กำเนิดใหม่ชายาผู้ล่วงลับ โม่เหยียนซาง - บทที่ 303 )
หางตาเย็นชาของจั้นอู๋จี๋กระดกขึ้นเล็กน้อย แววคมปลาบพาดผ่านดวงตา
ครั้นหันไปเห็นหยางเสวียนที่แต่งกายด้วยชุดพิธีการเต็มยศ เขารีบหลุบตา สายตา
บ่งบอกอารมณ์ไม่ถูก
หลีเฟิ่งเซียนขมวดคิ้ว ไม่รู้เพราะเหตุใด เมื่อเห็นซูหลีในอาภรณ์สีขาวที่ดูสงบ
นิ่งทว่าเย็นชาไปจนถึงกระดูก เขาพลันนึกถึงคนผู้หนึ่งขึ้นมา สตรีที่เขารักมากแต่
กลับไม่รู้แม้แต่ชื่อจริงของนาง ‘หรงซีจิน’ จำได้ว่าครั้งแรกที่พบนาง นางอายุเท่าซู
หลีในตอนนี้ ยังเยาว์วัยนัก แต่เพราะผ่านเรื่องร้ายมาอย่างโชกโชน ภายนอกจึงดู
เฉยชา เย็นชาไปจนถึงกระดูก บ่งบอกถึงจิตใจที่ด้านชา! สายตาไหวระริกเล็กน้อย
ครั้นมองดูซูหลีอีกครั้ง หลีเฟิ่งเซียนอดไม่ได้ที่จะรู้สึกรักใคร่เอ็นดูนาง หญิงสาว
นางนี้ เหมือนซีจินยิ่งกว่าหลีซูเสียอีก!
ซูหลีเงยหน้า จ้องตรงไปยังฮ่องเต้ที่นั่งอยู่บนบัลลังก์มังกร พลางเอ่ยเสียง
เย็นชา “หมิงซีมิกล้าเพคะ หมิงซีมาในวันนี้ เพราะมีเรื่องต้องการขอพระราชทาน
อนุญาตจากฝ่าบาทเพคะ”
ตงฟางเจ๋อเดาได้รางๆ ว่านางจะพูดสิ่งใด ใบหน้าตึงเครียด กลีบปากบางขยับ
เล็กน้อย รีบใช้วิชาพรายกระซิบกล่าวกับนาง “ซูซู ข้ารู้ว่าเจ้ากำลังโกรธข้า มีเรื่อง
ใดค่อยกลับไปคุยกันที่จวน!”
ซูหลีกระตุกยิ้มมุมปากเล็กน้อย แสร้งทำเป็นไม่ได้ยิน นางกล่าวเสียงดัง “หมิง
ซีขอร้องฝ่าบาท โปรดยกเลิกสัญญาแต่งงานในอดีตของหมิงซีกับองค์รัชทายาท
ด้วยเพคะ”
ครั้นวาจานี้ออกจากปากนาง ทุกคนตื่นตะลึง เหล่าขุนนางแตกฮือ ต่างพากัน
หันไปมององค์รัชทายาทแห่งตำหนักบูรพาที่เมื่อครู่ยังองอาจผ่าเผยเป็นตาเดียว
ตงฟางเจ๋อหน้าเปลี่ยนสี นัยน์ตาเย็นชาจ้องซูหลีที่นั่งคุกเข่าอยู่บนพื้นเขม็ง ดวง
หน้าหล่อเหลาบึ้งตึงสุดแสน
ซูเซียงหรูยิ่งหน้าเครียด เขาวางแผนมาครึ่งชีวิต ก็เพื่อรอวันที่ตงฟางเจ๋อได้
ก้าวสู่ตำหนักทองคำเพื่อขึ้นนั่งบนบัลลังก์ จากนั้นเส้นทางของเขาก็จะโรยไปด้วย
กลีบกุหลาบ นึกไม่ถึงในช่วงเวลาสำคัญเช่นนี้ ซูหลีกลับบอกว่าต้องการยกเลิก
สัญญาแต่งงาน! นางสมองเลอะเลือนไปแล้วหรืออย่างไร!?
