยมีประสบการณ์
เกี่ยวกับรถยนต์มาก่อนเลยนะ”
“ใช่ ๆ มันแปลกเกินไป”
ในเวลานี้ ชายสูงอายุคนหนึ่งพูดขึ้นอย่างทันทีทันใด “มีอะไร
แปลกนักหนา? ลืมไปแล้วหรือว่าในตอนนั้นแม่เฒ่าเฮ่อเองก็เก่งกาจ
มากแค่ไหน?”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ ผู้อาวุโสหลายคนก็แสดงท่าทางที่เห็นด้วย
“ใช่แล้ว ๆ ในตอนนั้นแม่เฒ่าเฮ่อน่าทึ่งมากเกินไปจริง ๆ แต่พอ
เธออายุมากขึ้น เธอก็ไม่ค่อยปรากฏตัวต่อหน้าผู้คนมากนัก หลาย
คนในหมู่บ้านจึงไม่รู้ว่าเธอเก่งแค่ไหน ดังนั้นไม่ว่าถังซวงจะเก่งแค่
ไหนก็เข้าใจได้ เพราะยังไงซะ เธอก็เป็นหลานสาวของแม่เฒ่าเฮ่อ”
ในเวลานี้ใครก็ตามที่ไม่รู้จักแม่เฒ่าเฮ่อรีบเอ่ยถามคนรอบตัว
ทันที
และบางคนก็ตั้งข้อสงสัย
“แต่… เฮ่อหลานเป็นลูกบุญธรรมไม่ใช่หรือ? แม้ว่าถังซวงจะเป็น
หลานสาวของแม่เฒ่าเฮ่อ แต่ก็ไม่ใช่ญาติจริง ๆ สักหน่อย”
แต่ก็มีคนพูดอย่างไม่เห็นด้วยว่า “แม้ว่าพวกเขาจะไม่ใช่ญาติกัน
จริง ๆ แล้วทำไมในตอนนั้นแม่เฒ่าเฮ่อจึงปฏิบัติกับเฮ่อหลานเหมือน
ลูกสาวของเธอเลยล่ะ? เพราะงั้นถังซวงก็เป็นหลานสาวของแม่เฒ่า
เฮ่อนั่นแหละ”
“ใช่ อย่าไปคิดอะไรมากมายเลย เฮ่อหลานก็ดูดีและมี
ความสามารถมากตอนที่เธอยังเด็ก เป็นผลมาจากการเลี้ยงดูของแม่
เฒ่าเฮ่ออย่างดียังไงล่ะ”
“ถูกต้อง แม้ว่าเฮ่อหลานจะไม่ได้มีชีวิตที่ดีนักหลังจากที่แม่เฒ่า
เฮ่อจากไป แต่ตอนนี้หลังจากการหย่าร้างแล้ว ไม่ใช่ว่าเธอสามารถ
ทำสิ่งที่ตอนเธอยังเด็กทำได้หรือ? ดูเธอสิ ตอนนี้เธอได้รับการยอมรับ
ในฐานะลูกศิษย์ของอาจารย์ที่ทีชื่อเสียง ดังนั้นการเลี้ยงดูของหญิง
ชราคนนั้นต้องมีประโยชน์อย่างแน่นอน และตอนนี้เฮ่อหลานก็ได้
เลี้ยงดูลูกสาวสองคนของเธออย่างดีตามแม่ของเธอ จึงถือได้ว่าสาม
แม่ลูกได้รับมรดกจากความเก่งของหญิงชรา นั่นคือเหตุผลที่ถังซวง
เก่งมากขนาดนี้ยังไงล่ะ”
เมื่อทุกคนได้ฟังต่างก็เห็นด้วย นี่คือเหตุผลจริง ๆ สินะ
ในเวลานี้ มีคนพูดอย่างหนาหูว่า “ในตอนนั้น มีข่าวลือว่าแม่
เฒ่าเฮ่อเป็นบุตรสาวคนโตของครอบครัวที่ร ่ารวย แต่ฉันไม่รู้ว่ามัน
เป็นเรื่องจริงหรือเปล่า”
“เงียบไปเลย… เธอจะพูดเรื่องไร้สาระแบบนี้ไม่ได้นะ แม่เฒ่าเฮ่อ
ถูกแยกจากครอบครัวของเธอในช่วงสงครามและหนีมาที่หมู่บ้าน
