กุนซือหญิงยอดอัจฉริยะ - บทที่ 172 ไม่กลับรัฐฉินแล้ว
ดูจากภายนอก อิ๋งซื่อไม่ได้สืบหาผู้ที่อยู่เบื้องหลัง
การโจมตีองค์หญิงเว่ยครั้งนี้ และคนที่เหลือสาม
ร้อยคนก็ถูกแยกศพประจานทันที พฤติกรรมนี้ไม่
เพียงข่มขวัญผู้ที่อยู่เบื้องหลัง แต่ยังก่อให้เกิด
ความตกตะลึงในหมู่รัฐต่างๆ ไม่น้อย
วิธีโหดเหี้ยมเช่นนี้ แน่นอนว่าทำให้สำนักขงจื้อ
และม่อเกิดความขุ่นเคือง สำหรับการโจมตีทั้ง
วาจาและอักษรของพวกเขานั้น อิ๋งซื่อตอบเพียง
ว่า “การขัดขวางการแต่งงานระหว่างรัฐ
พยายามกระตุ้นให้เกิดสงคราม เป็นเจตนาน่า
กลัวอย่างยิ่ง! เมื่อเทียบความสงบปลอดภัยของ
ราษฎรสองรัฐแล้ว คนสามร้อยคนมีความหมาย
ใด? กว่าเหรินมิยอมแบกรับความเสื่อมเสีย
ชื่อเสียงนี้!”
ช่างเป็นความชอบธรรมที่น่าเกรงขามนัก
“ฮ่าฮ่าฮ่า!” ซ่งชูอีได้ยินกู่หานบรรยายคำพูด
ของอิ๋งซื่อแล้ว อดไม่ได้ที่จะหัวเราะท้องแข็ง
กู่หานขมวดคิ้ว “ท่านหัวเราะอะไร?”
ซ่งชูอีหุบยิ้ม ไอแห้งทีหนึ่ง “ข้ายินดีที่ฝั่าบาท
ห่วงใยชาวประชาเช่นนี้”
คำชมเชยต่อฉินกงนี้ค่อนข้างเหมาะสม อิ๋งซื่อ
แตกต่างจากพ่อของเขา
เมื่อกู่หานเห็นว่าสีหน้าของนางจริงจังขึ้นมากก็
รายงานต่อ “บัดนี้องค์ชายจี๋ถึงรัฐฉินแล้ว
จดหมายของท่านคาดว่าจะถึงเสียนหยางก่อนสิ้น
ปีนี้”
ซ่งชูอีพยักหน้า “เล่าถึงสงครามปาฉู่มาเถิด”
สิบวันก่อน ทหารชั้นยอดสองหมื่นนายของรัฐฉู่
เดินเลียบแม่น้ำเพื่อบุกเข้าไปยังอวี๋ฟูั่ของรัฐปา รัฐ
ปารู้ว่ารัฐฉู่ที่อยู่ด้านหลังนั้นก็เหมือนกับเสือที่เฝั้า
มองเหยื่อ ทว่าไม่รู้ว่าเพราะอะไรเปิดสงครามกับ
รัฐสู่เสียก่อน จึงทำให้ด้านหลังเกิดช่องโหว่และ
รัฐฉู่ก็ฉวยโอกาสนี้บุกเข้าไป อย่างไรก็ดีชาวปามี
ชื่อเสียงในด้านความกล้าหาญ จึงสกัดกั้น
นายทหารชั้นยอดของรัฐฉู่สองหมื่นนายไว้ในอวี๋ฟูั่
แล้ว
สองวันที่ผ่านมาทั้งสองฝั่ายได้จัดหากำลังเสริม
และสงครามก็มาถึงทางตัน หากรัฐฉู่โจมตีปาสู่
ด้วยการตัดสินใจแน่วแน่จริงๆ โดยไม่คำนึงถึง
ราคาที่เสียไป ปาสู่ก็ตกอยู่ในอันตราย!
