กำเนิดใหม่ชายาผู้ล่วงลับ โม่เหยียนซาง - บทที่ 96 )
เมื่อเวลาผ่านไป ความทรมานที่เกิดขึ้นในทรวงอกค่อยๆ เข้ามาแทนที่ความ
ปรารถนาอันร้อนแรงยากจะทานทนเมื่อครู่ ซูหลีพลันกระจ่าง ที่แท้ตงฟางเจ๋อ
ต้องการใช้ความทรมานใกล้ตายเช่นนี้ เอาชนะแรงปรารถนาที่ทำให้ร่างกายเสีย
การควบคุมนั่นเอง
หัวใจของนางพลันเจ็บแปลบขึ้นมาเล็กน้อย
ทำอย่างนี้ จะอดทนไปได้นานอีกสักเท่าใด?
ไม่มีผู้ใดรู้
ซูหลีหลับตาทั้งสองข้างลงเบาๆ นางไม่อาจสบสายตาอ่อนโยนและสีหน้า
ทรมานของเขาที่กำลังต่อสู้ขัดขืนตรงๆ ได้อีก
ราวกับผ่านไปเนิ่นนาน แล้วก็คล้ายผ่านไปเพียงชั่วพริบตา สติของนางเริ่ม
เลือนราง ในยามที่นางคิดว่าตนเองจะตายไปทั้งที่ยังกอดกับเขาเช่นนี้ ตงฟางเจ๋อ
กลับพานางพุ่งตัวขึ้นเหนือผิวน้ำ
อากาศระลอกใหม่ถูกสูดเข้าไปในปอด นางเริ่มไออย่างหนัก มือข้างหนึ่งยื่นมา
ที่แผ่นหลังบางก่อนจะตบเบาๆ อาการไอดีขึ้นอย่างช้าๆ นางไม่กล้าเงยหน้ามอง
เขาแม้แต่น้อย ได้แต่เสมองไปทางอื่น ทันใดนั้น ร่างกายนางพลันสั่นสะท้าน จุดที่
สายตานางทอดมองไป มีเงาร่างสูงใหญ่สายหนึ่งยืนอยู่ในเงามืดที่แสงจันทร์ไม่
อาจส่องถึง
ตงฟางเจ๋อยืนพิงขอบสระ เพียงหอบหายใจ ไม่ได้เอ่ยอะไร ครั้นได้ยินเสียงสูด
หายใจด้วยความตกใจของซูหลีที่อยู่ข้างกาย ตงฟางเจ๋อจึงหมุนกายมองตาม
สายตานางไปอย่างรวดเร็ว พลันนั้นคิ้วเข้มก็ขมวดเล็กน้อย ณ จุดที่ห่างออกไปไม่
ไกล ตงฟางจั๋วกำลังเบิกตากว้าง สีหน้าซีดขาวดั่งแผ่นเหล็ก กำลังมองพวกเขา
อย่างไม่อยากเชื่อ
ภาพเสื้อผ้าของซูหลีหลุดลุ่ย แล้วยังมีการกระทำที่สุดแสนจะคลุมเครือของทั้ง
สองฝ่าย ทุกสิ่งที่อยู่ตรงหน้าช่างบาดตาบาดใจตงฟางจั๋วยิ่งนัก! ภาพเหตุการณ์นี้
เหมือนดังปลายมีดอันแหลมคมทิ่มแทงหัวใจของเขาอย่างโหดร้าย กรีดเอาความ
เจ็บปวดที่ซ่อนอยู่ในส่วนลึกของหัวใจเขาออกมา ความเจ็บปวดที่ยากจะควบคุม
นั้น แทบทำให้ทนรับไม่ไหว แต่เขากลับเหมือนท่อนไม้ ยืนนิ่งไม่ไหวติงอยู่ตรงนั้น
สีหน้าของเขาแยกไม่ออกว่าโมโหหรือสิ้นหวัง
ทุกคนไม่มีใครเอ่ยอะไร เงียบจนทำให้คนหายใจไม่ออก ผ่านไปครู่หนึ่ง สายตา
