การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 894 เนี่ยไฉ่เยวี่ยมาเยี่ยม
เมื่อเห็นเหยียนหลิ่งเจวี๋ยกระโดดออกไปจากหน้าต่างไป บุรุษผู้นั้นก็มิได้ขัดขวาง เขาแสดงสีหน้าที่แปลก
ประหลาด แต่ดูคลับคล้ายคลับคลากับองค์ชายชิงตั๋ว
จากนั้นบุรุษคนนั้นได้แสยะยิ้มขึ้นมา รอยยิ้มนั้นเหมือนเด็กน้อยที่ยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์เพทุบาย เขายกมือขึ้นลูบหน้า
พึมพำเสียงเบา “ดีที่มีเจ้า!”
ไม่มีใครฟังในสิ่งที่บุรุษคนนั้นพูดออกมา ไม่นานหลังจากนั้น เขาได้ยกมือขึ้นดึงหน้ากากสีเนื้อออกมาอยู่ในมือ
ภายใต้แสงไฟที่รำไร บุรุษคนนั้นได้แสยะยิ้มอย่างไม่ปิดบัง ที่แท้คนที่ใส่หน้ากากปลอมตัวมา นั่นก็คือองค์ชายชิง
ตั๋ว
องค์ชายชิงตั๋วได้ยกมือขึ้นลูบหน้าลูบตา ม้วนแผนที่ที่วางอยู่บนโต๊ะ จากนั้นก็เดินออกจากห้องไป
เรื่องราวทั้งหมดใกล้จะจบลงแล้ว เขาจะใช้แผนที่นี้ไปต้าเซี่ยเพื่อแลกของชิ้นหนึ่ง… ไม่สิ ต้องแลกคนคนหนึ่งต่าง
หาก!
คนคนนั้นเป็นสตรีที่เขาแอบรักใคร่ใหลหลงเฝั้าฝันทุกยามคํ่าคืน
บัดนี้ บรรยากาศภายนอกได้มืดลงแล้ว ทุกอย่างถูกจัดเตรียมไว้เป็นอย่างดี เหยียนหลิ่งเจวี๋ยที่กระโดดออกจาก
หน้าต่างถูกคนล้อมตัวจับไว้ มีดาบแหลมและธนูคมกริบจ่อเล็งอย่างนับมิถ้วน เหยียนหลิ่งเจวี๋ยยืนชะงักนิ่งอยู่ตรงนั้น
บุรุษในชุดนํ้าเงินได้เดินก้าวเข้ามามองหน้าเหยียนหลิ่งเจวี๋ย กระหยิ่มยิ้มย่อง “องค์ชายใหญ่ เป็นอย่างไรบ้าง……”
ภายใต้แสงไฟที่ลุกสว่างเหยียนหลิ่งรุ่ยเดินมาฉีกยิ้มตรงหน้าเหยียนหลิ่งเจวี๋ย พร้อมดึงหน้าคลุมหน้าสีดำออก
“องค์ชายใหญ่ ข้ารอท่านอยู่นานเหลือเกิน”
เหยียนหลิ่งเจวี๋ยเงยหน้าหัวเราะเยาะใส่เหยียนหลิ่งรุ่ย “ข้าไม่เข้าใจในสิ่งที่เจ้าพูด!”
เหยียนหลิ่งรุ่ยจึงจ้องไปที่เหยียนหลิ่งเจวี๋ยอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนยิ้มออกมา “อีกไม่นานเจ้าก็จะเข้าใจแล้ว!”
ประตูภายในห้องถูกเปิดออก องค์ชายชิงตั๋วที่มีแผนที่อยู่ในมือได้เดินก้าวเข้ามาทีละก้าว ใช้สองมือยกแผนที่ให้เห
ยียนหลิ่งรุ่ย “นี่ครับองค์ชายรอง……”
เหยียนหลิ่งเจวี๋ยเห็นว่าเป็นองค์ชายชิงตั๋วจริง เข่าทั้งสองข้างก็อ่อนระทวยทรุดลงกับพื้น ไร้เรี่ยวแรงจะยืนขึ้นมา
จบกันแล้ว ทุกอย่างจบสิ้นแล้ว!
