กำเนิดใหม่ชายาผู้ล่วงลับ โม่เหยียนซาง - บทที่ 184 )
“ใช้ชีวิตร่วมกัน…” เขาชะงักงัน พึมพำประโยคนี้เสียงเบา สายตาเต็มไปด้วย
แววใคร่ครวญ เงยหน้ามองนาง ถามอย่างครุ่นคิด “คนที่ซูซูอยากใช้ชีวิตร่วมด้วย
เป็นคนแบบใดกันแน่?”
ซูหลีอึ้งงัน ปัญหานี้นางไม่เคยไตร่ตรองอย่างละเอียด อย่างน้อยก็ไม่ใช่คนที่
เอาแต่หยั่งเชิง ทำให้คนคาดเดาไม่ออกว่าแท้จริงเขามีความจริงใจกี่ส่วน และไม่
สามารถประเมินได้ว่าในใจเขานางมีค่ามากน้อยเพียงใด สายลมเย็นพัดผ่านเข้ามา
ราวกับปัดเป่าเข้ามาในหัวใจนางโดยตรง นางเม้มปากแน่น ไม่ได้ตอบคำถาม
ตงฟางเจ๋อถามด้วยสายตาเคร่งขรึมอีกว่า “เจ้าคิดว่างานแต่งงานที่เสด็จพ่อ
พระราชทานให้ อาศัยเพียงวาจาสองสามประโยคของเจ้าและข้า ก็สามารถแก้
ปัญหาได้ง่ายๆ เช่นนั้นหรือ?”
นางย่อมรู้ว่ามันไม่ง่ายเช่นนั้น! สายตาซูหลีเคร่งเครียด เงยหน้ากล่าวเสียง
ราบเรียบ “ท่านอ๋องคงกลัวว่าหม่อมฉันจะทำให้ท่านอ๋องเดือดร้อนไปด้วยกระมัง
เพคะ? เรื่องนี้ท่านอ๋องวางใจได้ หากภายหน้าต้องยกเลิกงานแต่งจริงๆ ซูหลีย่อม
ต้องคิดหาวิธีที่รอบคอบ จะไม่ทำให้ท่านอ๋องเสียหายแม้แต่น้อย!”
นางกล่าวด้วยน้ำเสียงมั่นใจ ราวกับอย่างไรก็ต้องมีเหตุการณ์ให้ยกเลิกงาน
แต่ง ตงฟางเจ๋อพลันรู้สึกหนักอึ้งในใจ อึดอัดสุดแสน
“ถ้าหากข้าไม่รับปากเล่า?” เขาขมวดคิ้วมองนาง
ซูหลีจ้องหน้าเขาตรงๆ แล้วตอบว่า “หม่อมฉันก็คงต้องไปหาจิ้งอันอ๋อง
เพคะ!”
สายตาตงฟางเจ๋อเย็นเยียบ ฝ่ามือหนาที่รัดเอวนางพลันกระชับแน่นหลาย
ส่วน ราวกับกำลังลงโทษที่นางคิดสิ่งที่ไม่สมควร “เจ้ากำลังขู่ข้า?”
ซูหลีเงยหน้ามองเขา “ท่านอ๋องกล่าวหนักไปแล้วเพคะ! ในเมื่อขึ้นชื่อว่าตัว
เลือก ย่อมไม่ได้มีแค่ท่านอ๋องผู้เดียว… ถึงแม้จิ้งอันอ๋องไม่มีข้ออ้างไว้ทุกข์ แต่
ด้วยความสามารถของเขา ยืดเวลาออกไปสักหนึ่งปีครึ่ง คงไม่ใช่ปัญหาใหญ่!”
ตงฟางเจ๋อกล่าว “เจ้ามั่นใจหรือว่าเขาจะรับปากเจ้า?”
ซูหลียิ้ม แล้วกล่าวว่า “ขอเพียงหม่อมฉันอ้างชื่อท่านหญิงหมิงอวี้ ขอร้องให้
เขาช่วยเหลือ เขาจะต้องรับปากแน่นอนเพคะ!” นางมั่นใจมาก ไม่ว่าผู้ใดต่างก็ดู
ออก เรื่องของหลีซู ตงฟางจั๋วทุกข์ทรมานด้วยความสำนึกผิด เพียงแต่นางไม่
อยากข้องเกี่ยวกับคนผู้นั้นอีก
ตงฟางเจ๋อเริ่มตึงเครียด สีหน้าแข็งกร้าว จ้องหน้านางเขม็ง “ข้านึกว่าเจ้าจะ
ไม่ยอมเสี่ยงแต่งงานให้เขา!” หากมิอาจยกเลิกงานแต่งได้ ผลลัพธ์ก็มีเพียงหนึ่ง
เดียว! แล้วเขาก็รู้สึกมาโดยตลอดว่านางไม่ชอบตงฟางจั๋ว กระทั่งชิงชังอย่างไม่
ทราบสาเหตุ! ถึงแม้นางมักเก็บซ่อนความรู้สึกอย่างสุดความสามารถ แต่เขาก็ยัง
คงรู้สึกได้อย่างชัดเจน ฉะนั้นในพิธีคัดเลือกพระสวามี เขาจึงไม่เคยกังวลเลย
แม้แต่น้อย
ซูหลีเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “หากไร้ทางเลือกอื่น ถึงแม้ไม่อยาก ก็จำต้องวางเดิมพัน
อย่างน้อยก็ยังมีเวลาครึ่งปี… ครึ่งปี ขอเพียงพยายามมากพอ ก็สามารถ
เปลี่ยนแปลงอะไรได้มากมาย อย่างเช่น ตำแหน่งและฐานะของหม่อมฉันอย่างไร
เล่าเพคะ!”