แฝงแววโกรธเกรี้ยวอันท่วมท้นระคนความสิ้นหวังอันเจ็บปวดตวัดมองมาอย่าง
แรง ซูหลีอดไม่ได้ที่จะตัวสั่นเบาๆ ทันใดนั้น ราวกับย้อนกลับไปในวันแต่งงาน ใน
วันนั้นเขาก็เป็นเช่นนี้ ดวงตาแดงก่ำ สูญเสียสติไปจนสิ้นท่ามกลางความ
เดือดดาล จากนั้นก็ทำร้ายนางอย่างบ้าคลั่ง…
นางกำมือตามสัญชาตญาณ แต่กลับถูกตงฟางเจ๋อจับปลายนิ้วเอาไว้ ฝ่ามือ
ของเขาทั้งอบอุ่นและทรงพลัง ส่งผ่านความเข้มแข็งมาถึงนาง นางอดหันมองเขา
ไม่ได้ มองเห็นเพียงสายตาอันลึกล้ำ กลิ่นอายคลุมเครือยากจะทานทนที่แผ่
ปกคลุมอยู่รอบกายก่อนหน้านี้ได้แปรเปลี่ยนเป็นเย็นเยียบชวนขนลุก เพราะแขก
ไม่ได้รับเชิญที่บุกรุกเข้ามาในโลกส่วนตัวของพวกเขาสองคน
คล้ายรับรู้ได้ถึงคลื่นอารมณ์ที่แปรปรวนในใจนาง เขาก้มหน้ามองนางอย่าง
ลึกซึ้ง เพียงสายตานี้ ก็ราวกับสามารถทำให้คนคลายใจได้ หลังจากเกิดใหม่ ซูหลีที่
ไม่เคยคิดจะพึ่งพาผู้ใดอีกพลันรู้สึกว่าใจสงบขึ้นมาทันที่ สายตาที่มองเขา ก็แปร
เปลี่ยนเป็นอ่อนโยนอย่างไม่รู้ตัว นึกไม่ถึงสักนิดว่าการสบตาที่เหมือนคู่รักหวาน
ซึ้งเช่นนี้ จะทำให้หัวใจของบุรุษที่อยู่บนฝั่งบังเกิดคลื่นลมลูกใหญ่
ไอสังหารรุนแรงพุ่งทะยานจนถึงขีดสุด ตงฟางจั๋วสีหน้าซีดขาวดั่งแผ่นเหล็ก
ไม่เอ่ยอะไรสักประโยค เพียงตรงดิ่งเข้ามาตรงหน้าพวกเขา
สิบนิ้วกางออกอย่างรวดเร็ว ก่อนจะคว้าไปที่ลำคอของทั้งสองคน เร็วจนแทบ
ไม่เปิดโอกาสให้คนตั้งตัว
ซูหลีสีหน้าพลันเปลี่ยน แต่ตงฟางเจ๋อกลับไม่แม้แต่จะหันไปมอง วินาทีที่นิ้ว
มือของตงฟางจั๋วพุ่งเข้ามาจนเกือบถึงลำคอของพวกเขา ลำแขนแข็งแรงโอบ
รอบเอวบาง พานางลอยตัวขึ้นเหนือสระน้ำ หยาดน้ำสาดกระเซ็นทั่วทิศ ก่อนจะทิ้ง
ตัวลงด้านหลังตงฟางจั๋วเหมือนดั่งภูตวิญญาณ
คว้าอาภรณ์ที่อยู่ขอบสระอย่างรวดเร็ว หมุนกายหนึ่งรอบ อาภรณ์ก็ถูกสวมใส่
เรียบร้อย ก่อนจะหันไปช่วยซูหลีจัดเสื้อผ้าที่ถูกเขาทำหลุดลุ่ยให้เข้าที่เข้าทาง จน
กระทั่งเนินอกของนางถูกบดบังจนมิด เขาจึงละมือออกไปอย่างพึงพอใจ สายตา
เย็นเยียบดั่งน้ำแข็งทอดมองไปยังบุรุษที่กำลังเดือดดาลอยู่ข้างสระ ก่อนจะเอ่ย
อย่างเสียดสี “พี่รองช่างมาได้จังหวะยิ่งนัก!”
