การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 891 บอกลาเชวียหนิงหราน
ชิวจวี๋เคยเห็นต้วนชิงหมิงแต่งตัวได้งดงามถึงเพียงนี้มาก่อน นางจึงตกตะลึงขึ้นมาไม่น้อย
ด้านหลังของต้วนชิงหมิงมีเยวี่ยเจียและชิวหนิงยืนอยู่ เยวี่ยเจียรีบเข้ามาช่วยจับชายกระโปรงที่ยับเล็กน้อยให้เข้า
ที่เข้าทาง ส่วนชิวหนิงเดินเข้าไปยกนํ้าชาให้ต้วนชิงหมิงดื่ม
ต้วนชิงหมิงยกมือขึ้นเป็นการปฏิเสธไม่รับนํ้าชา แต่เมื่อเห็นชิวจวี๋เดินเข้ามาจึงพูดขึ้น “วันนี้ ชิวจวี๋และชิวหนิงอยู่
ดูแลที่เรือน เยวี่ยเจียจะคอยติดตามข้าไปข้างนอก”
ชิวหนิงและชิวจวี๋ต่างหันมาสบตากัน พยักหน้าให้กันโดยไม่ได้นัดหมาย
ชิวหนิงที่ช่างสังเกตพอเดาได้ว่าการที่ต้วนชิงหมิงพาเยวี่ยเจียออกไปข้างนอกด้วยเช่นนี้ เพื่อต้องการปกปั้องเยวี่ย
เจียเอาไว้ เพราะการออกไปข้างนอกครั้งนี้ไม่รู้ว่าจะกลับมาเมื่อใด หากเยวี่ยเจียอยู่ที่เรือน คุณหนูรองอาจฉวยโอกาสนี้
มาเล่นงานอีกก็เป็นได้
ถึงแม้ตอนนี้หลิวหรงไม่ได้อยู่ที่จวนต้วน แต่ต้วนอวี้หรานที่เก็บอาการความจองหองและเจ้าคิดเจ้าแค้น ไม่แน่ว่า
กำลังคิดวางแผนชั่วร้ายเรื่องใดอยู่
ถ้าเยวี่ยเจียตกไปอยู่ในมือของต้วนอวี้หราน หรือสร้างความผิดต่อต้วนอวี้หราน คงต้องถูกขับออกจากจวนต้วน
สถานเดียวแล้ว
ก่อนที่ต้วนชิงหมิงจะออกไปข้างนอก ได้สั่งการบางอย่างกับเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ นางพยักหน้าและขอตัวออกไปทำ โดย
มีเจิ้งจี๋ติดตามไป
พอต้วนชิงหมิงก้าวออกจากประตูเรือนยังไม่ทันไร ต้วนอวี้หรานก็สาระแนมาหาถึงที่ นางมองต้วนชิงหมิงที่แต่ง
ตัวดูดีสวยงามแล้ว พลันแสร้งแสยะยิ้มอย่างยินดี เข้ามาทักทายประหนึ่งสนิทสนมกันมาแต่ชาติปางไหน “ท่านพี่จะไป
ไหนอย่างนั้นหรือ?”
ต้วนชิงหมิงหยุดยืนยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ “น้องอวี้หรานลืมที่ฮูหยินสั่งไปแล้วเหรอ?”
ครั้งก่อนต้วนอวี้หรานไปหาเรื่องที่จวนต้วนชิงหมิง ทำเอาตู้ชิงหรวนโกรธจัดสั่งห้ามต้วนอวี้หรานออกจากเรือน
ของนางแม้แต่ก้าวเดียว ถึงแม้ในเวลานั้นต้วนชิงหมิงสลบไม่ได้สติ แต่หลังจากฟืนขึ้นมา ชิวหนิงได้เล่าเรื่องทุกอย่างที่เกิด
ขึ้นให้นางฟังจนหมด แต่ตอนนี้ผ่านไปไม่กี่วันเอง ต้วนอวี้หรานกลับลืมจนสิ้นแล้ว?
ต้วนชิงหมิงเชื่อว่าต้วนอวี้หรานรู้ข่าวคราวเรื่องการหายตัวไปของต้วนอวี้ การมาของนางในครั้งนี้คงเพื่อซํ้าเติม
และเยอะเย้ย!
พอต้วนอวี้หรานได้ยินสีหน้าเสียในทันที ก่อนจะยิ้มเจื่อนๆ “วันนั้นฮูหยินเป็นห่วงท่านพี่มาก จึงตำหนิน้องเสีย
ยกใหญ่ หรือว่า่ทานพี่กับฮูหยินไม่มีใครชอบอวี้หรานเลย?”
ต้วนอวี้หรานแสร้งทำหน้าตาให้ดูน่าสงสารจับใจ ต้วนชิงหมิงที่เห็นแทบอยากอาเจียนออกมาให้รู้แล้วรู้รอด
ตอนนี้ต้วนชิงหมิงมีเรื่องสำคัญเร่งด่วนที่จะต้องทำ ไม่มีเวลามานั่งสนใจต้วนอวี้หรานที่มาพัวพัน นางจึงเอ่ยเพียง
สั้นๆ “หากน้องอวี้หรานไม่ได้ทำเรื่องชั่วร้าย ฮูหยินไม่มีทางลงโทษอย่างแน่นอน พี่มีธุระด่วนต้องขอตัวไปก่อน!”
ต้วนอวี้หรานเห็นต้วนชิงหมิงหมายจะเดินออกไปก็รีบกัดฟันกรอด เดินไปขวางข้างหน้าสองสามก้าว
วันนี้ต้วนอวี้หรานได้รับจดหมายจากคนคนนั้นให้หาวิธีรั้งต้วนชิงหมิงให้ได้อย่างน้อยหนึ่งชั่วยาม แต่บัดนี้ต้วนชิงห
มิงไม่อยากฟังพี่นางพูดแม้แต่คำเดียว ไม่ต้องคิดถึงหนึ่งชั่วยาม เอาแค่เวลาต้มนํ้าชาให้เดือดก็แทบเป็นไปไม่ได้แล้ว
แต่คนคนนั้นเขียนกำชับนักกำชับหนา ไม่ว่าอย่างไรก็ต้องรั้งให้ได้
ต้วนอวี้หรานกัดฟันกรอดๆ และพุ่งตัวเข้าไปขวางทางต้วนชิงหมิงอีกครั้ง “ท่านพี่……”
ในระหว่างนั้นจู่ๆ มีบ่าวใช้เดินเข้ามาหาและกระซิบข้างหูต้วนชิงหมิง “คุณหนูใหญ่ คุณหนูมาหงมาหาเจ้าค่ะ!”
คุณหนูหง? หงเว่ยหยัง? นางมาทำอะไรที่นี่?
ต้วนชิงหมิงคิดอยู่ประเดี๋ยวเดียวก็เอ่ยขึ้น “คุณหนูหงอยู่ที่ไหน? รีบไปเชิญเข้ามาเร็ว!”
ต้วนอวี้หรานที่ยืนอยู่ด้านหลังได้ยินว่าหงเว่ยหยังมาที่นี่ ขอแสดงความประหลาดใจออกมา ก่อนพึมพำได้ยินเพียง
คนเดียว… ไม่ว่าใครมาที่นี่ ขอแค่ถ่วงเวลาต้วนชิงหมิงได้หนึ่งชั่วยามก็ได้ทั้งนั้นแหละ
ต้วนชิงหมิงเดินขึ้นไปที่หน้าประตูเห็นหงเว่ยหยังเดินยิ้มก้าวเข้ามาในห้อง “ชิงหมิง ในที่สุดเจ้าก็หายดีแล้ว!”
ในวันนี้หงเว่ยหยังส่วนชุดกระโปรงสีเหลืองนวลไข่ห่าน ช่วยขับให้ผิวพรรณที่ขาวผ่องเป็นยองใยดูสว่างขึ้นมา
ต้วนชิงหมิงเข้าไปจับมือหงเว่ยหยังขึ้นมา “พี่หงมาที่นี่ก็ไม่บอกชิงหมิงล่วงหน้า มิอย่างนั้นชิงหมิงจะได้ออกไป
ตอนรับที่หน้าประตูจวนต้วน!”
“ระหว่างพวกเราสองคนยังต้องมีพิธีรีตองมากมายอะไรกันอีก สงสัยเจ้าไม่อยากให้ข้าไปมาหาสู่ใช่หรือไม่?” หง
เว่ยหยังอมยิ้ม
ทั้งสองคนพูดไปพลางหัวเราะไปพลาง จากนั้นเดินเข้ามาในเรือนต้วนชิงหมิง
อันที่จริงต้วนอวี้หรานก็อยากเดินตามเข้าไปเหมือนกัน ทว่าเยวี่ยเจียกลับยิ้มขวางทางเอาไว้ โดยเอ่ยอย่างหนัก
แน่นว่า “คุณหนูรองเจ้าค่ะ คุณหนูใหญ่ของบ่าวมีแขกมาพบ ขอให้คุณหนูรองกลับไปก่อนเถิดเจ้าค่ะ”
ต้วนอวี้หรานที่ถูกเยวี่ยเจียขวางทางไว้พลันโกรธจนลมออกหู แต่ในเมื่อเยวี่ยเจียพูดออกมาเสียขนาดนี้ นางก็มิ
กล้าเดินตามเข้าไป เพราะหน้าที่ของนางในวันนี้คือทำอย่างไรก็ได้ โดยรั้งต้วนชิงหมิงเอาไว้ก่อนหนึ่งชั่วยาม ในเมื่อทำได้
ตามแผนการเรียบร้อยแล้ว นางก็ไม่จำเป็นต้องพัวพันต้วนชิงหมิงอีกต่อไป
ต้วนอวี้หรานได้แต่ขบฟันแน่นจ้องใส่หน้าเยวี่ยเจีย ก่อนสะบัดตัวเดินจากไป
ทางด้านหงเว่ยหยังที่เป็นคนช่างสังเกตสังกา พอเห็นต้วนอวี้หรานเดินลับไปจึงถามเสียงเบาขึ้น “คนนั้นคือ……”
ต้วนชิงหมิงตอบเสียบเรียบ “คนนั้นเป็นน้องสาวลูกอนุ มาพูดคุยเล่นที่นี่ด้วยกัน!”
ถึงแม้หงเว่ยหยังไม่สนใจเรื่องราวภายนอกจวนเท่าไหร่นัก แต่ก็พอได้ยินชื่อเสียน้องสาวอนุของต้วนชิงหมิงมาบ้าง
อีกทั้งหลายปีมานี้ในจวนต้วนที่มีอี๋เหนียงจัดการดูแลทั้งหมด ชีวิตของต้วนชิงหมิงคงต้องลำบากอย่างไม่ต้องพูดถึง!
หงเว่ยหยังมองออกว่าต้วนชิงหมิงไม่ค่อยสบอารมณ์ขึ้นมาแล้ว นางจึงหัวเราะออกมาแทน “ครั้งก่อนที่ข้ามา เจ้า
ยังสลบไม่ได้สติ ข้าถูกกันเอาไว้อยู่นอกประตู ดีที่วันนี้เราหายดีแล้ว ข้าถึงวางใจได้ลง!”
ในวันนั้นที่งานเลี้ยงวันเกิดขององค์หญิงจิ่นซิ่ว ต้วนชิงหมิงกับหงเว่ยหยังยืนอยู่ด้วยกัน และเมื่อมีคนจะมาชนหง
เว่ยหยังเข้า ต้วนชิงหมิงก็รีบโผตัวออกไปรับแทน จนบาดเจ็บอยู่นานสองนาน ทำเอาหงเว่ยหยังนั่งเสียอกเสียใจกับสิ่งที่
เกิดขึ้น
ต้วนชิงหมิงพูดอย่างยิ้มแย้ม “ท่านหมอบอกข้าหายดีแล้ว!”
ทั้งสองคนพูดไปด้วย เดินเข้ามานั่งในห้องโถงที่เรือนต้วนชิงหมิง หงเว่ยหยังมองต้วนชิงหมิงอย่างพินิจ “ชิงหมิง
เจ้าผอมลงไปมาก อีกทั้งยังสวยขึ้นเป็นกองอีกต่างหาก!”
เป็นการยากที่ต้วนชิงหมิงจะลดนํ้าหนักได้จนแก้มยุ้ยทั้งสองข้างหายไป ทำเอานางยิ้มตาเป็นประกายขึ้นมา
ชิวหนิงยกนํ้าชาเข้าไปในห้องโถงที่ต้วนชิงหมิงและหงเว่ยหยังนั่งสนทนาปราศรัยกันอยู่ “ชิงหมิง บ่าวใช้ของเจ้า
ล้วนมีความสามารถทุกคน!”
ต้วนชิงหมิงยิ้มน้อยด้วยเข้าใจความหมายที่หงเว่ยหยังต้องการสื่อ “ใช่แล้ว บ่าวใช้พวกนี้ไม่ง่ายเลยจริง ถ้าไม่เลี้ยง
ดูให้เติบโตมาด้วยกัน ก็คงเป็นบ่าวที่ขยันขันแข็ง ในชีวิตจริงหากขาดพวกเขาไป ชิงหมิงคนเป็นบ้าตายไปแล้ว”
หงเว่ยหยังนั้นเป็นคนที่ไม่ค่อยออกไปไหนมาไหนนอกจวน ฉะนั้นการมาของนางในครั้งนี้ คงไม่ได้มาเพื่อพูดคุย
เรื่องสัพเพเหระ แต่หลังจากที่หงเว่ยหยังเดินเข้ามาในห้อง พลันเอ่ยปากถามถึงบ่าวใช้ เป็นนัยว่าบ่าวใช้พวกนี้เชื่อใจได้
จริงไหม?
