การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 100 ช่วยเหลือเจิ้งจี๋
ในชาติที่แล้วตอนที่ต้วนชิงหมิงต้องไปพูดคุยเรื่องงานแต่งนางเห็นหลังเจิ้งจี๋อยู่ห่างๆ พูดได้ว่าแม้จะอยู่ในกลุ่มคน
หมู่มากแต่เขากลับโดดเด่น ทำให้ผู้คนที่มองอยู่ห่างไกลก็ยังหลงใหลเขา
เจิ้งจี๋ในตอนนั้นกับสภาพชีวิตที่ยากลำบากวัยเยาว์ในวันนี้ ช่างแตกกันมากเหลือเกิน
เจิ้งจี๋ไม่ได้เกิดมาในตระกูลที่รํ่ารวยและมีชื่อเสียง
นางได้ยินคำรํ่าลือมาว่าเจิ้งจี๋ผู้นี้ บ้านยากจนและแม่ก็ปั่วยหนักไม่มีปัญญาไปหาหมอหรือแม้แต่หายามารักษาจน
เขาอายุได้สิบสี่ปี แม่ของเขาก็จากไปอย่างไม่มีวันหวนกลับ
หลังจากเหตุการณ์นั้นชายหนุ่มผู้อ่อนโยนก็กลับกลายเป็นคนจิตใจโหดเหี้ยมและดุร้าย
ต้วนชิงหมิงได้เห็นสภาพเจิ้งจี๋ตอนอายุสิบสามสิบสี่ มีใบหน้าซูบผอมและเต็มไปด้วยความทุกข์ สาเหตุคงเป็น
เพราะการปั่วยหนักของแม่เขาเป็นแน่
เด็กสาวคิดอยู่ในใจว่าในชาตินี้ถ้าให้คนทั้งสองได้รู้จักกันเร็ว ก็คงไม่มีเรื่องถกเถียงแย่งชิงกันนางหยุดเว้นจังหวะนั่ง
คิดอยู่ครู่หนึ่งจึงเรียกแม่นมหนิงให้เข้ามาใกล้ และพูดบางอย่างเสียงแผ่วเบา
หลังจากแม่นมหนิงได้ฟังแล้วก็เดินไปตรงหน้าเจิ้งจี๋ ยิ้มขึ้นและถามว่า “คุณชายเจิ้งรีบร้อนเช่นนี้จะไปไหนหรือ?”
ใบหน้าของเขาปรากฏความโศกเศร้าอาดูรฝืนยิ้มขึ้นว่า “ท่านแม่ปั่วยหนักกระผมจึงจะไปตามหาคุณหมอให้มา
รักษา……”
แม่นมหนิงเลิกคิ้วขึ้นด้วยความแปลกใจพลางเอ่ยปากถามด้วยความห่วงใย “คุณหมอไม่มีเวลามาเลยหรือ?”
หน้าตาขาวซีดของเขากลับเต็มเปียมไปด้วยความโกรธ “คุณหมอเห็นว่าข้าไม่มีเงินจ่ายค่ารักษาพวกเขาจึงไม่ยอม
มา!”
นางได้ยินที่เจิ้งจี๋พูดก็ได้แต่ถอนหายใจยาวๆ ด้วยความหดหู่ใจที่คนต่างพูดกันว่า เจอความโหดร้ายจนชาชิน ก็
เพิ่งจะได้เห็นกับตาก็วันนี้เอง!
คิดอยู่ครู่หนึ่งจึงหยิบเศษเงินที่อยู่ในกระเปั๋าออกมายื่นใส่มือเขาแล้วพูดว่า “คุณชายเจิ้งถือว่าเงินนี้ช่วยรักษาคุณ
แม่ที่ปั่วยก็แล้วกัน!”
เจิ้งจี๋ได้ยินที่แม่นมพูด หน้าตาที่หล่อเหล่าก็กลายเป็นสีแดงระเรื่อในฉับพลันเขามองเงินที่อยู่ในมือ ทว่าไม่อยาก
รับเงินนั้น “ข้ายังมิได้ทำอันใดเลยจะรับเอาเงินมาเปล่าๆ มิได้!”
มาถึงตรงนี้เสียงสดใสกังวานก็ดังออกมาจากในรถม้า “แม่นมหนิง ในเมื่อคุณชายเจิ้งไม่รับ แม่นมก็อย่าเสียแรง
คิดเผื่อเขาเลย…ดูท่าแล้ว ในสายตาคุณชายเจิ้งชีวิตแม่ เทียบไม่ได้กับศักดิ์ศรีที่เขายึดถือไว้!”
เสียงจากในรถม้าเหมือนเป็นการเยาะเย้ยระคนผิดหวังอย่างมากทำให้อีกฝั่ายรู้สึกโกรธขึ้นมาในทันที “เจ้าเป็น
ใครกล้าสงสัยในความกตัญูของข้า ชีวิตของแม่ข้าไม่มีอะไรมาเทียบได้!”
