กำเนิดใหม่ชายาผู้ล่วงลับ โม่เหยียนซาง - บทที่ 432 )
เหล่าทหารด้านล่างกำแพงเมืองพากันหวาดกลัว พวกเขาผงะถอยหลังโดย
สัญชาตญาณ
ใบหน้าของหยางเจิ้นแปรเปลี่ยนเป็นเหี้ยมเกรียม เขาจ้องหน้าซูหลีเขม็ง ใน
สายตาเย็นชา สะท้อนแววผิดหวังอย่างเห็นได้ชัด เขาค่อยๆ ยกมือขึ้น แล้วตวาด
เสียงเกรี้ยว “ทหารทุกคนจงฟัง ผู้ใดล่าถอย จะมีโทษตามกฎของกองทัพ!”
หยางเจิ้นคุมทหารอย่างเข้มงวดกวดขัน ครั้นเขาตะโกนสั่งเสียงดัง ทหารที่
ผละถอยหลังเหล่านั้นก็รวบรวมความกล้าบุกโจมตีเข้ามาอีกครั้ง
เสียงคำรามฮึกเหิมดังก้องฟ้า กำลังคนจากทั้งสองฝ่ายโรมรันพันตูไม่หยุด
ท้องฟ้าค่อยๆ มืดลง รถม้าศึกขนาดใหญ่พุ่งชนประตูเมือง เหล่าข้าศึกเตรียมตัว
บุกเข้ามาทุกเมื่อ!
“อาหลี เจ้ารีบไปจากที่นี่เร็วเข้า!” หยางเซียวตะโกนสุดเสียง เร่งเร้าให้ซูหลีหนี
ไปจากที่นี่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า คนคนเดียวแม้จะมีพลังแข็งแกร่งอีกสักเพียงใด ก็มิอาจ
ต้านทานกองทัพทหารหลายหมื่นนายได้!
เขายังเอ่ยไม่ทันจบประโยค จ้าวหลู่ก็นำขุนพลหลายคนสาวเท้าเร็วๆ เดินมา
ทางนี้ แล้วกล่าวอย่างร้อนใจว่า “ประตูเมืองใกล้พังแล้ว ฝ่าบาทโปรดรีบไปจากที่นี่
เถิดพ่ะย่ะค่ะ!” เอ่ยจบก็หันไปทางซูหลี “ความปลอดภัยของฝ่าบาท คงต้องฝาก
ท่านธิดาเทพให้ช่วยดูแลแล้ว!” เอ่ยจบพวกเขาก็ประสานมือทำความเคารพซูหลี
อย่างพร้อมเพรียง
หยางเซียวหอบหายใจหนักหน่วง คราบเลือดบนเสื้อเกราะเริ่มแห้งกรัง เขา
กัดฟันกล่าวว่า “ข้าไม่มีทางไปจากที่นี่ ข้าจะร่วมเป็นร่วมตายไปพร้อมกับเมืองหล
วงแคว้นเปี้ยน! มิเช่นนั้น ข้าคงไม่คู่ควรเป็นโอรสของเสด็จพ่อ!”
ซูหลีเอ่ยอย่างร้อนใจ “หากเสด็จพ่อของท่านยังอยู่ จะต้องหวังให้ท่านมีชีวิต
อยู่ต่อไปอย่างแน่นอน”
จ้าวหลู่กล่าวเสริมทันที่ “ใช่แล้วพ่ะย่ะค่ะ ฝ่าบาท ตราบใดที่ขุนเขาเขียวยังคง
อยู่ อย่าได้กลัวไม่มีฟืนเผา! อนาคตยังอีกยาวไกลนะพ่ะย่ะค่ะ!”
