กำเนิดใหม่ชายาผู้ล่วงลับ โม่เหยียนซาง - บทที่ 314 )
แม้แต่หยางเสวียนที่ใจเย็นมาโดยตลอด ก็ยังอดหน้าเสียไม่ได้ ใบหน้างาม
ซีดขาวดั่งหิมะ
ตงฟางเจ๋อหน้าไม่เปลี่ยนสี เขาจ้องหน้าซูหลี สายตาหม่นหมองลึกล้ำ คาดเดา
อารมณ์ได้ยาก ครั้นนึกถึงตอนที่ี่ี่ไปหุบเขาฮวาอวี๋หลายครั้ง เขารู้สึกได้โดย
สัญชาตญาณว่าเจียงหยวนมีตัวตนที่ไม่ธรรมดา กลับไม่เคยรู้ว่าเจียงหยวนเป็น
คนของนาง!
จั้นอู๋จี๋ตกตะลึง หันไปมองอย่างไม่อยากจะเชื่อ เห็นเพียงบนบันไดหินนอก
ประตูตำหนัก ซูหลียืนเชิดหน้าอยู่ท่ามกลางกลุ่มคน นางสวมอาภรณ์สีพื้นใบหน้า
เย็นชา ท่าทางเย่อหยิ่ง ราวกับเทพแห่งความตายจากขุมนรก
“เจ้าคือเจ้าสำนักเฉินเหมิน!” ไร้ซึ่งคำถาม มีแต่ความมั่นใจ
ทุกคนอ้าปากค้างด้วยความตกตะลึง แต่ละคนหลุดร้องออกมาด้วยความ
ตกใจ และหันไปมองซูหลีอย่างไม่อยากจะเชื่อ
บุตรสาวภรรยารองในจวนอัครเสนาบดีที่เดิมไม่เป็นที่โปรดปราน กลายเป็น
ท่านหญิงหมิงซีที่ฮ่องเต้ทรงโปรดปรานหลังจากพิธีคัดเลือกพระชายา จากนั้นก็
กลายเป็นขุนนางหญิงขั้นหนึ่งในพิธีคัดเลือกพระสวามี! นางพลิกคดีแสน
ประหลาดของท่านหญิงหมิงอวี้ ช่วยตงฟางเจ๋อล้มฮองเฮา ช่วยสยบความวุ่นวาย
จากการก่อกบฏของจิ้งอันอ๋อง ช่วยชีวิตคนนับไม่ถ้วนด้วยการเอาตัวเองเข้าไป
เสี่ยงอันตราย…
นางฉลาดปราดเปรื่อง มีความสามารถและมีไหวพริบอันล้ำเลิศ ทุกคนชื่นชม
และอิจฉานาง แต่ว่าไม่มีใครคาดคิด สตรีบอบบางที่สงบเยือกเย็นและเต็มไปด้วย
เรื่องราวน่าทึ่งมากมายผู้นี้ กลับเป็นเจ้าสำนักคนใหม่ของเฉินเหมิน กองกำลังน่า
กลัวที่รับจ้างสังหารคน!
ซูเซียงหรูเบิกตากว้าง มองดูสตรีที่มีกลิ่นอายเย็นชาแผ่กำจายรอบกายอย่าง
ตกตะลึง แต่ก่อนเขาคิดว่านางเป็นบุตรสาวของตนเอง ไม่ว่านางจะเปลี่ยนแปลง
ไปอย่างไร ก็มีแต่จะเป็นผลดีต่อเขาเท่านั้น วินาทีนี้ เขาพลันรู้สึกว่า สตรีนางนี้ใช่
บุตรสาวของเขาจริงหรือ?
“ข้าบอกแล้วอย่างไร วันนี้เจ้าไม่รอดแน่นอน” ซูหลีค่อยๆ สาวเท้าเดินลงจาก
บันไดหิน แล้วพูดกับจั้นอู๋จี๋ด้วยใบหน้าไร้อารมณ์
กล้ามเนื้อบนใบหน้าจั้นอู๋จี๋กระตุก กวาดมองรอบกายด้วยสายตาสงสัย “สี่นัก
ฆ่าผู้ยิ่งใหญ่มาเพียงสาม แล้วอีกคนเล่า? ออกมาพร้อมกันให้หมดเลยสิ!”