เด็กสาวหัวเราะเสียงเบา “ถ้าอาการปั่วยของแม่เจ้าสำคัญจริงเช่นนั้นเจ้าก็ควรรับเงินไปเพื่อรักษาให้แม่หายดีจาก
นั้นค่อยเขียนหลักฐานการยืมเงิน และมีเมื่อไรค่อยเอามาคืนแต่เมื่อครู่ที่เจ้าพูดว่า ‘ไม่กล้ารับ’ มันทำให้แม่เจ้าทรมานกับ
โรคมากขึ้นไปอีก นี่หรือเรียกว่าความกตัญู?”
เจิ้งจี๋ฟังแล้วหน้าก็แดงกํ่าขึ้นไปอีก เขาฟังออกว่าผู้หญิงในรถม้านํ้าเสียงยังไม่แก่มีความสดใสชัดเจนราวกับอายุ
ของนางยังไม่มากนัก อย่างมากน่าจะอายุประมาณสิบปี
พูดได้ว่าถูกผู้หญิงคนหนึ่งสงสัยเขาสำหรับเจิ้งจี๋แล้วเป็นอะไรที่น่าเศร้าใจสุดประมาณ
เขานิ่งไตร่ตรองเพียงครู่จึงพูดขึ้น “ข้าจะรู้ได้อย่างไรว่าท่านไม่ได้มีเจตนาอื่นแอบแฝง?”
ทุกคนรู้กันว่าเจิ้งจี๋มีฉายาว่า ‘เด็กมีพรสวรรค์’ จนคนจำนวนมากอยากจะรับเลี้ยงเขาแต่เขากลับเชื่อฟังคำพูดของ
แม่ที่ว่าไม่กลัวความยากลำบาก เขาจึงปฏิเสธทุกคนไป
ผู้หญิงที่อยู่ตรงหน้านี้ไม่รู้ว่าเป็นใครและต้องการอะไรจากเขา?
เจิ้งจี๋พูดจนทำให้ต้วนชิงหมิงหัวเราะออกมา “ข้าก็ยังไม่รู้ว่า ต้องการอะไรในตัวคุณชาย?”
เขาได้ยินเช่นนั้นถึงกับพูดไม่ออก!
เมื่อดูแม่นมหนิงแต่งตัวเห็นได้ชัดว่าไม่ใช่บ่าวธรรมดาส่วนชายหนุ่มที่ขับรถม้าเสื้อผ้าก็ดูดีกว่าคนทั่วไป แต่เมื่อ
มองที่รถม้าแม้ภายนอกจะดูเก่า ทว่าคุณภาพของล้อเกวียนนั้นดูแล้วมีความคงทนแข็งแรงจึงรู้ว่าเป็นของชั้นดี!
ส่วนผู้หญิงที่อยู่ในรถม้าคำพูดแหลมคมและนํ้าเสียงสุขุมนุ่มลึก ถามแต่ละอย่างตรงไปตรงมาไม่อ้อมค้อมทำให้
เห็นว่ามีความรู้และได้รับการอบรมสั่งสอน ซึ่งไม่ใช่คุณหนูจากบ้านนอกอย่างแน่นอน
ดังนั้นเขาจึงมั่นใจว่าฐานะของคนในรถม้าจะต้องสูงศักดิ์และไม่ใช่คนพื้นที่อย่างแน่นอน!
เป็นไปตามที่ต้วนชิงหมิงพูดไว้เขาเกิดในบ้านที่ยากจน นอกจากได้เรียนหนังสือไม่กี่ปี ก็ไม่มีอะไรที่นางจะเอาไป
ได้!
มองเห็นเจิ้งจี๋เงียบลงต้วนชิงหมิงรู้ว่าพูดแทงใจดำเขาแล้ว จึงหายใจแผ่วเบาพูดขึ้นว่า “คุณชายเจิ้ง ที่จริงแล้วข้า
อิจฉาเจ้า… เพราะอย่างน้อยเจ้ารักศักดิ์ศรีและยังมีโอกาสหาหมอและยามารักษาแม่ แต่ว่าข้านั้น……”
หลังจากถอนหายใจเบาๆนางก็เอ่ยขึ้น “แต่ว่าแม่ของข้านั้นได้จากไปตั้งแต่ข้ายังเล็กดังนั้นเมื่อได้ยินที่คุณชาย
บอกว่าอยากหายารักษาแม่ข้าจึงอดไม่ได้ที่จะยื่นมือช่วยเหลือท่านสักหน่อย หรือพูดได้ว่าข้าไม่ได้ช่วยเจ้าแค่อยากให้แม่
ลูกได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันก็เท่านั้น!”
ได้ยินที่นางพูดอย่างเศร้าใจและทุกข์ใจชั่วพริบตาเดียวเจิ้งจี๋ก็เกิดใจอ่อน ก้มหน้ามองพื้น พูดอึกอัก “ข้าเข้าใจคุณ
หนูผิดไปแล้ว!”
