กุนซือหญิงยอดอัจฉริยะ - บทที่ 130 อำลากับสุภาพบุรุษ
จี๋อวี่มองนาง มีรอยยิ้มจางๆ ในดวงตา “ท่านเป็น
อิสระยิ่งนัก ในใจของท่านมีเรื่องที่ปล่อยวางมิได้
หรือไม่?”
ผู้คนผ่านมาแล้วก็ผ่านไป เรื่องราวในโลกใบนี้มี
ขึ้นมีลง สิ่งที่สามารถทิ้งร่องรอยภายในใจนางได้
นั้นมี ทว่าก็ไม่มีสิ่งใดที่นางปล่อยวางมิได้
“บางทีข้าควรจะเรียนรู้วิชาสำนักเต๋าเสียบ้าง”
จี๋อวี่เอ่ย เขาก็มิใช่คนจิตใจคับแคบ ทว่าคำว่า
“จงรักภักดี” นั้นได้จารึกเข้าไปในโลหิตและ
กระดูกของเขาแล้ว เขาไม่มีความรับผิดชอบใดที่
ยิ่งใหญ่ไปกว่านี้ ไม่ว่ารัฐเว่ย์จะอ่อนแอหรือจะ
เล็กสักเพียงใด เขาก็จะภักดีต่อมาตุภูมิชั่วชีวิต
ทว่าเรื่องที่เขาประสบในระยะเวลานี้ ทำให้เขา
หดหู่ใจอย่างแท้จริง
“อวี่ เจ้าตำหนิข้าหรือไม่? หากไม่ใช่เพราะข้า
เจ้าก็คงไม่ตกต่ำเช่นทุกวันนี้” แม้นซ่งชูอีจะถาม
เช่นนี้ ทว่าในใจก็มิได้คิดว่านี่เป็นความผิดของตน
จริงๆ เพราะว่าต่อให้ไม่มีซ่งชูอีเช่นนาง บางทีก็
อาจจะมีเจ้าชูอีหรืออิ๋งชูอีก็เป็นได้
จี๋อวี่ส่ายศีรษะ
“ต่อไปวางแผนไว้เยี่ยงไร?” ซ่งชูอีกล่าว
จี๋อวี่มองไปยังจุดที่ท้องฟั้าบรรจบกับพื้นดินในที่
ไกลๆ เงียบไปครู่ใหญ่ก่อนเอ่ยขึ้น “คิดจะ
ปักหลักสักที่หนึ่ง”
ซ่งชูอีพยักหน้า “ในเมื่อเป็นเช่นนี้ เช่นนั้นก็อาศัย
ช่วงที่อากาศอบอุ่นไปเดินเล่นในรัฐฉินเถิด”
“ท่านจะไม่ห้ามข้าสักคำหรือ?” จี๋อวี่ประหลาด
ใจเล็กน้อย คนเช่นซ่งชูอีที่เก็บมาแม้กระทั่งเด็ก
ในกองศพ จะไม่สนใจเขาเชียวหรือ? ความ
เป็นไปได้เช่นนี้ทำให้ในใจของเขารู้สึกอึดอัดไม่
มากก็น้อย
“ข้าเอ่ยปากรั้ง เจ้าก็จะอยู่ต่อหรือ?” ซ่งชูอีเลิก
คิ้ว
จี๋อวี่ยิ้มด้วยความโล่งใจ ขณะที่เขากำลังสังเกต
พฤติกรรมของซ่งชูอีทีละน้อยๆ อยู่นั้น ซ่งชูอีก็คง
เข้าใจนิสัยใจคอของเขาไม่มากก็น้อยแล้วเช่นกัน
รู้ว่าไม่ว่าจะกล่าวคำรั้งอย่างไรก็ไร้ประโยชน์
ดังนั้นจึงไม่ถามแล้ว
“เห็นว่าท่านรู้จักภูมิศาสตร์ของหล่งซีดีราวกับฝั่า
มือ ท่านคิดว่าที่ใดคุ้มค่าแก่การสำรวจ?” จี๋อวี่
เอ่ยถาม
ซ่งชูอีสอดมือไว้ในแขนเสื้อ หัวเราะเอ่ย “เจ้าถาม
ข้าเรื่องนี้…ชิ ข้าจะบอกเจ้า ทิวทัศน์ที่ไม่ต้องใช้
เงินเหล่านี้ ไม่ว่าจะสวยงามหรือน่าเกลียด ข้าก็
แทบทนไม่ไหวที่จะไปเห็นด้วยสายตาของตัวเอง
ในความเห็นข้า ไม่ว่าแห่งใดในโลกใบนี้ล้วนคุ้มค่า
แก่การสำรวจ”
“ขอรับ” จี๋อวี่หัวเราะฮ่าๆ “ข้าลืมนิสัยข้อนี้ของ
ท่านไปเสียแล้ว!”