“ฆ่าเจ้าไม่จำเป็นต้องใช้ถึงสี่คน ที่จริงแค่ข้าคนเดียวก็พอแล้ว” เซี่ยงหลีโบก
พัดในมือ พลางสาวเท้าเข้ามาหาเขาทีละก้าวๆ
ทำศึกสงครามมานานหลายปี ฆ่าคนมานับไม่ถ้วน ถึงแม้มีทหารนับหมื่นนับ
พันอยู่ตรงหน้า เขาก็ไม่เคยถอยหลัง แต่ยามนี้กลับอดไม่ได้ที่จะถอยหลังหลาย
ก้าว สี่นักฆ่าผู้ยิ่งใหญ่แห่งเฉินเหมิน วรยุทธ์แข็งแกร่ง ลึกลับยากคาดเดา
อันตรายยิ่งนัก แค่คนเดียวก็น่าปวดหัวมากพอแล้ว วันนี้กลับมาถึงสามคน! จั้นอู๋
จี๋จ้องมือเขาอย่างระแวดระวัง ตัวประกันในตอนแรกพลันหมดประโยชน์ไปในทันที
กลับกลายเป็นตัวถ่วง จั้นอู๋จี๋ขมวดคิ้วแน่น เขาไม่อาจปล่อยมือ
ยามนี้ ไอพิฆาตอันรุนแรง แผ่ปกคลุมสวนด้านหน้าตำหนักบูรพาดั่งพยับเมฆ
มืดครึ้ม
ทันใดนั้น กลิ่นหอมประหลาดกลิ่นหนึ่งไม่รู้ลอยมาจากที่ใด พริบตาเดียวก็ลอย
อบอวลไปทั่วสวน
ซูหลีขมวดคิ้วเล็กน้อย หมายจะกลั้นหายใจแต่ก็สายไปแล้ว นางรู้สึกอ่อนแรง
ไปทั้งตัว ปวดหัวจนแทบระเบิด อดไม่ได้ที่จะตื่นตกใจ
ด้านหลังเสียง ‘พลั่ก’ ดังมาอย่างต่อเนื่อง เหล่าคนที่กรูกันออกมาจากตำหนัก
ต่างร้องว่า “ปวดหัวเหลือเกิน” จากนั้นก็พากันหมดสติล้มลงไป ซูหลีตื่นตะลึง
“ไร้ร่องรอยดุจวารี!” เจียงหยวนตวัดสายตาคมปลาบไปยังกลุ่มคน นอก
ประตูตำหนัก นอกจากตงฟางเจ๋อแล้ว คนที่ยังยืนอยู่มีเพียงหยางเสวียน หลาง
ฉ่าง และหลีเฟิ่งเซียนที่มีวรยุทธ์สูง “นึกไม่ถึงว่าเข้าวังมาวันนี้กลับได้พบเห็นพิษ
หายากเช่นนี้ด้วย ไม่เสียเที่ยวจริงๆ!”
