กำเนิดใหม่ชายาผู้ล่วงลับ โม่เหยียนซาง - บทที่ 101 )
ทั้งที่เป็นเพียงวาจาหยอกเย้า ทว่ากลับคล้ายแฝงความจริงจังสุดแสน ตง
ฟางเจ๋อที่เป็นแบบนี้นางเพิ่งเคยเห็นเป็นครั้งแรก
ซูหลีหัวใจเต้นรัว อึ้งงัน ถอยห่างจากเขาโดยสัญชาตญาณ พวงแก้มที่เดิมซีด
ขาว ยามนี้พลันแดงระเรื่อ นางเอ่ยตอบทันที่ “นึกไม่ถึงว่าเจิ้นหนิงอ๋องก็ล้อเล่น
เช่นนี้เป็นด้วย! ท่านอ๋องบาดเจ็บเพราะหม่อมฉัน หม่อมฉันเป็นห่วงท่านอ๋องก็
ย่อมสมเหตุสมผล หากคิดเหมือนท่านอ๋อง เช่นนั้นหม่อมฉันก็ต้องคิดว่าท่านอ๋อง
หลงรักหม่อมฉันนานแล้ว?”
เอ่ยประโยคนั้นจบ ทั้งสองต่างก็ชะงักงัน บรรยากาศรอบข้างเงียบงันไร้เสียง
มีเพียงเสียงหัวใจเต้นและเสียงลมหายใจของทั้งสองที่ชัดเจนไร้ที่เปรียบ
ประกายร้อนรุ่มสั่นไหวในดวงตาชายหนุ่ม แม้ในยามค่ำคืนเช่นนี้ ก็ยังบีบคั้น
จนนางไม่กล้าสบตาตรงๆ ซูหลีอึดอัดจนอยากหันหน้าหนี แต่กลับถูกเขาเอื้อมมือ
รั้งไว้
นิ้วมือเรียวยาวจับคางประณีตของนางไว้ เขาเชยคางนางขึ้น ก่อนจะประทับ
จูบลงไปอย่างรวดเร็ว
ร่างบางพลันตึงเกร็ง จูบนี้ ต่างจากจูบอันร้อนแรงและเผด็จการในสระน้ำพุ
ร้อน จูบของเขาในยามนี้อ่อนโยนจนไม่อาจปฏิเสธ และริมฝีปากของนาง ก็ยังคง
งดงามจนทำให้อยากลิ้มลองซ้ำแล้วซ้ำเล่า ยิ่งนานยิ่งไม่อยากหยุด
ในสมองพลันหวนนึกถึงภาพเหตุการณ์ชวนใจเต้นในสระน้ำพุร้อน ครั้นนึกได้
ว่าทั้งสองเคยพัวพันอย่างร้อนแรงภายใต้แรงขับเคลื่อนของความปรารถนา
ใบหน้าของซูหลีพลันร้อนผ่าว ทั้งที่แรงปรารถนาในยามนั้นได้จางหายไปหมดแล้ว
แต่นางกลับไม่มีแรงผลักเขาออก บางทีอาจเป็นเพราะนางรู้ดีว่าสภาพร่างกาย
ของเขาในยามนี้ไม่อาจทำเรื่องเสียหายต่อนางได้
แสงจันทร์งดงาม ค่ำคืนอันเงียบสงัดและสงบสุข กลิ่นอายรอบกายเต็มไป
ด้วยความคลุมเครือและอบอุ่น ค่ำคืนอย่างนี้ทำให้อดไม่ได้ที่จะดื่มด่ำและจมดิ่ง
ความปรารถนาในใจยากจะควบคุม นิ้วมือที่ราวกับมีเวทมนตร์ของเขาวนเวียน
อยู่บริเวณต้นคอนาง ลูบไล้สัมผัสอย่างอ่อนโยน ทำให้ร่างกายนางอ่อนระทวยดั่ง
น้ำในวสันตฤดู
มือทั้งสองข้างของซูหลีเกาะเกี่ยวอยู่บนไหล่เขาอย่างไม่รู้ตัว โอนอ่อนไปตาม
การรุกรานอันหอมหวานของเขาอย่างไร้สติ ครั้นลิ้นร้อนผ่าวโลมเลียลงไปตาม
