กำเนิดใหม่ชายาผู้ล่วงลับ โม่เหยียนซาง - บทที่ 352 )
หัวใจของซูหลีสั่นไหวเล็กน้อยอย่างไม่อาจควบคุม ครั้นเห็นมือของเขาลูบไล้
แหวนหยกขาวราวกับกำลังลูบไล้นิ้วมือของนาง หัวใจก็กระสับกระส่ายขึ้นมาทันที
หยางเซียวยิ้มแล้วกล่าวว่า “วิชาขี่วายุและคัมภีร์เมฆาลอยในตัวเจ้ายังไม่อาจ
หลอมรวม จำต้องอาศัยการฝึกฝนกำลังภายใน จึงจะหลอมรวมเป็นหนึ่งได้
สำเร็จ! และแหวนวงนี้ ก็เป็นของล้ำค่าที่มิอาจขาดได้ในการฝึกยุทธ์ นอกจากเสด็จ
พ่อ มีเพียงข้าเท่านั้นที่รู้วิธีใช้ของมัน” สายตาของเขาเปล่งประกาย รอยยิ้มคลี่
กว้างกว่าเดิม
ซูหลีขมวดคิ้วเล็กน้อย รีบชักมือกลับทันที่ นึกไม่ถึงว่าหยางเซียวไม่ทันตั้งตัว
ถูกแรงดึงของนางทำให้เสียหลัก ล้มเข้ามาหานาง นางไม่มีที่ให้หลบ จึงเอนกายไป
ด้านหลัง
รอยยิ้มสดใสที่เด่นชัดตรงหน้าเหมือนแสงแดดเจิดจ้าในเดือนห้า ซูหลีหวั่นไหว
ไปชั่วขณะ รอยยิ้มร่าเริงเช่นนี้ บางทีอาจมองเห็นได้จากใบหน้าของบุรุษผู้ไร้ความ
กังวลตรงหน้าเท่านั้น
แขนยาวๆ ของเขายันเก้าอี้เอาไว้ โอบล้อมนางเอาไว้จนมิด ถึงแม้สายตาของ
นางจะแสดงออกถึงความระแวดระวัง หยางเซียวกลับไม่ใส่ใจแม้แต่น้อย แสงไฟ
เหลืองนวลในวิหาร ทำให้บรรยากาศคลุมเครืออย่างบอกไม่ถูก
ใบหน้าของเขาแทบจะแนบชิดกับนาง ในที่สุดซูหลีก็ทนไม่ไหว แต่นางเพิ่งจะ
ยกมือขึ้น เลือดลมในหน้าอกก็พลันป่วนพล่านขึ้นมาทันที่ วันนี้นางถูกฤทธิ์ยาไร้รัก
เล่นงาน จากนั้นก็ฝืนใช้กำลังภายในอีก เกรงว่าคงบาดเจ็บไปถึงชีพจรหัวใจแล้ว
หากในช่วงนี้ยังคิดจะใช้วรยุทธ์อีกก็ไม่ต่างจากรนหาที่ตายเลยแม้แต่น้อย นางอด
ไม่ได้ที่จะขมวดคิ้ว ยาไร้รักร้ายกาจกว่าที่นางคิดไว้มาก!
ซูหลีเบือนหน้าหนี พยายามสงบเลือดลมที่ป่วนพล่าน ก่อนจะกล่าวเสียงเรียบ
“วันนี้ข้าเหนื่อยมาก ไม่อยากฝึกวรยุทธ์” เอ่ยจบก็ดันเขาออกหมายจะลุกขึ้น
“เจ้าเหนื่อยหรือ เช่นนั้นข้าจะนวดให้เจ้า” ดวงตาของเขาเป็นประกาย คลี่ยิ้ม
กว้างแล้วกล่าวอย่างร่าเริง ไม่รอให้ซูหลีตอบโต้ เขารีบดึงนางกลับมานั่งลงบน
เก้าอี้ แล้วเดินอ้อมไปด้านหลัง ถูฝ่ามือไปมาเล็กน้อย แล้วรีบวางลงบนไหล่นาง
อย่างรวดเร็ว
องค์ชายผู้มีฐานะสูงส่ง มีแต่ผู้อื่นที่นวดให้เขามาโดยตลอด เคยทำงานแบบนี้
เองเสียที่ไหน? เขาไม่รู้จักการลงแรงหนักเบา แทบควบคุมน้ำหนักมือไม่เป็นด้วย
ซ้ำ เพียงบีบนวดไปส่งเดชเท่านั้น
ซูหลีลอบกัดฟัน หากไม่ใช่ว่าเห็นแก่หน้าตาที่ดูจริงจังมากของเขา นางคง
สงสัยว่าเขามีความแค้นกับนาง และฉวยโอกาสนี้แก้แค้นนาง!
“หยุดล้อเล่นได้แล้ว” นางขมวดคิ้ว แล้วปัดมือเขาออก
“อ้าว อย่าเพิ่งไปสิ!” หยางเซียวเห็นสีหน้านางไม่พอใจ รีบรั้งนางแล้วร้องถาม
“ข้านวดไม่ดีหรือ? ใช่หนักไปหรือไม่? เช่นนั้นข้าเบามือลงก็ได้แล้ว”
ไม่รู้เพราะเหตุใด ครั้นเห็นรอยยิ้มเอาอกเอาใจของเขา นางกลับโกรธเขาไม่ลง
“ขอบคุณในความหวังดีของท่านมาก นี่ก็ดึกแล้ว ข้าอยากพักผ่อน ท่านกลับ
วังเถิด” ซูหลีกล่าวส่งแขกทันที่ ก่อนจะหมุนกายเดินไปยังตำหนักของนาง
สายตาของหยางเซียวไหวระริก เขาสาวเท้าเร็วๆ เดินตามไปรั้งข้อมือนาง แล้ว
เบะปากอย่างน้อยอกน้อยใจ “อาหลี ข้าเป็นแขกนะ เจ้าจะไม่สนใจข้าเลยหรือ?”
ซูหลีขมวดคิ้วหันกลับมา กลับเห็นสีหน้าของเขาจริงจัง รอยยิ้มจางหาย นาง
ก้มหน้า เห็นนิ้วมือเขาวางลงบนข้อมือนาง
“เจ้าบาดเจ็บหรือ?!” เขาตะโกนด้วยความตกใจ
“ธิดาเทพบาดเจ็บหรือ?” จู่ๆ เจียงหยวนก็ปรากฏตัว เขาก้าวเดินเข้ามา ดึงข้อ
มือซูหลีไปจากหยางเซียวอย่างแนบเนียน แล้วตรวจชีพจรอย่างละเอียด
หยางเซียวเม้มปากแน่น แต่กลับไม่สะดวกที่จะอาละวาด
ซูหลีหดมือกลับช้าๆ”ไม่ใช่เรื่องใหญ่ พักไม่กี่วันก็หาย”
หยางเซียวหันไปจ้องหน้าเจียงหยวน แต่เขากลับถอยหลังหนึ่งก้าว ก้มหน้า
ปิดปากเงียบ หยางเซียวกลอกตา ลอบคิดว่าแม้เอามีดเหล็กมางัดปากเขา ยังไม่รู้
จะเปิดปากเขาได้หรือไม่
“ท่านกลับวังเถิด” นางไม่มองเขาอีก เพียงหมุนกายเดินจากไป
หยางเซียวรั้งมือนางไว้อีกครั้ง แล้วร้องบอกว่า “ข้าไม่กลับวัง ครานี้ข้ารับพระ
บัญชามาเพื่อช่วยเจ้านะ!”
ซูหลีนิ่งอึ้งไปชั่วครู่ คิดจะสะบัดมือเขาออก แต่จนใจที่ครั้งนี้เขากุมไว้แน่นมาก
เขาคลี่ยิ้มให้นาง ขยิบตาแล้วกล่าวว่า “ข้ามีของจะให้เจ้า” พูดไป เขาก็ล้วงกล่อง
ลวดลายประณีตขนาดเท่าฝ่ามือออกมาจากอกเสื้อ แล้วยื่นให้นาง “ให้เจ้า”
ซูหลีนิ่งเงียบ เจียงหยวนกลับรับไปอย่างไม่เกรงใจ “ขอบพระทัยองค์ชายสี่พ่ะ
ย่ะค่ะ”
ครั้นเห็นมือตนเองว่างเปล่า สายตาของหยางเซียวมืดครึ้มลง เขาจ้องหน้า
เจียงหยวนแต่ก็ไม่โวยวาย เจียงหยวนเองก็ไม่สนใจว่าเขาจะหน้าบึ้งตึงขนาดไหน
เปิดกล่องดูทันที่ ก่อนจะร้องด้วยความดีใจ “เป็นยาบำรุงหัวใจ!”
ซูหลีเองก็อึ้งไปทันที่ ยาบำรุงหัวใจเป็นยาขนานวิเศษ ประสิทธิภาพยอดเยี่ยม
โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับชีพจรหัวใจที่ได้รับบาดเจ็บ
หยางเซียวทำหน้าได้ใจ ยกแขนกอดอก แล้วแย้มยิ้มพลางกล่าวว่า “ของขวัญ
ไม่เลวใช่หรือไม่? เอาละ เจ้าไม่สบาย ไปพักผ่อนเถิด ข้าไปหาที่พักเอาเองก็ได้”
“ท่านจะอยู่ที่นี่หรือ?” ซูหลีตกใจ รีบถามขึ้นทันที
เท้าที่เพิ่งจะก้าวออกไปของหยางเซียวชะงักหยุด เขาหันกลับมากะพริบตาจ้อง
หน้านาง แสร้งเข้าใจคำพูดของนางบิดเบือน ยิ้มเจ้าเล่ห์แล้วเอ่ยว่า “ที่นี่? ได้สิ เจ้า
บอกให้คนเอาเตียงมาเพิ่ม ข้าจะเฝ้าอยู่ตรงนี้ไม่ไปไหน เผื่อว่ามีผู้ใดมาแย่งเจ้าไป
ตอนกลางคืน!” วาจาของเขาแฝงความนัย ถึงแม้ไม่พูดออกมาตรงๆ แต่ทั้งสาม
คนต่างรู้ดีแก่ใจ
ถึงแม้ซูหลีจะเดาได้แต่แรกว่าเรื่องในวันนี้ไม่อาจปิดบังเขาได้ แต่ก็อดตกใจไม่
ได้
“ช่วงนี้ข้าจะยังไม่ไปไหน รอให้อาการบาดเจ็บของเจ้าหายดี อยากฝึกวรยุทธ์
เมื่อใด ข้าพร้อมเสมอ อ้อ ใช่สิ” หยางเซียวขยิบตาให้นางอย่างซุกซน “ข้าลืมบอก
เจ้า เจ้าจำต้องมีคนช่วยฝึกวรยุทธ์ ฉะนั้นเจ้าจะไล่ข้าไปไหนไม่ได้เชียว!”
