กำเนิดใหม่ชายาผู้ล่วงลับ โม่เหยียนซาง - บทที่ 381 )
บุรุษที่อยู่ข้างกายดูสงบนิ่งเช่นยามปกติ แต่กลับไม่อาจหยั่งเชิงความคิด
ของเขาได้ ซูหลีมองหน้าเขานิ่งๆ จู่ๆ ใบหน้าของเขาก็พลันแปรเปลี่ยนเป็นเลือน
ราง น้ำเสียงก็ฟังดูล่องลอยห่างออกไป เหลือเพียงดวงตาลึกล้ำคู่นั้นและเงาร่าง
สูงใหญ่ที่มั่นคงดั่งขุนเขาหมื่นปี ที่ค่อยๆ ทาบทับกับเงาของคนผู้นั้นที่อยู่ในความ
ทรงจำของนาง
นางไม่ได้ยกตะเกียบขึ้นมาทันที่ เพียงแย้มยิ้มแล้วกล่าวอย่างแช่มช้า “เซี่ยฝู
อัน บางครั้งข้าก็รู้สึก… ว่าเจ้าไม่เหมือนเซี่ยฝูอัน” เอ่ยจบก็เงยหน้า สายตาสะท้อน
แววคมปลาบ จ้องหน้าเขาอย่างไม่ละสายตา
เซี่ยฝูอันอึ้งไปเล็กน้อย ทว่ากลับไม่หลบเลี่ยง ดวงตาเปล่งประกายวูบหนึ่ง
ก่อนจะหายวับไปอย่างรวดเร็ว เขาจ้องตานางกลับตรงๆ แล้วกล่าวกลั้วเสียง
หัวเราะ “ท่านธิดาเทพล้อข้าน้อยเล่นแล้ว เซี่ยฝูอันไม่ใช่เซี่ยฝูอัน แล้วจะเป็นผู้ใดได้
เล่าขอรับ?”
หัวใจของซูหลีป่วนพล่าน ยากจะควบคุม นางถือตะเกียบเงินขึ้นมา แล้วยื่นไป
ที่รากบัวยัดไส้สองสหายจานนั้นอย่างไม่ลังเล
ใบหน้าหวั่นซินแปรเปลี่ยนเป็นตกใจ หมายจะร้องห้ามปราม แต่ในตอนนั้นเอง
มือของซูหลีก็ถูกคนผู้หนึ่งคว้าไว้แน่น!
หัวใจของซูหลีสั่นสะท้านไปทั้งดวง นางค่อยๆ เงยหน้าขึ้น สายตามองไล่จาก
นิ้วมือเรียวยาวแต่กลับซีดขาว ขึ้นไปยังสายตาของเขาที่ยามปกติสงบนิ่ง แต่ยาม
นี้กลับแตกตื่นอย่างปิดไม่มิด ไม่ว่าการหยั่งเชิงใดๆ ก็ล้วนเทียบไม่ได้กับการที่นาง
เอาชีวิตตนเองเป็นเดิมพัน! ก็แค่ดอกฉาเพียงเล็กน้อยเท่านั้น กลับทำให้ความเจ็บ
ปวดในสายตาของเขาเข้ามาแทนที่ความเสแสร้งทันที
นัยน์ตาของนางไหวสั่นอย่างไม่อาจควบคุม ทว่าใบหน้ากลับเย็นชาเหมือน
กำลังถามคนแปลกหน้าคนหนึ่ง “ผู้ดูแลเซี่ยเป็นอะไรไป? อาหารนี้ทำให้ข้ากินไม่ใช่
หรือ?”