สายลมพัดผ่านยอดหญ้าก่อให้เกิดเสียงซู่ๆ
“จะออกเดินทางเมื่อใด?” ซ่งชูอีเอ่ยถาม
“พรุ่งนี้กระมัง” จี๋อวี่เอ่ย
“อืม” ซ่งชูอีตอบรับเสียงหนึ่ง ยกกำปันชก
หน้าอกของจี๋อวี่ ส่งเสียงทึบดังตุบๆ “ข้าจะสั่งคน
ให้ช่วยเจ้าเตรียมสัมภาระ”
ซ่งชูอีหมุนตัวเข้ากระโจมไป
ท่ามกลางความวุ่นวายนี้ การพบและการจาก
เป็นเพียงเรื่องธรรมดา ไม่จำเป็นต้องรู้สึกเสียใจ
มากนัก
ใช่ว่าไม่มีวิธีที่จะทำให้จี๋อวี่อยู่ต่อ ทว่ามันจะทำ
ร้ายความรู้สึกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ซ่งชูอีคิดอยู่
เสมอว่าคนที่สามารถใช้ประโยชน์ได้ในโลกใบนี้
นั้นมีมาก แต่ผู้ที่มีความคิดเห็นร่วมกันกลับมีน้อย
สิ่งของที่นางเตรียมไว้ให้จี๋อวี่นั้นมีไม่มาก
อาหารแห้งจำนวนหนึ่ง ม้าตัวหนึ่ง เงินและยาที่
อาจจะใช้ในยามปกติจำนวนหนึ่ง
จี๋อวี่ไม่รีบ วันรุ่งขึ้นหลังจากฟั้าสว่างและ
รับประทานอาหารเช้าเสร็จแล้วจึงจะจูงม้าเตรียม
ตัวจากไป
จี้ฮ่วนขมวดคิ้ว “เหตุใดจึงกะทันหันเช่นนี้?”
“ติดตามท่านให้ดี” จี๋อวี่จะไม่เข้าใจความหมาย
ของจี้ฮ่วนได้เยี่ยงไร จี้ฮ่วนติดตามเขามานาน
หลายปี แม้นจะเป็นผู้ใต้บังคับบัญชา ทว่ามีสาย
สัมพันธ์เสมือนพี่น้องกันมากกว่า บัดนี้เขาไป
อย่างกะทันหันโดยไม่กล่าวลาสักคำ ในใจของจี้ฮ่
วนคงรับไม่ใคร่ได้
“จะกลับมาเมื่อใด?” จี้ฮ่วนเอ่ยถาม
จี้ฮ่วนพลิกตัวขึ้นม้า ครุ่นคิดครู่หนึ่งก่อนเอ่ยขึ้น
“ยังไม่แน่นอน” เขาหันไปกำหมัดคำนับซ่งชูอี
“ท่านรักษาตัวด้วย ลาก่อน!”
