การหวนคืนสู่ยุค 70 ของเศรษฐีนีผู้มั่งคั่งร่ำรวย - บทที่ 82 เสียใจ(รีไรท์)
ผู้คนในหมู่บ้านเถาฮวาต่างตระหนักถึงความสำคัญของการอ่าน
ขึ้นมาทันที
ด้านถังซวงที่สาธิตวิธีขับเครื่องจักรให้ทุกคนดู ก็ได้ให้หลิวเหลี
ยงไคออกไปลองทำด้วยตนเอง แม้จะภายใต้การแนะนำของถังซวง
เขายังใช้มันอย่างติดขัดไปบ้าง แต่หลังจากที่เขาเก็บเกี่ยวข้าวเป็น
บริเวณกว้างด้วยรถเกี่ยวข้าวไปไม่นาน จากเดิมที่ในใจเต็มไปด้วย
ความสับสนและไม่คุ้นชิน ตอนนี้ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยรอยยิ้ม
และตื่นเต้น
“คุณลุงขับเก่งแล้ว ถ้าชาวบ้านอยากเรียน คุณลุงก็สอนเองได้
เลยนะคะ”
ถังซวงรู้สึกว่าหลิวเหลียงไคเรียนรู้ได้เป็นอย่างดี เด็กสาวมองมา
ที่เขาอีกครั้ง “คุณลุงคะ ในเมื่อรถเก็บเกี่ยวเป็นของหมู่บ้าน และคุณ
ลุงก็รู้วิธีใช้งานแล้ว งั้นเรากลับไปก่อนนะคะ”
หลิวเหลียงไครีบหยุดถังซวงไว้ “กลับไปหลังอาหารเย็นสิ เดี๋ยว
ฉันจะพาพวกเธอกลับไปในตัวหมู่บ้านด้วยรถไถของหมู่บ้านเอง”
ถังซวงเพิ่งมอบเครื่องจักรขั้นสูงดังกล่าวให้กับหมู่บ้านของพวก
เขา ดังนั้นพวกเขาจึงไม่สามารถปล่อยให้พวกเธอกลับไปในขณะ
ท้องว่างได้
ในเวลานี้ รองหัวหน้าหมู่บ้าน เฉียนหม่านชังยังกล่าวอีกว่า “ใช่
ๆ สาวน้อยถังซวง เธอทำเพื่อหมู่บ้านของเรามากขนาดนี้ แค่
ขอบคุณมันไม่พอหรอก ยังไงก็ให้เราได้เลี้ยงอาหารดี ๆ เธอเถอะ”
จากนั้นเขาก็มองไปที่โม่เจ๋อหยวน และพูดว่า “สหายโม่ เราเองก็
อยากจะขอบคุณนายมากเช่นกันนะ”
ในที่สุด หลี่จงอี้ก็ตัดสินใจและพูดว่า “งั้นเราค่อยกลับหลังจาก
กินข้าวเสร็จเถอะ”
เมื่อเห็นว่าถังซวงและคนอื่น ๆ ยินดีที่จะอยู่ต่อ หลิวเหลียงไคก็
ขอให้ครอบครัวของเขาเตรียมอาหารทันที ทุกคนจึงไปที่บ้านของ
หัวหน้าหมู่บ้านเพื่อทานอาหารเย็น
แม้จะยุ่งมาก แต่หลิวเหลียงไค และคนอื่น ๆ ยังคงพูดคุยกับพวก
ถังซวง ในเวลานี้ทุกคนรู้เกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างหลี่จงอี้และ
ถังซวงแล้ว ซี่งทุกคนล้วนยิ้มและแสดงความยินดีกับพวกเขา
“หลานสาวทั้งสองของคุณฉลาดทั้งคู่ พวกเธอจะต้องมีอนาคตที่
สดใสแน่”
“ใช่ แค่ฉันมองไปที่ถังซวง ฉันก็รู้สึกภูมิใจมาก”
“นั่นสิ ถังเซวี่ยเองก็ไม่เลวเลย”
ทุกคนพูดคุยกับหลี่จงอี้ด้วยรอยยิ้ม ในเวลาเดียวกัน ทุกคนก็
อยากรู้มากว่าเขากลายเป็นปู่ของถังซวงและถังเซวี่ยได้อย่างไร
เพราะปู่ที่แท้จริงของเด็กสาวทั้งสองก็ยังคงอยู่ในหมู่บ้านหลู่ฮวา
ในเวลานี้ทุกคนรู้สึกเศร้าใจเล็กน้อย
ตระกูลถังดูถูกสามแม่ลูกมาก และตอนนี้พวกเขาก็ได้รับผลที่
ตามมาแล้ว ถ้าพวกเขารู้ว่าหลานสาวทั้งสองมีความสามารถขนาดนี้
จะนึกเสียใจขึ้นมาบ้างหรือเปล่า?
ไม่ว่าทุกคนจะคิดอย่างไร พวกเขาก็ยินดีกับหลี่จงอี้และเฮ่อห
ลานด้วยจริง ๆ และนอกจากนี้พวกชาวบ้านยังสนใจในตัวโม่เจ๋อ
หยวนมาก ก่อนหน้านี้หลายคนสงสัยเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่าง
โม่เจ๋อหยวนและครอบครัวของถังซวงมานานแล้ว และหลังจากรู้แล้ว
ว่าเด็กหนุ่มคนนี้เป็นคนพัฒนาเครื่องเก็บเกี่ยว พวกเขาก็ยิ่งให้ความ
สนใจเขามากขึ้นไปอีก
โม่เจ๋อหยวนที่รู้สึกอึดอัดเล็กน้อย ดังนั้นเขาจึงรีบไปนั่งข้าง ๆ
ถังซวง
เมื่อถังซวงเห็นโม่เจ๋อหยวนกำลังหวาดกลัวเหล่ามนุษย์ป้า
ทั้งหลาย เธอก็หัวเราะออกมาด้วยความสงสารพี่โม่ของเธอ
เมื่อเห็นถังซวงหัวเราะ โมเจ๋อหยวนก็จ้องมองเธออย่างงุนงงและ
โน้มตัวเข้าไปกระซิบใกล้ใบหูของเด็กสาว “เธอยังหัวเราะฉันได้อีกนะ
ฉันคิดว่าคุณป้าพวกนี้จะกินฉันอยู่แล้ว เธอต้องรีบห้ามพวกเขาสิ”
ในขณะที่เด็กหนุ่มพูด ระยะห่างระหว่างทั้งสองใกล้กันมากเสียจน
ถังซวงรู้สึกได้ถึงลมหายใจร้อนของโม่เจ๋อหยวนที่ใบหู ทำให้เธอรู้สึก
จั๊กจี้ที่คอและหูของเธอก็แดงอย่างไม่รู้ตัว
ในตอนแรก โม่เจ๋อหยวนไม่ได้ให้ความสนใจ แต่เมื่อเขา
สังเกตเห็นปลายหูที่แดงของถังซวง เขาก็รู้ว่าเขาอยู่ใกล้เกินไป
หากแต่เด็กหนุ่มยังคงมองไปที่ถังซวงอยู่อย่างนั้นไม่ขยับเขยื้อน
ไปไหน และอยู่ใกล้มากจนกระทั่งเสียงของถังซวงดังขึ้น เขาจึงค่อย ๆ
ยืดตัวขึ้นและถอยห่างออกไปเล็กน้อย แต่ในใจนั้นก็ยังรู้สึกเสียดาย…
ถังซวงพยายามระงับความรู้สึกในใจ เธอแค่คิดว่าบางทีพวกเขา
สองคนอาจใกล้กันเกินไป นั่นเลยเป็นสาเหตุที่ทำให้เธอใจสั่นระรัว
แบบนี้ “เอ่อ… ไม่ต้องห่วง ฉันจะช่วยกันคุณป้าเหล่านั้นออกไปให้
เอง”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ โม่เจ๋อหยวนก็หัวเราะออกมา
“ได้ งั้นเธอก็ปกป้องฉันด้วยนะ”
พวกเขาสองคนอาจจะไม่รู้ตัว แต่คนอื่น ๆ ที่มองดูอยู่ กลับคิด
เพียงว่าสองคนนั้นสวยงามราวกับภาพวาด ฝ่ายชายก็หล่อเหลา ฝ่าย
หญิงก็สวยหยดย้อย ส่วนสูงก็ใกล้เคียงกัน พอยืนข้างกันแล้วช่าง
เหมาะสมราวกับกิ่งทองใบหยก
คุณป้าทั้งหลายที่จ้องมองโม่เจ๋อหยวนราวกับจะกินเขาจู่ ๆ ก็รู้สึก
ราวกับว่าถูกน ้าเย็นสาดใส่
แม้พวกคุณป้าจะคิดว่าลูกสาวที่บ้านของตัวเองหน้าตาพอไปวัด
ไปวา แต่เมื่อเทียบกับถังซวงแล้ว ก็ทิ้งห่างแบบไม่เห็นฝุ่น ถังซวง
ในตอนนี้นั้นสวยกว่าตอนที่เฮ่อหลานยังเด็กเสียอีก
เมื่อทุกคนมาถึงบ้านของหัวหน้าหมู่บ้าน หลายคนก็อยู่ช่วยและ
บางคนก็กลับบ้าน ท้ายที่สุดบ้านของหลิวเหลียงไคก็ไม่ได้ใหญ่มาก
นักที่จะจุคนมากมาย
หลังจากที่อู๋จวนนำผู้หญิงหลายคนมาช่วยเตรียมอาหาร หลิวเห
ลียงไคและเฉียนหม่านชังรีบต้อนรับโม่เจ๋อหยวนและถังซวงให้ทาน
อาหารและดื่ม แต่โม่เจ๋อหยวนไม่ดื่ม ดังนั้นพวกเขาจึงดื่มกับหลี่จงอี้
แทน
และวันนี้หลี่จงอี้ก็มีความสุขมากเช่นกัน ดังนั้นเขาจึงดื่มกับผู้คน
มากมาย แต่พวกเขาต้องกลับเข้าตำบลในวันนี้ ดังนั้นเขาจึงได้ดื่มไม่
มากนัก
เจ้าภาพและแขกต่างเพลิดเพลินกับอาหาร และในที่สุดหลิวเหลี
ยงไคก็ขับรถไถพาทุกคนไปที่ตำบลเป็นการส่วนตัว
ในวันรุ่งขึ้น โม่เจ๋อหยวนยังคงไปที่โรงงานเครื่องจักร เขาต้อง
ช่วยผลิตรถเกี่ยวข้าวอีก และเมื่อหูจื่อเฉียงเห็นโม่เจ๋อหยวน ก็ราวกับ
ว่าเขากำลังมองลูกชายสุดที่รัก และคิดอยากลักพาตัวเด็กหนุ่มมา
ทำงานที่โรงงานนี่เสียจริง ๆ
ส่วนจิงเจ้อหรงได้ส่งรายงานไปยังผู้บังคับบัญชาอย่างรวดเร็ว
โดยกล่าวถึงโม่เจ๋อหยวนเป็นสำคัญ สำหรับถังซวง เขาได้เขียนถึง
เธอสองสามประโยคเพื่อดูว่าผู้บังคับบัญชาจะให้รางวัลสำหรับโม่เจ๋อ
หยวน และคนอื่น ๆ หรือไม่
รถเก็บเกี่ยวกำลังได้รับความนิยม และหมู่บ้านเถาฮวาได้เก็บ
เกี่ยวข้าวในหมู่บ้านทั้งหมดด้วยรถเก็บเกี่ยวคันแรกแล้ว ซึ่งปกติจะใช้
เวลาหลายวันกว่าจะเสร็จภารกิจการเก็บเกี่ยว แต่ตอนนี้ใช้เวลาเพียง