กู่หานกล่าว “แม่ทัพผู้นำทหารชั้นยอดทั้งสอง
หมื่นคนคือหานกุ่ย รองท่านแม่ทัพคือต่งซวี่ อีก
คนเป็นคนใหม่ที่ยังไม่ใคร่มีใครรู้จัก นามว่าหลง
กู่ปูั้วั่ง”
“เด็กดี!” ซ่งชูอีตกตะลึง หลงกู่ปูั้วั่งไม่ใช่คนที่ไร้
ความทะเยอทะยาน สามารถปีนจากผู้บังคับกอง
พันไปสู่ตำแหน่งรองแม่ทัพภายในระยะเวลาอัน
สั้น นับไม่ว่าธรรมดาจริงๆ แม้ตามการคาดเดา
ของซ่งชูอี ตำแหน่งรองแม่ทัพนี้จะเป็น
เพียงชั่วคราวไม่มั่นคง ทว่าแต่เมื่อการต่อสู้นี้มีชัย
เขาก็สามารถรักษาตำแหน่งของตัวเองได้อย่าง
มั่นคงแล้ว
กู่หานกล่าวด้วยความงุนงง “ท่านหมายความ
ว่า…”
ซ่งชูอียกมือขึ้นเล็กน้อยโดยมิได้ตอยข้อสงสัยของ
เขา จากนั้นก็เอ่ยขึ้น “พวกเรามาดูความ
เคลื่อนไหวก่อน”
กู่หานตอบรับแล้วเอ่ยต่อ “ยังมีอีกเรื่องหนึ่ง มี
ข่าวออกมาว่าเว่ยกับเจ้ายุติสงครามแล้ว
รายละเอียดยังไม่ชัดเจน”
“ท่านเจ้าคะ ผู้ต้อนรับมาแล้วเจ้าค่ะ” สาวใช้
รายงานอยู่ด้านนอก
ซ่งชูอีเลิกคิ้ว “เชิญเขาเข้ามา”
ไม่ช้า อวี๋เฉิงก็สาวเท้าเข้ามาด้วยความรวดเร็ว
ประสานมือน้อยๆ จากนั้นก็เอ่ยว่า “ฝั่าบาท
ต้องการพบ ขอเชิญท่านเข้าวังทันที”
“ด่วนเช่นนี้เลย?” แม้ซ่งชูอีจะถามเช่นนี้ทว่าไร้
ความประหลาดใจบนใบหน้า
การหารือการค้ายืดเยื้อมาหลายวันแล้ว สู่อ๋อง
มักจะระบายความเครียดกับสตรีเพศเป็นปกติ
วิสัย ทว่าหลายวันมานี้ไม่ว่าจะมองหญิงงามคน
ใดก็เบื่อหน่าย และเรียกซ่งชูอี้เข้าเฝั้าแทบจะวัน
เว้นวันเพื่อให้นางเล่าเรื่องของหญิงงามจื่อเฉาให้
ฟัง ซ่งชูอีไม่เพียงแต่เล่าเรื่องของจื่อเฉา แต่ยังเล่า
เรื่องของหญิงงามในรัฐต่างๆ อีกด้วย สู่อ๋องได้ยิน
แล้วแทบอดใจที่ไหวต้องการจะส่งคนออกไป
เสาะหาจำนวนหนึ่งกลับมาทันที
ซ่งชูอีจัดกระชับเครื่องแต่งกายแล้วตามอวี๋เฉิง
ออกไป
ภายในท้องพระโรงหลักของพระราชวัง บรรดา
ขุนนางรวมตัวกันในบรรยากาศเคร่งขรึม ซ่งชูอี
มาที่รัฐสู่ครึ่งเดือนกว่าแล้ว นี่เป็นครั้งแรกที่ถูก
เรียกเข้าเฝั้าอย่างเป็นทางการเยี่ยงนี้
“กระหม่อมถวายบังคมฝั่าบาท” ซ่งชูอีสะบัด
แขนเสื้อตัวใหญ่ ค้อมคำนับต่ำ
สู่อ๋องกล่าว “ไม่ต้องมากพิธี เข้ามานั่ง”
ซ่งชูอีนั่งลงในที่นั่งของแขก จากนั้นก็ได้ยินสู่อ๋อง
เอ่ยขึ้น “ท่านมหาเสนาบดี บอกท่านราชทูตถึง
ผลการหารือเถิด”
มหาเสนาบดีที่ยืนอยู่หน้าสุดเอ่ยขึ้น “พวกข้าคิด
ว่า รัฐสู่สามารถทำการค้าขายได้ เพียงแต่หากรัฐ
ฉินต้องการซื้ออาหารจากรัฐของข้าจริงๆ
จำเป็นต้องมีการส่งเครื่องบรรณาการแก่ท่านอ๋อง
ทุกปีเพื่อแสดงความจริงใจ”
“เครื่องบรรณาการ?” ซ่งชูอีขมวดคิ้ว
ทรัพย์สินมีค่าที่บรรดารัฐของจูโหวถวายให้องค์
จักรพรรดินับได้ว่าเป็นเครื่องบรรณาการ สิ่งของ
ที่รัฐรองมอบให้รัฐใหญ่ก็นับว่าเป็นเครื่อง
บรรณาการ ความหมายของรัฐสู่เห็นได้ชัดว่าเป็น
อย่างหลัง
ก็แค่การค้าขายเท่านั้น เหตุใดต้องเอ่ยคำขอที่ไร้
มารยาทเช่นนี้ด้วย!
