การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 790 ความเป็นความตายของต้วนอวี้
ต้วนชิงหมิงยิ้มเจื่อนๆ ออกมา “ท่านแม่ลองคิดดู ถ้าเหยียนหลิ่งอวี๋ไม่เกิดเรื่องขึ้น จะมีใครหน้าไหนกล้าจุดไฟเผา
คฤหาสน์ของเขา ส่วนเหตุผลที่เหยียนหลิ่งอวี๋ต้องเล่นงานอวี้เอ๋อร์มันคืออะไรนั้นต้องคอยสืบให้รู้… ต้วนอวี้ช่วยชีวิตเหยี
ยนหลิ่งอวี๋มาหลายต่อหลายครั้ง อีกอย่างเขาก็ไม่ใช่คนที่ลืมบุญคุณ หากเขาต้องการเล่นงานต้วนอวี้ให้ตายทั้งเป็นหรือ
ตายอย่างไร้ร่องรอยย่อมมีวิธีได้สารพัดที่จะทำ ดังนั้นเหยียนหลิ่งอวี๋คงต้องพลาดท่าเสียทีทำให้ศัตรูลงมือเล่นงานต้วนอวี้
ในพื้นที่ของเหยียนหลิ่งอวี๋ได้”
พูดได้ว่าคนที่เข้าใจความคิดความอ่านทั้งหมดของเหยียนหลิ่งอวี๋ คงหนีไม่พ้นต้วนชิงหมิง
ไม่เพียงแต่ตู้ชิงหรวนจะเห็นด้วย แต่คนที่แอบอยู่บนคานในห้องก็พลอยพยักหน้าตามไปด้วย
คุณหนูใหญ่จวนต้วนพรุ่งนี้ เป็นคนที่สามารถมองเรื่องราวต่างๆ ได้อย่างมีเหตุมีผลและกล้าพูดออกมา
ตู้ชิงหรวนนิ่งเงียบอยู่ครู่หนึ่งก่อนเคยขึ้นว่า “อย่างนั้น ตามความคิดของชิงหมิงแล้ว อวี้เอ๋อร์เขา……”
คำพูดต่อจากนั้นตู้ชิงหรวนไม่รู้จะเอ่ยถามอย่างไรดี นางแค่อยากรู้ว่าสรุปแล้วต้วนอวี้ยังมีชีวิตอยู่หรือจะไปแล้ว
นางไม่ยอมเอ่ยปากถาม ทว่าต้วนชิงหมิงกลับเข้าใจในสิ่งที่ตู้ชิงหรวนต้องการสื่อ นางจึงถามขึ้น “ความหมายของ
ท่านแม่คืออยากทราบว่าอวี้เอ๋อร์เป็นอย่างไรบ้าง และคนที่ถูกไฟเผาเป็นอวี้เอ๋อร์ใช่ไหม?”
ตู้ชิงหรวนผงกหน้ารับแทนคำตอบว่าใช่
สิ่งที่สำคัญที่สุดในตอนนี้คือสืบหาให้ได้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับต้วนอวี้ และเขายังมีชีวิตรอดอยู่หรือเปล่า
ต้วนชิงหมิงได้แต่ส่ายหน้าไปมา “เรื่องนี้ ลูกก็ยังไม่ทราบเหมือนกันท่านแม่”
การวิเคราะห์ของต้วนชิงหมิงทำได้อย่างรอบคอบครบถ้วน มีเหตุและมีผลเป็นอย่างยิ่ง ทว่าในเวลานี้ นางกลับไม่
ทราบว่าเกิดอะไรขึ้นกับต้วนอวี้บ้าง
ตู้ชิงหรวนรู้ดีว่าต้วนชิงหมิงเป็นห่วงเป็นใยน้องชายผู้นี้เป็นอย่างมาก จนนางได้แต่ถอนหายใจออกมาแทนคำพูด
หลังจากนั้นพักใหญ่ๆ ต้วนชิงหมิงถึงเอ่ยเสียงอ่อยขึ้นมาว่า “เหยียนหลิ่งอวี๋เป็นคนที่มองคนและเหตุการณ์ได้
อย่างทะลุปรุโปร่ง เรื่องเมื่อคืนที่เกิดขึ้นอาจเป็นไปได้ว่าอยู่ในความควบคุมของเขา… ลูกไม่รู้ว่าเข้าใช้วิธีใดในการหลอก
ล่ออวี้เอ๋อร์ให้ไปหาถึงคฤหาสน์ แต่ลูกมั่นใจว่าเขาต้องทำให้อวี้เอ๋อร์หมดสติหรือไม่ก็จับมัดตัวเอาไว้ เพราะหากเหยียน
หลิ่งอวี๋จากไป อวี้เอ๋อร์ไม่มีทางอยู่คนเดียวในคฤหาสน์หลังนั้น ที่สำคัญที่สุดก็เห็นจะเป็นการสอบจอหงวนที่ใกล้เริ่ม
เต็มทีแล้ว”
นํ้าเสียงของต้วนชิงหมิงค่อยๆ แผ่สวเบาลงอย่างเห็นได้ชัด “แต่ว่าในเมื่อเหยียนหลิ่งอวี๋ทำให้อวี้เอ๋อร์หมดสติ เขา
ไม่มีทางปล่อยอวี้เอ๋อร์ทิ้งไว้ในคฤหาสน์โดยไม่ปกปั้อง… นั่นอาจเป็นไปได้ว่าอวี้เอ๋อร์ปลอดภัยดี แต่ถ้าเรื่องนี้อยู่เหนือการ
ควบคุมของอวี้เอ๋อร์แล้วละก็… บางทีอวี้เอ๋อร์อาจไม่มีชีวิตรอดอีกก็เป็นได้”
ตู้ชิงหรวนมองต้วนชิงหมิงด้วยแววตาที่ตกตะลึง นางเจ็บปวดรวดร้าวจนเจียนขาดใจ
ต้วนอวี้จะเป็นตายร้ายดีอย่างไรก็ไม่ทราบ และคนที่น่าจะเสียใจมากที่สุดคงหนีไม่พ้นต้วนชิงหมิงอยู่ดี นางเป็น
เพียงสาวน้อยอายุเพียงสิบปี ที่สามารถวิเคราะห์แยกแยะเหตุการณ์ได้อย่างครบถ้วนรอบด้าน นางต้องใช้ความกล้าหาญ
มากมายเพียงใดในการระงับความรู้สึกในหัวใจ ไม่รู้ว่าต้วนชิงหมิงผู้นี้เคยประสบพบเจอกับเรื่องใดมาบ้าง จึงสามารถสงบ
สติและควบคุมอารมณ์ให้สงบนิ่ง ในภาวะสถานการณ์ที่โหดร้ายปานนี้
ตู้ชิงหรวนเกิดรู้สึกผิดในใจราวกับนํ้าที่โหมสาดซัดเข้าฝัง… ติงโหรว ข้าขอโทษเจ้าด้วย ขอโทษลูกๆ ของเจ้าด้วย!
จากนั้นนางก็เดินเข้าไปโอบกอดต้วนชิงหมิง พลางเอ่ยเสียงแผ่วเบา “เด็กน้อย ถ้าเสียใจอยากร้องไห้ก็ร้องออกมา
ได้เลย”
ต้วนชิงหมิงเงยหน้าขึ้นและตอบว่า “ร้องไห้… ทำไมลูกต้องร้องไห้ด้วย? อวี้เอ๋ออร์ยังไม่รู้ว่าเป็นตายร้ายดียังไง ลูก
จะมีเวลาร้องออกมาได้อย่างไร ลูกต้องรอให้พบอวี้เอ๋อร์ก่อนค่อยว่ากัน!”
ตู้ชิงหรวนเห็นสายตาที่มุ่งมั่นของต้วนชิงหมิงก็เกิดพูดไม่ออก
ต้วนชิงหมิงแอบยกมือขึ้นปาดนํ้าตาที่คลอขึ้น และผละออกจากอ้อมกอดของตู้ชิงหรวน “ท่านแม่ เรื่องนี้รู้แค่
ท่านแม่กับลูกแล้วกัน… อย่าเพิ่งบอกท่านพ่อให้ทราบเรื่องนี้เลย”
แต่กระนั้นกระดาษมิอาจห่อไฟไว้ได้ ความลับไม่มีในโลก
ตู้ชิงหรวนพยักหน้าตกลง “ชิงหมิงวางใจได้ ด้านท่านพ่อมีแม่อยู่ทั้งคน!”
ต้วนชิงหมิงลุกขึ้นยืนและพูดขึ้น “ท่านแม่กลับไปพักผ่อนก่อนเถอะ ลูกจะออกไปข้างนอกเสียหน่อย”
ตู้ชิงหรวนรู้ว่านางต้องออกไปข้างนอกด้วยเรื่องของต้วนอวี้ จึงไม่ได้เค้นถามอะไรมากนัก เพียงพูดเสียงเบา “ชิงห
มิงจะให้ชุนถาวไปกับลูกด้วยไหม?”
บ่าวใช้ข้างกายต้วนชิงหมิงแต่ละคนดูอ่อนแอปวกเปียก มีเพียงชุนถาวที่พอมีวรยุทธ์และสามารถปกปั้องไม่ให้ต้
วนชิงหมิงถูกใครรังแก
ต้วนชิงหมิงส่ายหน้าปฏิเสธ “ไม่ต้องหรอกท่านแม่ ร่างกายของพี่ชุนถาวเพิ่งฟืนฟูขึ้นมานิดหน่อย อีกอย่างถ้าพี่
ชุนถาวไม่อยู่ อวี้เอ๋อร์ไม่อยู่ และพี่ชุนถาวไม่อยู่อีกคน ท่านพ่อต้องเป็นห่วงอย่างแน่นอน!”
ต้วนชิงหมิงเอื้อมไปจับมือของตู้ชิงหรวนขึ้นมา “ท่านแม่วางใจได้ หากได้ข่าวต้วนอวี้ ลูกจะแจ้งท่านแม่เป็นคน
แรก!”
ตู้ชิงหรวนทราบดีว่าต้วนชิงหมิงเป็นสาวน้อยที่มีความคิดเป็นของตัวเอง ไม่ว่าใครจะพูดโน้มน้าวเพียงใด นางก็จะ
ยึดมั่นในความคิดของนาง ดังนั้นตู้ชิงหรวนจึงได้แต่ลูบมือต้วนชิงหมิง พร้อมบอกว่า “เอาล่ะ หากต้องการความช่วย
เหลืออะไรก็บอกแม่ได้ทันที!”
ต้วนชิงหมิงพยักหน้าแทนคำตอบ จากนั้นตู้ชิงหรวนเดินกลับเรือนไปแล้ว ต้วนชิงหมิงจึงเดินเข้าไปเปลี่ยนชุดใน
ห้อง
เยวี่ยเจียและชิวหนิงต่างช่วยกันเปลี่ยนเสื้อผ้าให้ต้วนชิงหมิงใหม่ ระหว่างนั้นเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์และชิวหนิงกลับมา
พอดี ถึงได้รู้ข่าวที่น่าตื่นตกใจ
เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์เดินทางจากร้านอาหารของต้วนอวี้ และรวดไปที่คฤหาสน์ของเหยียนหลิ่งอวี๋ จากนั้นได้รับรู้ข่าวที่น่า
ตกใจ
เดิมทีนางอยากกลับมาเล่าเรื่องนี้ให้เร็วที่สุด ทว่าเห็นสีหน้าต้วนชิงหมิงและชิวหนิงที่กลับมาก่อน จึงรู้ได้ว่าข่าวน่า
ตกใจที่นางรู้นั้น ต้วนชิงหมิงน่าจะทราบเรื่องหมดแล้ว
เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์พูดอย่างกระอักกระอ่วน “คุณหนู… ทราบเรื่องคฤหาสน์นั้นแล้วใช่ไหมเจ้าคะ?”
