กำเนิดใหม่ชายาผู้ล่วงลับ โม่เหยียนซาง - บทที่ 7 เกิดใหม่ ณ จวนอัครเสนาบดี
ทัศนียภาพสองข้างทางหายไปอย่างรวดเร็ว เสียงลมพัดดังกระทบข้างหู
กระทั่งหลีซูขาอ่อนกำลังล้มพับลงไปบนพื้น นางก้มหน้าลงช้าๆ ลำตัวเอนลงไปใน
น้ำ มองรอบทิศอย่างมึนงง ริมฝั่งแม่น้ำดอกไม้งดงามบานสะพรั่ง วิวทิวทัศน์ใน
ฤดูใบไม้ผลิกำลังงามตาพอดี
ที่นี่คือ แม่น้ำหลานชาง? ที่แท้นางก็หนีมาไกลถึงเพียงนี้แล้ว
กระแสน้ำหมุนกระเพื่อมเป็นวงกลมไหลไปรอบด้าน ใบหน้าที่สะท้อนอยู่บน
ผิวน้ำ ไหวตามระลอกคลื่นสับส่ายไปมาไม่แน่นิ่ง คล้ายกับในใจที่สับสนวุ่นวายของ
นางยิ่งนัก ผ่านไปชั่วประเดี๋ยว ค่อยรู้สึกสงบลงอย่างช้าๆ
หลีซูนั่งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำอย่างเหม่อลอย เรื่องที่เกิดขึ้นวันนี้แปลกประหลาดและ
กะทันหัน แม้แต่ผู้มีสติปัญญาฉลาดปราดเปรื่องอย่างนาง ก็ไม่สามารถเข้าใจได้ใน
ทันที่ ร่างกายนางต้องพิษประหลาด เดิมคิดว่าจะมีชีวิตไม่รอด มารดาคิดหาวิธี
ต่างๆ นานา ทั้งแอบขอให้คนสอนศิลปะการต่อสู้ให้นาง พาไปรักษากับหมอยาผู้
มีชื่อเสียงทั่วทั้งใต้หล้า และกินยาสมุนไพรทุกขนานในใต้หล้านี้ หลายปีมานี้ จาก
การรักษาสุดแรงกำลัง ร่างกายแข็งแกร่งขึ้นกว่าตอนนั้นมากแล้ว หากไม่ใช่เพราะ
พิษกำเริบ นางก็ไม่มีทางถูกตงฟางจั๋ว… ในใจเจ็บแปลบทันที่ บุรุษที่เสด็จพ่อคัด
สรรจากผู้คนนับพันนับหมื่น กลับปฏิบัติต่อนางเช่นนี้!
ผิวน้ำที่ถูกสายลมพัดย่นยับ ราวกับประดับด้วยประกายแสงคณานับ ทันใด
นั้นประกายเงินพาดผ่าน ในใจหลีซูพลันหนาวเหน็บ รีบหมุนตัวไปทางซ้ายทันที
กระบี่คมกริบเล่มหนึ่งพร้อมด้วยแรงสังหารเย็นเยือกยิ่งย่างกรายเข้าสู่อาณาเขต
ริมฝั่งแม่น้ำ
ชายชุดดำคนหนึ่งยืนอยู่ริมฝั่งแม่น้ำ แสงสีเงินบดบังใบหน้า มือจับกระบี่เล่ม
ยาว หลีซูรู้สึกเพียงว่าเงาร่างของคนตรงหน้าแปลก แต่มองเห็นใบหน้าของเขาไม่
ชัดเจน! นางก้าวถอยหลังไปตามสัญชาตญาณ ลอบรวบรวมพลังปราณขึ้นสู่
ฝ่ามือ
คนผู้นั้นโจมตีครั้งแรกไม่สำเร็จ คล้ายว่าไม่รีบรุดที่จะเข้าโจมตีอีกครั้ง เพียง
แค่ยืนจ้องนางอยู่ห่างออกไปไม่ไกล ประกายตกใจพาดผ่านดวงตาไปอย่าง
รวดเร็ว
หลีซูสงบจิตสงบใจอย่างรวดเร็ว เอ่ยหยั่งเชิง “เจ้าไม่ได้มาเพราะเงินตรา?”