เป็นเช่นนั้นจริงๆ มาได้จังหวะจนผิดปกติ! ราวกับมีคนคำนวณเวลาเอาไว้แล้ว
อย่างไรอย่างนั้น
ซูหลีเองก็รู้เช่นกันว่าเรื่องที่เกิดขึ้นในคืนนี้ไม่ปกติ แต่กลับคิดไม่ออกว่าปัญหา
อยู่ที่ใดกันแน่
ทว่าในสายตาและหัวใจของตงฟางจั๋ว กลับมีแต่ภาพที่พวกเขากอดกันอย่าง
แนบชิดในสภาพเสื้อผ้าอาภรณ์หลุดลุ่ยเท่านั้น ถูกเพลิงโทสะเข้าควบคุม แทบไม่
เหลือสติให้พิจารณาความหมายแฝงในวาจาของตงฟางเจ๋อแม้แต่น้อย เมื่อเห็นว่า
โจมตีพลาดพลั้ง เขาเดือดดาลยิ่งกว่าเดิม ขบกรามเอ่ยเสียงลอดไรฟัน “เจ้าย่อม
ไม่หวังให้ข้ามา! ตงฟางเจ๋อ เจ้าช่างต่ำช้ายิ่งนัก คิดใช้วิธีสกปรกเช่นนี้เพื่อให้ได้
นางไปครอบครอง!”
ถูกต้องแล้ว วิธีการเช่นนี้สกปรกและต่ำทรามมากจริงๆ! เป็นผู้ใดที่กินหัวใจ
หมีดีเสือดาว [1] กล้าวางแผนทำร้ายเขาตงฟางเจ๋อลับหลังเช่นนี้? รอให้เขาตรวจ
สอบก่อนเถิด จะต้องชดใช้คืนหลายเท่าแน่นอน! นัยน์ตาเย็นชาจนเหมือนสามารถ
แช่แข็งอากาศให้กลายเป็นหิมะได้ในทันที่ ไอเย็นหนาวจับจิตแผ่กำจายรอบทิศ
ทำให้ผู้คนพลันบังเกิดภาพลวง ราวกับว่าฤดูร้อนอันแผดเผาได้ผันเปลี่ยนเข้าสู่ฤดู
หนาวที่มีลมกระโชกแรงอย่างไรอย่างนั้น
ซูหลีอดไม่ได้ที่จะตัวสั่นสะท้าน ตงฟางเจ๋อสีหน้าไร้ความรู้สึก เอ่ยวาจาเสียดสี
ด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “แม้ข้าจะต่ำทรามเพียงไร ก็ไม่มีทางใช้กำลังขืนใจสตรีที่
ตนเองชอบ!”