ซูหลีตกใจ ‘ไร้ร่องรอยดุจวารี’ คือพิษหายากที่เลื่องชื่อชนิดหนึ่ง! ได้ยินมาว่า
เป็นของเหลวที่กลั่นออกมาจากพิษ แล้วนำมาเก็บไว้ในขวด ขอเพียงเปิดฝาขวด
ฤทธิ์ของพิษชนิดนี้ก็จะกระจายไปตามสายลม มีประสิทธิภาพสูงมาก หากไม่กินยา
แก้พิษไว้ก่อน ทันทีที่ได้กลิ่น ก็จะต้องพิษอย่างไรข้อกังขาเป็นแน่นอน หากไม่
สามารถแก้พิษได้ในเวลาสองชั่วยาม แม้จะเป็นคนที่มีวรยุทธ์สูงส่งสักแค่ไหน ก็
ต้องกลายสภาพเป็นเลือดกองหนึ่งในท้ายที่สุด
ทุกคนแตกตื่นลนลาน ร้องไห้คร่ำครวญทันที
เหลียงสือชูคำรามด้วยความเดือดดาล “จั้นอู๋จี๋ เจ้าช่างต่ำช้ายิ่งนัก! ถึงขั้นใช้
ยาพิษ! รีบเอายาแก้พิษมาเดี๋ยวนี้”
เหล่าขุนนางร้องโวยวายอย่างเห็นด้วย จั้นอู๋จี๋ผู้เป็นตัวการของเรื่องกลับยืน
เป็นปกติอยู่ตรงนั้น ไม่มีวี่แววว่าจะถูกพิษแม้แต่น้อย ทุกคนย่อมต้องคิดว่าเขา
เป็นคนปล่อยพิษนี้อยู่แล้ว
มีเพียงสายตาเย็นชาของตงฟางเจ๋อเท่านั้น ที่เหล่มองแขนเสื้อชุดมงคลของ
หยางเสวียนที่ชี้ต่ำลง ด้วยใบหน้าที่ยากจะคาดเดาความคิด
เซี่ยงหลีเองก็ปวดหัวจนแทบระเบิด แต่กลีบปากกลับหยักยิ้ม “ไม่เสียชื่อที่เป็น
หมอเทวดา! โชคดีที่เจ้ามาวันนี้!” ถ้าหากเป็นฉินเหิงก็คงแย่! เขากระดกคิ้วงาม
แล้วเหลือบมองเจียงหยวน ยื่นมือออกไปพร้อมกล่าวว่า “ยาแก้พิษ”
เจียงหยวนกล่าวอย่างแปลกใจ “ข้าไม่ใช่คนวางยาพิษ จะมาเอายาแก้พิษอะไร
จากข้า!”
เซี่ยงหลีกลอกตา “ใครจะเป็นคนวางยาก็ช่าง แค่เจ้ามียาแก้พิษก็พอ รีบเอามา
อย่าทำเสียเรื่องสำคัญของเจ้าสำนัก!” ยังเอ่ยไม่ทันจบประโยค เจียงหยวนขยับใบ
หู เสียงฝีเท้าเบาๆ พลันดังมาจากนอกกำแพงสวน
เจียงหยวนทำหน้าเครียด ไม่พูดมากความอีก รีบล้วงยาแก้พิษออกมาจากอก
เสื้อ แล้วดีดปลายนิ้ว ซูหลี หวั่นซิน และเซี่ยงหลีอ้าปากพร้อมกัน ยาแก้พิษสาม
เม็ดนั้นถูกดีดเข้าไปในปากของทั้งสามคนอย่างแม่นยำ
ชื่อเสียงเรียงนามของหมอเทวดาเป็นที่ประจักษ์โดยทั่วกัน ยามนี้ครั้นเห็นว่า
เขามียาแก้พิษอยู่ในมือ ทุกคนต่างพากันพุ่งตัวไปหาเขาอย่างล้มลุกคลุกคลาน
ซูหลีพลันตระหนัก รีบพุ่งเข้าไปหาเจียงหยวน ยื่นมือออกไปพลางถาม “ยังมี
ยาแก้พิษอีกกี่เม็ด?”
เจียงหยวนหยิบขวดยาออกมาเท เหลือเพียงสองเม็ดเท่านั้น
หัวใจของทุกคนราวกับตกไปอยู่ที่ตาตุ่ม! สองเม็ดสุดท้าย! ความหวังสุดท้าย
ในการมีชีวิตรอด! หลายคนหน้าถอดสีด้วยความตื่นตระหนก ทว่ากลับไม่กล้า
เข้าไปแย่งชิง สำหรับพวกเขา ชื่อเสียงของเฉินเหมินเท่ากับความตาย ใครเล่าจะ
อยากตายเร็วขึ้น?
