กุนซือหญิงยอดอัจฉริยะ - บทที่ 160 บุคคลชั้นเยี่ยมหลากหลายรูปแบบ
ภาษาโจวใกล้เคียงกับภาษาเว่ย์ในยุคนั้น แม้ว่า
สำเนียงจะไม่เหมือนกันเสียทีเดียว ทว่าจี๋อวี่ก็
พอจะจับใจความได้บ้าง แม้แต่การเคาเดาก็ตรง
ตามสถานการณ์เสียแปดถึงเก้าส่วน ได้แต่อุทาน
อยู่ในใจ ‘ผู้อาวุโสอายุมากแล้ว ทว่าเรื่องการปัน
หัวนั้น ถึงอย่างไรก็ยังทำได้ไม่ดีเท่าคนนี้ที่เกิดมา
เพื่อปันหัวคนโดยเฉพาะ!’
พักผ่อนหนึ่งชั่วยาม รอจนกระทั่งเหล่ามือดาบที่
เข้าไปในปั่ากับเด็กสาวชาวปากลับมาก็จัดของ
เดินทางอีกครั้ง
ชายชราผู้นำทางพาชายตาบอดวัยกลางคนคน
หนึ่งไปด้วย จากการเรียกของพวกเขา ซ่งชูอีก็รู้
ว่าชายผู้นี้เป็นหลานของชายชรา เป็นหนึ่งใน
ผู้ชายไม่กี่คนที่เหลืออยู่ในชนเผ่า
ใบหน้าของชายวัยกลางคนซูบตอบ สีหน้ามืดมน
ติดตามขบวนรถอย่างเงียบๆ ไม่พูดอะไรเลยเป็น
เวลาสามวัน
ภายใต้การปลอบประโลมของชายชราไม่กี่วันนี้
ชายผู้นั้นก็ค่อยๆ พูดมากขึ้น ซ่งชูอีจึงรับรู้ถึง
เหตุผลจากบทสนทนาของพวกเขา
บางครั้งการรอดชีวิตก็ไม่ได้หมายความว่าจะโชค
ดี ผู้ชายคนนี้ไม่ต้องทำอะไรเลยในเผ่า โดยเผ่าจะ
จัดหาอาหารและเสื้อผ้าให้เขาอีกทั้งยังล้วนเป็น
ของที่ดีที่สุด ทว่าเขาต้องมีเพศสัมพันธ์กับผู้หญิง
หนึ่งถึงสองคนเป็นอย่างน้อยทุกวัน นี่ทำให้เขาไม่
สามารถมีเพศสัมพันธ์ได้อีกทันทีที่เข้าสู่วัยฉกรรจ์
ด้วยเหตุนี้ เขาจึงไม่มีค่าใดสำหรับเผ่าอีกแล้ว
ชายชราก็เคยมีประสบการณ์คล้ายเขา ต่อมาเขา
จึงสมรู้ร่วมคิดกับชนเผ่าหลายเผ่าปล้นขบวน
พ่อค้าที่ผ่านไปมาเพื่อหาเลี้ยงชีพ
ประสบการณ์นี้เป็นเรื่องที่น่าเศร้าอย่างยิ่ง ทว่า
ซ่งชูอีกลับรู้สึกว่ามันเป็นสิ่งที่น่าฉลอง บัดนี้เขา
ยังเป็นชายฉกรรจ์ บำรุงดูแลร่างกายเสียหน่อยก็
สามารถทำงานหนักได้ ใช้สองมือหาเลี้ยงตัวเอง
หากถูกละเลยในวัยห้าสิบกว่าต่างหากจึงจะเป็น
เรื่องเศร้าอย่างแท้จริง
หลังจากคลุกคลีมาตลอดทาง ชายชราก็พอจะ
เข้าใจซ่งชูอีอยู่บ้าง ผู้คนที่เขาพบเจอก่อนหน้านี้