แนวลำคอยาวระหง ตงฟางเจ๋อพลันสูดหายใจ ผลักนางออกทันที
ทำต่อไปไม่ได้แล้ว ไม่เช่นนั้นเขาคงจะอดกลั้นไม่ได้จริงๆ! ตงฟางเจ๋อสบถ
หมุนกายหันไปอีกทางอย่างไม่สบอารมณ์ ซูหลีกลับนั่งตัวแข็งที่ออยู่บนพื้น
พยายามปรับลมหายใจถี่ระรัวของตนเองอย่างสุดกำลัง
ทั้งสองต่างปรับจังหวะการเต้นของหัวใจและอารมณ์ของตนอย่างรวดเร็ว
ที่สุด
ผ่านไปนานก็ยังไม่มีใครเอ่ยปาก บรรยากาศพลันอึดอัดขึ้นมาทันที
ตงฟางเจ๋อแหงนหน้ามองท้องฟ้า ไม่รู้ว่ากำลังคิดอะไรอยู่บ้าง คล้ายคิดจน
เหม่อลอย ซูหลีก้มหน้ามองเท้าตนเอง เรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นในวันนี้ราวกับฝันตื่น
หนึ่ง
“เจิ้นหนิงอ๋อง” ซูหลีครุ่นคิด สุดท้ายก็เป็นฝ่ายเอ่ยทำลายความเงียบก่อน
นางจงใจขานเรียกยศของเขาเพื่อเพิ่มระยะห่าง
ตงฟางเจ๋อขมวดคิ้วมองนางด้วยสายตาที่ยังคงมีประกายไหวระริก เอ่ยเสียง
แหบพร่าเบาๆ”เรียกชื่อของข้า”
ซูหลีใบหน้าร้อนผ่าวอย่างห้ามไม่อยู่ เอ่ยอย่างลังเล “นั่น… ผิดต่อ
ธรรมเนียม”
เขากุมมือนางเบาๆ ในดวงตามีรอยยิ้มพาดผ่าน “เมื่อครู่เจ้าเรียกไปหลายครั้ง
แล้ว ยังจะห่วงผิดธรรมเนียมหรือไม่อีกทำไม?”
ซูหลีหัวใจเต้นรัว เมื่อครู่นางเรียกชื่อเขาตรงๆ เพราะอารามร้อนใจ ใช่คิดไป
ไกลถึงขนาดนั้นเสียที่ไหน นางหมายจะดึงมือกลับมา ทว่าจนใจที่เขากุมไว้แน่นเกิน
ไป ทำได้เพียงเอ่ยเรียก “ท่านอ๋อง!”
“เรียกชื่อของข้า!” ใบหน้าหล่อเหลาของตงฟางเจ๋อขยับเข้ามาตรงหน้านาง
ห่างกับริมฝีปากนางเพียงนิ้วเดียว นัยน์ตาดำขลับมีประกายพราวเสน่ห์พาดผ่าน
ซูหลีบังเกิดความปรารถนาขึ้นมาอย่างควบคุมไม่อยู่ สัมผัสอุ่นๆ จากจูบเมื่อ
ครู่คล้ายตราตรึงลึกถึงหัวใจ นางรีบเบนหน้าหนี “ก็ได้ ตงฟางเจ๋อ ข้าอยากรู้เรื่อง
ที่เกิดขึ้นในคืนนี้…”
“เรื่องในคืนนี้ ข้าเองก็อยากรู้ว่าเป็นฝีมือผู้ใดกันแน่!” ตงฟางเจ๋อไม่รอให้นาง
พูดจบก็พูดแทรกขึ้นมา กลิ่นอายรอบกาย แปรเปลี่ยนเป็นเย็นเยียบทันที
ซูหลีอึ้งงัน รู้สึกเพียงว่าบุรุษที่อ่อนโยนเมื่อครู่หายตัวไปอย่างรวดเร็ว เพียง
พริบตาเขาก็กลับมาเป็นเจิ้นหนิงอ๋องผู้ที่มีอำนาจบารมีสูงส่งคนเดิมแล้ว! ในใจ
พลันรู้สึกหม่นหมอง นางเงยหน้า จ้องเขาอย่างเย็นชาแล้วเอ่ยว่า “เป็นท่านที่นัด
ข้าไปที่หลังเขา!”