สายตาคาดหวังของซูเซียงหรูทอดมองมา เขาเป็นบิดาของนาง ไม่ว่าอย่างไร
ยาแก้พิษนั้นก็ต้องเป็นของเขาเม็ดหนึ่งกระมัง? แต่ซูหลีกลับทำเป็นไม่เห็น นางกำ
ยาแก้พิษแล้วเดินไปหาหลีเฟิ่งเซียน
ทุกคนตกตะลึง ซูเซียงหรูหน้าซีดราวกับวิญญาณหลุดออกจากร่าง ความตก
ตะลึงและปวดใจฉายชัดบนใบหน้าเขา
ยาแก้พิษถูกยื่นมาตรงหน้า หลีเฟิ่งเซียนกลับไม่รับ เขาเพียงมองหน้านาง
อย่างเหม่อลอย พลันนึกถึงสีหน้านางยามที่ตงฟางจั๋วเรียกนางว่าหลีซู หัวใจของ
หลีเฟิ่งเซียนพลันเต้นรัว รีบกุมมือนาง แล้วเรียกด้วยน้ำเสียงอันสั่นเครือ “…
ซูซู?”
ซูหลีรู้ว่าเขากำลังเรียกชื่อเล่นของหลีซู ไม่ใช่ซูหลี ครั้นเห็นดวงตาทั้งสองข้าง
ของบิดาแดงก่ำ สีหน้าตื้นตัน หัวใจของนางสั่นไหว เจ็บปวดรันทด ทว่ากลับไม่อาจ
รับคำ เพียงเบนสายตาหลบแล้วกล่าวว่า “ท่านอ๋องรีบเสวยยาเถิดเพคะ” นางยัด
ยาใส่มือบิดา ก่อนจะหมุนกาย ไม่กล้ามองหน้าหลีเฟิ่งเซียนนานกว่านี้
รอบข้างเต็มไปด้วยสายตาประหลาดใจ และเสียงวิพากษ์วิจารณ์ในตัวเลือก
ของนาง ซูหลีทำเหมือนไม่ได้ยิน เพียงเหลือบมองที่เอวของตงฟางเจ๋อ ก่อนจะ
มอบยาเม็ดสุดท้ายให้หลางฉ่าง
ทุกคนตกตะลึงอีกครั้ง หลางฉ่างเองก็ประหลาดใจมาก เขามองตานาง เห็น
เพียงความอบอุ่นสะท้อนอยู่ในนั้นรางๆ วิธีการแสดงความเป็นห่วงของนางที่มี
ต่อเขา กลับตรงไปตรงมาถึงเพียงนี้ แล้วจะไม่ให้เขาใจเต้นรัวได้อย่างไร? สายตา
ของตงฟางเจ๋อเปลี่ยนผันไปมา สับสนยากจะสงบนิ่ง สำหรับนาง หลางฉ่างกลับ
สำคัญกว่าเขาอย่างนั้นหรือ?
นอกประตูสวน เสียงต่อสู้อย่างดุเดือดพลันดังเข้ามา ยามนี้ตำหนักบูรพาได้
เข้าสู่สถานการณ์วุ่นวายอย่างเต็มรูปแบบแล้ว
“ท่านแม่ทัพหนีเร็วขอรับ!” องครักษ์ชุดดำสิบกว่านายกระโดดลงมาจาก
กำแพง หนึ่งในนั้นเปิดกล่องปริศนาสีดำกลางอากาศ เห็นเพียงแสงสีฟ้าส่อง
ประกายระยิบระยับ เข็มอาบยาพิษนับไม่ถ้วนพลันพุ่งกระจายไปทั่วทิศ มากมายจน
แทบจะไม่มีที่ให้หลบ
นางกำนัลและขันทีรอบข้างต่างพากันหวีดร้องด้วยความตกใจ ยกมือกุมหัว
กลิ้งตัวไปกับพื้น สายตาเซี่ยงหลีไหวระริก รีบถอดเสื้อคลุมตัวหรูออก แล้วสะบัด
กลางอากาศ เข็มเงินเหล่านั้นราวกับมีดวงตา พวกมันต่างเปลี่ยนทิศทางพุ่งไป
ทางเสื้อคลุมที่ลอยเด่นอยู่กลางอากาศ