ไร้ทางเลือกอื่น… ตงฟางเจ๋อรู้สึกปวดใจ สีหน้าแปรเปลี่ยนเป็นสับสนยุ่งเหยิง
มองหน้านางครู่หนึ่ง สายตาค่อยๆ อ่อนลง เขาจับมือนาง กุมนิ้วมือเย็นๆ ของ
นางไว้แน่น สีหน้ากลับแฝงไว้ด้วยความจนใจหลายส่วน เขาเอ่ยพลางทอดถอนใจ
“ซูซู การแต่งงานไม่ใช่ข้อตกลง!”
ประโยคนี้ ทำให้หัวใจของซูหลีสะท้านไปทั้งดวง “วาจานี้เมื่อได้ยินจากปากท่าน
อ๋อง ช่าง… ชวนให้เหลือเชื่อยิ่งนักเพคะ!”
ในอดีตการแต่งงานของท่านอ๋อง มีครั้งไหนบ้างที่ไม่เกี่ยวข้องกับผล
ประโยชน์และข้อตกลง? โดยเฉพาะท่านอ๋องที่ได้รับความโปรดปรานจากฮ่องเต้
เป็นพิเศษ แล้วยังมีใจคิดแย่งชิงบังลังมังกรเช่นเขา! นางพยายามค้นหาร่องรอย
เสแสร้งจากแววตาของเขา แต่จ้องมองอยู่นาน กลับมองเห็นเพียงแววปวดใจ
เลือนรางที่สะท้อนอยู่ในดวงตาเขา นางรีบเบือนหน้าหนี คล้ายกลัวว่าตนเองจะ
ยอมอ่อนข้อให้เพียงเพราะความหวั่นไหวชั่วขณะ
ตงฟางเจ๋อสัมผัสได้ถึงแววเย้ยหยันในน้ำเสียงนางอย่างชัดเจน ทว่ากลับไม่
โกรธเคือง เพียงยิ้ม แล้วกล่าวว่า “ในสายตาของซูซู ท่านอ๋องล้วนต้องอาศัยสตรี
เชื่อมสัมพันธ์กับขุนนางใหญ่ในราชสำนัก เพื่อทำให้อำนาจตนเองมั่นคงใช่หรือไม่?
แต่ในสายตาของข้า ผู้มีความสามารถอย่างแท้จริง ย่อมมีคนถวายความภักดีและ
สนับสนุนเอง ไม่จำเป็นต้องใช้สตรีเป็นบันไดสู่หนทางแห่งความก้าวหน้า!”
เขามั่นใจถึงเพียงนั้น มั่นใจจนแทบจะเรียกได้ว่าอวดดี
ซูหลีสะท้านไปทั้งใจ มองเขาอย่างประหลาดใจ “ท่านอ๋องมั่นใจถึงเพียงนี้ ช่าง
น่าเลื่อมใสยิ่งนัก… ท่านอ๋องกล่าวถูกต้องแล้วเพคะ การแต่งงานไม่ใช่ข้อตกลง
แต่ถ้าหากนั่นไม่ใช่การแต่งงานที่ตนเองต้องการ กลับกลายเป็นเลวร้ายเสียยิ่ง
กว่าการทำข้อตกลง!”
ตงฟางเจ๋ออึ้งงัน “แล้วการแต่งงานที่ซูซูต้องการเป็นเช่นไรเล่า?”
ย้อนกลับมาที่คำถามเช่นนี้อีกแล้ว! การแต่งงานที่นางต้องการ ย่อมต้องมี
ความรักและความเชื่อใจ… ไม่สิ ยังมีอีกหนึ่งอย่าง คือความซื่อสัตย์! บทเรียนที่
ได้รับจากพระชายารองอวี้เป็นตัวอย่างที่ดีที่สุด บุรุษมีภรรยาหลายคน บ้านเรือน
ไม่มีทางสงบสุข เรื่องความรักและการแต่งงาน หากชายหญิงรักอีกฝ่ายอย่าง
แท้จริง เหตุใดจึงไม่สามารถซื่อสัตย์ต่ออีกฝ่ายได้เล่า?
“ท่านอ๋องอย่าถามอีกเลยเพคะ ถึงหม่อมฉันบอกไปท่านอ๋องก็ให้ไม่ได้” นาง
หลุบแพขนตาลงต่ำ นัยน์ตาหม่นหมอง
ตงฟางเจ๋อขมวดคิ้ว เอ่ยถามด้วยรอยยิ้ม “เจ้าไม่บอก แล้วรู้ได้อย่างไรว่าข้าให้
ไม่ได้?”