หลังขึ้นเขาไปก็เกิดเรื่องเช่นนั้นขึ้น จากนั้นตงฟางจั๋วก็ปรากฏตัว เห็นชัดว่านี่
ไม่ใช่เรื่องบังเอิญแน่นอน! ถ้าอย่างนั้นการทำให้นางและเขามีอะไรเกินเลยกันใน
สถานการณ์เช่นนั้น และให้ตงฟางจั๋วมาเห็นเข้าอีก แผนการเช่นนี้จะมีประโยชน์ต่อ
ผู้ใด?
ตงฟางเจ๋อหันมามองนาง นางไม่เหลือเค้าหญิงสาวอ่อนแอบอบบางใน
อ้อมอกเขาเมื่อครู่อีกแล้ว ยามนี้นางได้กลับมาเย็นชาและสงบนิ่งดังเดิม นาง
วิเคราะห์เรื่องราวอย่างใจเย็น ตั้งข้อสงสัยและระแวดระวังต่อผู้คนรอบกาย
“เจ้าสงสัยข้า?” สายตาเขาขรึมลงเล็กน้อย ใบหน้าไม่แสดงอารมณ์ใด
ซูหลีกล่าว “ข้าไม่อยากสงสัยท่าน แต่ยามนั้นนอกจากท่านและข้า ก็มีเพียงตง
ฟางจั๋วผู้เดียวเท่านั้นที่อยู่ที่นั่น!” นางขมวดคิ้ว เรื่องนี้ประหลาดมากจริงๆ นาง
เองก็รู้ ตงฟางเจ๋อไม่ใช่คนที่จะใช้อุบายเช่นนี้ได้ ยิ่งไปกว่านั้นอาการผิดปกติของ
เขาในยามนั้นก็ไม่เหมือนเสแสร้งแกล้งทำสักนิด หากเป็นฝีมือเขาจริง แล้วเหตุใด
ในช่วงเวลาที่สำคัญที่สุดเขาจึงปล่อยนางไป? ความคิดนับร้อยหมุนวนแล่นผ่าน
นางชะงักไปครู่หนึ่ง มีบางสิ่งแล่นผ่านสมองอย่างรวดเร็ว นางตะลึงงัน สีหน้า
พลันหนักอึ้ง ก่อนจะหันไปถามเขา “ก่อนหน้าข้า ยังมีผู้ใดขึ้นเขาไปอีก?”
ตงฟางเจ๋อพลันยิ้ม “เจ้าฉลาดมาก!”
