การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 788 ข่าวร้ายจากการหายไปของต้วนอวี้
ยังไม่ทันไร พูดถึงโจโฉ โจโฉก็มา!
ต้วนชิงหมิงรีบเปลี่ยนเสื้อผ้าและยังไม่ทันเกล้าผมให้เรียบร้อย ชิวจวี๋ที่ยืนอยู่ด้านนอกประตูได้เอ่ยเสียงดังฟังชัด
“บ่าวชิวจวี๋คารวะนายท่าน คารวะฮูหยินเจ้าค่ะ!”
ชิวจวี๋พูดด้วยนํ้าเสียงไม่ดังมาก แต่เปียมด้วยความเคารพ พอดีกับที่ต้วนชิงหมิงได้ยินอย่างชัดเจน
ต้วนเจิ้งรู้ว่าบ่าวใช้ในเรือนของต้วนชิงหมิง ต่างรักษากฏระเบียบได้อย่างเคร่งครัด เขารู้ว่าชิวจวี๋กำลังส่งสัญญาณ
ด้วยเสียงเป็นการบอกกล่าวต้วนชิงหมิงให้รู้ตัว ต้วนเจิ้งไม่ได้สนใจเดินพรวดเข้าไปในห้องของบุตรสาวโดยไม่รอ!
ต้วนชิงหมิงที่กำลังแต่งตัวใกล้เสร็จแล้ว กำลังจัดเสื้อผ้าให้เรียบร้อยดูดี แต่พอได้ยินว่าต้วนเจิ้งกำลังเดินเข้ามา ต้
วนชิงหมิงก็รีบสั่งเยวี่ยเจีย “เยวี่ยเจีย เดี๋ยวข้าจัดการเอง เจ้าออกไปต้อนรับก่อน!”
ชิวจวี๋เพิ่งได้เลื่อนระดับขึ้นมา ความสามารถนางจึงสู้เยวี่ยเจียกับเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ไม่ได้ อีกอย่างต้วนเจิ้งรู้ดีว่าหาก
ไม่มีเรื่องเกิดขึ้น ต้วนชิงหมิงจะไม่ค่อยให้หัวหน้าบ่าวใช้ทั้งสามคนห่างจากนาง ตอนนี้พวกนางไม่อยู่แล้ว แสดงว่าต้อง
เกิดเรื่องขึ้นแล้ว ถึงได้สั่งให้เยวี่ยเจียออกมารับหน้าก่อน
การใช้ชีวิตของต้วนชิงหมิงในตระกูลที่มีคนเยอะนั้น บางครั้งก็ต้องใช้ปัญญาในการคิดสรรหาวิธีรับมือเหมือนกัน
เยวี่ยเจียรับคำสั่งต้วนชิงหมิง จากนั้นก็เดินอย่างรีบร้อนออกมาต้อนรับ
ต้วนเจิ้งเดินเข้ามาในห้องแล้ว เยวี่ยเจียก็ยิ้มและทำความเคารพนายท่านและฮูหยิน จากนั้นทั้งสองคนก็นั่งลง โด
ยมีเยวี่ยเจียรับหน้าที่ชงชาร้อนๆ
ต้วนเจิ้งมองซ้ายมองขวาก็ไม่เห็นแม้แต่เงาต้วนชิงหมิง จึงเอ่ยอย่างตำหนิเล็กน้อย “หมิงเอ๋อร์ล่ะ? นางไปอยู่
ไหน?”
เยวี่ยเจียรีบนำชาที่ชงเรียบร้อยแล้วยื่นให้ต้วนเจิ้ง พร้อมกับตอบยิ้มๆ “เรียนนายท่าน คุณหนูกำลังแต่งตัวอยู่ใน
ห้องเจ้าค่ะ เดิมทีคุณหนูกำลังจะไปคารวะนายท่านและฮูหยิน นึกไม่ถึงว่าเสื้อผ้ายังเปลี่ยนไม่เรียบร้อย นายท่านและฮู
หยินก็มาถึงเรือนแล้วเจ้าค่ะ”
ตู้ชิงหรวนได้ยินก็ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ออกมา “เห็นไหมท่านพี่ ข้าบอกท่านแล้วให้ระงับลงก่อน ชิงหมิงจะต้องไปหา
เราที่เรือนอยู่แล้ว แต่ดูสิพอได้ยินข่าวก็รีบร้อนมาถึงที่นี่”
หลังจากที่ตู้ชิงหรวนได้แต่งงานกับต้วนเจิ้งเป็นที่เรียบร้อย ใบหน้าของนางก็ดูมีนํ้ามีนวลแดงระเรื่อขึ้นมาไม่น้อย
คิ้วที่มักขมวดเข้าหากันก็คลายลงจนเห็นความสุขปรากฏขึ้น
ในวันนี้ ตู้ชิงหรวนสวมชุดประโปรงแขนสั้นสีนํ้าเงิน ด้านล่างสวมกระโปรงจีบสีขาวบริสุทธิ์ ยามต้องสายลมที่พัด
ผ่าน เสื้อผ้าก็พริ้วไสวไปตามสายลมอย่างอิสระ
ต้วนเจิ้งหันมองตู้ชิงหรวนด้วยสีหน้าเรียบเฉย พูดอย่างขึงขังหนักแน่น “แต่ว่าอีกสองวัน อวี้เอ๋อร์จะร่วมการสอบ
จอหงวนแล้ว ช่วงเวลาสำคัญเช่นนี้ เขาออกไปเที่ยวไหนก็ไม่รู้”
ที่จริงแล้ว ต้วนเจิ้งแอบสังเกตและห่วงใยต้วนอวี้ที่เตรียมตัวสอบจอหงวนอยู่เสมอ ด้วยเหตุผลที่ว่า เขาอายุยัง
น้อย ประกอบกับจะสอบได้หนึ่งในสามหรือไม่นั้น ต้วนเจิ้งไม่ได้ให้ความสำคัญ เนื่องจากเขาเอือมระอาที่เห็นบรรดา
ขุนนางต่างเล่นพรรคเล่นพวก แบ่งฝักแบ่งฝั่าย ส่วนเขาก็ออกศึกสงครามเข่นฆ่าสู้รบมาก็มาก เขาจึงหวังเพียงให้บุตรชา
ยอย่างต้วนอวี้มีชีวิตที่สงบ ราบเรียบและมีความสุขในทุกวันก็เพียงพอแล้ว
แต่ครั้งนี้ต้วนอวี้กำลังจะไปสอบจอหงวน ซึ่งต้วนเจิ้งก็มั่นใจในวิชาความรู็และความสามารถของบุตรชายคนนี้ ดัง
นั้นจึงไม่ได้ห่วงจนเกินไป
ตู้ชิงหรวนได้ยินก็อมยิ้มออกมา “ปกติแล้วอวี้เอ๋อร์ก็ไม่ค่อยอยู่ที่จวน แต่เขาก็ไม่เคยเกเรหรือไปสร้างเรื่องสร้าง
ราว ในจุดนี้ท่านพี่ก็ทราบดีนี่หน่า จึงไม่ได้จํ้าจี้จํ้าไชเข้มงวดกวดขันจนเกินพอดี”
ต้วนเจิ้งหันไปพูดกับตู้ชิงหรวนที่อยู่ด้านข้าง “แต่นี่เป็นเพราะการสอบจอหงวนใกล้เข้ามาทุกทีแล้วต่างหาก……”
เมื่อก่อนนั้น ต้วนเจิ้งไม่ได้ใส่ใจต้วนเจิ้งเท่าที่ควร ดังนั้นไม่ว่าเขามีเรื่องใด ล้วนไปปรึกษาหารือกับต้วนชิงหมิง
ทั้งหมด
ระหว่างที่ต้วนเจิ้งกับตู้ชิงหรวนสนทนากันไปมาอยู่นั้น ต้วนชิงหมิงได้เปลี่ยนเสื้อผ้าเรียบร้อยเดินออกมาจากห้อง
นางเดินมาทำความเคารพทั้งสองคน “ลูกคารวะท่านพ่อ คารวะท่านแม่!”
