การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 705 ยามวิกฤตหน้าซิ่วหน้าขวาน
ต้วนชิงหมิงส่ายหน้าก่อนเอ่ยว่า “ไม่ได้อวี้เอ๋อร์ พวกเราต้องหลบซ่อนตัวอยู่หน้าถํ้า อย่าได้เข้าไปข้างในรู้ไหม?”
ต้วนอวี้พยักหน้าด้วยความเข้าใจ เขาช่วยลบรอยเท้าต้วนชิงหมิงอยู่ด้านหลัง… เนื่องจากฝนไม่ได้ตกลงมานาน
พื้นดินจึงค่อนข้างแห้งกรัน หากมีคนเหยียบยํ่าย่อมทิ้งร่องรอยเท้าเอาไว้ ฉะนั้น22จึงต้องช่วยลบรอยเท้าของพวกเขาไม่
ให้ถูกพบได้ง่าย
ทั้งสองคนเดินอย่างระมัดระวังไปที่ภูเขาอีกด้านหนึ่ง ส่วนถ่าถูได้ตะโกนสั่งชายชุดดำพวกนั้น “ไป รีบไปหาตัว รีบ
ไปหาตัวพวกมันมา……”
ถ่าถูทุ่มเทสรรพกำลังกว่าจะมาถึงที่นี่ เขาอุตส่าห์เสียแรงล้อมภูเขาลูกนี้ มีหรือจะยอมปล่อยให้เด็กน้อยพวกนั้น
หนีเอาตัวรอดไปได้อย่างสบาย
ชายชุดดำภายใต้การนำของถ่าถูล้วนเป็นยอดฝีมือที่ถูกคัดสรรมาแล้วทั้งสิ้น เมื่อได้ยินคำสั่งถ่าถูจึงค่อยๆ ย่อง
เข้าไปสำรวจภายในถํ้า
เมื่อเห็นชายชุดดำพวกนั้นล้อมปากถํ้าพูดจาฟังไม่ได้ความ ต้วนชิงหมิงจึงดึงต้วนอวี้เข้ามา “รีบเร็วเข้า ที่ตรงนี้อยู่
นานไม่ได้”
ต้วนอวี้พยักหน้า ระหว่างที่กำลังจะย่องหนี ขาของเขาพลาดไปเหยียบหินจนกลิ้งส่งเสียงดัง
ถ่าถูเงยหันหน้าขวับมาได้ที ตะโกนเสียงดัง “ใคร ใครอยู่ตรงนั้น?”
ด้วยความร้อนรนใจ ต้วนชิงหมิงรีบคว้ามือของต้วนอวี้เอาไว้ แต่มือของนางกลับมีเหงื่อไหลชุ่มออกมา
ต้วนอวี้เห็นชายชุดดำพวกนั้นพุ่งตรงมาทางนี้ เขารีบผลักต้วนชิงหมิง “ท่านพี่หนีไปก่อน”
ต้วนชิงหมิงเหงื่อแตกพลักๆ พูดปฏิเสธว่า “ไม่ได้ พี่ไม่มีทางทิ้งเจ้าไว้ที่นี่”
ต้วนอวี้จ้องหน้าเม้มปากแน่นด้วยรู้ว่ามิอาจโน้มน้าวต้วนชิงหมิงได้ เขาจึงรีบรวบรวมกำลังที่มีทั้งหมดจับมือต้วน
ชิงหมิงวิ่งเข้าไปในปั่าทึบ
ชายชุดดำพวกนั้นพุ่งตรงมาว่องไวปานวิหคเหินเวหา ไม่นานนัก พวกนั้นได้มายืนอยู่จุดที่ต้วนชิงหมิงกับต้วนอวี้
เพิ่งยืนอยู่เมื่อครู่นี้เอง
คนพวกนี้เกิดและเติบโตในทุ่งหญ้าปั่าเขา ย่อมเข้าใจสภาพและสถานการณ์ได้ดีกว่าต้วนอวี้เป็นไหนๆ จู่ๆ ชายชุด
ดำคนหนึ่งก้มหน้ามองเห็นรอยเท้าทั้งสองคนอยู่บนพื้น จึงหันไปบอกคนที่อยู่ด้านข้าง “เด็กตัวแสบสองคนนั้นอยู่แถวนี้
แหละ”
คนที่อยู่ด้านข้างรีบนำเรื่องนี้ไปรายงานถ่าถู
ส่วนหัวหน้าชายชุดดำได้แสดงสัญลักษณ์ให้ทุกคนแยกย้ายออกตามหา
อันที่จริงต้วนอวี้กับต้วนชิงหมิงหนีไปได้ไม่ไกลนัก ในเวลานี้ พวกเขาสองคนแอบอยู่ด้านหลังหินก้อนใหญ่ จากนั้น
หันหน้าสบตากัน ทันใดนั้นก็นึกขึ้นได้ คนพวกนั้นเกิดและเติบโตในที่ท้องทุ่งกว้างใหญ่ หากต้องการหนีโดยไม่ให้ถูกจับได้
ดูเหมือนเป็นสิ่งที่แทบจะเป็นไปไม่ได้เลย
ชายชุดดไต่างชักดาบฟาดฟันหญ้าที่สูงชันโดยไม่ปล่อยให้มีจุดหลบซ่อนตัวได้แม้แต่จุดเดียว
ต้วนชิงหมิงจับมือต้วนอวี้ไว้แน่น พยายามหาเขาเดินอ้อมไปอีกทาง
ในครั้งนี้ พวกเขาหลบซ่อนตัวอยู่ด้านหลังหินก้อนใหญ่ที่วางอยู่หน้าถํ้าเล็กๆ โดยสามารถกำบังกายสองพี่น้องได้
อย่างไม่ต้องกังวล
ต้วนชิงหมิงมองไปโดยรอบ เห็นแสงตะวันสาดส่องลงมาทุกพื้นที่ จึงแทบหลบซ่อนตัวไม่ได้เลย
ถ่าถูรู้สึกว่าสองพี่น้องได้เป็นภัยคุกคามสำหรับเขาขึ้นมาแล้ว ทางด้านต้วนชิงหมิงแอบเห็นชายชุดดำพวกนั้นเริ่ม
บีบนวดบริเวณเอวของพวกเขา
บริเวณที่ชายชุดดำยืนอยู่นั้น ต้วนอวี้ได้เตรียมอาวุธลับที่แหลมคม ทรงพลังและแม่นยำรออยู่ หากชายชุดดำเข้า
มาในรัศมีแล้วละก็ คงต้องจบชีวิตลงตรงนั้นนั่นแหละ
ตอนนี้ ต้วนอวี้อยากใช้อาวุธลับของพวกเขาเล่นงานชายชุดดำพวกนั้น
ต้วนชิงหมิงเข้าใจในสิ่งที่ต้วนอวี้จะลงมือ จึงส่ายหน้าไปมาอย่างเชื่องช้า
ในเวลานี้ ชายชุดดำพวกนั้นยังไม่พบพวกเขา หากลงมือเลยอย่างน้อยก็สามารถกำจัดชายชุดดำได้บ้าง แต่ห่าง