“รักษาตัวด้วย” ซ่งชูอีประสานมือคำนับ
จี๋อวี่หวดแส้ม้าแล้วขี่ม้าจากไป
ซ่งชูอีมองจนกระทั่งเงาของเขาลับสายตาจึงหมุน
ตัวกลับเข้ากระโจม การที่สองคนจากไปภายใน
สองวันก็รู้สึกเหมือนขาดอะไรไปอยู่บ้าง
โดยเฉพาะความอบอุ่นจากร่างกายของเจ้าอี่
โหลว
“ท่าน มีคนจากเสียนหยางมาแล้ว” จี้ฮ่วนเดิน
เข้ามาในกระโจม น้ำเสียงเจือปนความตื่นเต้น
และความตั้งตารอคอยเล็กน้อย
“มาก็มาเถิด” ซ่งชูอีกำลังพิจารณากระดาน
หมาก ตอบรับอย่างใจลอย
จี้ฮ่วนรีบเอ่ย “ท่าน! เป็นคนที่มารับท่าน!”
“งั้นหรือ?” ในที่สุดซ่งชูอีก็เงยหน้าขึ้นมา มองไป
ยังจี้ฮ่วนพร้อมเอ่ย “เดินทางเมื่อใด?”
จี้ฮ่วนยังมิทันตอบ ก็มีคนรายงานอยู่นอกกระโจม
“ท่านขอรับ ท่านเสนาบดีฝั่ายซ้ายอิ๋งจื๋อขอพบ
ขอรับ”
ก่อนการปฏิวัติ รัฐฉินมีเสนาบดีสี่ฝั่าย อันได้แก่
เสนาบดีใหญ่ เสนาบดีฝั่ายซ้าย เสนาบดีฝั่ายขวา
และเสนาบดีซื่อเชอ ซึ่งเป็นทั้งตำแหน่งทางการ
และตำแหน่งระดับสูง มีอำนาจใหญ่หลวง ซาง
ยางก็เคยดำรงตำแหน่งเสนาบดีฝั่ายซ้ายในช่วง
เริ่มแรกของการปฏิรูป หลังจากการปฏิรูปแล้ว
อำนาจที่แท้จริงของตำแหน่งทางการทั้งสี่นี้ก็
อ่อนแอลง บัดนี้พวกเขาจึงถูกลดขั้นกลายเป็น
ตำแหน่งทางการทหาร
ซ่งชูอีโยนตัวหมากในมือลงไปในชาม ลุกขึ้นยืน
ต้อนรับ “เชิญเข้ามา”
แสงไฟหน้าประตูมืดลงเล็กน้อย บุรุษวัยกลางคน
ในชุดแขนกว้างผู้หนึ่งเดินเข้ามา โครงหน้า
แข็งแกร่งและเด็ดเดี่ยว รูปร่างสูงใหญ่ ร่างกาย
กำยำ ผิวสีคล้ำ เคราสั้นเป็นระเบียบ ทันที่ได้เห็น
ก็เป็นรูปลักษณ์มาตรฐานของชาวฉิน
“ท่านเสนาบดีฝั่ายซ้ายมาด้วยตัวเอง หวยจินมิได้
ออกไปต้อนรับ เสียมารยาทโดยแท้” ซ่งชูอีโค้ง
คำนับยาวนาน เพื่อเป็นการขอโทษ
อิ๋งจื๋อประหลาดใจในตอนแรก คิดไม่ถึงว่าซ่งชูอี
จะอ่อนเยาว์ถึงเพียงนี้ ทว่าเพียงชั่วอึดใจหนึ่งก็
กลับสู่ท่าทีปกติ รีบเดินไปข้างหน้าสองมือ
ประคองนางขึ้นมา “ท่านกล่าวเกินไปแล้ว
ข้าน้อยมากะทันหันโดยไม่บอกกล่าวล่วงหน้า
ต่างหากที่เสียมารยาท!”