หัวใจพลันสะท้าน นางราวกับมองเห็นสีหน้ายามเขาอดกลั้นต่อแรงปรารถนา
อยู่ใต้สระน้ำอีกครั้ง หัวใจคล้ายถูกบางสิ่งกรีด เจ็บแปลบจนไม่อาจมองข้ามไป
ตงฟางจั๋วถูกสะกิดแผล สีหน้าซีดเผือด นัยน์ตาที่เต็มไปด้วยความโกรธ
เกรี้ยวพลันแดงก่ำ เขากำหมัดแน่นอย่างเคียดแค้น เส้นเอ็นบนหน้าผากปูดโปน
ยกมือขึ้นกลางอากาศ ซัดออกไปยังบุรุษที่น่าชังที่สุดอย่างไม่ลังเลแม้แต่น้อย
พละกำลังรุนแรง ราวกับว่าถ้าศพของคนผู้นั้นไม่แหลกละเอียดก็ไม่อาจลบความ
แค้นในใจเขาออกไปได้
ตงฟางเจ๋อสายตาเย็นเยียบเล็กน้อย มุมปากกระตุกยิ้มอย่างเย้ยหยัน ซูหลี
พลันรู้สึกได้ว่ารอบกายเขามีพลังงานแข็งแกร่งล้อมรอบไว้แล้ว นางมองไม่เห็น
เขาลงมือด้วยซ้ำ ทว่าพลังงานขุมนั้นก็พุ่งทะยานออกไปอย่างรวดเร็ว ก่อนจะปะทะ
เข้ากับพลังฝ่ามือที่ตงฟางจั๋วซัดออกมาอย่างแรง
เสียง ‘บึ้ม’ ดังสนั่น ภูเขาทั้งลูกราวกับสั่นสะเทือนไปชั่วขณะ
จุดที่พลังฝ่ามือของทั้งสองตกกระทบ แม้แต่ต้นไม้ที่สูงเสียดฟ้ายังถูกถอน
ออกมาพร้อมราก ทรงพลังจนน่าทึ่ง
ซูหลีอึ้งงัน ไม่ใช่ว่าไม่เคยเห็นตงฟางเจ๋อใช้วิทยายุทธ์ เฉินเหมินสาขาใหญ่ที่อยู่
ในภูเขาซูหมี เขาเป็นผู้นำทัพไปบุกล้อมด้วยตนเอง แผนการรอบคอบ ลงมือ
รวดเร็วปานสายฟ้า และเอาชนะเจ้าสำนักเฉินเหมินได้อย่างง่ายดาย เขาในยามนั้น
เปรียบเสมือนผู้กุมชะตาฟ้าดิน เป็นเจ้าแห่งชีวิต ยามนี้ ภายใต้การปะทะกำลัง
ภายในที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหัน บุรุษที่หล่อเหลาและองอาจผู้นี้เส้นผมสยายกลาง
อากาศ แขนเสื้อโบกสะบัด ทันใดนั้น ใต้ผืนฟ้าพลันบังเกิดลมกระโชกแรง สรรพสิ่ง
รอบกายไม่มีสิ่งใดที่ไม่สั่นสะเทือน แม้แต่ตงฟางจั๋วก็ก้าวถอยหลังอย่างไม่รู้ตัว มี
เพียงตงฟางเจ๋อที่ไม่ขยับเขยื้อนแม้แต่น้อย เขายืนอย่างมั่นคงอยู่กับที่ ราวกับ
เทพเจ้าก็ไม่ปาน
นางจำต้องยอมรับ เทียบกับสองคนนี้ วิทยายุทธ์ของนางยังห่างชั้นอีกไกล
นัก
ตงฟางจั๋วถอยกรูดสิบก้าว จึงค่อยยืนอย่างมั่นคง กลิ่นคาวเลือดจางๆ ตีขึ้น
มาถึงทรวงอก เขาเงยหน้าอย่างตื่นตะลึง รู้มาโดยตลอดว่าตงฟางเจ๋อวิทยายุทธ์
ไม่ธรรมดา ทว่ากลับคิดไม่ถึงว่าจะแข็งแกร่งถึงระดับนี้! แม้ว่าพวกเขาจะไม่ได้สู้กัน
ด้วยกำลังทั้งหมดที่มี แต่พวกเขาต่างก็ประเมินพลังของอีกฝ่ายได้แล้ว ตงฟางจั๋ว
ขมวดคิ้ว สายตาพลันมีแววโหดเหี้ยมพาดผ่าน เขามองสตรีที่อยู่ข้างกายตงฟาง
เจ๋อ แล้วเอ่ยอย่างเย็นชา “เจ้ามานี่เดี๋ยวนี้!”
1 กินหัวใจหมีดีเสือดาว หมายถึง ใจกล้าไม่กลัวเกรงสิ่งใด