ล้วนมิใช่คนโง่เขลา ทว่ามีเพียงซ่งชูอีที่ทำให้เขา
รู้สึกว่าแหยมด้วยไม่ได้
ดูเหมือนว่าซ่งชูอีมิได้กระทำการใดๆ เพิ่มเติม
นอกเหนือจากคำข่มขู่และคำล่อลวงตั้งแต่ทีแรก
เพียงแต่ในอดีต
ผู้เดินทางอื่นๆ จะสูญเสียความรู้สึกของเส้นทาง
เมื่อเดินวนบนภูเขาสองสามรอบ ทว่านางกลับ
สามารถแยกแยะเส้นทางได้ตั้งแต่ต้นจนจบ อีก
ทั้งยังสามารถเลือกเส้นทางที่ดีที่สุดได้อีกด้วย
ชายชราเข้าใจแล้วว่าซ่งชูอีตามหาเขาเพียงเพื่อ
ต้องการทิศทางโดยละเอียด จึงล้มเลิกความคิดที่
จะพาไปทางอ้อม
ในที่สุดซ่งชูอีและขบวนก็มองเห็นหลางจงในสิบ
ห้าวันต่อมา
นี่คือแอ่งที่ล้อมรอบด้วยภูเขา ในเวลานี้หล่งซีได้
เข้าสู่ต้นฤดูหนาวแล้ว ทว่าพืชผลของที่นี่ยังคง
เขียวชอุ่ม
บัดนี้เป็นเวลารุ่งอรุณ หมอกจางๆ ที่ลอยอ้อยอิ่ง
อยู่เหนือนครทำให้ที่แห่งนี้ดูเหมือนดินแดนแห่ง
สรวงสวรรค์ ไม่มีกำแพงปั้องกันเพราะว่า
อันตรายจากธรรมชาติโดยรอบเป็นปั้อมปราการ
ที่ดีที่สุด
นี่ไมใช่ครั้งแรกที่ซ่งชูอีมายังหลางจง ทว่าครั้นได้
เห็นความสะดวกสบายที่ล้อมรอบภูเขาอีกครั้งก็
นึกถึงความลำบากระหว่างทาง นางยังคงขมวด
คิ้ว พลันคิดว่าการยกกองทัพกดดันปาสู่นั้นยาก
พอๆ กับการโบยบินสู่ท้องฟั้าสีครามอย่าง
แท้จริง!
ซ่งชูอีสั่งให้คนมอบสิบสองทองคำให้ชายชรา
แล้วนำคนเข้านคร
หลางจงเป็นสถานที่ที่เหล่าพ่อค้าในจงหยวนต้อง
มาเสมอ และการเสี่ยงอันตรายเพื่อทำธุรกิจในปา
สู่ก็จำต้องมีกำลังมากพอ ดังนั้นมือดาบยี่สิบนาย
ของซ่งชูอีก็เปรียบเสมือนทหารอารักขาของ
ขบวนพ่อค้าทั่วไปเท่านั้น มิได้ดึงดูดความน่า
สงสัยอะไร
“คนที่นี่ก็ดูดี” กู่จิงมองดูชาวปาที่ผ่านไปมา
พร้อมเอ่ยขึ้น
ชาวจั้นกั๋วตัดสินสถานที่จากความมั่งคั่ง โดยดู
จากสถาปัตยกรรมและเสื้อผ้าเป็นอันดับแรก
บัดนี้ยังไม่ต้องพูดถึงสถาปัตยกรรม เพียงแค่มอง
ไปที่ปริมาณผ้าบนร่างกายก็สามารถเข้าใจได้เป็น
อย่างดี ยกตัวอย่างเช่น หากพันขนสัตว์ไว้รอบคอ