ซูหลีอึ้งงัน วิชาขี่วายุและคัมภีร์เมฆาลอยต้องหลอมรวมเป็นหนึ่งด้วยวิธีใด
ยามนี้นางยังไม่รู้แน่ชัด ไม่รู้ว่าที่เขาพูดนั้นเป็นความจริงหรือไม่
“เจ้าพักผ่อนเถิด พรุ่งนี้เช้าข้าค่อยมาเยี่ยมเจ้าใหม่” หยางเซียวแย้มยิ้ม ไม่เอ่ย
มากความ หมุนกายเดินไปตามทางเดินอันเลี้ยวลดอย่างชำนาญ
เงาร่างของเขาเหมือนเปลวไฟในยามค่ำคืน ค่อยๆ หายลับไปท่ามกลางทาง
เดิน ซูหลีละสายตากลับมา มีเรื่องราวให้ขบคิดมากมาย บุรุษที่ดูเหมือนไม่เอาจริง
เอาจังผู้นี้คล้ายรู้เรื่องทุกอย่างเป็นอย่างดี แต่กลับไม่เปิดโปง นางเองก็ไม่แน่ใจ
ว่าที่เขามาพักที่นี่ชั่วคราวในครั้งนี้ เพราะต้องการช่วยนางฝึกวรยุทธ์จริงๆ หรือ
เพราะมีจุดประสงค์อื่นกันแน่
ครั้นเห็นนางเอาแต่เงียบ ไม่พูดไม่จา เจียงหยวนครุ่นคิด แล้วกล่าวว่า “ยานี้มี
ประโยชน์ต่อร่างกาย ยิ่งมีประโยชน์ต่อการฝึกวรยุทธ์ แต่จำต้องกินควบคู่กับสุรา
อุ่น ต้องระมัดระวังอย่างมาก ข้าน้อยมอบให้หวั่นซินดูแลจะเหมาะสมกว่า”
ซูหลีพยักหน้าเล็กน้อย “ได้ ลำบากเจ้าแล้ว”
ยาบำรุงหัวใจได้ผลดังคาด ผ่านไปไม่นาน อาการบาดเจ็บของนางก็หายดีถึง
เจ็ดแปดส่วนแล้ว หลายวันนี้ เรื่องต่างๆ ในลัทธิธิดาเทพล้วนอยู่ภายใต้การดูแล
ของพวกหวั่นซิน ค่อยๆ เข้าลู่เข้าทางมากขึ้นเรื่อยๆ ส่วนเรื่องเกี่ยวกับบุรุษสาม
คนที่บุกรุกแท่นบูชาหลักในวันนั้น ยามนี้สถานการณ์เป็นเช่นไรบ้าง กลับไม่มีผู้ใด
กล้าถามอีก
หยางเซียวไม่มีอะไรทำตลอดทั้งวัน เอาแต่วนเวียนอยู่รอบตัวซูหลี และชวน
นางพูดคุยไม่หยุดไม่หย่อน ซูหลีปวดหัว แต่ก็ระบายโทสะไม่ได้ ดีที่หยางเซียว
ฉลาด รู้จักสังเกตสีหน้านาง ไม่ได้ก่อกวนจนนางรู้สึกเกลียดชังเขาจริงๆ
เช้าตรู่ของวันนี้ ซูหลีกำลังจัดข้าวของในตำหนักเซิ่งซินที่มารดานางเคยใช้ เงา
ร่างสีแดงพาดผ่านนอกตำหนัก หยางเซียวยังไม่ทันก้าวเข้ามา เสียงใสกังวานของ
เขาก็นำหน้าเข้ามาก่อนแล้ว “อาหลีน้อย วันนี้อากาศดียิ่ง พวกเราออกไปเล่นกัน
เถิด”
แต่ละวันเขามีลูกไม้มากมายนับไม่ถ้วน พลังงานอันเหลือล้นของเขาทำให้
นาง… หน่ายใจยิ่งนัก
หลังจากอยู่ด้วยกันมาหลายวัน ซูหลีก็ได้เรียนรู้วิชาหูทวนลม นางไม่ตอบคำ
เขา เพียงก้มหน้าก้มตาจัดของในมือต่อไป ทำเหมือนมองไม่เห็นเขา