ฮ่องเต้มองนางอย่างตื่นตะลึง คำทำนายชะตาชีวิตอันลึกลับของนางพลันผุด
ขึ้นมาในสมอง จึงกล่าวอย่างร้อนใจ “เจ้ากับองค์รัชทายาทมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อ
กันมาโดยตลอด เหตุใดจึงอยากยกเลิกสัญญาแต่งงาน?”
ซูหลีเอ่ยอย่างใจเย็น “องค์รัชทายาทฉลาดปราดเปรื่อง องค์หญิงเจาหวาไหว
พริบชาญชัย ทั้งสองพระองค์มีฐานะเหมาะสมกัน สมเป็นคู่สวรรค์สร้าง แต่หมิงซี
นั้นรูปโฉมอัปลักษณ์ ไม่กล้าอาจเอื้อม ขอฝ่าบาทโปรดอภัย โปรดถอนรับสั่งด้วย
เพคะ”
“ไม่ได้เด็ดขาด!”
ฮ่องเต้ยังไม่ทันกล่าวคำใด ตงฟางเจ๋อที่ใบหน้าเคร่งขรึมชิงตะโกนปฏิเสธ
เสียงกร้าวขึ้นมาก่อน เขาสาวเท้ายาวๆ มาหาซูหลี กล่าวเสียงเข้ม “สัญญา
แต่งงานถูกประกาศไปทั่วแผ่นดินแล้ว จะยกเลิกอย่างไร้เหตุผลได้เช่นไร ท่าน
หญิงหมิงซีอย่าได้ดูแคลนตนเอง ในใจข้า เจ้าคือคนที่ดีที่สุดเสมอ! ฐานะของเจ้า
คือพระชายาเอก เรื่องนี้ไม่มีทางเปลี่ยนแปลงเด็ดขาด!” ความโกรธเกรี้ยวที่
พยายามข่มกลั้นเอาไว้ป่วนพล่านไปทั่วทรวงอก น้ำเสียงเผด็จการเด็ดขาดของเขา
ไม่เหลือช่องว่างให้ปฏิเสธแม้แต่น้อย ดังก้องไปทั่วตำหนักใหญ่ กลบเสียงวิพากษ์
วิจารณ์ต่างๆ นานาจนมิด
เหล่าขุนนางลอบตัวสั่นงันงก แอบชำเลืองมองซูหลีเงียบๆ
ซูหลีสัมผัสได้ถึงคำเตือนที่แฝงอยู่ในวาจาของเขา นางยิ้มเย็นชา สายตาเด็ด
เดี่ยว “ขอบพระทัยองค์รัชทายาทที่ทรงเมตตา หมิงซีซาบซึ้งยิ่งนัก เพียงแต่หมิง
ซีตัดสินใจแล้ว ฝ่าบาทโปรดทรงถอนรับสั่งด้วยเถิดเพคะ” เอ่ยจบ นางก็ก้มศีรษะ
ต่ำ ไม่เหลือช่องว่างให้เจรจาต่อรอง
ตงฟางเจ๋อขมวดคิ้ว รู้สึกจุกอก ความเจ็บปวดฉายชัดในดวงตาอย่างไม่อาจ
ปิดบัง เขาส่งสัญญาณให้ครั้งแล้วครั้งเล่า เหตุใดนางยังคงตัดสินใจโดยพลการ
แต่เพียงผู้เดียว หรือต้องการตัดขาดจากเขาต่อหน้าธารกำนัลจริงๆ? พลันนั้น
เขานึกถึงวันที่ตงฟางจั๋วก่อกบฏ นางก็เคยตัดขาดกับเขาต่อหน้าธารกำนัล ยาม
นั้นแม้เป็นเพียงละครตบตา แต่กลับทำให้หัวใจของเขาเจ็บปวดจนยากจะรับไหว
ครั้งนี้ เขาสัมผัสได้อย่างชัดเจนถึงหัวใจอันเด็ดเดี่ยวไม่มีวันเปลี่ยนแปลงของนาง
คล้ายความเชื่อใจและความรักที่เคยหนักแน่นมั่นคงกำลังจางหายไปอย่างช้าๆ
ตงฟางเจ๋อกัดฟันแน่น สีหน้าบึ้งตึงกว่าเดิม จ้องนางไม่วางตา พูดอะไรไม่ออก
ฮ่องเต้นวดขมับ เขาหรี่ตา ท่านหญิงหมิงซียืนยันจะยกเลิกสัญญาแต่งงานให้
ได้ หรือว่า… ชะตาชีวิตของตงฟางเจ๋อพลิกผัน? หากเป็นเพราะหยางเสวียน วัน
นั้นที่รู้ว่านางตั้งครรภ์ ก็น่าจะขอยกเลิกงานแต่งทันที่ แต่นางในยามนั้น กลับดู
เหมือนไม่ได้ขัดขืน อะไรกันแน่ที่ทำให้นางเปลี่ยนใจเช่นนี้?