หรือรอบกายแสดงว่าเป็นชนชั้นสูง ทว่าหากใช้
ขนสัตว์เพื่อปกปิดส่วนที่น่าอับอายแสดงว่าเป็น
พวกไร้อารยธรรม
นี่เป็นสิ่งที่ปรับใช้ได้กับทุกสถานที่ในยุคจั้นกั๋ว
“มิใช่เพียงดูดี รัฐปามีสินค้ามากมาย มั่งคั่งกว่ารัฐ
ฉินเสียอีก” ซ่งชูอีกล่าว
“พื้นที่ห่างไกล ประชาชนไร้อารยธรรม จะมั่งคั่ง
จริงรึ?” กู่หานเอ่ยถาม
ซ่งชูอียิ้มๆ “อยู่ที่นี่สักสองสามวันเจ้าก็จะรู้แล้ว”
แม้นผู้คนส่วนใหญ่จะรู้ว่าบ้านเกิดของตนมีส่วน
บกพร่องตรงไหนบ้าง แต่ก็ไม่มีวันยอมรับว่า
เลวร้ายกว่าโลกภายนอก ซ่งชูอีพูดเช่นนี้ทำให้
เหล่ามือดาบรู้สึกไม่พอใจไม่มากก็น้อย
ทว่าซ่งชูอีคิดว่าในโลกที่เต็มไปด้วยเลือดและไฟ
สงครามเช่นนี้ หากไม่มีอำนาจในการเป็นเจ้าแห่ง
ใต้หล้าแต่กลับมีความอุดมสมบูรณ์ก็เป็นได้เพียง
อาหารเท่านั้น! มันก็อันตรายพอๆ กับบุตรสาว
สามัญชนคนหนึ่งที่กลับกลายเป็นสาวงามและทำ
ให้บ้านเมืองระส่ำระส่าย
หากไม่มีกำลังที่จะปกปั้องสิ่งที่ครอบครองสู้ไม่มี
เสียดีกว่า
“วันนี้หาที่ค้างแรมก่อนเถิด พักในรัฐปาสักหนึ่ง
คืน” ประเด็นสำคัญที่ซ่งชูอีมารัฐปาก็เพื่อสืบด้วย
ตัวเองว่าเรื่องที่ปาสู่จะเริ่มทำสงครามกันนั้นมี
ความเป็นไปได้กี่ส่วน ทว่าไม่เคยคิดมาก่อนเลย
ว่าจะเริ่มจากรัฐปา
เหตุผลข้อแรก เส้นทางการค้าขายของรัฐปามีไม่
มากเท่ารัฐสู่แต่มีชนเผ่ามากมายภายในรัฐ ข้อ
สองก็คือชาวปามีชื่อเสียงในด้านความกล้าหาญ
และเก่งในการต่อสู้ แม้จะทำสงครามในช่วงที่รัฐ
ฉู่รุ่งเรืองที่สุดก็ไม่เคยเสียเปรียบ
นอกจากประเด็นเหล่านี้ ซ่งชูอียังชอบสู่อ๋องมาก
เป็นพิเศษ ความเบาปัญญาของบุคคลนี้หาได้ยาก
ยิ่งบนโลกใบนี้ แม้แต่ซางโจ้วอ๋องกับโจวโยวอ๋อง
ยังไม่คุ้มค่าแก่การเอ่ยต่อหน้าเขาด้วยซ้ำ หากเขา
อยู่ในตำแหน่งของสองคนนี้ในเวลานั้น เกรงว่าจะ
ยิ่งโกลาหลกว่านี้ การหมกตัวอยู่ในสถานที่เล็กๆ
เช่นรัฐสู่ทำให้เขามิได้ทิ้งร่องรอยใดไว้ในหน้า
ประวัติศาสตร์ซึ่งถือเป็นเรื่องที่น่าเสียใจอย่างยิ่ง!