“ฝ่าบาทโปรดรีบหนีไปเถิดพ่ะย่ะค่ะ!” ขุนพลที่อยู่โดยรอบต่างคุกเข่า และมอง
มาที่เขาด้วยสายตาอ้อนวอนอย่างพร้อมเพรียง
“ไม่ ข้าไม่ไป!” หยางเซียวหอบหายใจ หัวใจกลับสั่นสะท้านอย่างไม่อาจควบคุม
ดวงตาเริ่มแดงก่ำ
ข้าศึกที่อยู่ด้านล่างกำแพงเมืองเริ่มเร่งความเร็วในการโจมตี ประตูเมืองถูก
พุ่งชนจนมีรอยแตกร้าวหนึ่งเส้น ทหารรักษาประตูเมืองฝืนต้านทานสุดชีวิต แต่
กลับมิอาจรับมือกับการจู่โจมอันรุนแรงเหล่านั้นได้
ซูหลีร้อนใจดั่งไฟสุมอก นางก้าวเข้าไปหนึ่งก้าว ดึงแขนเขา แล้วกล่าวว่า “ท่าน
เคยถามข้าว่าภายหน้าข้าจะจากท่านไปหรือไม่ หากตอนนี้ท่านไปกับข้า ชีวิตนี้ข้าจะ
อยู่เคียงข้างท่านไปตลอดกาล”
หยางเซียวอึ้งงัน ไม่คาดคิดว่านางจะกล่าววาจาเช่นนี้ออกมา! อยู่เคียงข้างเขา
ไปตลอดกาล… นี่คือสิ่งที่เขาปรารถนามาโดยตลอด เขาแทบไม่อยากเชื่อ ได้แต่อ้า
ปากอย่างเหม่อลอย “อาหลี เจ้า…”
“ข้ารับปากท่าน ขอเพียงท่านไปกับข้า พวกเราจะอยู่ด้วยกันไปตลอดชีวิต!”
“เช่นนั้น… เขาเล่า?” เขาถามเหมือนยังไม่หายตกใจ เขายังไม่ลืมว่ายังมีอีกคน
ที่รอคอยนางมาโดยตลอด และในใจนาง ก็ยังไม่เคยลืมความรักที่มีต่อเขา
สายตาของซูหลีไหวระริกเล็กน้อย ก่อนจะกล่าวอย่างหนักแน่น “อดีตก็คือ
อดีต ข้ากับเขาตัดขาดจากกันไปนานแล้ว”
หัวใจของหยางเซียวเต้นเร็วจนแทบคลั่ง เขามิอาจควบคุมความรู้สึกที่ป่วน
พล่าน สตรีที่ยืนอยู่ตรงหน้าเขา สายตาสุขุมเยือกเย็น แต่กลับจริงใจไม่เสแสร้ง
เขาจ้องมองนางอยู่อย่างนั้น ราวกับมองเห็นภาพความฝันที่ทั้งสองจูงมือกันอยู่
ในสวนดอกท้อ และอยู่เคียงข้างกันไปตลอดชีวิต!
การเข่นฆ่าและเหตุการณ์นองเลือดรอบกายราวกับห่างไกลออกไป ท่ามกลาง
เสียงเอะอะโวยวาย เขามองเห็นเพียงสายตาของนาง มันช่างอบอุ่นหนักแน่น
ปณิธานอันหนักแน่นที่ไม่เกรงกลัวต่อความตายในตอนแรก พลันสั่นคลอนใน
ทันที! เขากุมมือนางด้วยความรู้สึกชั่วแล่น คำสัญญาชั่วชีวิตแทบจะโพล่งออก
จากปาก!
“รายงาน! ทูลฝ่าบาท จู่ๆ กองกำลังขนาดใหญ่ก็ปรากฏตัวทางทิศตะวันตก
เฉียงใต้ กำลังมุ่งหน้ามาทางเมืองหลวงพ่ะย่ะค่ะ!”
รองแม่ทัพร้องด้วยความประหลาดใจระคนดีใจ “ทิศตะวันตกเฉียงใต้?! ต้อง
เป็นแม่ทัพฮูเอ่อร์ตูแน่ๆ!”
ทุกคนตกตะลึง ครั้นหันไปมอง เห็นเพียงกองทัพทหารนับหมื่นกำลังวิ่งเข้ามา
จากที่ไกลๆ ธงสีดำโบกสะบัดสู้แรงลม อักษรขนาดใหญ่คำว่า ‘ฮู’ จุดประกายความ
หวังในตัวทุกคน!
“เป็นแม่ทัพฮูเอ่อร์ตู!”
