การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 823 ในที่สุดก็มาแล้ว?
เชวียจื่อซวนไม่ได้กลัวเหยียนหลิ่งอวี๋มากมายนักหรอก แต่กลับเกรงใจผู้อาวุโสอย่างตู้ชิงหรวน ที่ต้องมานั่งดูผู้
น้อยมานั่งต่อปากต่อคำ แสดงกิริยามารยาทที่ไม่เหมาะสมออกมา ซึ่งจะเป็นภาพความไม่น่าประทับใจติดเอาไว้
เชวียหนิงหรานเห็นสีหน้าของของพี่ชายไม่สู้ดี จึงรู้สึกหน้าร้อนผ่าวขึ้นมา ด้วยกลัวฮูหยินต้วนจะเห็นว่านางเป็น
คนพูดจาโผงผางและไม่ได้รับการอบรมสั่งสอนมาเป็นอย่างดี
เชวียหนิงหรานยิ่งคิดดังนั้นใบหน้าก็แดงขึ้นมาเรื่อยๆ จนต้องก้มหน้าก้มตาลงปิดปากเงียบสนิท
ตู้ชิงหรวนไม่ได้ถือสาอะไร เพราะว่าเชวียหนิงหรานเป็นน้องสาวที่รักของพี่ชายทั้งสองคน ไม่ว่านางต้องการอะไร
พวกเขาล้วนจะไปเสาะหามาให้จงได้
บัดนี้ นางเห็น66และเชวียหนิงซวนเริ่มทะเลาะกันไปมา จึงอดรู้สึกคิดถึงวันวานที่มีความสุขสงบไม่ได้
ส่วนเหยียนหลิ่งอวี๋ที่นั่งเงียบเชียบก็แอบมีกระซิบข้างหูต้วนอวี้อยู่เป็นครั้งคราว เหยียนหลิ่งอวี๋รู้ว่าเชวียหนิงหราน
ได้แสดงอารมณ์ที่นางรู้สึกออกมาตามจริงจึงรู้สึกชื่นชมในความตรงไปตรงมาของนางไม่น้อย
ต้วนอวี้รู้สึกว่าไม่ว่าเชวียหนิงหรานจะพูดเรื่องไหน ทำสิ่งใด ในสายตาเขาเป็นเรื่องดีที่สุด
ในเวลานี้ เหยียนหลิ่งอวี๋ได้ซุบซิบข้างหูต้วนอวี้บางอย่าง ทำให้สีหน้าของต้วนอวี้ชะงักไป ก่อนกัดฟันหันไป
กระซิบข้างหูองค์ชายสาม “เหยียนหลิ่งอวี๋ เจ้านี่มันตัวหาเรื่องแท้ๆ ให้เวลาข้าได้พักสักสามวันไม่ได้เชียวหรือ?”
เหยียนหลิ่งอวี๋ชำเลืองมองไปที่เชวียหนิงหรานพร้อมส่งรอยยิ้มไปให้ ต้วนอวี้ที่เห็นเหตุการณ์แสดงความเดือดดาล
ขึ้นมา เหยียนหลิ่งอวี๋จึงหัวเราะออกมาเสียงดังไม่ได้ “ต้วนอวี้ ในที่สุดข้าก็รู้จุดอ่อนของเจ้าแล้ว!”
ต้วนอวี้หันมองค้อนขวับและสวนกลับทันใด “จุดอ่อนของข้ามีไม่มาก อย่าคิดนะว่าเจ้าเป็นคนไม่มีจุดอ่อน ถ้าเจ้า
ยังขืนทำให้ถ้าลำบากใจอีก ข้านี่แหละจะให้ท่านพี่แต่งงานกับบุรุษอื่นไปเสีย!”
เหยียนหลิ่งอวี๋มองกลับด้วยความตกใจ “เจ้าจะให้พี่สาวแต่งงานกับคนอื่นอย่างนั้นหรือ?”
เชวียหนิงหรานเอ่ยอย่างตรงไปตรงมาไม่สนใจใครทั้งนั้น “เหยียนหลิ่งอวี๋… ข้าขอบอกเจ้าเอาไว้ ท่านพี่ของข้า
เป็นที่หมายปองของบุรุษมากมาย เอาแค่ว่าที่สามีอย่างไปั๋ย่วนฮ่าวก็ยังดึงดันจะแต่งกับท่านพี่ของข้าให้ได้ แม้กระทั่งคน
สนิทของท่านพ่อยังอยากได้ท่านพี่ของข้าไปเป็นสะใภ้ ส่วนหลิวยวนกับ89สองคนนั้นไม่ต้องพูดถึง ต่างใช้สายตาที่หมาย
ปองจ้องมองมา… หรือว่าเจ้าตาถั่ว? ไม่รู้เรื่องรู้ราวเชียวหรือ?”
สิ่งที่ต้วนอวี้พูดอย่างยืดยาวทำให้เหยียนหลิ่งอวี๋ตะลึงจนตาค้าง เขามองตามสายตาของต้วนอวี้ไป จนรู้ได้ว่าต้วน
อวี้กำลังมองไปที่เชวียหนิงซวน ถึงได้รู้ว่าเชวียหนิงซวนได้ชื่นชมนาง แม้กระทั่งเชวียจื่อซวนก็ใช้แววตาเช่นเดียวกันจับ
จ้องไปที่ต้วนชิงหมิง
ดูท่าแล้ว ต้วนอวี้จะพูดความจริงออกมา พี่น้องตระกูลเชวียสองคนนี้คิดจะวางแผนพิชิตใจต้วนชิงหมิงสิท่า!
ในที่สุด ต้วนอวี้ทำให้เหยียนหลิ่งอวี๋หน้าถอดสีได้สำเร็จ จนกลั้นความสุขที่ท่วมท้นไว่ไม่อยู่ “ฮ่า ฮ่า ฮ่า… เป็นยัง
ไงล่ะเหยียนหลิ่งอวี๋ ถูกข้าพูดแทงใจดำเข้าแล้วสิท่า?”
เสียงหัวเราะของต้วนอวี้ดึงดูดสายตาของทุกคนให้จับจ้องมาที่เขา เหยียนหลิ่งอวี๋ยิ้มตอบให้ทุกคน ก่อนจะหัน
ขวับมองต้วนอวี้ด้วยความโมโห “ต้วนอวี้ หากเจ้ายังทำอะไรบ้าๆ แบบนี้อยู่ ข้าจะยกคุณหนูร้องจวนเชวียให้แต่งกับบุรุษ
คนอื่นไปเสีย… เจ้าก็รู้ดีนี่หน่า ว่าเชวียหย่งเฉียงอยากทำลายงานหมั้นหมายในครั้งนี้อยู่เสมอ” เพื่อจะได้ไม่มีความ
สัมพันธ์อันใดกับจวนต้วนทั้งสิ้น!”
ต้วนอวี้คาดไม่ถึงเลยว่าเหยียนหลิ่งอวี๋จะใช้ไม้นี้ดัดหลังเขา “เหยียนหลิ่งอวี๋ ทำแบบนี้ได้ด้วยเหรอ?”
ตอนนี้ดูเหมือนเหยียนหลิ่งอวี๋จะถือไพ่เหนือกว่า จึงหันไปยักไหล่ผายมืออย่างช่วยมิได้ “เชอะ! นี่แหละที่เรียกว่า
ตาต่อตาฟันต่อฟัน หรือหลักเหตุผลง่ายเช่นนี้ยังไม่เข้าใจอีก?”
ต้วนอวี้ยกมือขึ้นเกาจมูกและเอ่ยอย่างละลํ่าละลัก “เหยียนหลิ่งอวี๋เอ๋ยเหยียนหลิ่งอวี๋ เจ้านี่มันเป็นเด็กน้อยที่ชั่ว
ร้ายที่สุด พอมีเรื่องก็มาหาให้ข้าช่วยเหลือตลอด มาตอนนี้กลับใช้เชวียหนิงหรานมาข่มขู่ข้า… ได้ๆๆ ๆ เจ้ายังจำลืมเรื่อง
ก่อนหน้าที่เกิดขึ้นได้ใช่ไหม?”
จู่ๆ เหยียนหลิ่งอวี๋นึกถึงความช่วยเหลือที่ต้วนอวี้หยิบยื่นให้เขามาหลายครั้ง จนทำให้เขาหน้าแดงด้วยความ
ละอาย
ทุกอย่างที่ต้วนอวี้เลยกล่าวมานั้นล้วนเป็นความจริง ทุกครั้งที่เกิดปัญหาหรือต้องการความช่วยเหลืออยากเร่ง
ด่วน เขามักจะไปหาต้วนอวี้เป็นอันดับแรก ทว่าในตอนนี้เหยียนหลิ่งอวี๋กลับใช้เชวียหนิงหรานมาข่มขู่เขา!