ต้วนเจิ้งที่เห็นต้วนชิงหมิงเดินออกมาก็พรวดขึ้นมาประโยค “หมิงเอ๋อร์โตเป็นสาวแล้ว!”
คำพูดนี้ทำให้ต้วนชิงหมิงแอบชะงักไปชั่วขณะหนึ่ง
ทางด้านตู้ชิงหรวนก็อมยิ้มตามขึ้นมาทันใด
ในวันนี้ต้วนชิงหมิงสวมชุดกระโปรงสีเขียวมรกต และด้วยชุดที่ตัดเย็บอย่างเข้ารูป ทำให้ทรวดทรงองเอวดูอรชร
เป็นกุลสตรีที่งดงาม
บนศีรษะของนางเกล้าผมหนึ่งจุกเสียบปินหยกที่ทำอย่างประณีต เส้นผมที่ดำขลับ ผิวพรรณเนียนดั่งหยกขาว
บริสุทธิ์ทำให้ดูแล้วเป็นกุลสตรีขึ้นไปอีกเป็นกอง
ตู้ชิงหรวนเอื้อมไปจับมือของต้วนชิงหมิงพร้อมเอ่ยขึ้น “โอ้โห ชิงหมิงนับวันจะสวยขึ้นแล้ว ทำเอาแม่อิจฉาไม่น้อย
เลย!” `
ต้วนชิงหมิงเขินจนหน้าแดงขึ้นมา นางกวัดมือของตู้ชิงหรวนอย่างขวยเขิน “ท่านแม่พูดอะไรนั้น มีที่ไหนกันที่
ท่านแม่จะมาอิจฉาบุตรสาวของตัวเอง หากคนอื่นได้ยินเข้าจะมองลูกอย่างไรเจ้าค่ะ!”
ตู้ชิงหรวนอมยิ้มอย่างชอบใจ “ที่แม่พูดมาเป็นความจริงนี่หน่า ต่อให้คนอื่นได้ยินและเอาไปพูดต่อก็ไม่เป็นไร”
ทั้งคนแม่ลูกต่างมัวคุยกันอยู่นานสองนาน ด้านต้วนเจิ้งจึงถือโอกาสแทรกถามต้วนชิงหมิงขึ้นมา “” ใช่แล้วหมิงเอ๋
อร์ เจ้าอวี้เอ๋อร์ตัวดีไปไหนแล้ว?
ต้วนชิงหมิงหันไปสบตาต้วนเจิ้งและตอบกลับไปว่า “ท่านพ่อวางใจได้ อวี้เอ๋อร์ออกไปเมื่อคืนนี้ ได้ยินว่าท่าน
อาจารย์ได้กลับมาเมืองหลวงแล้ว อวี้เอ๋อร์จึงออกไปรับเจ้าค่ะ!”
ต้วนเจิ้งพยักหน้ารับรู้และเอ่ยขึ้น “อย่างนั้นฝากบอกอวี้เอ๋อร์ด้วย หากท่านอาจารย์มีเวลาให้เชิญมาทานอาหาร
ดื่มสุราที่จวนต้วน!!!”