“แม่ทัพฮูเอ่อร์ตูกลับมาแล้ว!” ทหารรักษาเมืองตะโกนด้วยความลิงโลด ใน
ดวงตาที่แทบสิ้นหวังก่อนหน้า มีน้ำตาแห่งความปลาบปลื้มไหลรินออกมา บน
ป้อมปราการเมืองเต็มไปด้วยเสียงโห่ร้องด้วยความยินดี ทุกคนดีใจราวกับเสียสติ
ไปแล้ว
หยางเซียวลิงโลดสุดแสน เขารีบออกคำสั่งเสียงดัง “เปิดประตูเมือง ออกไป
เปิดศึกกับศัตรู!” จ้าวหลู่รับคำสั่งแล้วจากไปทันที่ ทหารจากทั้งด้านในและด้าน
นอกเมืองผนึกกำลังต่อสู้ กลืนกินกองทัพของหยางเจิ้นดั่งกระแสน้ำซัดสาด ทว่า
คำสั่งโจมตีนั้นของเขา ท่ามกลางความประหลาดใจระคนดีใจ ทำให้เขาลืมนึกไปว่า
ตนเองได้พลาดความสุขที่ตนเองปรารถนาที่สุดในชีวิตไปแล้ว!
ภายใต้การสั่งการของฮูเอ่อร์ตู กองทัพหนุนที่อยู่นอกเมืองกระจายตัวเป็นรูป
ครึ่งวงกลมล้อมกองทัพข้าศึกของหยางเจิ้นไว้ ด้านหน้ามีทหารล้อมรอบ ด้าน
หลังมีเมืองหลวง ถูกสกัดกั้นทั้งด้านหน้าด้านหลัง หยางเจิ้นไร้ทางหนี!
สถานการณ์กลับตาลปัตร เหนือความคาดหมาย หยางเจิ้นหน้าเปลี่ยนสี แทบ
ไม่อยากเชื่อสิ่งที่เห็น เมืองหลวงแคว้นเปี้ยนที่ใกล้จะตกเป็นของเขา พริบตาเดียว
กลับหลุดลอยไปต่อหน้า หยางเจิ้นเคียดแค้น ดวงตาแดงก่ำ ถมึงตาจ้องหน้าฮู
เอ่อร์ตูที่ทะยานเข้ามาอย่างอาจหาญ เมื่อครู่ตอนที่ี่ี่เพิ่งได้รับรายงานว่ามีกองทัพ
ขนาดใหญ่เคลื่อนทัพเข้ามา เขานึกว่าอีกฝ่ายใช้กลอุบายลวงศัตรูอีกครั้ง แต่กลับ
นึกไม่ถึงว่าเป็นกองทัพของฮูเอ่อร์ตูจริงๆ! เขากลับมาเร็วขนาดนี้ได้อย่างไร?
“คุ้มกันท่านอ๋อง! ถอยทัพ” ครั้นเห็นกองทัพใหญ่บุกเข้ามา กองทัพของหยาง
เจิ้นถูกล้อมแน่นหนา บาดเจ็บล้มตายมากมาย ขุนพลอวี๋ที่อยู่ใต้บังคับบัญชาของ
หยางเจิ้นรีบนำกองทัพรุ่ยเฟิงโต้กลับทันที่ ในเสี้ยววินาทีแห่งการตัดสินความเป็น
ความตาย เหล่าทหารกองทัพรุ่ยเฟิงสู้สุดชีวิตจนดวงตาแดงก่ำไปทั้งดวง พวกเขา
โจมตีอย่างรุนแรงจนยากจะต้านทาน ผ่านไปไม่นาน วงล้อมศัตรูอันหนาแน่นก็
ค่อยๆ ปรากฏช่องโหว่เล็กๆ ขึ้นมา กองทัพรุ่ยเฟิงพลันฮึกเหิม พวกเขาฮึดสู้สุด
แรง ในที่สุดก็คุ้มกันหยางเจิ้นฝ่าออกจากวงล้อมได้สำเร็จ!