ความคิดแล่นผ่าน ฮ่องเต้กล่าวเสียงเข้ม “พระราชโองการของราชวงศ์จะ
ยกเลิกกันส่งเดชได้เช่นไร เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ ให้เวลาข้าไตร่ตรองสักหน่อย แล้ว
ค่อยหารือกันวันหลัง”
“ฝ่าบาทเพคะ!” สายตาของซูหลีขรึมลง กล่าวเสียงเย็นชา “ยามนั้นที่หมิงซี
เลือกพระสวามี ชาวโลกล้วนเป็นสักขีพยาน องค์รัชทายาทเคยสัญญากับหมิงซีว่า
จะไม่มีวันทอดทิ้ง น่าเสียดายยามนี้พระองค์ทอดทิ้งหมิงซีก่อน หมิงซีขอบังอาจ
อ้อนวอนฝ่าบาท ยกเลิกสัญญาแต่งงานระหว่างหมิงซีกับองค์รัชทายาทด้วยเถิด
เพคะ หลังจากวันนี้เราทั้งสองไม่มีความเกี่ยวข้องต่อกันอีก!”
เสียงเย็นชาของหญิงสาวหนักแน่นเด็ดเดี่ยว ดังกระทบโสตประสาทของทุก
คนอย่างชัดเจน ทุกคนแตกฮืออีกครั้ง ซูเซียงหรูทนไม่ไหว หมายจะอ้าปากอบรม
หยางเสวียนพลันก้าวออกมากล่าวด้วยรอยยิ้มว่า “ท่านหญิงบอกว่าองค์
รัชทายาททอดทิ้งท่าน เกรงว่าวาจานี้จะกล่าวเกินจริง! องค์รัชทายาทมีฐานะสูงส่ง
ภายหน้าคือผู้ปกครองแคว้นเฉิง แต่งชายาหลายนางเพื่อผลิดอกออกผลให้แก่
แคว้นเฉิง สืบทอดราชบังลังก์ไปอีกหมื่นๆ ปี เป็นประเพณีสืบทอดมายาวนาน เหตุ
ใดจึงกลายเป็นทอดทิ้งท่านหญิงได้เล่า?”
สายตาร้อนรุ่มของนางจ้องมองซูหลีไม่วางตา คล้ายต้องการอ่านความคิด
ที่แท้จริงของนาง
ซูหลีแค่นหัวเราะเย็นชา “องค์หญิงตรัสถูกต้องแล้วเพคะ เพียงแต่ข้าซูหลี
ไม่มีบุญรับใช้แคว้นเฉิง ซูหลีขออวยพรให้องค์หญิงประสูติโอรสแก่แคว้นเฉิงของ
เราในเร็ววัน เพื่อหน้าที่อันทรงเกียรติ”
หยางเสวียนอึ้งงัน ยกมือขึ้นกุมท้องโดยสัญชาตญาณ
พระพักตร์ฮ่องเต้บูดบึ้ง ตะโกนเสียงดัง “หมิงซี! การแต่งงานไม่ใช่เรื่องเด็ก
เล่น!”
ซูหลีค้อมกายก้มศีรษะ กล่าวอย่างเด็ดเดี่ยว “ความรักของหมิงซีกับองค์
รัชทายาทมาถึงทางสิ้นสุดแล้ว ขอฝ่าบาทโปรดเมตตาด้วยเพคะ!”