ไม่ว่าทานอาหารหรือดื่มสุราเปั้นสิ่งที่ท่านอาจารย์โปรดปรานยิ่ง ทว่าปัญหาคือต้วนอวี้ไม่มีทางปล่อยให้ต้วนเจิ้
งกับท่านอาจารย์นั่งดื่มสุราโต๊ะเดียวกันเด็ดขาด
แต่ไม่ว่าอย่างไร ท่านอาจารย์ผู้นี้ก็เคยช่วยชีวิตต้วนชิงหมิง และยังช่วยชีวิตต้วนอวี้หลายครั้งหลายคราเหลือเกิน
รวมทั้งโรคเรื้อรังที่ตู้ชิงหรวนเป็นมาเนิ่นนาน ท่านอาจารย์ก็ช่วยรักษาให้หายดี ด้วยความดีที่สั่งสมมา แม้ต้วนเจิ้งจะไม่
ค่อยถูกใจท่านอาจารย์ผู้นี้ของต้วนเจิ้งมากนัก แต่ภายในใจกลับซาบซึ้งในความช่วยเหลือที่มีให้คนที่ต้วนเจิ้งรักใคร่ห่วง
หา
ต้วนชิงหมิงพยักหน้ารับทราบและตอบกลับ “ท่านพ่อวางใจได้ ลูกจะต้องบอกอวี้เอ๋อร์อย่างแน่นอน… เมื่อไหร่
ท่านอาจารย์ของอวี้เอ๋อร์มีเวลา ก็จะเรียนเชิญมาที่จวนต้วนเจ้าค่ะ”
ต้วนเจิ้งพยักหน้าอย่างพอใจ และหันไปพูดกับตู้ชิงหรวน “เจ้าสองคนนั่งคุยกันต่อเถอะ พี่ขอตัวไปทำธุระข้าง
นอกก่อน!”
“ท่านพี่มีธุระก็รีบไปจัดการก่อนเถอะ ข้าขอนั่งนั่งคุยกับชิงหมิงอีกประเดี๋ยวค่อยกลับเรือน” ตู้ชิงหรวน9ตอบ
กลับ
ความสัมพันธ์ของตู้ชิงหรวนและต้วนเจิ้งเป็นไปได้ดีมาก ขนาดถึงขั้นที่ว่าต้วนเจิ้งไปไหนจะมีตู้ชิงหรวนติดตามไป
ด้วย มิหนำซํ้าห้องนอนของทั้งสองคนก็ย้ายเข้ามาใกล้กัน จนต้วนเจิ้งแทบไม่ได้ใช้ห้องของเขาเอง ทุกๆ วันจะมาอยู่ที่
เรือนตู้ชิงหรวน
กลับมาพบหน้าและใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน นับเป็นความสุขอันใหญ่ยิ่งในชีวิตแล้ว ต้วนชิงหมิงจึงหวังเพียงว่าตู้ชิงห
รวนจะไม่ด่วนจากไปเหมือนกับท่านแม่ติงโหรวก็พอแล้ว
ต้วนเจิ้งคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนตอบว่า “เอาอย่างนี้ก็ได้ พวกเจ้าสองคนนั่งคุยกันต่อ พี่ยังมีเรื่องที่ต้องจัดการอีก
ขอตัวไปก่อน!”
ตู้ชิงหรวนกับต้วนชิงหมิงเดินออกมาส่งต้วนเจิ้งถึงหน้าประตูเรือน จากนั้นค่อยเดินกลับเข้ามาในห้อง
เมื่อตู้ชิงหรวนเดินกลับเข้ามาในห้อง ใบหน้าเปือนยิ้มก็หายไปในพริบตา นางพูดกับต้วนชิงหมิงว่า “ชิงหมิงอาจ
หลอกท่านพ่อเจ้าได้ แต่หลอกแม่ไม่ได้หรอกนะ… เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ไม่อยู่ ชิวหนิงก็ไม่เห็นหน้า เหลือเยวี่ยเจียออกมาต้อนรับ
อย่างลนลาน… ชิงหมิงที่นี่ไม่มีคนนอก บอกแม่มาสิว่าอวี้เอ๋อร์ไปที่ไหน?”
เดิมทีต้วนชิงหมิงก็ตั้งใจจะไปปรึกษาเรื่องนี้กับตู้ชิงหรวนอยู่พอดี นางจึงตอบเสียงอ่อย “ลูกขอพูดอย่างไม่ปิดบัง
เมื่อคืนอวี้เอ๋อร์ออกไปจนถึงตอนนี้ยังไม่กลับมาเลย”
ตู้ชิงหรวนขมวดคิ้วเข้ามากัน ด้วยรู้ว่าต้วนชิงหมิงยังมีสิ่งที่อยากพูดต่อไป
นอกจากต้วนชิงหมิงแล้ว ไม่มีผู้ใดที่ห่วงใยและเข้าใจต้วนอวี้ไปมากกว่านาง ถ้าต้วนชิงหมิงบอกต้วนอวี้ไม่ได้กลับ
มาตอนเช้า นั่นแสดงว่าต้องเกิดเรื่องขึ้นกับต้วนอวี้อย่างแน่นอน
ต้วนชิงหมิงเล่าต่อไปว่า “เมื่อคืนนี้ก่อนอวี้เอ๋อร์ออกไปได้บอกชวนเอ๋อร์ว่าจะกลับมาก่อนรุ่งสาง แต่จนถึงตอนนี้
ใกล้จะถึงอาหารมื้อกลางวัน ก็ยังไม่เห็นแม้แต่เงาของอวี้เอ๋อร์เลย”
หากรู้ว่าต้วนอวี้ไปที่ไหน อย่างน้อยจะได้ส่งคนไปสืบ อย่างน้อยจะได้รู้ว่าเขาอยู่ตรงไหน
ต้วนชิงหมิงคิดไปต่างๆ นานา “อีกไม่กี่วันก็ถึงวันสอบจอหงวนแล้ว อวี้เอ๋อร์ออกไปข้างนอกต้องเป็นเรื่องที่ไม่
ธรรมดา หรือไม่ก็ต้องไปพบคนที่สำคัญ ดังนั้นลูกจึงใช้ให้เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์และชิวหนิงออกไปสืบ เชื่อว่าอีกไม่นานคงได้ข่าว
คราวกลับมา”
ตู้ชิงหรวนหันไปพูดกับต้วนชิงหมิง “ความหมายของชิงหมิงคือ อวี้เอ๋อร์น่าจะไปหาเหยียนหลิ่งอวี๋ใช่ไหม?”
ต้วนชิงหมิงรู้สึกลังเลใจขึ้นมาเล็กน้อย ก่อนจะพยักหน้าแทนคำตอบ
เนื่องจากต้วนอวี้มิอาจปล่อยเรื่องที่ชิงตั๋วและองค์หญิงอวี้หลัวทำกับต้วนชิงหมิงได้ลง และคนที่สามารถจัดการ
สองคนนั้นได้ นอกจากเหยียนหลิ่งอวี๋แล้วก็ไม่มีคนอื่นอีกแล้ว ดังนั้นการออกไปตอนกลางคืนของเขา จะต้องได้ข่าวจาก
เหยียนหลิ่งอวี๋ ไม่ก็สองคนนั้นรวมหัวกันไปทำอะไรสักอย่าง!
ถึงแม้รู้อยู่แก่ใจว่าต้วนอวี้ออกไปนอกจวนทำไม แต่ความร้อนรนในใจของต้วนชิงหมิงก็ไม่ได้ลดลงแม้แต่น้อยนิด
นางครุ่นคิดไปมาก่อนเอ่ยขึ้น “ลูกหวังให้อวี้เอ๋อร์ไม่ไปหาเหยียนหลิ่งอวี๋!”
ถ้าต้วนอวี้ไม่ได้ไปหาเหยียนหลิ่งอวี๋แล้วละก็ คงไม่เกิดเรื่องหายตัวขึ้น แต่ถ้าเขาไปหาเหยียนหลิ่งอวี๋ขึ้นมา ไม่รู้ว่า
จะเกิดเรื่องใดขึ้นมาบ้าง!