กุนซือหญิงยอดอัจฉริยะ - บทที่ 136 เวลาต้มสุราบ๊วย
“อวี้สื่อ” ซ่งชูอีมองดูลายมือบนแผ่นไม้ไผ่รอบ
หนึ่ง ครุ่นคิดครู่ใหญ่ก่อนโค้งคำนับจิ่งเจียน “ฝั่า
บาทมอบหมายหน้าที่สำคัญให้ หวยจินจัก
ดำเนินการให้สำเร็จ”
จิ่งเจียนคำนับคืน “ต่อไปท่านก็จะเป็นขุนนางคน
สนิทของฝั่าบาท สามารถขอบพระทัยฝั่าบาทได้
ด้วยตนเอง”
ระบอบการปกครองในแต่ละรัฐล้วนอ้างอิงมา
จากราชวงศ์โจว ในแง่ของขุนนางนั้นชิงซื่อ
และไท่สื่อมีตำแหน่งไล่เลี่ยกัน ชิงซื่อประกอบไป
ด้วยชิงต้าฟูและต้าฟู รับผิดชอบระบอบการ
ปกครองของรัฐ ส่วนไท่สื่อนั้นรับใช้ในฝั่ายราช
เลขาธิการ ซึ่งแบ่งเป็น “อู๋สื่อ (ห้าฝั่าย)” ตาม
หน้าที่ที่แตกต่างกัน
อู๋สื่อนั้นหมายถึงไท่สื่อ เสียวสื่อ เน่ยสื่อ ไว่สื่อ
และชิงสื่อ เจ้าหน้าที่ระดับสูงของไท่สื่อเรียกว่า
ไท่สื่อ เป็นหนึ่งในหก
ขุนนางชั้นสูง ตำแหน่งทางการของผู้ช่วย
เจ้าหน้าที่ระดับสูงเรียกว่าเสียวสื่อ รับผิดชอบ
พงศาวดารแห่งรัฐและเชื้อสายของตระกูลบัณฑิต
เป็นส่วนสำคัญ
เน่ยสื่อก็ถูกเรียกว่าเป็น “คัมภีร์” ความ
รับผิดชอบหลักคือการร่างเอกสารที่เป็นความลับ
สำหรับองค์จวิน ส่วนไว่สื่อ รับผิดชอบในการส่ง
หนังสือราชโองการไปนอกรัฐ รับผิดชอบการลง
นามในบันทึกต่างๆ และรับผิดชอบหนังสือแห่ง
สามราชาห้าจักรพรรดิ
ตำแหน่งอวี้สื่อที่ซ่งชูอีได้รับนั้นรับผิดชอบในการ
รับเอกสารจากทั่วทุกแห่ง อีกทั้งยังรับผิดชอบ
ดูแลเอกสารและข้อความบัญญัติต่างๆ อีกด้วย
นี่คือตำแหน่งชั้นสูงอย่างไม่ต้องสงสัย อีกทั้ง
ตำแหน่งสูงที่ท้าทายความสามารถเช่นนี้
โดยทั่วไปแล้วมักจะแต่งตั้งผู้อาวุโสที่มีความรู้
สูงส่ง มันจึงเป็นเรื่องเหลือเชื่อด้วยวัยของนาง
ซ่งชูอีอดคาดคะเนมิได้ว่าเบื้องหลังเจตนาของอิ๋
งซื่อที่แต่งตั้งตำแหน่งสูงนี้ให้แก่นางคืออะไร หาก
เขาต้องการให้นางเข้าไปอยู่ท่ามกลางความ
ขัดแย้งของเหล่าตระกูลเก่าแก่จริง เกรงว่าแต่งตั้ง
ตำแหน่งเน่ยสื่ออะไรเทือกนั้นยังจะดีกว่า
เห็นได้ชัดว่าอิ๋งซื่อมีความสนใจ “ทฏษฎีโค่นรัฐ”
ค่อนข้างมาก ดังนั้นจึงไม่คิดที่จะโยนซ่งชูอีเข้าสู่
กระแสน้ำวนนี้ ทว่าเขาก็จะไม่ปล่อยให้นางมองดู
ความครึกครื้นอยู่เฉยๆ
ทันทีที่มีราชโองการแต่งตั้งตำแหน่งอย่างเป็น