เหยียนหลิ่งรุ่ยหรี่ตาลงมองแผนที่ในมือขององค์ชายชิงตั๋ว พร้อมกับหัวเราะเยาะอย่างสะใจ พร้อมผายมือไปด้าน
นอก “เสด็จพี่ใหญ่ เสด็จพ่อรอท่านอยู่ในวังหลวง… รีบไปกันเถอะ!”
เมื่อกล่าวจบ เหยียนหลิ่งรุ่ยก็โบกมือ ทหารองครักษ์จำนวนมากเข้ามาจับตัวเหยียนหลิ่งเจวี๋ยเอาไว้
แสงไฟที่สว่างขึ้นค่อยๆ เลือนห่างออกไป เสียงอึกทึกค่อยๆ เบาบางลง โดยมีความมืดมิดเข้ามาปกคลุมเเทน ทุก
อย่างกลับเงียบสงบสู่ภาะวะปกติ
ทันใดนั้น อีกฝากหนึ่งในความมืดมิด มีเงาของชายสองคน คนหนึ่งสูงคนหนึ่งเตี้ยเดินออกมา คนเตี้ยมักเดินใน
ความมืดจนเกือบหกล้มคลุกคลานไปกับพื้น
ดีที่คนสูงได้รีบคว้าไว้ได้ทัน “เจ้าระวังหน่อยสิ!”
คนเตี้ยพูดต่อว่าเสียงเบา “ทางเดินห่าอะไรเนี่ย!”
ชายสูงได้แต่ยิ้มโดยไม่มีเสียง
ที่แท้นั่นเป็นเสียงของต้วนอวี้และเหยียนหลิ่งอวี๋
ทั้งสองคนหยุดนิ่งโดยไม่เดินต่อไปข้างหน้า พอได้ยินองครักษ์กำลังค้นหาสิ่งของในที่พักเสียงดัง เหยียนหลิ่งอวี๋ก็
ซุบซิบว่า “เอาล่ะ พวกเรากลับกันเถอะ!”
ต้วนอวี้พูดเสียงอ่อยกลับไปประโยคหนึ่ง “ถ้ากลับไปแล้ว พรุ่งนี้ต้องไม่มีอะไรให้ทำแน่นอน แต่ข้าต้องไปร่วมงาน
สอบจอหงวนซึ่งเกี่ยวพันไปถึงความสุขทั้งชีวิตของข้า!”
ในวันพรุ่งนี้ คงไม่มีเรื่องใดเกิดขึ้นใช่ไหม
เหยียนหลิ่งอวี๋ยิ้มมุมปากโดยไร้เสียงหัวเราะ… พรุ่งนี้เขาคงต้องยุ่งยิ่งกว่าที่ต้วนอวี้คิดเป็นไหนๆ
เพราะว่าเรื่องทั้งหมดยังไม่จบลงง่ายๆ สิ่งที่เขาต้องรับมือคงไม่ได้มีเพียงเหยียนหลิ่งเจวี๋ยที่ง่ายดายเช่นนี้
ทั้งสองคนกำลังก้าวเดินไปหยุดตรงที่รถม้าจอดอยู่ ต้วนอวี้จู่ๆ ได้ถามขึ้นประโยคว่า “เห้ย เหยียนหลิ่งอวี๋ เจ้ารู้
เรื่องทุกอย่างได้ยังไง?”
เหยียนหลิ่งอวี๋ตอบเสียงเรียบเพียงว่า “เรื่องทั้งหมดเป็นแผนการของเสด็จพ่อ พอเพียงทำตามพระประสงค์ของ
เสด็จพ่อเท่านั้น”
ต้วนอวี้หันมองค้อนขวับใส่เหยียนหลิ่งอวี๋
เนื่องจากต้วนอวี้พบว่าเหยียนหลิ่งอวี๋ผู้นี้มีด้านที่ช่างร้ายกาจอย่างมากซ่อนเร้นอยู่ อย่างเช่น ไม่ว่าเรื่องใดเกิดขึ้นที่
เกี่ยวกับเสด็จพ่อ เขาจะยกความดีความชอบทั้งหมดให้เสด็จพ่อ มิใช่ให้กับตัวเขา!
ต้วนอวี้พลันพูดอย่างรำคาญใจ “เฮ้อ เห็นแก่ที่ข้ายอมเอาชีวิตเข้าแลกหนึ่งวันกว่าๆ เจ้าก็ควรบอกข้ากับเรื่องที่
เกิดขึ้นทั้งหมดได้แล้วมั้ง”
เหยียนหลิ่งอวี๋จึงตอบกลับ “บอกเจ้าก็ไม่เสียหายอะไร… ฝังไทเฮาเคยช่วยอดีตจักรพรรดิให้ขึ้นครองบัลลังก์จึงมี
ความดีความชอบมากล้น ส่วนตระกูลเหยียนของฮองเฮาได้แยกตัวออกมาจากฝังไทเฮา… ทั้งสองฝั่ายได้มีข้อตกลงกัน ฝัง
ไทเฮาจะไม่ควบคุมการทหาร แต่ปล่อยให้ฮ่องเฮาเป็นฝังดูแล โดยหลายปีมานี้ ข้อตกลงที่เคยให้กันไว้ก็ไม่เคย
เปลี่ยนแปลง จนมาถึงในรัชสมัยของจักรพรรดิพระองค์นี้ ไทเฮากลับแทรกแซงการเมือง และกุมอำนาจทางการทหารไว้
ไม่ปล่อย จึงเป็นที่ไม่วางพระทัยของเสด็จพ่อ จนหลายปีมานี้อำนาจของไทเฮาได้ผนึกกำลังอย่างเหนียวแน่น จนยากจะ
สั่นคลอนได้ ด้วยเหตุนี้เสด็จพ่อจึงสั่งให้ข้าสร้างแผนการขึ้นมาจัดการ……”
แผนที่จักรพรรดิต้องการให้สร้างขึ้นมานั้น ยากที่จะเอาชนะได้ ที่สำคัญยังเกี่ยวโยงไปถึงหลายบุคคลและเรื่องราว
ต่างๆ เป็นวงกว้าง
“แผนการนี้แท้จริงแล้วแสนง่ายดาย ก่อนอื่นให้อำนาจในแต่ละกลุ่ม เพื่อให้เหยียนหลิ่งเจวี๋ยคิดว่าเสด็จพ่อ
ต้องการเล่นงานเขาและตระกูลของไทเฮา จะทำให้เขาลนลานขึ้นมา จากนั้นชิงตั๋วจะใช้ความขัดแย้งขององค์ชายใหญ่
แคว้นอื่นที่ไม่ถูกกับเหยียนหลิ่งเจวี๋ยมาแอบเล่นงานเหยียนหลิ่งเจวี๋ยเสียเอง” เหยียนหลิ่งอวี๋กล่าว
เหยียนหลิ่งอวี๋พูดมาถึงตรงนี้ ต้วนอวี้ก็รีบพูดแทรกขึ้น “หยุด… หยุดก่อน!”
เหยียนหลิ่งอวี๋มองหน้าต้วนอวี้โดยไม่ได้เอ่ยคำใด
ต้วนอวี้กระพริบตาด้วยความสงสัย “เจ้าไม่ได้บอกก่อนหน้านี้หรือ ว่าชิงตั๋วกับเหยียนหลิ่งเจวี๋ยสมคบคิดกัน…
ตอนนี้ทำไมกลับกลายเป็นชิงตั๋วกับองค์ชายใหญ่ล่ะ?”