เขาเม้มปากแน่น ไม่ตอบอะไร ดวงตาลึกล้ำจ้องหน้านางไม่วางตา แววเจ็บปวด
ค่อยๆ สะท้อนชัดขึ้นมา
“ผู้ดูแลเซี่ย ท่านทำอะไรน่ะ?” โม่เซียงถามด้วยความแปลกใจ หมายจะเดิน
เข้าไปดึงมือเซี่ยฝูอันออก แต่กลับถูกหวั่นซินห้ามไว้ก่อน หวั่นซินสังเกตเห็น
สายตาของซูหลีที่สับสนวุ่นวาย หน้าอกกระเพื่อมขึ้นลงตามอารมณ์ที่ป่วนพล่าน
จึงอดนึกย้อนไปถึงท่าทางผิดปกติครั้งก่อนๆ ของนางไม่ได้ พลันนั้นก็คิดอะไรขึ้น
มาได้ หวั่นซินหันไปมองเซี่ยฝูอันด้วยสายตาตกตะลึงและสับสน ก่อนจะหันไป
กระซิบกับโม่เซียงเสียงเบา “ในอาหารมีดอกฉา”
“หา?!” โม่เซียงได้ยินเช่นนั้นก็ลั่นร้องด้วยความตกใจ นางถลาเข้าไปตรงหน้า
ซูหลี แล้วร้องด้วยความตกใจ “ในอาหารจานนี้มีดอกฉาผสมอยู่! คุณ…”
ในเสี้ยววินาทีที่คำว่า ‘คุณหนู’ เกือบหลุดออกจากปาก ซูหลีขว้างตะเกียบเงิน
ทิ้ง แล้วตวาดเสียงเกรี้ยว “พวกเจ้าออกไป”
“หา?” โม่เซียงยังไม่เข้าใจสาเหตุ ก็ถูกหวั่นซินลากออกไปก่อนแล้ว
ท้องฟ้าข้างนอกมืดมิด สายลมฤดูใบไม้ร่วงพัดผ่านเข้ามา แสงเทียนที่ไหว
กระเพื่อมส่องดวงหน้าที่ตกตะลึงและเจ็บปวดเกินบรรยายของคนทั้งสอง แสง
สว่างพลันมืดมนลงไปหลายส่วน
ซูหลีกับเซี่ยฝูอันจ้องตากันอย่างเงียบงัน ไม่พูดอะไรทั้งสิ้น สายตาของเขา
ลึกล้ำซับซ้อน เจ็บปวดโศกเศร้า สายตาของนางสงบนิ่ง ปกปิดความตื่นตระหนก
ในใจ
เงียบงันไร้เสียง อาหารบนโต๊ะค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นเย็นชืด
สุดท้ายนางก็สะบัดมือเขาออก แล้วถอยห่างสองก้าว ก่อนจะกล่าวกลั้วเสียง
หัวเราะ “น้ำแกงดอกฉานำมาปรุงอาหาร หอมหวนยั่วยวนใจ หากข้าไม่กิน จะไม่
เป็นการเสียน้ำใจเจ้าหรอกหรือ?” พูดไป นางก็ยกตะเกียบขึ้นมาอีกครั้ง คล้ายจะ
กินอาหารจานนั้นให้ได้
ครั้นเห็นรากบัวใกล้จะเข้าปาก เสียง ‘เพียะ’ ดังขึ้นทันที่ ตะเกียบเงินในมือถูก
ตบจนหลุดมือ ร่วงกระทบพื้นเสียงดัง
“ซูซู!” เขาขานเรียกชื่อนางอย่างปวดใจ รู้ทั้งรู้ว่านางทำเช่นนี้เพื่อบีบบังคับให้
เขาเผยตัวตนที่แท้จริง แต่เขากลับไม่มีทางเลือก นางใจกล้าถึงเพียงนี้ ก็เพียง
เพราะต้องการเดิมพันกับหัวใจของเขาที่มีต่อนาง! และการหยั่งเชิงในครั้งนี้
สุดท้ายเขาก็เป็นผู้แพ้!