เสียงต้วนชิงหมิงกลับมาเรียบนิ่งดังเดิมนางพูดผ่านผ้าม่านพร้อมกับหัวเราะว่า “รับเงินไปเถอะเอาเงินไปหาหมอ
และซื้อยาให้แม่… ถ้าแม่เจ้าหายดี ข้าก็จะพลอยดีใจแทนไปด้วย!”
เขามองใบหน้าที่เปือนยิ้มและอ่อนโยนของแม่นมหนิงจากนั้นรับเงินในมือนางด้วยความรู้สึกละอายใจ และพูด
เสียงตํ่าเบา “ขอบคุณคุณหนู ขอบคุณแม่นม… เงินจำนวนนี้ข้าจะหาวิธีคืนให้แน่นอนขอรับ!”
แม่นมหนิงตบเบาๆที่ฝั่ามือของเขา “เป็นเด็กดีเสียเหลือเกินแม่ของเจ้ามีลูกที่ดีเช่นนี้ จะต้องภูมิใจเป็นแน่…”
พูดจบก็เดินขึ้นรถจากไปส่วนเจิ้งจี๋กลับยืนอยู่กลางถนนมองตามรถม้าจากไปจบลับสายตาด้วยความดีใจจนพูด
อะไรไม่ออก
ขึ้นรถมาแล้วแม่นมหนิงก็ยังส่ายหัวและถอนหายใจไม่หยุด “เฮ้อ! ลำบากเจ้าเด็กคนนี้เลย!” ไปหาหมอมารักษา
แม่แต่กลับถูกปฏิเสธ เรื่องนี้สำหรับเด็กที่มีความกตัญู ช่างเป็นเรื่องที่น่าอัปยศอดสูอะไรเช่นนี้!
ต้วนชิงหมิงพิงพนักมองยิ้มๆ ไปยังแม่นมหนิง “แม่นมชอบเจิ้งจี๋หรือไม่?”
อีกฝั่ายผินหน้าไปด้านข้างคิดอยู่ครู่หนึ่งว่าจะตอบอย่างไรดี ผ่านไปประเดี๋ยวจึงตอบกลับไป “เด็กที่ดีเช่นนี้ บ่าวได้
เห็นก็รู้สึกถูกชะตาอย่างมาก แต่ก็สงสารจับใจเช่นกัน!
นางมองหน้าแม่นมที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มเหมือนดอกไม้ที่เบ่งบานยามได้รับนํ้าฝน จึงหัวเราะอย่างมีเลศนัยขึ้นมา
“แม่นมวางใจเถอะ อีกไม่นาน พวกเราจะต้องได้เจอกันอีกแน่นอน!”
นางได้ฟังก็ตกใจตบไปที่น่องตัวเองทันที “อุ้ย!บ่าวลืมบอกที่อยู่ของพวกเราให้คุณชายเจิ้งเจ้าค่ะ!”
เมืองหลวงใหญ่ขนาดนั้น เจิ้งจี๋ ก็ไม่รู้จักว่าพวกเราอยู่ที่ไหนและจะหาพวกเราเจอได้อย่างไร… ดูท่าทางแม่นมหนิง
จะถูกใจเจิ้งจี๋ไม่น้อยพบหน้าเพียงครั้งเดียว ก็คิดเรื่องการเจอกันในครั้งหน้าเสียแล้ว!
เด็กสาวไม่ตอบอะไรเพียงแต่ขำออกมาเบาๆ “ถ้าแม่นมเชื่อข้าเพียงรออยู่ที่จวนก็พอแล้ว!”
เจิ้งจี๋ผู้นี้แม้อายุยังน้อยแต่จะเป็นแรงสำคัญในราชสำนักอีกทั้งเป็นที่ไว้วางใจของฮ่องเต้และเป็นคู่ครองขององค์
หญิงซึ่งส่วนใหญ่อาจเป็นเรื่องของโชคชะตา แต่ก็ไม่ใช่ทั้งหมด ตามความคิดของนางความสามารถและความคิดของเขาก็
มีส่วนช่วยเป็นอย่างมาก!
ดังนั้นนางจึงตั้งใจไม่บอกที่อยู่ เพื่อสร้างความบังเอิญให้เจอกันในครั้งต่อไปอย่างไรเสียสิ่งที่ช่วยได้ นางก็ได้ช่วย
แล้ว ที่เหลือก็ต้องพึ่งตัวของเขาเอง!
นางเชื่อมั่นว่าความสามารถของเจิ้งจี๋ไม่นานก็จะหาพวกนางเจอ
เจิ้งจี๋เป็นคนฉลาดเฉลียวเรื่องนี้ต้วนชิงหมิงคาดการณ์ไม่ผิดแน่ เพียงแต่นางลืมไปคนหนึ่งคนนั้นจะทำให้เจิ้งจี๋กับ
นางได้พบเจอกันหลังจากนี้อีก
คำพูดนี้อีกหน่อยค่อยพูดก็แล้วกัน!