รอยยิ้มของเขาไร้ความอบอุ่น ซูหลีแทบจะเดาออกจากสีหน้าของเขาทันทีว่า
เป็นฝีมือผู้ใด หัวใจนางเต้นรัวเร็ว ขมวดคิ้วถามอย่างไม่รู้ตัว “เช่นนั้นท่านกับ
นาง…”
“ย่อมไม่มีเรื่องใดเกิดขึ้นระหว่างข้ากับนาง! มิเช่นนั้น ไม่เกินสามวัน คนทั้ง
เมืองหลวงคงรู้ว่าข้าตงฟางเจ๋อมีสัมพันธ์ส่วนตัวกับคุณหนูใหญ่แห่งจวนอัคร
เสนาบดี เมื่อถึงยามนั้นแม้ข้าไม่อยากสู่ขอนางก็จำต้องทำ! ส่วนเจ้าและพี่รอง ก็จะ
กลายเป็นพยานในเหตุการณ์ครั้งนี้!” ตงฟางเจ๋อแค่นเสียงเย็นชาอย่างดูแคลน ซู
หลีได้ยินกลับรู้สึกขวัญหนีดีหาย สีหน้าแปรเปลี่ยนไปมา
“เพราะเหตุใด?” นางเอ่ยถามเสียงเบาอย่างไม่รู้ตัว ฟังดูคล้ายไม่มีที่มาที่ไป
แต่ตงฟางเจ๋อกลับเข้าใจ เขามองนางแล้วยิ้ม “มีเพียงยามเผชิญหน้ากับสตรีที่
ตนเองไม่ได้ชอบ บุรุษจึงจะมีความสามารถในการควบคุมตนเองได้ดี”
ซูหลีหัวใจสะท้าน มองเขาอย่างอึ้งงัน ไม่กล้านึกถึงความหมายแฝงในวาจา
ของเขา
ก่อนหน้านี้ตอนอยู่ในอุโมงค์ลับอันมืดมิดเส้นนั้น นางละทิ้งความกังวลทั้งปวง
เพื่อตามหาปุ่มควบคุมกลไกเพื่อเขา เขาเองก็รับลูกธนูแทนนางได้โดยไม่สนความ
เป็นความตายของตนเองเช่นกัน ยามนั้นพวกเขาไม่ได้คิดไตร่ตรองเหตุผล ไม่
คำนึงถึงผลที่จะตามมา แต่ทันทีที่หลุดพ้นจากสถานการณ์อันตรายกลับมาอยู่
ตำแหน่งเดิม พวกเขาก็กลับมาเป็นท่านหญิงหมิงซีและเจิ้นหนิงอ๋องผู้ที่ระแวด
ระวังตัว และวางแผนอยู่ตลอดเวลา! ความสัมพันธ์ระหว่างเขากับนาง จะกลาย
เป็นชื่นชอบกันอย่างบริสุทธิ์ใจได้จริงหรือ?
ไม่รู้เพราะเหตุใด จู่ๆ หัวใจก็พลันเจ็บปวดยิ่งนัก นางเบนหน้าหนี เอ่ยถามเสียง
เรียบ “หากตรวจสอบได้ว่าเป็นฝีมือผู้ใด ท่านจะจัดการเช่นไร?”
ตงฟางเจ๋อไม่ตอบ สีหน้ากลับเย็นชาจนน่ากลัว
ใช่แล้ว ใครเล่าจะชอบถูกผู้อื่นวางแผนเล่นงาน โดยเฉพาะคนอย่างเขา! ซูหลี
รู้สึกกระวนกระวายใจเล็กน้อย เรื่องนี้อย่างไรก็เกิดขึ้นในบ้านพักตากอากาศของ
สกุลซู และเกี่ยวข้องกับซูชิ่น ไม่แน่คนที่วางแผน ก็อาจจะเกี่ยวข้องกับสกุลซูด้วย!
และถึงแม้แผนการนั้นจะถูกสร้างขึ้นเพื่อเล่นงานตงฟางเจ๋อ แต่หากกลายเป็น
จริงขึ้นมา นั่นจะบ่งบอกถึงอะไร? บางทีพิธีคัดเลือกพระสวามีอาจถูกยกเลิกด้วย
เหตุนี้ และนางก็ต้องแต่งงานกับตงฟางจั๋วอย่างไม่มีทางเลือก ผลลัพธ์เช่นนั้น
ไม่ใช่ผลลัพธ์ที่นางต้องการเด็ดขาด!