ถึงแม้จะเตรียมใจไว้แต่แรกแล้ว แต่ครั้นนางได้ยินเสียงเรียกอันคุ้นหู สมอง
ของซูหลีก็ราวกับมีเสียงระเบิดดัง ‘บึ้ม’ เลือดทั่วร่างราวกับแข็งกระด้างไปทั้งตัว
นางทิ้งตัวลงบนเก้าอี้ แน่นิ่งไม่ขยับ และไม่พูดอะไรสักคำ
ตงฟางเจ๋อ!
กลับเป็นเขา!
เป็นเขาได้อย่างไรกัน?!
ไม่ ความจริงนางน่าจะคิดได้ตั้งนานแล้ว เขาลำบากส่ง ‘ไข่มุกนิล’ มาให้นาง
แล้วจะไม่มาดูปฏิกิริยาตอบสนองของนางให้เห็นกับตาได้อย่างไร?
นางเกิดปัญหาระหว่างฝึกวรยุทธ์ เขาแตกตื่นหวาดกลัว เกรงว่าจะเกิดเรื่องไม่
ดีกับนาง…
นางเกือบลมปราณแตกซ่าน เขาแอบช่วยนางเงียบๆ และแอบซ่อนตัวอยู่
เงียบๆ…
นางไม่อยากอาหาร เขาที่เป็นถึงกษัตริย์แห่งแคว้นเฉิงกลับลงมือทำอาหาร
ด้วยตนเอง!
ในค่ำคืนที่ฟ้าฝนกระหน่ำ เขาไม่หลับไม่นอน แอบเฝ้านางอยู่นอกหน้าต่าง
เงียบๆ…
ทุกสิ่งทุกอย่างนี้ นอกจากเขา… ยังจะมีผู้ใดอีก?
บนโลกใบนี้ มีบุรุษเพียงผู้เดียวที่รู้ความชอบของนางเป็นอย่างดี! และมีบุรุษ
เพียงผู้เดียวที่จะลงทุนลงแรงเดินทางมาถึงที่นี่เพื่อใกล้ชิดนาง หยั่งเชิงนาง!
เซี่ยงหลีพูดถูก เขาบ้าไปแล้วจริงๆ! เขาไม่เพียงเป็นบ้าไปแล้ว แต่กลับบ้าขึ้น
เรื่อยๆ บ้าจนแทบจะไม่เหมือนตงฟางเจ๋อที่นางรู้จัก!
“เซี่ยฝูอันตัวจริงอยู่ที่ใด?” นางพยายามสงบสติอารมณ์ และควบคุมตนเอง
ให้ถามสิ่งที่ควรถาม
ตงฟางเจ๋อกล่าวเสียงเรียบ “อยู่ในที่ที่ปลอดภัยแห่งหนึ่ง”
ซูหลีจ้องหน้าเขา พูดอะไรไม่ออก
“ท่านรู้หรือไม่ว่าตนเองกำลังทำสิ่งใดอยู่?” เงียบไปครู่หนึ่ง นางก็เอ่ยประโยค
นี้ออกมา น้ำเสียงสั่นเครือเล็กน้อย ครั้งที่แล้ว นางทุ่มเทไม่น้อยกว่าจะส่งตัวเขา
ออกไปจากที่นี่ได้ เขากลับหาทางแฝงตัวกลับเข้ามาอีกจนได้ นางอยากลืมเขา
อยากฝังทุกอย่างระหว่างนางกับเขา เขากลับไม่ให้เวลาและโอกาสนางแม้แต่น้อย!
ตงฟางเจ๋อถอนหายใจเสียงเบา แล้วกล่าวว่า “นึกไม่ถึงว่าจะถูกเจ้าจับได้เร็วถึง
เพียงนี้ เห็นได้ชัดว่าแม้วิชาแปลงโฉมจะล้ำเลิศเพียงใด หรือเสียงและตัวตนจะ
เปลี่ยนแปลงไปเท่าใด แต่หากคนคนนั้นยังคงเป็นคนคนนั้น อย่างไรนางก็ต้อง
รู้สึกได้ถึงหัวใจของเขา!”