ชายผู้นั้นไม่ตอบรับ
หลีซูขมวดคิ้ว เวลานี้กำลังภายในของเธอยังคงฟื้นฟูไม่สมบูรณ์ ไม่สามารถ
ระงับแรงพิษ มีโอกาสที่จะกำเริบขึ้นมาได้ตลอดเวลา วิทยายุทธ์ของคนผู้นี้ไม่ด้อย
ต้องใช้สติปัญญาเข้าสู้เท่านั้นจะต่อสู้อย่างบ้าบิ่นไม่ได้ นางจึงก้าวขึ้นไปข้างหน้า
ช้าๆ”หากเจ้าต้องการเงิน ข้าจะไม่หวงแหน จะมอบให้ด้วยมือทั้งสอง ขอเพียงแค่
เจ้าปล่อยข้าไปโดยรอดปลอดภัย ข้ายังมีท่านพ่อ ท่านแม่รออยู่ที่บ้าน” พูดจบ นาง
ก็ค่อยๆ ดึงปิ่นปักผมทองลงมา สายตาจับจ้องไปยังมือขวาที่ถือกระบี่ของเขาไม่
คลาย
ชายชุดดำหรี่ตาทั้งสอง คุณหนูผู้นี้ดูคล้ายบอบบางอ่อนแอ เรื่องจริงฉลาด
หลักแหลมไม่ธรรมดา เมื่อครู่กระบี่ของเขาแทงอากาศ บ่งบอกว่าวิทยายุทธ์ของ
นางไม่ด้อย! เขาจักต้องระมัดระวัง ชะล่าใจมิได้เด็ดขาด
เห็นสายตานางจับจ้อง เขาหมุนข้อมือแขนข้างขวา ถือกระบี่แนบชิดแผ่นหลัง
เดินไปทางหลีซู
ย่างก้าวของชายชุดดำระแวดระวัง ทุกก้าวที่ย่ำลงพื้น ต่างมีรอยเท้าประทับลึก
รอยประทับหนาลึกเท่ากันทุกประการ หลีซูกระตุกสายตาเล็กน้อย ฝ่ามือมีพลัง
ปราณไหลวน สะสมเตรียมปล่อย ระยะห่างของทั้งสองใกล้เข้าหากันเรื่อยๆ เมื่อ
ห่างกันเพียงฝีก้าวเดียว ทั้งสองพลันลงมือพร้อมกันในทันใด!
ชายชุดดำก้มต่ำบิดกาย กระบี่ในมือทแยงเข้าหาหลีซู! หลีซูเอนกายเบาๆ หลบ
หลีกกระบี่ดุดันนี้ไปได้ นางกัดฟันพลิกมือโจมตีกลับ ปิ่นปักผมทองแทงลึกเข้าที่
แขนขวาชายชุดดำ ชายชุดดำกรีดร้องทรมาน บริเวณไหล่พลันมีเลือดไหลทะลัก
กระบี่ในมือเกือบจะหลุดร่วงลงพื้น
หลีซูโจมตีสำเร็จ รีบรุดผละถอยหลัง คิดไม่ถึงว่าสิ่งของติดตัวล้ำค่าที่เสด็จแม่
มอบให้นาง วันนี้กลับกลายเป็นเครื่องมือช่วยชีวิต นางคิดไม่ผิดจริงๆ คนผู้นี้ไม่
ได้ต้องการเงินทอง ตั้งใจมาคร่าชีวิตนางชัดๆ! เรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งหมด ต้องมี
ใครสักคนเจตนาวางแผนทำร้ายนางเป็นแน่
ชายชุดดำกุมบาดแผล ลุกขึ้นช้าๆ สายตาอำมหิตพลันปรากฏให้เห็น เขา
ประเมินคุณหนูผู้นี้ต่ำเกินไป! ไม่ปิดบังจุดประสงค์ของตัวเองอีกแล้ว ชายชุดดำ
สลับกระบี่ไปไว้มือซ้ายอย่างช้าๆ แรงสังหารคละคลุ้งออกมารอบกาย กระโดดพุ่ง
เข้าไปแทงหลีซูโดยพลัน!