ครึ่งวันเท่านั้น ทุกคนจึงเริ่มตระหนักมากขึ้นถึงประโยชน์ของรถเกี่ยว
ข้าวมากขึ้น
ตอนนี้ข่าวรถเกี่ยวข้าวในหมู่บ้านเถาฮวาแพร่กระจายไปทั่ว
ชุมชน และในขณะเดียวกัน ชื่อของโม่เจ๋อหยวนและถังซวงก็
แพร่กระจายไปด้วย
เมื่อตระกูลถังรู้เรื่องนี้ ใบหน้าของพวกเขาก็เปลี่ยนเป็นอมทุกข์
ผู้คนในหมู่บ้านหลู่ฮวาอดไม่ได้ที่จะต่อว่าเมื่อเห็นตระกูลถัง
“พวกเขาเป็นคนขับไล่สามแม่ลูกอย่างเฮ่อหลานออกไป ตอนนี้
เป็นยังไงล่ะ ถังซวงกลับได้ดี แถมหมู่บ้านเถาฮวายังพัฒนาขึ้นเรื่อย ๆ
เธอไม่คิดถึงหมู่บ้านหลู่ฮวาของเราแล้ว”
“ใช่แล้ว ทุกวันนี้เราเหนื่อยมากกับการเกี่ยวข้าว ถ้าเรามีรถเกี่ยว
เราก็สามารถเกี่ยวข้าวในหมู่บ้านได้หมดในครึ่งวันแล้ว”
“ถังเจี้ยนกั๋วไม่มีความเป็นมนุษย์เลยจริง ๆ”
เมื่อแม่เฒ่าถังได้ยินเรื่องนี้เป็นครั้งแรก เธอก็ด่ากลับไปสองสาม
ครั้ง แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังมีอีกหลายคนซึ่งทนไม่ได้และด่ากลับมา
เช่นกัน จนคำด่าทอของแม่เฒ่าถังถูกกลบหายไป ดังนั้นทันทีที่กลับ
ถึงบ้าน เธอจึงคิดหาวิธีที่จะจัดการแม่ม่ายหลิว ถ้าไม่ใช่เพราะแม่ม่าย
หลิว คงไม่เกิดเรื่องมากมายขนาดนี้
แม้แต่ถังเจี้ยนกั๋วก็มองแม่ม่ายหลิวแย่ลงเรื่อย ๆ แม้ว่าเขาจะรู้ว่า
แม่ม่ายหลิวกำลังตั้งท้องลูกชาย แต่ก็ยังอดสงสัยไม่ได้ว่าเขาถูก
ภรรยาสวมเขาหรือเปล่า
“เอะอะอะไรกันได้ทุกวัน คิดว่าบ้านนี้ยังวุ่นวายไม่พออีกหรือ?”
แม้ว่าตระกูลถังจะแยกบ้านกัน แต่ทั้งครอบครัวก็ยังอยู่ด้วยกันอยู่
ดี และเนื่องจากพวกเขาไม่มีอะไรยาไส้ ครอบครัวจึงยังคงอยู่ในภาวะ
คับขัน
แต่คราวนี้พ่อเฒ่าถังถึงกับดุด่าแม่เฒ่าถัง
“นังเฒ่า ถ้าไม่ใช่เพราะเธอไปปฏิบัติต่อหลานสาวอย่างเลวร้าย
แบบนั้น ถังซวงก็คงไม่ตัดความสัมพันธ์กับเราอย่างที่เป็นอยู่จนถึง
ตอนนี้หรอก”
เขารู้สึกเสียใจเล็กน้อย เพราะไม่ได้คาดหวังว่าสาวน้อยจะมี
อนาคตเช่นนี้เลยสักนิด