คนประเภทนี้ก็นับว่าเป็นอัจริยบุคคลแห่งยุค ดัง
นั้นซ่งชูอีจึงรู้สึกว่าหาได้ยากมาก
องค์จวินผู้มีคำว่า “รัฐที่ล่มสลาย” เขียนอยู่ทั่ว
ร่าง หากซ่งชูอีไม่ยกเขาเป็นตัวอย่างก็คงจะรู้สึก
ผิดต่อขนมชิ้นใหญ่ที่สวรรค์ได้ทิ้งไว้ให้
สงครามระหว่างสองรัฐกำลังลุกลามในเมืองหลวง
หลังจากอยู่ในรัฐปาเพียงหนึ่งวันก็พบสาเหตุของ
ความตึงเครียดระหว่างทั้งสองรัฐแล้ว
มันเป็นเรื่องน่าขันที่จะกล่าวว่ามันเป็นเพราะซุ้ม
เถาองุ่นในสวนหลังบ้านของจักรพรรดิทั้งสองได้
พังทลายลง[1]
ปาสู่สองรัฐไม่ลงรอยกันเสมอมา มีครั้งหนึ่งองค์จ
วินแห่งรัฐปาได้ยินว่าสู่อ๋องหัวเราะเยาะตนว่าเป็น
เหมือนมูลวัวที่ไม่รู้ว่าความสง่างามคือสิ่งใด โกรธ
เป็นฟืนเป็นไฟ วาดดาบบอกว่าจะไปสังหารสู่อ๋อง
เสีย และก็มิรู้ว่าเป็นขุนนางท่านใดในรัฐปาที่
วางแผนให้องค์จวินโดยกล่าวว่าสู่อ๋องนั้นหลงใหล
ในสาวงาม จึงจะส่งสตรีที่มีเสน่ห์น่าหลงใหลสอง
สามนางไปมอมเมาเขาโดยกล่าวอ้างว่าเป็นการ
ฟืนฟูความสัมพันธ์ องค์จวินแห่งปาเป็นคน
ตระหนี่ถี่เหนียว ครั้นได้ฟังแผนการนี้ก็อนุมัติ
อย่างไม่เต็มใจนัก ก็แค่สตรีไม่กี่นางมิใช่หรือ? เขา
กัดฟันหลับตาข่มใจและยอมส่งสาวงามออกไป
รัฐปาวางอคติลง ส่งสาวงามสองสามคนไป ทางสู่
อ๋องก็ได้ใจ รัฐปาผู้นั้นเคยก้มศีรษะให้ใครตั้งแต่
เมื่อไรกัน! สู่อ๋องไม่เพียงแต่เห็นสาวชาวปาแล้วก็
รู้สึกว่าสวยงามยิ่งและยังเสพสุขติดต่อกันเป็น
เวลาหลายคืน
ผลปรากฏว่าสาวชาวปาตั้งครรภ์ คราวนี้ฮองเฮา
แห่งสู่อ๋องจึงร้อนใจมาก ฮองเฮาของสู่อ๋ององค์นี้
มีเล่ห์เหลี่ยมแพรวพราว แม้ว่ามิได้มีหน้าตาดีทว่า
สามารถทำให้สามีมีความสุขได้ นางสนมครึ่งหนึ่ง
ของสู่อ๋องล้วนมีนางเป็นคนคนรวบรวม แต่เพราะ
ไม่สามารถดึงดูดความสนใจทางเพศของสู่อ๋องได้
จึงไม่เคยให้กำเนิดองค์ชายเลย
ครั้นฮองเฮาได้ยินเรื่องดังกล่าวก็มีราชโองการสั่ง
ให้คนรวบรวมสาวงามสามัญชนเพื่อนำตัวขึ้นรถ
แล้วส่งไปให้องค์
จวินแห่งรัฐปา สู่อ๋องได้ยินแล้วก็กระวนกระวาย
รีบไปหาฮองเฮาทันที
ฮองเฮาเพียงกล่าวเรียบๆ ‘บัดนี้พระองค์ทรง
โปรดปรานสาวงามแห่งรัฐปา สาวเหล่านั้นก็
นับว่าหน้าตาไม่สามัญ ผงแปั้งที่พระองค์ใช้เหลือ
เหล่านี้สู้ส่งไปให้ปาอ๋องหน่อยจะเป็นกระไร ถือ
เสียว่าเป็นของกำนัล อย่างไรเสียบัดนี้พระองค์ก็
หมดความอดทนที่จะเสพสุขกับพวกนางแล้ว’