หลีซูจิตใจระสับระส่าย นางไม่มีเวลาเหลือพอให้ครุ่นคิดอีกแล้ว แม้นว่าต้อง
ตาย ก็จะไม่ยอมให้ตัวเองตกอยู่ในสถานการณ์ที่มีใครมากดขี่ข่มเหงได้อีก!
เมื่อคิดมาถึงตรงนี้ พลังพลันพุ่งสูงขึ้น ไหลเวียนทะลุไปทั่วทั้งร่างกายอย่าง
รวดเร็ว เส้นผมดำขลับลอยล่องกลางอากาศ หลีซูกระโจนพุ่งพรวดเข้าไปโจมตี
ชายชุดดำอย่างรุนแรง คนทั้งสองเข้าปะทะ ณ บริเวณหนึ่ง ดุเดือดทุกท่วงท่า
เจตนาเอาชีวิตของอีกฝ่าย ไอสังหารเข้มข้นสร้างความอกสั่นขวัญแขวนให้ฝูงนก
น้อย พวกมันรีบรุดกระพือปีกดีดดิ้นเอาชีวิตรอด แต่ไม่วายถูกกระแสพลังพัด
กวาดขนหลุดร่วงจำนวนหนึ่ง
ไม่รู้เวลาผ่านไปนานเท่าไร หลีซูพลันรู้สึกกำลังภายในสูญเสียการควบคุม พิษ
กำเริบ เส้นเอ็นและเส้นเลือดมีท่าทีจะทรยศหักหลังนาง นางรู้แก่ใจว่ากำลังอัน
เกรียงไกรของตนเองเสื่อมทรุด ฝืนทนต่อได้อีกไม่นาน แต่ชายชุดดำยังไม่มีทีท่า
จะหมดแรง หรือว่าวันนี้นางจะต้องตายด้วยเหตุนี้จริงๆ?
ฝีเท้าเลื่อนลอยยุ่งเหยิง หลบหลีกไม่ทัน หลีซูถูกชายชุดดำทิ่มกระบี่เข้ากลาง
ใจ เลือดทะลักออกมาราวกับสายน้ำ นางหัวเราะเศร้าสลดในใจ ตัดสินใจอย่าง
รวดเร็ว ไม่ผละถอยพลิกโจมตี เดินขึ้นหน้าหลายก้าว กระบี่เล่มนั้นพลันแทงทะลุ
ร่างนาง!
ชายชุดดำถลึงตาโตยากจะเชื่อ เขาได้ยินเสียงปิ่นปักผมทองแทงเข้าช่องท้อง
ของตนอย่างชัดเจน คิดไม่ถึงว่าหญิงผู้นี้จะสู้ด้วยวิธีหยกศิลาล้วนแหลกลาญ
อย่างไรเสียต้องตายกันไปข้าง!
หลีซูดวงตาแดงก่ำ สู้ด้วยแรงเฮือกสุดท้ายที่มี แทงปิ่นปักผมทองจมเข้าไป
ภายในร่างของชายชุดดำ เลือดของเขาย้อมมือหยกของนางกลายเป็นสีแดงใน
ทันที
ชายชุดดำเจ็บปวดยิ่ง กรีดร้องเสียงดัง ฟาดฝ่ามือตีไหล่หลีซูกระดูกแหลก
ร่างกายของนางกระเด็นลอยออกไป เสียงสายลมพลันดังขึ้น พัดอื้ออึงข้างหูนาง
ราวกับเป็นเสียงร่ำไห้ของวิญญาณ หลีซูจมดิ่งลงสู่แม่น้ำหลานชาง!