ความรักมาถึงทางสิ้นสุด!
ทุกคำพูดเหมือนมีดที่กรีดแทงหัวใจ ตงฟางเจ๋อสะท้านไปทั้งตัว เบิกตากว้าง
จ้องนาง คล้ายไม่อยากเชื่อว่านี่เป็นคำพูดที่ออกมาจากปากของนางเอง!
เขาคิดมาโดยตลอดว่าคนที่เฉลียวฉลาดเช่นนาง อาศัยความเชื่อใจ ความไว้ใจ
ระหว่างพวกเขา ถึงแม้เขาไม่อธิบายเรื่องระหว่างเขากับหยางเสวียน นางก็จะไม่
ทำให้เรื่องราวบานปลายใหญ่โตถึงขั้นนี้! อกกว้างกระเพื่อมขึ้นลงอย่างรุนแรง
ปิดบังความร้อนรนและตื่นตะลึงเอาไว้ไม่อยู่อีกต่อไป! ไม่เคยคาดคิดเลย ผู้หญิง
คนนี้กลับอยากตัดขาดความสัมพันธ์กับเขาจริงๆ! ถึงแม้เขาจะเคยปิดบังเรื่อง
บางอย่างกับนาง แต่นางก็ปิดบังเขาเช่นกัน! เขาปิดเรื่องที่นางเป็นเจ้าสำนักเฉิน
เหมินเอาไว้ คิดหาหนทางปกป้องนาง แต่นางกลับคิดจะไปจากเขาอย่างไร้เยื่อใย!
ตงฟางเจ๋ออดคิดไม่ได้ หากเขายืนหยัดไม่เห็นด้วย นางจะทำอย่างไรต่อ? หรือนาง
จะประกาศให้โลกรู้ว่าตนเองเป็นเจ้าสำนักเฉินเหมินงั้นหรือ?
เขาเดินเข้าไป หมายจะเอื้อมมือเข้าไปคว้าแขนนาง หยางเสวียนกลับแทรกตัว
เข้ามายืนขวางอย่างรวดเร็วเสียก่อน!
ตงฟางเจ๋อชะงักเล็กน้อย มองดูแผ่นหลังของหยางเสวียนที่อยู่ตรงหน้า แวว
มืดมนดั่งพยับเมฆก่อตัวในดวงตาของเขา เพียงแต่พริบตาเดียวก็จางหายไปจน
ไม่ทันสังเกต
หยางเสวียนจ้องซูหลี กล่าวกลั้วเสียงหัวเราะเย็นชา “ท่านหญิงต้องการ
ตัดขาดความสัมพันธ์กับองค์รัชทายาทอย่างเร่งด่วนเช่นนี้ เกรงว่า… คงมี
เหตุผลอื่นกระมัง?!”
ผู้คนรอบข้างตกตะลึง สายตาเย็นชาของฮ่องเต้กวาดพิจารณาไปมาระหว่าง
สตรีสองนางที่โดดเด่นไม่แพ้กัน
ซูหลีจ้องนางกลับตรงๆ คลี่ยิ้มด้วยใบหน้าไร้อารมณ์ “องค์หญิงคิดว่าอย่างไร
เล่าเพคะ?”
หยางเสวียนหัวเราะลั่น เสียงใสกังวานของนางในวันนี้กลับแฝงไว้ด้วยความ
ลึกลับบางอย่าง หัวใจของซูหลีตึงเครียดเล็กน้อย เห็นเพียงหยางเสวียนหมุนกาย
ไปทางฮ่องเต้ “ฝ่าบาทเพคะ! เจาหวาก็มีเรื่องกราบทูลเช่นกันเพคะ” หยางเสวียน
พลันกล่าวขึ้น วันนี้นางแต่งกายด้วยชุดพิธีการสำคัญของแคว้นเฉิง กิริยา
มารยาทงดงามเพียบพร้อม เฉิดฉายจนไม่กล้ามองตรงๆ ทว่าในดวงตางามกลับ
มีแววคมปลาบพาดผ่าน ตวัดมองไปยังเงาร่างของซูหลี