คำตอบของต้วนชิงหมิงทำให้หงเว่ยหยังพอใจเป็นพิเศษ
ทางด้านชิวหนิงรู้สึกได้ว่าหงเว่ยหยังมีธุระบางอย่างที่อยากพูดคุย นางจึงส่งสายตาให้เยวี่ยเจีย เยวี่ยเจียเดินเข้าไป
สะกิดบ่าวใช้ของหงเว่ยหยังให้ออกไปคุยกันข้างนอก
ชิวจวี๋ก็เดินตามออกไปสมทบ ภายในห้องจึงเหลือเพียงบ่าวใช้ชิวหนิงเพียงผู้เดียว
เมื่อเห็นต้วนชิงหมิงแสดงสีหน้าเรียบเฉย บรรดาบ่าวใช้ต่างแยกย้ายไปทำงานถ่อมตนพยักหน้าชื่นชมในการรู้การ
รู้งาน!
ชิวหนิงยกนํ้าชาให้เจ้านายทั้งสองคน และช่วยชิวจวี๋รินนํ้าใส่ในกานํ้าชาให้เรียบร้อย จากนั้นทั้งสองคนก็เดินออก
ไปโดยปิดประตูแนบสนิท
ต้วนชิงหมิงวางถ้วยนํ้าชาลงบนโต๊ะ หันไปพูดกับหงเว่ยหยัง “พี่หงมาที่นี่วันนี้ มีเรื่องอะไรที่อยากบอกชิงหมิงอ
ย่างนั้นหรือ?”
หงเว่ยหยังครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนหยิบซองจดหมายออกมาจากเสื้อด้านใน พร้อมยื่นส่งให้อย่างมีมารยาท และ
เอ่ยอย่างจริงจัง “ชิงหมิง จดหมายฉบับนี้ข้าได้รับมาเมื่อไม่กี่วันก่อน แต่ว่าคนที่มาส่งจดหมายบอกว่าต้องนำมาส่งให้วัน
นี้ ในช่วงเวลาไม่เช้าและไม่สาย”
จะต้องเป็นวันนี้อย่างนั้น?
สิ่งนี้ทำให้ต้วนชิงหมิงต้องขมวดคิ้วขึ้นมา คนคนนั้นรู้ว่าจะเกิดเหตุการณ์ใดบ้างขึ้นในวันนี้?
ต้วนชิงหมิงจับซองจดหมายที่บางเฉียบ แต่รู้สึกหนักอึ้ง นางไม่รู้ด้วยซํ้าว่าควรเปิดหรือไม่ควรเปิดจดหมายฉบับนี้
ดี
หงเว่ยหยังจึงพูดต่อไปว่า “คืนที่ผ่านมา ข้าได้ยินข่าวพี่ชายสามกลับเข้าวัง ไม่รู้ว่าเหตุใดทำให้ฝั่าบาททรงกริ้ว ถึง
ขั้นสั่งกักบริเวณพี่ชายสาม หลังจากนั้นข้าก็พยายามสืบหาทุกวิธีทาง เพื่อให้ได้พบหน้าพี่ชายสามแต่ก็ไม่เป็นผล!”
แต่ต้วนชิงหมิงคิดว่าเรื่องของเหยียนหลิ่งอวี๋ไม่ได้เกี่ยวกับนางเสียหน่อย ดูอย่างครั้งก่อน เขาได้พาองค์หญิงอวี้
หลัวไปเที่ยวเดินเล่นตลาด ถึงต่อให้สองคนนั้นไม่ได้มีความสัมพันธ์อันใดต่อกัน แต่ต้วนชิงหมิงก็ยังลังเลใจที่จะเปิด
จดหมายฉบับนี้อยู่ดี
หงเว่ยหยังเห็นท่าทางลังเลของต้วนชิงหมิง จึงถอนหายใจออกมา “ชิงหมิง ข้ารู้ว่าเจ้ากำลังคิดอยู่… เรื่องของเจ้า
กับพี่ชายสามเป็นอย่างไรนั้น ข้าไม่ชัดเจน แต่รู้เพียงว่าตั้งแต่เล็กจนโต ไม่ว่าพี่ชายสามต้องการทำสิ่งใดแล้ว ไม่มีใครที่จะ
สามารถคิดของเขาได้ทะลุปรุโปร่ง! ในวันนั้นหลังจากที่เจ้าสลบไร้สติไป พี่ชายสามก็หายตัวไปและกลับวังหลวงมา หลัง
จากที่เจ้าได้สติขึ้น… เรื่องการหายตัวไปทำให้ฝั่าบาทตำหนิยกใหญ่ แต่นึกไม่ถึงว่าเมื่อคืนที่ผ่านมา วังหลวงมีข่าวแพร่
ออกมาคือ พี่ชายสามไปทำให้ฝั่าบาทกริ้วจนถูกสั่งกักบริเวณไปแล้ว”