คลื่นน้ำเชี่ยวกราก เย็นเยือกทิ่มแทงกระดูก กลืนนางจมหายไปชั่วพริบตา
ดาบแหลมคมยังคงปักอยู่บนร่างนาง เลือดมหาศาลทะลักออกมาจาก
บาดแผล หลอมรวมเข้ากับแม่น้ำ สีแดงหยาดเยิ้มและความเคียดแค้นสุดสาหัส
ไหลพรวดเข้าสู่อวัยวะภายในร่างกายของนาง
ภพนี้ นางนอบน้อมจิตใจงดงาม มิเคยทำการโหดเหี้ยมไร้มนุษยธรรม แต่
กลับตกอยู่ในสถานการณ์น่าเศร้าสลดเช่นนี้
ชาตินี้ นางปฏิบัติต่อผู้อื่นอย่างจริงใจ มิเคยทำร้ายประชาชนที่ไร้เดียงสา แต่
กลับแลกมาด้วยจุดจบที่ต้องลงมือสังหารและถูกสังหาร
ชาติภพนี้ ฤดูใบไม้ผลิและฤดูใบไม้ร่วงสิบหกคราสั้นๆ ล้วนได้รับความรุ่งโรจน์
เป็นที่โปรดปรานเสมอมา สุดท้ายกลับต้องตายอย่างน่าอัปยศเช่นนี้!
ผู้ใดกันที่ต้องการทำร้ายนาง เพราะเหตุใดจึงต้องทำร้ายนาง? นางไม่อาจ
ยอมรับได้จริงๆ ไม่อาจยอมรับที่ถูกให้ร้ายไม่ได้รับความยุติธรรม นอนตายตาไม่
หลับ แต่ความทรมานแสนสาหัสค่อยๆ ครอบงำสติปัญญาของนางจนจมมิด
ประเดี๋ยวนั้น นางคล้ายรู้สึกว่าวิญญาณได้หลุดออกจากร่าง มองดูทุกอย่างด้วย
สายตาเย็นชา แต่กลับไม่สามารถช่วยอะไรได้!
ลมในฤดูใบไม้ผลิพัดโชยเบาๆ ต้นหลิวเขียวขจีโบกสะบัด พัดเอากลิ่นเลือดที่
เหลืออยู่น้อยนิดสลายหายไป
ริมฝั่งแม่น้ำหลานชาง ยังคงเป็นทิวทัศน์ฤดูใบไม้ผลิชุ่มชื่นเขียวสดงดงาม ทุก
อย่างในบริเวณนี้คล้ายกับไม่เคยเปลี่ยนไป แต่ทว่า… ไม่มีผู้ใดรู้ บนโลกใบนี้ คุณ
หนูใหญ่แห่งจวนเซ่อเจิ้งอ๋องที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นที่โปรดปรานของคนนับหมื่น หลีซู
หญิงงามอันดับหนึ่งแห่งแคว้นเฉิง ไม่มีอีกต่อไปแล้ว…
แสงแดดสาดส่องลอดเข้าไปตามช่องว่างของบานหน้าต่างที่ปิดสนิท เพิ่มแสง
สว่างอันเล็กน้อยให้กับห้องที่มืดสลัว
น้ำเย็นหนึ่งถังสาดเข้าใส่ใบหน้าหลีซู หยดน้ำไหลรินจากแก้มรดเข้าไปในคอเสื้อ
ไอเย็นเยือกทะลุออกจากก้นบึ้งหัวใจ นางสะดุ้งตื่นทันที่ ขมวดคิ้วเล็กน้อย รู้สึก
เพียงว่ามีเงาร่างสีแดงเพลิงขยับส่ายไม่หยุดอยู่เบื้องหน้า
“ตื่นแล้ว!” เสียงดังเกรี้ยวกราด “แสร้งตายรึ!”