ทางการออกมา ก็มีคนส่งเครื่องแต่งกายมาให้ใน
คืนเดียวกัน จากนั้นข่าวนี้ก็ราวกับมีปีกงอก ลอย
เข้าหูเหล่าขุนนางในราชสำนักอย่างรวดเร็ว
เช้าวันรุ่งขึ้น ซ่งชูอีก็ได้รับคำเชื้อเชิญหรือไม่ก็คำ
ทักทายต่างๆ นานา
อิ๋งซื่อคำนึงถึงความเหนื่อยล้าจากการเดินทาง
ของซ่งชูอี จึงให้เวลาพักผ่อนสี่วัน หลังจากสี่วัน
ค่อยเข้าร่วมประชุมราชสำนักอย่างเป็นทางการ
เพื่อทำงานในฐานะอวี้สื่อ
ซ่งชูอีไม่ปล่อยให้สี่วันนี้หมดไปโดยเปล่า
ประโยชน์ นางผลักความเหนื่อยล้าจากการ
เดินทางออกไปทั้งหมด ปิดประตูขอบคุณ
แขกเหรื่อ ยุ่งอยู่กับการทำสุราจากผลซิ่งและผล
บ๊วยอยู่ในบ้านตามลำพัง
หนิงยารีบวิ่งมาจากเฉลียง “ท่านเจ้าคะ แม่ทัพ
เชอมาพบเจ้าค่ะ”
เสียงของซ่งชูอีลอยมาจากในพุ่มไม้หนาทึบที่ส่ง
เสียงสวบๆ “ให้เขาเข้ามา”
ไม่ช้า ท่านแม่ทัพในชุดดำเดินก้าวเท้ายาวๆ เข้า
มา
เมื่อมาถึงสุดเฉลียง ก็เห็นต้นบ๊วยกับต้นซิ่งในลาน
ที่มีผลดกเต็มต้น ซ่งชูอีกำลังออกมาจากพุ่มไม้
หนา ครั้นเห็นสายตาสงสัยของเชออวิ๋นก็หันไป
พูดกับหนิงยา “เตรียมเครื่องสุราแล้วยกไปไว้ใต้
ต้นไม้”
“เจ้าค่ะ” หนิงยาค้อมตัวแล้วถอยออกไป
“ท่านแม่ทัพเชอเชิญนั่ง” ซ่งชูอีนั่งลงบนพื้นหญ้า
อย่างสบายๆ ปัดใบไม้ออกจากร่างกาย
เชออวิ๋นยิ้มน้อยๆ จากนั้นก็นั่งลงข้างนางอย่าง
ผ่อนคลายเช่นกัน “ภายนอกลือกันให้วุ่นวายแต่
ท่านกลับมีอิสระเหลือเกิน?”
ซ่งชูอีรับผ้าเช็ดเหงื่อที่เจียนยื่นให้ ซับๆ เหงื่อบน
ใบหน้า หัวเราะถาม “ลือกันให้วุ่นวาย?”
“ท่านมิรู้จริงหรือ?” เชออวิ๋นไม่เชื่อ จากการ
เดินทางร่วมกัน เขาเข้าใจว่าแม้นว่าซ่งชูอีดู
เหมือนไม่ใส่ใจกับโลกภายนอก ทว่านางก็คล้าย
ไม่เคยพลาดในสิ่งที่นางควรรู้
หนิงยาสั่งให้สาวใช้สองสามนางนำเครื่องสุรามา
วางระหว่างซ่งชูอีและเชออวิ๋น จากนั้นก็เริ่มต้ม
สุรา
ซ่งชูอีลุกขึ้นเด็ดบ๊วยเขียวจากต้นจำนวนหนึ่ง
หลังจากสั่งให้คนนำไปล้างแล้วก็ใส่ในไปในเครื่อง
สุรา สุราที่ต้มจากบ๊วยเขียวนั้นมีกลิ่นของผลไม้
จางๆ ซึ่งมีเอกลักษณ์เป็นอย่างยิ่ง
นี่เป็นฤดูกาลที่ดีเยี่ยมในการต้มสุราจากบ๊วยเขียว
ซ่งชูอีกวนช้อนสุราด้วยตัวเอง จากนั้นก็กล่าวกับ
เชออวิ๋น “บัดนี้ข่าวลือมีมากเกินไป ไม่ทราบว่า
ท่านแม่ทัพเชอกล่าวถึงเรื่องใด?”