ซูหลีหันไปมองหยางเซียว ยามนี้สายตาของหยางเซียวจดจ่อไปที่สนามรบ
เบื้องหน้า ดวงตาที่คมปลาบดั่งนกเหยี่ยวมีไอพิฆาตอันเหี้ยมโหดพาดผ่าน
“สกัดกั้นเขาไว้!” หยางเซียวคำรามเสียงเกรี้ยว ฮูเอ่อร์ตูนำทหารไล่ตามไป
กำลังคนกลุ่มใหญ่ไล่ตามไปอย่างรวดเร็ว สนามรบที่เต็มไปด้วยเสียงอึกทึก
ครึกโครม ในที่สุดก็สงบลง หัวใจของซูหลีกลับไม่ได้รู้สึกยินดีในชัยชนะแม้แต่น้อย
แสงอาทิตย์ยามพลบค่ำสาดส่องด้านนอกของกำแพงเมือง ศพระเนระนาด เลือด
นองทั่วพื้น กลิ่นคาวเลือดพวยพุ่งเหนือท้องฟ้าของเมืองหลวงแคว้นเปี้ยน
ราวกับฝันร้ายที่ไม่มีวันเลือนหาย ศึกภายในครั้งนี้ทำให้แคว้นเปี้ยนที่เดิมเป็นแผ่น
ดินที่มีกำลังทหารแข็งแกร่งเกรียงไกรเสียหายอย่างหนัก การคานอำนาจร่วมกัน
ของสามแคว้นใหญ่ในปัจจุบัน จะยังดำเนินต่อไปได้อีกนานเท่าใดกัน? หากภาย
หน้าสามแคว้นใหญ่ทำศึก ไม่รู้ต้องมีคนสังเวยชีวิตและสูญเสียครอบครัวอีก
มากมายเท่าใด!
หัวใจของซูหลีพลันหนักอึ้งราวกับมีก้อนหินกดทับ
หยางเซียวเงยหน้าเล็กน้อย ทอดมองท้องฟ้าที่อยู่ห่างไกลออกไป ครั้นนึกถึง
คนผู้นั้น หัวใจก็พลันบีบคั้น
“อาหลี” จู่ๆ เขาก็หันกลับมามองนาง แล้วถามด้วยสายตาจริงจัง “ถ้าหากมี
วันหนึ่ง คนที่อยู่ฝ่ายตรงข้ามกับข้า ไม่ใช่เสด็จอา แต่เป็นฮ่องเต้แห่งแคว้นเฉิง เจ้า
จะยังยืนอยู่ข้างข้าอย่างหนักแน่นเช่นนี้หรือไม่?”
สายตาซูหลีขรึมลง แต่กลับไม่พูดอะไร
หัวใจของหยางเซียวบีบรัดเล็กน้อย ไม่นานเขาก็กุมมือนาง ยิ้มแล้วกล่าวว่า
“ปล่อยให้คำตอบเป็นเรื่องของอนาคตเถิด พวกเรากลับวังกัน”
หลายวันหลังจากนั้นมีข่าวถูกส่งมาตลอด หยางเจิ้นและหยางจินนำกองทัพ
รุ่ยเฟิงที่บาดเจ็บหนีไปทางชายแดนทิศตะวันออกเฉียงใต้ ฮูเอ่อร์ตูไล่ตามไปติดๆ
หลังจากที่ทั้งสองฝ่ายต่อสู้กันอย่างดุเดือด กองทัพรุ่ยเฟิงบาดเจ็บล้มตายอย่าง
หนัก ไม่เหลือเค้ากองทัพอันองอาจอีกต่อไป หยางเจิ้นกับหยางจินถูกโจมตีจน
กระเจิงไปคนละทิศ หนีหายไร้ร่องรอย
“คุณหนูเจ้าคะ” วันนี้ขณะที่หวั่นซินเอ่ยเรียกซูหลี ฉินเหิงสาวเท้าเข้ามารายงาน
อย่างเร่งรีบ “ท่านธิดาเทพ ฮ่องเต้แคว้นเฉิงออกจากเมืองหลวงแคว้นเปี้ยนไป
แล้ว ไม่ทราบเบาะแสแน่ชัด”
ซูหลีเงยหน้าด้วยความตกใจ “เขาไปแล้วหรือ?”
ฉินเหิงกล่าวว่า “ขอรับ วันที่ฮูเอ่อร์ตูกลับเมืองมา เขาก็ไปจากเมืองหลวง
แคว้นเปี้ยนเลย คนของเราแกะรอยตามไปอยู่พักหนึ่ง พบว่าเขามิได้มุ่งหน้าไปยัง
เทียนเหมิน แต่ไม่กี่วันต่อมาก็คลาดกันขอรับ”
ซูหลีพลันลุกขึ้นยืน ย้อนนึกถึงสีหน้าและการกระทำของเขาในวันนั้น จู่ๆ ก็
รู้สึกไม่สบายใจขึ้นมา