จู่ๆ ซ่งชูอีหัวเราะ “ทูลถามฝั่าบาท ไม่ทราบใคร
เป็นผู้เสนอเงื่อนไขนี้?”
อันที่จริงไม่จำเป็นต้องตอบคำถามนี้ก็ได้ ไม่ว่า
ใครเสนอเงื่อนไข เพราะในที่สุดทุกคนก็ต่างเห็น
ด้วยแล้ว
“ว่าเยี่ยงไง รัฐฉินไม่ยินยอมรึ?” มหาเสนาบดี
เห็นปฏิกิริยาของซ่งชูอี เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเย็น
ชา
“ไม่ใช่ไม่ยินยอม” ซ่งชูอีมองไปยังมหาเสนาบดี
“บัดนี้โจวเทียนจื่อยังคงอยู่ หากรัฐฉินส่งเครื่อง
บรรณการให้รัฐสู่อย่างเปิดเผยก็เท่ากับเป็นกบฏ
และจะทำให้เกิดหายนะอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
แม้ว่าฉินจะขาดแคลนอาหาร แต่จะเต็มใจทำให้
ตัวเองตกอยู่ในอันตรายเพราะอาหารไปเพื่ออะไร
กัน?”
หางตาของซ่งชูอีเห็นว่าจูเหิงต้องการจะกล่าว
อะไรบางอย่าง จึงหันไปหาเขาแล้วเอ่ยต่อ “ยิ่งไป
กว่านั้น หากรัฐฉินส่งเครื่องบรรณาธิการให้รัฐสู่
หกรัฐแห่งซานตงจะคิดเยี่ยงไร? พวกเขาต้องจะ
คิดว่ารัฐสู่มีเจตนาที่จะเอื้อมมือเข้ามาหาจงหยวน
เป็นแน่ หากมันทำให้พวกเขารวมตัวกันโจมตี
แม้นจะมีอันตรายทางธรรมชาติกั้นกลางก็ไม่อาจ
รักษาความปลอดภัยของรัฐสู่ได้ ฉะนั้นเงื่อนไขนี้
มีแต่จะทำให้รัฐฉินลำบากใจและตัวเองลำบาก
ใจ”
ปาสู่มิใช่รัฐที่อยู่ในการปกครองของราชวงศ์โจว
รัฐฉินไม่มีเหตุผลใดที่จะต้องส่งเครื่องบรรณาการ
ให้พวกเขาเมื่อเห็นว่าทุกคนต่างจมอยู่ในความคิด
ซ่งชูอีจึงให้ข้อเสนอแนะในเวลาที่เหมาะสม “สิ่ง
ที่เรียกว่า ‘เครื่องบรรณาการ’ ก็เป็นเพียงชื่อ
เท่านั้น สองรัฐเชื่อมความสัมพันธ์ รัฐฉินจะไม่
ตระหนี่กับทรัพย์สินอย่างแน่นอน เหตุใดจึงต้อง
ผูกมัดกับคำนี้ด้วยเล่า? ไม่ทราบว่าฝั่าบาทมี
ความเห็นเยี่ยงไร?”
ประเด็นของเรื่องนี้มิได้อยู่ที่ชื่อ มหาเสนาบดี
ต้องการจะอ้าปากพูดทว่ากลับช้ากว่าสู่อ๋องไป
หนึ่งก้าว
“ท่านราชทูตกล่าวมีเหตุผล!” สู่อ๋องยิ้มเอ่ย “ใน
เมื่อเป็นเช่นนี้ กว่าเหรินก็ตกลงทำการค้าแล้ว ฉิน
เว่ยยังสามารถแต่งงานเพื่อปรองดองกันได้ เหตุ
ใดฉินกับสู่จะทำการค้าขายกันไม่ได้? กว่าเหริน
เห็นว่าฉินกงเกิดความอาดูรต่อสวรรค์เห็นใจต่อ
ชาวประชา ห่วงใยราษฎร เป็นองค์จวินที่หาได้
ยากยิ่ง”
บนใบหน้าของซ่งชูอีมีรอยยิ้มน้อยๆ สู่อ๋องร้อนใจ
ที่จะพบหญิงงาม และไม่คิดว่าจะมีอุปสรรคใหญ่
ในการทำการค้า ดังนั้นจึงหาข้อแก้ตัวมากมาย
นางไม่คิดว่าสู่อ๋องจะยกย่องด้วยใจจริง
ในเวลานี้เหล่าขุนนางไม่สามารถหาข้ออ้างใดๆ
มาโต้แย้งได้ อีกทั้งเรื่องนี้ก็หารือมาครึ่งเดือนแล้ว
หากไม่หาข้อสรุปอีกก็คงหาข้อแก้ต่างไม่ได้แล้ว
ทุกอย่างก็ถูกตัดสิน “อย่างมีความสุข” เช่นนี้
สู่อ๋องคืนหนังสือเทียบรัฐ ซ่งชูอีก็ส่งมันให้กู่หาน
สั่งให้เขาส่งข่าวกลับไปที่เสียนหยางโดยเร็วพร้อม
กับมือดาบทั้งหมด
ในตอนเย็นเพราะสู่อ๋องเป็นเจ้าภาพงานเลี้ยง
อำลาจึงได้รู้ว่าบัดนี้ชาวฉินทั้งหมดได้จากไปแล้ว
เหลือเพียงซ่งชูอีคนเดียว
“เหตุใดจึงจากไปอย่างรีบร้อนเช่นนี้? เหตุใดหวย
จินไม่กลับไปด้วย?” สู่อ๋องถามด้วยความสงสัย
ซ่งชูอีหรี่ตายิ้มเอ่ย “พวกเขาถูกข้าหลอกกลับ
เสียนหยาง รัฐสู่ทัศนียภาพงดงาม อาหารอุดม
สมบูรณ์ ข้าวางแผนจะอยู่ที่รัฐสู่ระยะยาว ฝั่า
บาทก็รู้ว่าสำนักเต๋าของพวกเรารักอิสระ”
สู่อ๋องรู้สึกประหลาดใจ “หวยจินไม่คิดจะกลับไป
รับราชการที่รัฐฉินแล้วหรือ?”
“ข้าไม่สนใจเรื่องปัจจัยพื้นฐาน แต่ข้ามีความ
เข้าใจอย่างลึกซึ้งเกี่ยวกับลัทธิเต๋า วางแผนที่จะ
อยู่ที่ปาสู่ต่อไปอีกสองสามปี” ซ่งชูอีกล่าว
สู่อ๋องจำได้ว่าจูเหิงเคยบอกกับเขาว่าเสื้อผ้า
ราชทูตฉินเก่าขาดและการใช้ชีวิตในรัฐฉินนั้นไม่
ง่ายเลย หลังจากสู่อ๋องได้คลุกคลีกับซ่งชูอีหลาย
วันนี้ เขาได้ตัดสินว่านางแตกต่างจากจวงจื่อ
จวงจื่อนั้นได้วางโซ่ตรวนทางโลกลงแล้วจริงๆ
แต่ซ่งชูอีกลับเป็นคนที่ยังคงแสวงหาความ
เพลิดเพลิน แม้ว่านางจะบอกว่าเข้าใจลัทธิเต๋า
อย่างลึกซึ้ง ทว่าใครจะรู้ว่านางอยู่ในรัฐสู่ต่อเพื่อ
เพลิดเพลินกับความอุดมสมบูรณ์ของที่นี่หรือ
เปล่า?