ออกไปไม่ไกลจะยังมีคนดักซุ่มอยู่อีกจำนวนมาก หากไม่ระมัดระวังตัวในทุกการกระทำย่อมจบชีวิตลงได้ไม่รู้ตัว ฉะนั้น
เมื่อยังไม่มีความมั่นใจเต็มร้อย พวกเขาไม่สามารถลงมือทำอะไรโดยพลการได้
ยิ่งไปกว่านั้น ยังอยู่ในช่วงตะวันส่องแสงไปทั่ว ถ้าเลือกใช้วิธีเอาชีวิตแลกชีวิต อาจเป็นวิธีที่ไม่ชาญฉลาดเอาเสีย
เลย รอให้ถึงยามราตรีแห่งความมืดมิดเสียก่อน ค่อยคิดหาทางเอาตัวรอดและเล่นงานทีหลังก็ยังไม่สาย
ต้วนอวี้วางอาวุธที่อยู่ตรงเอวลง หันมองต้วนชิงหมิงด้วยสายตาที่ยืนหยัด… ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม เขาไม่มีทางปล่อย
ให้ต้วนชิงหมิงเกิดอะไรขึ้นแน่นอน
ชายชุดดำพวกนั้นกำลังเดินเข้ามาตรงที่ต้วนชิงหมิงกับต้วนอวี้ซ่อนตัวอยู่ หากทั้งสองคนยังไม่หนีไป อีกไม่เกินสิบ
ก้าว ชายชุดดำจะเข้าไปจับตัวพวกเขาไว้ได้
สิบก้าว
เก้าก้าว
แปดเก้า……
อีกไม่กี่ก้าวก็สามารถไปยืนประจันหน้าเด็กสองคนนั้นได้แล้ว
แววตาของต้วนชิงหมิงเผยความเลิกลั่กออกมา
ทำยังไงดี? จะทำยังไงดีถึงรอดไปได้?
ต้วนอวี้ยังเด็กอยู่ไม่มีแรงขัดขืนชายชุดดำพวกนั้นได้หรอก หากถูกจับตัวได้ก็ยากเอาชีวิตรอดไปได้
เมื่อช่างใจอยู่แวบเดียว ในที่สุดต้วนชิงหมิงก็ยืนขึ้นอย่างสง่าผ่าเผย ใช้อีกมือกดหัวต้วนอวี้เอาไว้
ทันใดนั้น ได้ยินเสียงชายชุดดำตะโกนถามขึ้น “ใคร……”
กลุ่มชายชุดดำทั้งหมดต่างหันหน้ามองมาเป็นสายตาเดียวกัน ต้วนอวี้กลับอาศัยจังหวะนี้คว้ามือต้วนชิงหมิงวิ่งหนี
ไปด้วยกัน
เมื่อทั้งสองกำลังวิ่งผ่านก้อนหินใหญ่ไป ในมุมอับที่แทบจะมองไม่เห็น หลิวยวนกลับยื่นมือกวักเรียกอย่างรีบร้อน
ต้วนอวี้ผงะด้วยความประหลาดใจ ต้วนชิงหมิงจึงรีบลากเขาไปทางหลิวยวน หลิวยวนไม่ได้พูดจาใด ได้แต่หลีก
ทางให้พวกเขาเข้ามาในถํ้าหิน
ต้วนอวี้หายใจกระหืดกระหอบมองไปที่หลิวยวน ต้วนชิงหมิงรีบพรวดขึ้นมาว่า “พี่หลิวยวนไม่ได้บาดเจ็บตรงไหน
ใช่ไหมเอ่ย?”
หลิวยวนส่ายหน้าแสดงว่าเขายังสบายดี จากนั้นรีบให้ทั้งสองคนเข้ามาด้านในก่อน
ถํ้าหินตรงนี้ทางเข้าเล็กเป็นพิเศษ ทว่ารูปร่างของต้วนอวี้เล็กจึงรอดเข้ามาได้ง่าย ต้วนชิงหมิงรูปร่างผอมเลยรอด
เข้ามาได้ไม่ยากเช่นกัน ส่วนหลิวยวนร่างกายกำยำเป็นชายชาตรี ทำให้ยากที่จะรอดตามเข้าไป
หลิวยวนส่ายหน้าให้กับคนในถํ้า และชี้นิ้วไปทางข้างนอก
ต้วนชิงหมิงมองตามมือของเขาไป และดึงแขนของเขาเพื่อให้เดินเข้ามาด้วยกัน
หลิวยวนรีบกลับตัวหมายจะให้มือของต้วนชิงหมิงหลุดออก ทว่านางกลับจับไว้แน่น ใช้สายตาที่ขึงขังจ้องมองมา
หลิวยวนจ้องไปที่ดวงตาทั้งสองข้างของต้วนชิงหมิง ในที่สุดเขากลับถอดหายใจออกมา จากนั้นเขายื่นมือทั้งสอง
ข้างออกมา เพื่อให้ต้วนชิงหมิงลากดึงได้ตามใจชอบ โดยที่เขาไม่คิดขัดขืน
ถึงแม้ทางเข้าถํ้าหินจะเล็กไปหน่อย ด้านในกลับกว้างอยู่มิน้อย
ทางเข้าถํ้าหินเป็นรูขนาดเล็ก ทั้งยังมีใยแมงมุมโยงเต็มไปหมด ดูท่าแล้วเหมือนไม่เคยมีใครเข้ามาในนี้มาก่อน
ด้วยต้วนชิงหมิงมีแรงน้อย หลิวยวนมีนํ้าหนักค่อนข้างมาก เขาจึงกลั้นหายใจแขม่วพุงให้เล็กลง จึงทำให้รอดเข้า
มาด้านในได้ ต้วนชิงหมิงจับไปที่แขนของต้วนอวี้ พบว่าเขากลับตัวแข็งทื่อไม่ขยับเขยื้อน
ทางด้านชายชุดดำที่อยู่ด้านนอก ได้เดินวนอยู่รอบๆ ปากถํ้า และแบ่งกลุ่มคนเข้าไปหาด้านในถํ้า กลับพบว่าเสื้อ
คลุมสองตัวนั้นไม่ใช่คนแต่เป็นหินต่างหาก พวกเขารู้พลันโกรธที่ถูกต้มจนเปือยจึงร้องลั่นออกมา พร้อมกับกวาดสายตา
ไปรอบๆ ดูท่าแล้ว หากชายชุดดำจับตัวสองพี่น้องได้ คงฉีกร่างพวกเขาออกเป็นชิ้นๆ
ด้วยไหล่ที่กว้างของหลิวยวนทำให้ต้วนชิงหมิงออกแรงดึงมือเขาไปไม่น้อย หากไหล่รอดเข้าปากถํ้าหินเข้ามาได้
ส่วนที่เหลือของร่างกายก็ไม่ใช่ปัญหาอีกแล้ว
ภายในถํ้าหินแห่งนี้ปากถํ้าค่อนข้างเล็ก ทว่าเมื่อหลิวยวนเข้ามาได้กลับพบว่าด้านในไม่เล็กอย่างที่คิด ที่สำคัญคือ
ด้านในมีทางแคบทอดยาวออกไป โดยมิทราบว่าจะสิ้นสุด ณ แห่งหนใด หลิวยวนยังพบอีกว่าหินรอบตัวมีความวาวแวว
ลื่นมือและเต็มไปด้วยตะไคร่เขียว ราวกับว่าที่แห่งนี้มักมีสิ่งมีชีวิตเข้าออกอยู่เป็นประจำ
บรรยากาศด้านในถํ้าหินเต็มไปด้วยความเย็นสบาย พอหลิวยวนหลุดเข้ามาได้แล้วรู้สึกเย็นวูบวาบไปทั้งตัว เขา
ไถลชนเข้ากับต้วนอวี้อย่างแรงจนล้มลงไปกับพื้น หลิวยวนรีบเข้าไปประคองต้วนอวี้พูดเสียงแผ่วเบา “ขอโทษด้วย พี่จะ
ระวังให้มากกว่านี้”
หลิวยวนมองตามสายตาของต้วนอวี้ไป ทันใดนั้นต้องชะงักจนพูดไม่ออกเลยทีเดียว