เหยียนหลิ่งอวี๋ชำเลืองมองไปที่ต้วนชิงหมิง ก่อนจะย้ายมาที่ต้วนอวี้และพูดว่า “เอาล่ะ ว่าที่พี่เขยแค่พูดอย่างนั้น
แหละ งานแต่งงานของเจ้ากับคุณหนูเชวีย ข้าตั้งหน้าตั้งตาเฝั้ารออยู่ทุกเมื่อ มีหรือที่จะกล้าทำลาย… แต่เจ้าต่างหากที่ใช้
ต้วนชิงหมิงมาข่มขู่ข้าก่อน ช่วงนี้นางไม่สนใจแยแสในตัวข้าแม้แต่น้อยอีกต่างหาก……”
เหยียนหลิ่งอวี๋พูดไปพลางส่งสายตาที่น่าสงสารวิงวอนต้วนอวี้ ด้วยอารมณ์ที่ยังโมโหค้างอยู่ของต้วนอวี้ เขาจึง
แสยะยิ้มออกมา “เจ้ามันเป็นแบบนี้ยังไงล่ะ สมนํ้าหน้าที่ท่านพี่ของข้าไม่สนใจแยแสแม้แต่หางตา!!!”
เหยียนหลิ่งอวี๋รู้ว่าต้วนอวี้และต้วนชิงหมิงเป็นคนที่ปากร้ายใจดี เขาจึงยอมลดศักดิ์ศรีพูดขึ้นว่า “ท่านพี่ของเจ้า
ชอบข้าคนเดียวใช่หรือไม่? ถ้าไม่ใช่ข้า นางจะไม่มีความสุขใช่หรือไม่? เจ้ากำลังโยนหินถามทาง? หรือว่าไม่อยากเห็นพี่
สาวของเจ้ามีความสุขไปทั้งชีวิต?”
คำพูดหว่านล้อมนี้ใช้ไม่ได้ผลกับต้วนอวี้ เขาตอบอย่างเย็นชาไปถึงขั้วหัวใจ “เหยียนหลิ่งอวี๋… ข้าขอเตือนเจ้าเอา
ไว้ อย่าได้คิดเอาหนิงหรานมาข่มขู่ข้า และถ้าเจ้าบังอาจทำให้ท่านพี่ของข้าต้องเสียใจ ข้านี่แหละจะตามราวีไปทั้งชีวิต!”
เหยียนหลิ่งอวี๋ก้มหน้ามองที่พื้นโดยไม่ได้เอ่ยคำใดตอบ
ต้วนอวี้จึงพูดต่อไปว่า “เหยียนหลิ่งอวี๋ อย่าคิดว่าข้าอายุน้อยแล้วจะทำอะไรก็ได้ บางเรื่องที่ข้าไม่พูดออกมา ไม่ได้
หมายความว่าข้าไม่รู้… ครั้งก่อนที่ตำหนักขององค์หญิงจิ่นซิ่ว เป็นเจ้าที่พาองค์หญิงอวี้หลัวมาด้วย ทำให้ท่านพี่ของข้าล้ม
จนมีแผลเปิดออก และถูกนางวางยาพิษจากตรงนั้นจนต้องรักษาอย่างเร่งด่วน เจ้าจึงรีบทำตัวเป็นคนดีไปจับค้างคาวพิษ
ยามดึกดื่น เพื่อมาต่อลมหายใจของนาง สรุปแล้วคนที่ทำร้ายท่านพี่ของข้าเป็นแผลที่เจ้าวางซ้อนแผลองค์หญิงจิ่นซิ่วอีก
ที ข้าไม่รู้ว่าเจ้าทำแบบนี้ไปเพื่อเปั้าหมายใดกันแน่?”
เหยียนหลิ่งอวี๋ได้แต่ถอนหายใจโดยเถียงไม่ออก
เรื่องในครั้งก่อน เหยียนหลิ่งอวี๋รู้สึกผิดและตำหนิตัวเองอยู่นาน แต่เหตุการณ์ในตอนนั้นบีบบังคับให้เขาทำอย่าง
เลือกมิได้ เหยียนหลิ่งเจวี๋ยไม่ได้กลัวที่เขากับชิงตั๋วแอบสมคบคิดกันจ้องทำลายแผน เนื่องจากองค์หญิงอวี้หลัวได้เป็นคน
ฝั่ายองค์ชายใหญ่เหยียนหลิ่งเจวี๋ย ย่อมมิอาจเปิดตัวให้ชิงตั๋วได้รู้
ถ้าเหยียนหลิ่งอวี๋มิทำแบบนั้นเพื่อถ่วงเวลาเหยียนหลิ่งเจวี๋ยและชิงตั๋ว ต้วนชิงหมิงคงไม่อยู่ปลอดภัยมาจนถึงทุก
วันนี้
ในตอนนั้นพูดได้ว่าเหยียนหลิ่งอวี๋ไม่กลัวอะไรทั้งนั้น เว้นเสียแต่ว่าเหยียนหลิ่งเจวี๋ยจะไปขอราชโองการ
พระราชทานงานสมรสเรียกให้ต้วนชิงหมิงเข้าวังหลวง เป็นสนมตำแหน่งเช่อเฟย หากฝั่าบาทมีรับสั่งเช่นนั้น ต้วนชิงหมิ
งก็มิอาจขัดได้!
ไม่ว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้นก็ตาม เหยียนหลิ่งอวี๋ไม่เคยหวาดหวั่นในภยันตรายที่จะมาถึงตัว เขาทำทุกอย่างเพียงเพื่อ
ให้ต้วนชิงหมิงไม่ต้องพลอยลำบากและได้รับอันตรายก็เท่านั้น แต่ในสายตาของต้วนอวี้กลับมองว่าเขาเป็นคนทรยศผิด
ต่อต้วนชิงหมิง ถ้าอย่างนั้น ต้วนชิงหมิงได้คิดแบบเดียวกันนี้ด้วยหรือไม่?
เหยียนหลิ่งอวี๋ปราดตารวดเดียวมองไปที่ต้วนชิงหมิง
ในตอนนี้ ต้วนชิงหมิงมือข้างหนึ่งจับไปที่เชวียหนิงหราน ส่วนอีกข้างกุมไว้ที่ตู้ชิงหรวน พวกนางได้นั่งฟังพี่น้อง
ตระกูลเชวียเถียงกันไปกันมาอย่างสนุกสนาน บางทีก็พูดคุยหัวเราะชอบอกชอบใจกัน
สุราได้ถูกรินซดแก้วแล้วแก้วเล่า จนต้วนอวี้ดูเหมือนเมามายไปแล้ว… ช่วงเวลานี้ต้วนอวี้รู้สึกมีความสุขมากที่สุด
เพราะเขาได้ทำสิ่งที่ตั้งใจและสัญญากับเชวียหนิงหรานได้สำเร็จ
พี่น้องตระกูลเชวียเห็นเหยียนหลิ่งอวี๋อยู่ร่วมโต๊ะอาหาร จึงดื่มแค่พอประมาณ แต่ต้วนอวี้ที่เมามายเริ่มยื่นมือ
เข้าไปโอบไหล่เหยียนหลิ่งอวี๋ไปมา
ส่วนอีกด้านของโต๊ะอาหาร ตู้ชิงหรวนได้พูดคุยกับต้วนชิงหมิงและเชวียหนิงหรานอย่างสนุกสนานเต็มไปด้วย
เสียงหัวเราะ
พูดได้ว่าอาหารมื้อนี้เป็นมื้อที่ทุกคนทานอย่างสบายอกสบายใจ ไม่มีพิธีรีตองมากมาย ทำทุกอย่างได้ตามอำเภอ
ใจ
แต่ช่วงเวลาแห่งความสุขมักผ่านไปรวดเร็วเสมอ ชะตาชีวิตมักเล่นตลกกับชีวิตผู้คนเสมอ จู่ๆ ลั่วสุ่ยได้แง้มประตู
เดินเข้ามาในห้อง
เหยียนหลิ่งอวี๋เห็นสีหน้าที่ไม่ค่อยสู้ดีของลั่วสุ่ย จึงลุกขึ้นเดินไปด้านนอกพร้อมกัน
ไม่นานนัก ลั่วสุ่ยได้กลับเข้ามาอีกครั้ง เขาเป็นตัวแทนเหยียนหลิ่งอวี๋มาฝากกล่าวขอโทษทุกคนที่ต้องไปก่อน
เนื่องจากมีภารกิจสำคัญเร่งด่วนที่ต้องสะสาง จึงมิทันได้มาบอกลากับทุกคน แต่เขาหวังว่าทุกคนจะสนุกสนานกันต่อไป
ได้เลย
ปกติแล้ว เหยียนหลิ่งอวี๋มิใช่คนที่ไปโดยไม่กล่าวลา การที่เขาต้องไปอย่างเร่งด่วน แสดงได้ว่ามีเรื่องใหญ่เกิดขึ้น
แล้ว และจะต้องเป็นเรื่องที่ร้ายแรง จนกระทั่งไม่มีเวลามารํ่าลาทุกคน
พอลั่วสุ่ยพูดแทนเรียบร้อยแล้ว รีบหันหลังปิดประตูให้สนิทดังเดิม
การจากไปโดยไม่รํ่าลาทำให้ทุกคนต่างฉงนงงงวยไปตามๆ กัน พี่น้องตระกูลเชวียหันหน้ามองกัน ต้วนอวี้สีหน้า
เปลี่ยนอย่างเห็นได้ชัด เพราะกำลังนึกถึงเรื่องที่เหยียนหลิ่งอวี๋เคยเล่าให้ฟัง
ตู้ชิงหรวนสัมผัสได้ถึงความผิดปกติที่เด่นชัดของต้วนอวี้ นางจึงหันไปจับจ้องโดยหวังว่าจะได้คำตอบที่อยากทราบ
จากปากบุตรชาย