เหยียนหลิ่งอวี๋ตอบเสียงเรียบ “แน่นอนว่าชิงตั๋วอยากตีสนิทกับเหยียนหลิ่งเจวี๋ย แต่น่าเสียดายที่เหยียนหลิ่งเจวี๋ย
เป็นโอรสคนโต มีหรือที่จะให้ค่ากับองค์ชายชิงตั๋วที่เป็นโอรสลูกอนุของแคว้นอื่น และยังไม่มีอำนาจอยู่ในมืออีก เหยียน
หลิ่งเจวี๋ยแค่อยากใช้ชิงตั๋วเพื่อเข้าหาองค์ชายใหญ่ของชิงตั๋วต่างหาก”
เมื่อเห็นต้วนอวี้ทำท่าเข้าใจและระคนสงสัย เหยียนหลิ่งอวี๋จึงพูดเสียงเรียบ “เจ้าไม่ต้องกังขาไป… ในวังหลวง
แต่ละสมัยและแคว้นล้วนเป็นอย่างนี้ด้วยกันทั้งนั้น ต่างแก่งแย่งชิงดีชิงเด่นเพื่อผลประโยชน์กันจนเป็นเรื่องธรรมดา…
เพียงแต่สถานที่และบุคคลแตกต่างกันเท่านั้นเอง……”
ต้วนอวี้พยักหน้าเห็นด้วยและเอ่ยว่า “แต่เหยียนหลิ่งเจวี๋ยจะตามหาองค์ชายใหญ่ของชิงตั๋วได้อย่างไร?”
เหยียนหลิ่งอวี๋เอ่ยตอบ “ก่อนอื่นเหยียนหลิ่งเจวี๋ยก็ยอมดีกับชิงตั๋วก่อน โดยให้คนข้างกายองค์ชายใหญ่ของชิงตั๋ว
แอบลักลอบเข้ามาในต้าเซี่ยเพื่อพบหน้าเหยียนหลิ่งเจวี๋ย……”
พูดมาถึงตรงนี้ เหยียนหลิ่งอวี๋กลับชะงักลงไปชั่วขณะ “ในคํ่าคืนนี้ ทำไมองค์ชายใหญ่ของชิงตั๋วกลับกลายเป็นชิง
ตั๋วไปได้ เรื่องนี้ข้าก็ยังไม่เข้าใจ ไม่แน่ว่าเขาอาจมีการวางแผนล่วงหน้า หรือไม่เหยียนหลิ่งเจวี๋ยก็ถูกชิงตั๋วหลอกสนิท……”
ต้วนอวี้รู้ว่าเหยียนหลิ่งอวี๋รู้ทุกอย่าง เพียงแต่เขาแค่ไม่อยากเล่าเท่านั้นเอง แต่เมื่อต้วนอวี้ครุ่นคิดอยู่ไม่นานก็ร้อย
เรียงเรื่องราวได้ทั้งหมด เขาจึงเอ่ยว่า “ข้างกายของชิงตั๋วมีคนของเหยียนหลิ่งเจวี๋ยแอบผสมเข้ามา ดังนั้นชิงตั๋วจึงหลอก
ใช้คนเหล่านั้นหลอกเหยียนหลิ่งเจวี๋ยกลับอีกชั้นหนึ่ง จากนั้นชิงตั๋วได้ปลอมตัวเป็นองค์ชายใหญ่แคว้นอื่น เพื่อทำร้ายเหยี
ยนหลิ่งเจวี๋ยเสียเอง… เรื่องนี้ชิงตั๋วกับเหยียนหลิ่งรุ่ยก็สมคบคิดกันด้วยใช่ไหม? มิอย่างนั้นมีหรือที่เหยียนหลิ่งรุ่ยจะเชื่อคำ
พูดของชิงตั๋ว?”
เหยียนหลิ่งอวี๋หัวเราะอย่างชอบใจ “เรื่องราวก็น่าจะประมาณนั้น!”
การหาพันธมิตรขององค์ชายนั้นเป็นเรื่องของผลประโยชน์ต่างตอบแทน ในเมื่อเหยียนหลิ่งเจวี๋ยไม่ชอบขี้หน้าชิง
ตั๋ว ทว่าเขากลับสามารถไปหาคนมาเล่นงานเหยียนหลิ่งเจวี๋ยได้ก็แล้วกัน
เพียงแต่ว่าเปั้าหมายของเหยียนหลิ่งเจวี๋ยคือบัลลังก์มังกร ส่วนเหยียนหลิ่งรุ่ยก็แค่อยากกำจัดเหยียนหลิ่งเจวี๋ยให้
พ้นๆ ทางก็เท่านั้นเอง!