“แน่นอนว่าเป็นเรื่องที่ท่านได้เป็นอวี้สื่อ” เชออวิ๋
นกล่าว
ผู้ที่ดำรงตำแหน่งอวี้สื่อคนก่อนมาจากสำนัก
ขงจื้อ เป็นผู้อาวุโสอายุหกสิบเก้าปีที่เป็นที่นับ
หน้าถือตา ดำรงตำแหน่งอวี้สื่อเป็นเวลาอย่าง
น้อยยี่สิบปีจากสี่สิบปีของของการทำงานอย่าง
ต่อเนื่อง ทว่าซ่งชูอีนั้นอายุเพียงสิบหกสิบเจ็ดปี
ไม่เคยเป็นขุนนางในรัฐใดมาก่อน และเพิ่งได้รับ
ชื่อเสียงเมื่อไม่นานมานี้เท่านั้น ความแตกต่าง
ยิ่งยวดเช่นนี้ เกรงว่ายากที่จะทำให้ผู้คนรับได้
กระมัง!
ซ่งชูอีก็พอจะเข้าใจสถานการณ์อยู่บ้าง อย่างไรก็
ดีไม่ว่ารัฐใด ผู้ที่ดำรงตำแหน่งอวี้สื่อนั้นจะต้อง
เป็นผู้ที่มีความรู้อันล้ำลึก ตำแหน่งทางการนี้ก็
เป็นสิ่งที่ท้าทายมากสำหรับนาง
“ดื่ม” ซ่งชูอียื่นสุราบ๊วยจอกหนึ่งให้กับเชออวิ๋น
“มิทราบว่าวันนี้ท่านแม่ทัพเชอมาที่นี่ด้วยเรื่อง
ใด?”
“มาขอสุราดื่มอย่างไรเล่า!” เชออวิ๋นหัวเราะเอ่ย
“ข้าน้อยครอบครัวยากจน ท่านแม่ทัพต้องนำเงิน
และผ้าไหมมาจึงจะถูก” ซ่งชูอีจิบสุราคำหนึ่ง
ฝีมือการต้มสุราของนางยังคงเป็นเหมือนในอดีต
มิได้ถดถอยเลยแม้แต่น้อย
“สุราดี!” เชออวิ๋นอุทาน
ซ่งชูอีพิงอยู่บนลำต้น ยกสุราขึ้นมาและชิมอย่าง
สบายใจ มองเชออวิ๋นเป็นสหายดื่มสุราจริงๆ ไป
เสียแล้ว
ทั้งสองดื่มสุราในไหจนหมด เชออวิ๋นกำลังจะ
พูดคุยกับซ่งชูอีในขณะที่รู้สึกกรึ่มๆ ครั้นหันไป
กลับพบว่านางพิงลำต้นหลับไปเสียแล้ว
อึ้งอยู่ครู่หนึ่ง เชออวิ๋นจึงลุกขึ้นจากไป
เงาของต้นไม้กระดำกระด่างส่องอยู่บนตัวซ่งชูอี
ในลานเงียบสงัดมานานแล้ว หูของนางขยับ
เล็กน้อยก่อนลืมตาขึ้นมาช้าๆ มองไปยังทิศทางที่
เชออวิ๋นจากไป นิ้วถูอยู่บนขอบจอกสุราเบาๆ
ราวกับกำลังครุ่นคิด
ในใจของซ่งชูอีพอจะเดาได้ว่าเหตุใดเชออวิ๋นจึง
มาในเวลานี้ เขามิได้มาเพราะเรื่องของกฎหมาย
เก่าใหม่นั่น ขณะที่
ซ่งชูอีถูกตามล่าเพราะละเมิดกฎข้อบังคับอยู่นั้น