เดิมทีฮองเฮาคิดจะใช้วาจายั่วโมโหสู่อ๋อง ใครจะรู้
ว่านางจะประเมินระดับการสร้างปัญหาของสามี
ตนเองต่ำไป คำว่า “แปั้งที่พระองค์ใช้เหลือ” ทำ
ให้สู่อ๋องคำรามเสียงดัง ‘ประเสริฐนัก! ในเมื่อ
ฮองเฮาเอ่ยชมเช่นนี้ ก็จัดสาวงามมาแต่งตัวให้
สวยแล้วส่งไปยังรัฐปาเสีย’
ปาอ๋องมิได้ผ่านสาวงามมานับไม่ถ้วนเหมือนกับสู่
อ๋อง ครั้นเห็นสาวงามหลากหลายรูปแบบยืนเรียง
รายกันก็รู้สึกว่ามันช่างงดงามเหนือจิตนาการ
เหลือเกิน! ปาอ๋องจ้องไม่ละสายตา บวกกับเดิมที
เขาเป็นคนตระหนี่อยู่แล้ว ในใจคิดว่าเอาสาวงาม
มาแลกกัน นับว่าสมน้ำสมเนื้อมาก! ดังนั้นจึงไม่
สนใจคำห้ามปรามของขุนนางและเก็บสาวงามไว้
ทุกคน
คราวนี้ฮองเฮารัฐปาจึงเกิดความหึงหวง ถือดาบ
ต้องการจะคิดบัญชีปาอ๋อง หลังจากสู้กันเสร็จ
แล้วก็แบกสัมภาระกลับไปที่เผ่าของตน ฮองเฮา
ปาไม่เพียงแต่เคยต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่กับปา
อ๋องเท่านั้นแต่ยังเป็นสตรีที่หาได้ยากยิ่งอีกด้วย
อีกทั้งยังเป็นหัวหน้าเผ่าใหญ่เผ่าหนึ่งในรัฐปาและ
มีบทบาทสำคัญทางการเมืองมาก ครั้งนี้เมื่อเดิน
จากไปก็เกิดปัญหาใหญ่ตามมา เมื่อคนในเผ่าของ
ฮองเฮาเห็นว่าผู้นำหญิงของตนโกรธมาก็อยากให้
ปาอ๋องหาเหตุผลให้พวกเขามิฉะนั้นก็จะก่อกบฏ
บัดนี้ปาอ๋องจึงได้สติกลับมา แม้ว่าเขาจะคิดมา
ตลอดว่าสู่อ๋องโง่เขลาเหมือนหมู ทว่าหมูก็มีคน
ฉลาดอยู่ข้างกาย นางจะต้องวางแผนการเล่นกับ
ความรู้สึกระหว่างพวกเขาสามีภรรยาเป็นแน่
ฮองเฮาโกรธจนมิอาจง้อกลับมาได้ ปาอ๋องยิ่งคิด
ก็ยิ่งรู้สึกว่ามันต้องเป็นเช่นนี้แน่ จึงโจมตีรัฐสู่ด้วย
อารมณ์โทสะ
ทว่ารัฐสู่ก็มีคนฉลาด จึงยืมมือบุคคลที่สามและ
ดึงปัญหาไปสู่รัฐจูทันที
รัฐจูเป็นรัฐเล็กๆ ที่อยู่ระหว่างปาและสู่ มาจาก
สาขาสกุลไคหมิงเช่นเดียวกับราชวงศ์รัฐสู่ และ
เป็นรัฐย่อยที่อยู่ภายใต้การปกครองของรัฐสู่ ทว่า
องค์จวินแห่งรัฐจูมีความสัมพันธ์กับองค์จวินแห่ง
รัฐปาดียิ่งกว่า แอบร่วมมือกันต่อต้านสู่ ดังนั้น
เหล่าขุนนางใหญ่ของรัฐสู่จึงคิดใช้โอกาสนี้ทำให้
ทั้งสองรัฐระหองระแหงกัน
ทั้งสามรัฐสู้รบกันจนไม่สามารถปลีกตัวออกมาได้
ซึ่งบัดนี้ก็ยังวุ่นวายและคลี่คลายไม่ได้
ขณะที่ซ่งชูอีได้รู้ข่าวก็หัวเราะจนหายใจอย่าง
กระหืดกระหอบ ดินแดงแห่งปาสู่แห่งนี้สมกับ
เป็นสถานที่ที่รวบรวมจิตวิญญาณของโลกและ
สวรรค์อย่างแท้จริง มีแต่อัจฉริยะทั้งสิ้น!