เถาฮวาของเรา เธอไม่ใช่คุณหนูอะไรอีกแล้ว”
“ถูกต้อง ยิ่งกว่านั้นแม่เฒ่าเฮ่อก็เสียไปนานแล้ว จะพูดถึงเรื่องนี้
อีกทำไม? แค่นี้เฮ่อหลานก็น่าสงสารพอแล้ว เธอเป็นเด็กกำพร้าที่ถูก
ทอดทิ้งโดยครอบครัวของเธอนะ”
“ถูกต้อง แม่เฒ่าเฮ่อและเฮ่อหลานต่างก็ต้องอาศัยอยู่อย่าง
ลำบากในเวลานั้น และยิ่งแย่ลงไปอีกหลังจากที่เฮ่อหลานแต่งงาน จน
ลูกสาวสองคนโตขนาดนี้ ไม่นานเธอก็หย่าร้างกับถังเจี้ยนกั๋ว ทั้งสาม
แม่ลูกกำลังมีชีวิตที่ดีขึ้นแท้ ๆ”
คนที่พูดเมื่อกี้พึมพำ “บุคลิกและมารยาทของแม่เฒ่าเฮ่อดีกว่า
หญิงสาวในเมืองเสียอีก เธอต้องไม่ใช่คนชนบทแน่ ๆ” แต่แล้วหญิง
คนนั้นก็ไม่ได้พูดอะไรอีก ท้ายที่สุดทุกคนก็แยกย้ายกันไป
ในตอนที่ทุกคนคุยกันว่าทำไมถังซวงถึงมีความสามารถมากนัก
อีกด้านหนึ่ง ถังซวงและคนอื่น ๆ ก็กำลังนั่งคุยกันหลังจากรับประทาน
อาหารเสร็จ
โม่เจ๋อหยวนคิดถึงท่าทางที่มั่นใจและไม่แยแสใครของถังซวงใน
ตอนที่เธอซ่อมรถ จึงอดไม่ได้ที่จะคุยเรื่องเครื่องจักรกับเธอ
ถังซวงก็สนใจสิ่งเหล่านี้มากเช่นกัน เธอจึงคุยกับโม่เจ๋อหยวน
อย่างออกรส และพบว่าโม่เจ๋อหยวนเองก็มีความสามารถในด้านนี้
และความตั้งใจของเขาคืออยากสร้างเครื่องจักรในอนาคต เธอไม่
คาดคิดเลยว่าเด็กหนุ่มจะคิดไปไกลถึงขนาดนั้น
“ความคิดของพี่ดีมาก โดยเฉพาะรถเกี่ยวข้าวแบบครบวงจร
แสดงว่าพี่เองก็ได้ค้นคว้ามาระดับหนึ่งแล้วสินะ หากพยายามมากขึ้น
พี่ต้องสามารถผลิตผลงานที่เสร็จสมบูรณ์ได้แน่”
โม่เจ๋อหยวนแตกต่างจากเธอ เขาเป็นชายหนุ่มจริง ๆ และเธอไม่
คาดคิดว่าเขาจะสามารถทำการวิจัยเชิงลึกได้ตั้งแต่อายุยังน้อย
เมื่อได้ยินคำพูดของถังซวง ใบหน้าของโม่เจ๋อหยวนเต็มไปด้วย
ความประหลาดใจ
“เธอคิดว่ามีความหวังสำหรับการผลิตรถเกี่ยวข้าวหรือ? นี่คือ
งานวิจัยที่ฉันกำลังทำอยู่ อันที่จริงมันก็มีในต่างประเทศแล้ว แต่ยังไม่
มีในประเทศของเรา ดังนั้นฉันจึงอยากจะศึกษาให้ดีน่ะ”
ถังซวงอดไม่ได้ที่จะยกนิ้วโป้งให้ และพูดว่า “พี่น่าทึ่งจริง ๆ และพี่
จะประสบความสำเร็จอย่างแน่นอนค่ะ”
สิ่งที่โมเจ๋อหยวนเพิ่งพูดเกี่ยวกับทิศทางการวิจัยของเครื่องเกี่ยว
ข้าวนั้นไม่เลวเลย และก็เหลืออีกไม่กี่ขั้นตอน ซึ่งเธอเองก็พอมีความ