ส่วนคนที่ผสมเข้าไปข้างกายชิงตั๋วนั้น ถ้าเหยียนหลิ่งอวี๋ทายไม่ผิดน่าจะเป็นองค์หญิงอวี้หลัว เพราะเหยียนหลิ่งอวี๋
ได้สืบมาชัดเจนแล้ว คนที่จ้องเล่นงานต้วนชิงหมิงไม่ใช่ชิงตั๋วทั้งหมด แต่ส่วนมากเป็นความคิดขององค์หญิงอวี้หลัว… แค่
องค์หญิงเพียงคนเดียวจะมีความเคียดแค้นกับต้วนชิงหมิงมากมายอะไรขนาดนี้ ทำไมองค์หญิงอวี้หลัวต้องทำแบบนี้
สาเหตุอาจมาจากจากถูกยุยงปลุกปัน
องค์หญิงอวี้หลัวทำร้ายคนที่ชิงตั๋วชอบอย่างต้วนชิงหมิงและยอมทรยศชิงตั๋ว ในใจของชิงตั๋วนั้นจะต้องมีความ
โกรธแค้นเป็นอย่างมาก ดังนั้นเขาจึงหลอกใช้องค์หญิงอวี้หลัวกลับ จากนั้นปลอมตัวเป็นองค์ชายใหญ่แคว้นอื่นเพื่อ
ติดต่อกับเหยียนหลิ่งเจวี๋ย
พูดก็พูดเถอะ เหยียนหลิ่งอวี๋รู้สึกนับถือสติปัญญาของชิงตั๋ว ที่สามารถปกปิดเหยียนหลิ่งเจวี๋ยได้มิดจนไม่รู้เรื่องรู้
ราว ว่าคนที่ปลอมตัวในฐานะขององค์ชายใหญ่แคว้นอื่นที่แท้กลับเป็นชิงตั๋วนี่เอง
ตอนนี้ เหยียนหลิ่งเจวี๋ยพลาดท่าล้มลงแล้ว จึงไม่ได้มีโอกาสร่วมมือกับองค์ชายใหญ่แคว้นอื่น
ถ้าชิงตั๋วฉลาดกว่านี้โดยฉกฉวยโอกาส จะต้องสามารถล้มองค์ชายใหญ่อย่างถ่าถูให้ไร้สิ้นความโปรดปรานจาก
เสด็จพ่อได้
อย่างไรเสีย การสมคบคิดกับองค์ชายแคว้นอื่น อาจนำภัยร้ายมาสู่แคว้นจนสิ้นเมืองสิ้นแคว้นได้
บัดนี้ ชิงตั๋วได้สร้างความดีความชอบให้จักรพรรดิต้าเซี่ย คงจะได้รับเงินทองจำนวนมหาศาล ดังนั้นก้าวต่อไป เขา
อยากจะทำอะไรต่อ?
เหยียนหลิ่งอวี๋แสยะยิ้มออกมา เป็นไปได้สูงว่าชิงตั๋วอาจต้องการให้จักรพรรดิต้าเซี่ย พระราชทานงานแต่งงานให้
เขากับต้วนชิงหมิง!
ชิงตั๋วคิดว่าต้าเซี่ยเป็นที่ไหนกัน?
ไม่รู้หรือที่นี่เป็นพื้นที่ของเหยียนหลิ่งอวี๋ ชิงตั๋วริอาจอยากแต่งกับต้วนชิงหมิง เกรงว่าความคิดของเขาคงไม่มีทาง
เป็นไปได้
เพียงแต่ว่าคำพูดเหล่านี้ เหยียนหลิ่งอวี๋ไม่มีทางบอกต้วนอวี้ เพราะสตรีของเขา เขาจะเป็นคนปกปั้องเอง ส่วนต้
วนอวี้ก็ทำในสิ่งที่เขาต้องไปทำ
“อย่างนั้น ทำไมเหยียนหลิ่งเจวี๋ยต้องไปเผาคฤหาสน์ของเจ้าด้วย? เรื่องนี้เจ้ารู้ตัวหรือไม่?” ต้วนอวี้เอ่ยถามขึ้น