อย่างไรก็ดีหัวเราะก็ส่วนหัวเราะ ในใจของนาง
ยังคงตัดสินสถานการณ์นี้อยู่เงียบๆ
มันเป็นการยากที่จะเกิดสงครามครั้งใหญ่ระหว่าง
ปาสู่ด้วยเรื่องนี้ มันเป็นเพียงการทะเลาะเบาะ
แว้งเล็กน้อยเท่านั้น เรื่องนี้ดูภายนอกไร้เดียงสา
ทว่าในความเป็นจริงแล้วล้วนเกิดขึ้นเพื่อ
ผลประโยชน์ทั้งสิ้น ไม่ว่ารัฐใดก็คงไม่จุดชนวน
สงครามครั้งใหญ่ขึ้นมาตามอำเภอใจ
รัฐปาโจมตีรัฐสู่เพียงเพื่อต้องการเอาใจฮองเฮา
หัวหน้าเผ่า ในความเป็นจริงก็เป็นวิธีหาบุคคลที่
สามมาร่วมรับผิดชอบ เขาเบี่ยงเบนโทสะของ
ฮองเฮาไปยังรัฐสู่ ในขณะเดียวกันก็เป็นการแสดง
ความขอโทษต่อฮองเฮา ตราบใดที่ฮองเฮา
กลับมา คาดว่าก็เป็นไปได้มากที่จะถอนทัพ
เพราะว่าไม่ว่าสู่อ๋องจะเขลาสักเพียงใดก็เปล่า
ประโยชน์ ถึงอย่างไรอำนาจของรัฐสู่ก็ยังอยู่ตรง
นั้น สองรัฐต่อสู้กันมาเป็นร้อยปีโดยไร้ผล ปาอ๋อง
จะยังมีความเชื่อใจรัฐสู่ได้เยี่ยงไรเล่า?
หากเป็นความตั้งใจที่จะทำสงครามโดยให้
เสียหายด้วยกันทั้งสองฝั่าย ปาอ๋องตระหนี่ถี่
เหนียวเพียงนั้น จะไม่คำนวณถึงความสูญเสีย
อย่างละเอียดเชียวหรือ?
ดูเหมือนว่าข่าวลือจะเป็นเท็จแล้ว! ซ่งชูอีลอบคิด
ในใจ
ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ซ่งชูอีก็รู้สึกว่ายังพอมีโอกาสใน
ดินแดนของปาสู่ และโอกาสนี้จะต้องอยู่ที่รัฐสู่
เป็นแน่!
หลังจากตัดสินใจแล้ว ทุกคนก็พร้อมที่จะออก
เดินไปไปยังรัฐสู่ เนื่องจากสงครามอาจจะยังไม่
เกิดขึ้นเร็วๆ นี้ ฉะนั้นซ่งชูอีจึงไม่รีบเดินทาง
ระหว่างทางก็คิดเสียว่าเป็นการท่องเที่ยวชม
ทัศนียภาพ
เว่ย์เจียงยืนกรานที่จะอยู่ต่อเพื่อตามหาจีเหมียน
แต่ก็ล้มเลิกความคิดชั่วคราวภายใต้การเกลี้ย
กล่อมของจี๋อวี่ ตามพวกเขาในรัฐสู่ด้วยกันแล้ว
ค่อยคิดหาวิธีอื่น
“ท่านขอรับ ท่านบอกว่าสู่อ๋องเป็นคนโง่ทว่าก็มี
ความคิดดีมากทีเดียว!” กู่จิงเอ่ยอุทาน
ซ่งชูอีสำรวจเขาอย่างละเอียดหลายรอบ เมื่อ
พบว่าเขามิได้กล่าวประชัดประชันแต่ออกมาจาก
ใจจริงก็อดมิได้ที่จะแสยะยิ้มเอ่ย “ข้าก็รู้สึกว่าเจ้า
ก็เป็นคนมีความคิดไม่เลวทีเดียว”
——————–
[1] ซุ้มเถาองุ่นพัง เป็นการเปรียบเปรยว่าเป็น
การทะเลาะระหว่างสามีกับภรรยา