รู้อยู่บ้าง ดังนั้นเธอจึงพูดถึงหลายประเด็นให้โมเจ๋อหยวนฟัง
หลังจากที่โม่เจ๋อหยวนได้ฟัง เขาก็นึกอะไรบางอย่างออกและ
เข้าใจในสิ่งที่ไม่เคยเข้าใจมาก่อน เขามองไปที่ถังซวงด้วยความ
ตกใจและพูดว่า “ซวงเอ๋อร์ เธอช่างน่าอัศจรรย์ รอเดี๋ยวก่อนนะ ฉัน
ขอจดก่อน”
เมื่อเห็นความกระตือรือร้นของโม่เจ๋อหยวน ถังซวงก็อดยิ้มไม่ได้
และส่งปากกากับกระดาษให้โม่เจ๋อหยวนทันที
โม่เจ๋อหยวนหยิบปากกากับกระดาษแล้วเริ่มเขียน
หลังจากนั้น เขาก็จมดิ่งในความคิดของตนเอง เขาเขียนและวาด
ภาพบนกระดาษไม่หยุดมือ
เมื่อเห็นโม่เจ๋อหยวนแบบนี้จากด้านข้าง เฮ่อหลานก็ไม่ได้
รบกวนเขา แม้ว่าเธอจะไม่เข้าใจสิ่งที่เขาทำอยู่ แต่ก็รู้ว่าไม่ควร
รบกวนใครขณะกำลังตั้งใจ
หลี่จงอี้ก็ไม่พูดอะไรมาก พวกเขาทั้งหมดรออย่างเงียบ ๆ
หลังจากที่โม่เจ๋อหยวนจดทุกสิ่งที่เขาคิด ในที่สุดเขาก็ถอน
หายใจยาวเหยียด
“เสี่ยวโม่ เครื่องจักรที่เธอและหนูซวงคุยกันเมื่อกี้ เกี่ยวกับการ
เก็บเกี่ยวข้าวอัตโนมัติน่ะ มันทำได้จริงหรือ? ถ้าทำได้ มันจะสะดวก
มากเลยในอนาคตนะ”
แม้ว่าเขาจะไม่เข้าใจมันดีนัก แต่เขาเข้าใจว่าเครื่องจักรนี้จะช่วย
การเกษตรได้มากเพียงใด
เมื่อได้ยินคำพูดของหลี่จงอี้ โม่เจ๋อหยวนก็พยักหน้าและพูดว่า
“ใช่ครับ มันสามารถประดิษฐ์ขึ้นได้จริง ๆ และมันจะสร้างประโยชน์
มาก”
“ถ้าอย่างนั้นเธอต้องทำงานอย่างหนักแล้วล่ะ”
หลี่จงอี้รู้ถึงความสำคัญของอาหารดี ดังนั้นเขาจึงหวังว่า
การเกษตรของประเทศจะพัฒนามากขึ้นเรื่อย ๆ
“คุณปู่หลี่ ผมจะทำงานให้หนักครับ ซวงเอ๋อร์เพิ่งพูดถึงบาง
ประเด็นที่สำคัญมาก ผมคิดว่าเราน่าจะประสบความสำเร็จจริง ๆ แน่”
นี่คือสิ่งที่โม่เจ๋อหยวนรู้สึกว่าน่าจะประสบความสำเร็จมากที่สุด
“ดีแล้ว ๆ ขยันกันเข้านะเด็ก ๆ”
เนื่องจากตอนนี้เวลาก็ได้เลยมานานแล้ว หลี่จงอี้กับโม่เจ๋อหยวน
จึงกลับไปก่อน และหลังจากที่ถังซวงกลับไปที่ห้องของเธอ เธอก็นึก
ถึงโทรทัศน์และตู้เย็นที่โม่เจ๋อหยวนเพิ่งพูดถึงออกมา
ทันใดนั้นเธอก็ค้นพบว่าพรสวรรค์ของโม่เจ๋อหยวนสูงมาก บางที
คราวนี้พวกเขาอาจจะสามารถประดิษฐ์สิ่งเหล่านี้นำหน้าคนอื่นไป
หนึ่งก้าวก็ได้
เมื่อนึกถึงสิ่งนี้ ดวงตาของถังซวงก็เป็นประกาย