ต้วนชิงหมิงผงกหัว “ใช่แล้ว ดังนั้นข้าจะต้องออกไปด้วยตัวเองสักรอบหนึ่ง!”
เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์จึงรีบพูดขึ้นอย่างรวดเร็ว “คุณหนู… บ่าวได้พาคนกลับมาด้วยคนหนึ่งเจ้าค่ะ”
เมื่อเห็นสายตาแปลกใจของต้วนชิงหมิง เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์จึงผงะถอยหลังไปสองก้าว ก่อนเอ่ยเสียงเบา “คนนั้นคือเจิ้ง
จี๋เจ้าค่ะ”
เจิ้งจี๋?เอาเขามาทำอะไร?
ต้วนชิงหมิงรู้ว่าเจิ้งจี๋เป็นคนที่หยิ่งทระนงตัว และเป็นคนที่รู้จักบุญคุณคนอื่น เขารู้ว่าต้วนอวี้เกิดเรื่องขึ้นจึงมาส
อบถามสถานการณ์
“บ่าวไปที่ร้านอาหาร เจิ้งจี๋บอกบ่าวว่าเมื่อวานนี้ตอนกลางคืน คุณชายใหญ่ได้ส่งจดหมายบอกเขาว่าจะพักผ่อน
สองวันเพื่อเตรียมตัวสอบ เมื่อเจิ้งจี๋ได้ยินคุณชายใหญ่เกิดเรื่องขึ้น ก็ร้องจะตามบ่าวไปด้วยกัน จากนั้นบ่าวกับเจิ้งจี๋ได้ไป
หาองค์ชายสามที่คฤหาสน์ แต่คฤหาสน์กลับถูกปิดไว้ พร้อมกับองค์ชายสามถูกกักบริเวณอยู่ในวังหลวงไม่ได้ออกมา
เจ้าค่ะ” เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ตอบ
ต้วนชิงหมิงนิ่งเงียบโดยไม่เอ่ยคำใดตอบกลับ
เรื่องเหยียนหลิ่งอวี๋ถูกกักบริเวณนั้นเป็นเรื่องเล็กน้อยมาก แต่เรื่องที่คฤหาสน์ถูกปิดไว้แสดงว่าเกิดเรื่องขึ้นกับเหยี
ยนหลิ่งอวี๋ หรือใครมาเล่นงานเขากัน?
เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์แอบชำเลืองมองต้วนชิงหมิง ก่อนจะพูดต่อไปว่า “บ่าวรีบร้อนมาแจ้งคุณหนูโดยเร็วที่สุด ทว่าเจิ้งจี๋
บอกจะกลับมากับบ่าวให้ได้ เขายังบอกอีกว่าถ้าไม่เห็นคุณชายใหญ่ปลอดภัยละก็ เขาจะไม่ไปไหนทั้งนั้น!”
ต้วนชิงหมิงสงบนิ่งอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะเอ่ยถามขึ้น “ตอนนี้เจิ้งจี๋อยู่ที่ไหน?”
เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์เห็นทีท่าคุณหนูไม่ได้โกรธเคืองแต่อย่างใด จึงตอบเสียงอ่อมแอ่ม “เขารออยู่ที่นอกเรือนเจ้าค่ะ กำลัง
รอคุณหนูเรียกให้พบอยู่ตลอดเวลา”
ต้วนชิงหมิงจึงตอบเสียงเรียบ “เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ ข้ารู้แล้ว เจ้าดื่มนํ้าและพักผ่อนให้หายเหนื่อยก่อน ประเดี๋ยวข้ามี
เรื่องที่จะสั่งให้เจ้าไปทำ”
เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ยกมือขึ้นปาดเหงื่อที่ชะโลมไปทั้งหน้า จากนั้นชิวจวี๋หยิบกานํ้าชารินใส่แก้วให้นางดื่มรวดเดียวไปถึง
เจ็ดแปดแก้ว ก่อนจะปรามว่า “พี่เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ค่อยๆ ดื่ม ดื่มช้าๆ ก็ได้!”
ในที่สุดเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ก็ดื่มจนดับกระหาย นางหันมองไปทางชิวจวี๋ “จะให้ดื่มช้าๆ อะไรกันเล่า พี่กระหายนํ้าจะ
ตายอยู่แล้ว!”
ชิวจวี๋นึกขึ้นได้ เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์เป็นบ่าวใช้ที่มีความสามารถที่สุดของต้วนชิงหมิง นางยอมบุกปั่าฝั่าดงและยอมเสี่ยง
อันตรายได้ทุกเมื่อ
หลังจากชิวจวี๋ดื่มจนหนำใจก็รีบสาวเท้า “ตึง ตึง ตึง” ออกไปหาเจิ้งจี๋
เดิมทีเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ยังกลัวว่าคุณหนูจะไล่เจิ้งจี๋กลับโดยไม่ถามไถ่สักคำเดียว แต่ตอนนี้คุณหนูไม่ได้ทำอย่างนั้น เซี่ย
ฉ่าวเอ๋อร์จึงรู้สึกดีใจยิ่งนัก เนื่องจากเจิ้งจี๋คนนี้ถูกนางดุบ้างเอ็ดบ้าง จนยอมทำทุกอย่างที่นางสั่ง ราวกับชี้นกเป็นนก ชี้ไม้
เป็นไม้ก็มิปาน
ถ้าคุณหนูใช้นางให้ไปทำภารกิจ อย่างน้อยนางก็มีคนติดตามไปด้วยแล้ว
ชิวจวี๋ที่กำลังทำความสะอาดห้องโถงด้านนอก ได้ตกตะลึงจนเลิกตาโตที่เห็นต้วนชิงหมิงก้าวเดินออกมาจากใน
ห้อง ปกติแล้วชิวจวี๋ก็ชื่นชมในความงามของคุณหนูอยู่แล้ว แต่นึกไม่ถึงว่าหลังจากที่คุณหนูแต่งองค์ทรงเครื่องจะงดงาม
ราวกับเทพธิดาได้ถึงเพียงนี้
ชุดด้านบนต้วนชิงหมิงสวมเสื้อรัดรูปพอดีตัวสีชมพูอ่อน ด้านล่างสวมกระโปรงชมพูไล่สีฟั้าคราม การตัดเย็บที่
ประณีตและเข้ารูปพอดีตัวทำให้เห็นความอรชรฉายออกมา สีเสื้อยังช่วยขับให้ใบหน้าของนางดูฝาดแดงระเรื่อเป็น
ธรรมชาติ ดึงดูดทุกสายตาให้จับจ้องมา
อีกทั้งเสื้อที่สวมอยู่นั้น ตรงปกเสื้อ แขนเสื้อ ชายเสื้อล้วนขลิบด้วยด้ายทองเป็นแทบค่อนข้างกว้าง ดูแล้วสูงส่ง
และเสริมสง่าราศี
ใบหน้าของต้วนชิงหมิงผลัดแปั้งสีชมพูบางเบา ช่วยขับให้ผิวที่ขาวเนียนดุจไข่มุกส่องสว่างขึ้นมา อีกทั้งคิ้วทั้งสอง
ข้างที่โก่งดั่งคันศร ริมฝีปากรูปกระจับอมชมพู มาช่วยขับให้ความงามทวีคูณมากเป็นเท่าตัว