“ไม่ทราบว่าท่านจวินส่งท่านเสนาบดีฝั่ายซ้ายมา
ที่นี่ มีเรื่องด่วนอันใด?” ซ่งชูอีถาม
จี้ฮ่วนเห็นว่าอิ๋งจื๋อไม่พูดจา จึงประสานมืออย่าง
รู้ตัวแล้วถอยออกไป
ซ่งชูอีเชิญให้อิ๋งจื๋อนั่งคุย อิ๋งจื๋อก็เป็นสุภาพบุรุษที่
ตรงไปตรงมา ไม่พูดจาอ้อมค้อม กล่าวถึง
วัตถุประสงค์ที่มาในทันที “คิดว่าท่านก็คงจะรู้
เรื่องสถานการณ์ปัจจุบันของรัฐฉินแล้ว เหล่า
ตระกูลเก่าแก่ส่งเสียงร้องให้ยกเลิกกฎหมายใหม่
และฟืนฟูกฎหมายเดิม อี้ฉวีที่อยู่ด้านหลังพร้อมที่
จะเคลื่อนไหว ฉู่เว่ยสองรัฐก็เสมือนพยัคฆ์ที่จ้อง
ตะครุบเหยื่อ ท่านจวินเพิ่งขึ้นครองราชย์ ข้าง
กายไม่มีคนที่น่าไว้ใจมากนัก ดังนั้นจึงตั้งใจสั่งข้า
มารับท่านเข้าเสียนหยาง”
“อืม” ซ่งชูอีลุกขึ้นยืนเอ่ยขึ้น “สั่งให้คนช่วยข้า
ยกกระดานหมากนี้ด้วย พวกเราไปกันเถิด”
“หา?” อิ๋งจื๋อมองซ่งชูอีด้วยความประหลาดใจ
“รีบร้อนมากมิใช่หรือ?” ซ่งชูอีถาม
อิ๋งจื๋อตอบ “แน่นอนว่ารีบร้อนยิ่ง”
“เช่นนั้นยังไม่รีบไปอีก” ซ่งชูอีเดินออกไปก่อน
ขณะที่ถึงหน้าประตูก็ไม่ลืมที่จะสั่งกำชับว่า “อย่า
ลืมยกกระดานให้ข้าด้วย อย่าทำมันยุ่งล่ะ”
อิ๋งจื๋อนิ่งไปครู่หนึ่ง ในใจคิดว่าท่านจวินกระทำ
การได้ฉับไวยิ่งแล้ว วันนี้เห็นว่าซ่งชูอีนั้นกระทำ
การฉับไวยิ่งกว่า บทจะไปก็ไป ไม่มีความเฉื่อยชา
เลยแม้แต่น้อย
“ทหาร” อิ๋งจื๋อกล่าวเสียงสูง เขาเห็นทหารสอง
นายเดินเข้ามาจึงกล่าวว่า “รีบยกกระดานหมาก
นี้ขึ้นรถม้า ห้ามทำมันยุ่งเชียว!”
พูดจบ อิ๋งจื๋อก็รีบตามซ่งชูอีไป
ครั้นจี้ฮ่วนได้รับข่าวแล้ว ก็พาหยิงยาและเจียน
ออกเดินทางไปด้วยกัน
สำหรับสถานการณ์โดยรวมของรัฐฉินนั้น ซ่งชูอี
ได้คาดเดาอยู่ในใจแล้ว ทว่านางก็ไม่สามารถรู้
คำตอบของข่าวสาวบางอย่างได้ทันที ดังนั้นมัน
จึงเป็นเพียงการย้ายสถานที่เพื่อดูกระดานหมาก
เท่านั้น นางหาท่วงท่าที่สบายๆ ยกจอกชาขึ้น
แล้วเล่นกับตัวเองต่อ
“ท่าน” เสียงของอิ๋งจื๋อดังขึ้นภายนอกรถ
ซ่งชูอตอบรับเสียงหนึ่ง แล้วได้ยินเขากล่าวว่า
“ไม่ทราบว่าสะดวกพูดคุยกันหน่อยหรือไม่?”
“เชิญขึ้นรถ” ซ่งชูอีเอ่ย