นางก็เคยสงสัยว่ามีสายลับของตระกูลเก่าแก่อยู่
ในขบวนรถ เพียงแต่คิดไม่ถึงว่าคนคนนี้อาจจะ
เป็นเชออวิ๋น
อย่างไรก็ดีแม้จะมีความสงสัยเช่นนี้ ทว่าซ่งชูอีก็
จะไม่เอ่ยถาม เพราะว่าบัดนี้ผู้ที่ตำแหน่ง
สั่นคลอนมิใช่นาง นางยังสามารถใช้วิธีอื่นได้หาก
คิดจะรู้ความจริงทั้งหมด
“ท่าน” จี้ฮ่วนเดินเข้ามา กระซิบใส่หูนางสอง
สามคำ
รอยยิ้มปรากฏบนใบหน้าของซ่งชูอี “เชิญให้พวก
เขาเข้ามา”
หลังจากจี้ฮ่วนจากไปแล้ว ซ่งชูอีลุกขึ้นจัดกระชับ
เสื้อผ้าที่ยุ่งเหยิง
ผ่านไปครู่หนึ่ง ชายหนุ่มรูปร่างกำยำในชุดผ้า
ปั่านเดินก้าวเท้ายาวๆ เข้ามา หนวดเคราปกคลุม
เกือบทั้งใบหน้าทำให้เห็นหน้าค่าตาไม่ชัด ทว่าซ่ง
ชูอีมองออกในทันทีว่าเขาก็คือฉือจวี้ที่จากกันเมื่อ
ครึ่งปีก่อน
“ท่าน!” ฉือจวี้สำรวจซ่งชูอีอย่างรวดเร็ว พบว่า
นางแทบมิได้เปลี่ยนไปเลยนอกจากรูปร่างที่
สูงขึ้นเล็กน้อยและเสียงที่แตกหนุ่ม ในใจรู้สึก
ประหลาดใจอยู่บ้าง
“ครั้งนี้จวี้ทำงานได้ดีเยี่ยม! หวยจินขอบคุณ
แล้ว!” ซ่งชูอีสะบัดแขนเสื้อค้อมคำนับต่ำ
ฉือจวี้รีบยื่นมือประคองนางขึ้นมาด้วยความถ่อม
ตัว “เป็นเพราะการล่วงรู้ของท่านต่างหาก”
“ท่านล่วงรู้ได้เยี่ยงไร?” ครั้นจี้ฮ่วนที่ตามหลังมา
ได้ยินแล้วก็อดถามมิได้
ฉือจวี้หัวเราะหึหึ มิได้ตอบ เรื่องนี้เริ่มต้นด้วยเงิน
ซื้อที่ดินที่ซ่งชูอีมอบให้เขา ตอนนั้นซ่งชูอีกล่าวว่า
มีคำแนะนำอยู่ในกล่อง รอให้นางจากไปก่อนจึง
ค่อยเปิดอ่าน
ในคำแนะนำนั้นมิใช่เรื่องการซื้อขายที่ดินในรัฐ
ฉิน ทว่าซ่งชูอีสั่งให้พวกเขาไปแพร่ข่าวลือ
เกี่ยวกับหมิ่นฉือในรัฐฉี โจมตีผู้อื่นก่อน วินาทีที่
ซ่งชูอีสงสัยหมิ่นฉือนั้น นางก็ได้เตรียมการทำให้
เขาแปดเปือนแล้ว แม้นเขาไม่ลงมือ แผนการของ
นางก็ไม่สามารถหยุดได้แล้ว
สำหรับการจัดการหมิ่นฉือนั้น ซ่งชูอีมีทัศนคติ
ประเภทที่ว่ายอมฆ่าผิดคนแต่จะไม่ปล่อยให้คน
ผิดลอยนวลเป็นอันขาด