วาจาแฝงความหมายของเขา นางย่อมฟังออก หัวใจสะดุดกึก ความรู้สึกเป็น
สิ่งที่น่าประหลาด ถึงแม้ใบหน้าที่นางเห็น เสียงที่นางได้ยิน กลิ่นอายที่ได้กลิ่น จะ
ไม่เหมือนกับเขาในอดีต แต่ทุกครั้งที่เผชิญหน้ากับเขา นางก็อดนึกถึงเขาไม่ได้
ที่แท้เขา… ก็คือเขา!
ในฐานะกษัตริย์แห่งแคว้น เพื่อสตรีที่ไม่อาจหวนกลับคืนมานางหนึ่ง เขากลับ
ยอมลดเกียรติอันสูงส่งมาเป็นพ่อบ้านในกองกำลังหนึ่งของต่างแคว้น ช่างเป็น
เรื่องที่น่าเหลือเชื่อ!
ซูหลีหลับตาเบาๆ พยายามควบคุมอารมณ์ที่ป่วนพล่านอย่างสุดกำลัง แต่ฝ่า
มือเล็กๆ ที่อยู่ใต้แขนเสื้อกลับกำแน่นมากขึ้นเรื่อยๆ”ข้าไม่เข้าใจว่าท่านกำลังพูด
สิ่งใด!”
“ข้าจะพาเจ้ากลับไป” เขาจับมือนางอย่างมั่นคงและหนักแน่น สายตาจดจ้อง
เข้ามาในดวงตานางอย่างแน่วแน่
ความโกรธเกรี้ยวถาโถมใส่หัวใจ ซูหลีกลับอดหัวเราะไม่ได้ “ข้าไม่ใช่คนที่ท่าน
กำลังตามหา! ท่านตามรังควานไม่เลิกเช่นนี้ ไม่กลัวผู้คนหัวเราะเยาะเอาหรือ?”
“ข้าตงฟางเจ๋อทำเรื่องใด ไม่เคยสนใจสายตาผู้ใดอยู่แล้ว! ตั้งแต่ต้นจนจบ คน
ที่ข้าสนใจ มีเพียงเจ้าคนเดียวเท่านั้น! เจ้ายังไม่เข้าใจอีกหรือ?” เขากุมมือนางแน่น
ทั้งเจ็บปวดและเย้ยหยันตนเอง แต่วินาทีนั้น ราศีรอบกายเขากลับแข็งกร้าวจนพา
ให้ปวดใจ ทว่ายามกล่าวถึงประโยคสุดท้าย แววอ่อนโยนปรากฏในดวงตา ราวกับ
สายใยความรักความผูกพันมากมายพุ่งเข้ามาห่อหุ้มพันธนาการนางไว้แน่น ทำให้
นางมิอาจปฏิเสธ และมิอาจหลีกเลี่ยงได้
หัวใจของซูหลีสั่นสะท้านอย่างแรง เหมือนถูกเข็มเงินทิ่มแทง เจ็บจนมิอาจ
ควบคุมตนเองได้ นิ้วมือของเขาเย็นเฉียบจนเหมือนน้ำแข็ง ไม่อบอุ่นดังเช่นแต่
ก่อน นางสูดหายใจลึกๆ ก่อนจะชักมือตนเองกลับ ลุกขึ้นแล้วหันหลัง “ข้าไม่เข้าใจ
ว่าท่านกำลังพูดสิ่งใดอยู่!”
เรื่องมาจนถึงขั้นนี้แล้ว นางก็ยังไม่ยอมรับ! ดวงตาของตงฟางเจ๋อ
หม่นหมอง โอบกอดกายนางอีกครั้งด้วยความร้อนรน นางกลับไม่ขัดขืนอย่างที่
คิด เพียงมองเขาด้วยสายตาเย็นชา ราวกับกำลังมองคนแปลกหน้าคนหนึ่ง