ซูหลีส่ายหน้า ในโลกที่ชายเป็นใหญ่เช่นนี้ จะให้ผู้ชายคนหนึ่งซื่อสัตย์ต่อผู้หญิง
เพียงคนเดียว เป็นเรื่องตลกสิ้นดี! นางยังจำได้ ค่ำคืนที่เดินออกมาจากเส้นทาง
ลับของเฉินเหมินที่ถูกทำลายไปแล้ว เขาเคยกล่าวถึงความรักระหว่างฮ่องเต้แห่ง
แคว้นเฉิงองค์ปัจจุบันกับเหลียงกุ้ยเฟยว่า ‘ความรักของฮ่องเต้นั้นเปราะบางดั่ง
แผ่นกระดาษ’ และเขาก็อาจเป็นฮ่องเต้แห่งแคว้นเฉิงในอนาคต!
“ในสายตาของท่านอ๋อง ในการแต่งงาน สิ่งที่สำคัญที่สุดคืออะไรเพคะ?” นาง
ไม่ตอบกลับย้อนถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
ตงฟางเจ๋อครุ่นคิด แล้วจึงค่อยตอบ “ความรัก ความเข้าใจ”
ไม่มีความซื่อสัตย์ หัวใจซูหลีหนักอึ้งเล็กน้อย ทั้งที่รู้แต่แรกแล้ว กลับยังคง
คาดหวังบางสิ่งจากเขา นางรู้สึกว่าตนเองช่างน่าขัน จึงหัวเราะหยันตนเองออกมา
ทว่าในตอนนั้นเอง ตงฟางเจ๋อกลับกล่าวขึ้นด้วยเสียงขรึมอีกว่า “ยังมีความ
ซื่อสัตย์!”
ซูหลีอึ้งงันไปทันที่ นางมองเขาอย่างตกตะลึงสุดขีด หากไม่ใช่ว่าเขามีสีหน้า
จริงจัง นางคงนึกว่าตนเองฟังผิดไป ความซื่อสัตย์… เสด็จพ่อของนางรักเสด็จ
แม่ของนางมาก แต่ก็ยังสู่ขออวี้หลิงหลงมาเป็นพระชายารอง? สิบหกปี ในความ
ทรงจำของนาง ถึงแม้เสด็จแม่ของนางจะวางท่าทีห่างเหินกับผู้อื่น แต่กลับไม่เคย
ทำให้พระชายารองอวี้กับหลีเหยาต้องลำบากใจสักครั้ง ทว่าพระชายารองอวี้ก็ยัง
โหดเหี้ยมถึงเพียงนี้ เห็นได้ว่าจิตใจริษยาของสตรี น่ากลัวถึงเพียงไหน!
ตงฟางเจ๋อดูออกว่านางสงสัย ถอนหายใจเบาๆ กระชับนางเข้าไปในอ้อมกอด
คล้ายต้องการใช้เสียงหัวใจของเขายืนยันความจริงใจ เขาโอบกอดนาง พลาง
กล่าวว่า “ซูซู เจ้าจะลองเชื่อข้าดูสักครั้งก็ได้!”
น้ำเสียงอบอุ่นอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน แฝงกลิ่นอายความเสน่หาอันเอ่อล้น
ส่งผ่านไปถึงส่วนลึกในหัวใจนางโดยตรง
ซูหลีกลับไม่ขัดขืน ชั่วขณะหนึ่ง นางอยากเชื่อใจเขาจริงๆ หลับตาลง ดวงหน้า
เย็นๆ แนบติดกับแผงอกกำยำ ฟังเสียงหัวใจเต้นอันทรงพลังของเขา หัวใจที่ล่อง
ลอยไม่มั่นคงมาโดยตลอด ราวกับสงบนิ่งลงในยามนี้
ตงฟางเจ๋อใช้มือลูบไล้เส้นผมนุ่มลื่นของนาง หัวใจของเขาเองก็อ่อนยวบตาม
ไปด้วย เขากล่าวพลางทอดถอนใจ “ซูซู เงื่อนไขของเจ้า ข้ารับปากก็ได้ แต่ข้าก็มี
เงื่อนไขข้อหนึ่งเช่นกัน”
ซูหลีไม่ได้ลืมตา เพียงเอ่ยเสียงเบาอยู่ตรงหน้าอกเขา “เชิญท่านอ๋องกล่าว
เพคะ”
ตงฟางเจ๋อกล่าว “ในสองปีนี้ เจ้าจะยกเลิกงานแต่งก็ได้ แต่ต้องบอกเหตุผลที่
เจ้าขอยกเลิกงานแต่งกับข้า! หากในสองปีนี้ เจ้าหาเหตุผลที่จะยกเลิกงานแต่งไม่
ได้ ภายหน้า เจ้าจะต้องเป็นภรรยาของข้าไปตลอดชีวิต! ไม่อนุญาตให้มีใจเป็นอื่น!”
ภรรยาตลอดชีวิต… ซูหลีอึ้งงัน เงยหน้ามองเขา เห็นเพียงใบหน้าเคร่งขรึม
และสายตาจริงจังอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน