กุนซือหญิงยอดอัจฉริยะ - บทที่ 215 หลงกลแผนกองทัพสู่
การไว้ชีวิตสู่อ๋องเป็นเพียงการล่อให้กองทัพถูอู้ลี่
เข้ามาเท่านั้น ในเมื่อ “ภารกิจ” ของเขาสำเร็จ
แล้วก็ไม่มีเหตุผลที่จะไว้ชีวิตอีกต่อไป แต่เพื่อ
ไม่ให้เป็นการปลุกเร้าอารมณ์ของชาวสู่ ก่อนที่ซื
อหม่าชั่วจะจากไปก็สั่งให้จางเหลียวเก็บสู่อ๋อง
อย่างลับๆ
ก่อนที่สู่อ๋องจะตาย คำขอเดียวของเขาก็คือการ
ได้พบหน้าซ่งชูอี จางเหลียวคิดว่าด้วย
สถานการณ์ของซ่งชูอีในตอนนี้ไม่เหมาะสมที่จะ
พบกับสู่อ๋องจึงได้ปฏิเสธไป สู่อ๋องจึงขอร้องเป็น
อย่างที่สองให้เขาฝากข้อความไปถึงซ่งชูอี
จางเหลียวพยักหน้าตกลง คิดในใจว่าหากเป็นคำ
สาปแช่งใดๆ แล้วล่ะก็ เขาก็จะทำเป็นไม่ได้ยิน
เสีย
“ถามเขาว่าหญิงงามจื่อเฉามีตัวตนจริงหรือ
เปล่า” สู่อ๋องหมดสภาพกลายเป็นชายชราในวัย
หกสิบเพียงไม่กี่วัน ผมบนศีรษะขาวโพลน
ดวงตาคู่นั้นเปียมไปด้วยการรอคอย
จางเหลียวไม่รู้จริงๆ ว่าควรจะประเมินองค์จวิน
เช่นนี้อย่างไรดี เขาครุ่นคิดครู่หนึ่งก่อนเอ่ยว่า
“เรื่องนี้ไม่จำเป็นต้องไปถามท่านที่ปรึกษา ข้า
เป็นแม่ทัพในต้าฉิน แน่นอนจะต้องรู้ว่าจื่อเฉาคือ
สตรีคนเดียวที่ฝั่าบาทมีก่อนจะอภิเษกสมรส”
สู่อ๋องถอนหายใจช้าๆ ราวกับว่าสบายใจขึ้นมาก
“เด็กๆ!” จางเหลียวกล่าวเสียงดัง “ส่งสู่อ๋อง!”
หัวหน้ากองซือหม่ายกกาสุราเข้ามา ด้านหลังมี
นายทหารชั้นยอดนายหนึ่ง เขาไม่ได้มองสู่อ๋อง
เลย “ฝั่าบาททรงมีเมตตา บัดนี้มีสุราพิษกาหนึ่ง
กริชเล่มหนึ่ง สู่อ๋องสามารถเลือกเองได้”
“นำกริชให้ข้า” สู่อ๋องกล่าว
ในที่สุดหัวหน้ากองซือหม่าก็มองตรงไปที่สู่อ๋อง
“เยี่ยม ยกกริชให้สู่อ๋อง”
ทหารแก้เชือกของสู่อ๋องและยื่นมีดกริชให้
ก่อนหน้านี้ สู่อ๋องถูกปล่อยให้หิวมาแล้วหนึ่งวัน
บวกกับชีวิตอันหรูหราที่ต้องตกเป็นเชลยเพียงชั่ว
พริบตานั้นมันช่างมันเหลือทนจริงๆ ในขณะนี้มือ
ที่ถือกริชจึงสั่นเทาเล็กน้อย
บัดนี้หัวหน้ากองซือหม่ากับนายหทารได้ถอยไปที่
ปากกระโจมแล้ว สู่อ๋องไม่ต้องการดิ้นรนอีกต่อไป
เขารู้ว่านอกกระโจมจะต้องมีการปิดล้อม
หนาแน่น หากเขามีความเคลื่อนไหวที่ผิดปกติ
แม้แต่น้อย ลูกศรพันดอกก็จะทะลุผ่านหัวใจทันที
ในเมื่อคนอื่นได้ให้วิธีตายที่เหมาะสม เช่นนั้นก็
ตายอย่างเหมาะสมเถิด…
เขาคว้ากริชและเฉือนไปที่คออย่างรวดเร็ว
เลือดพุ่งออกมาราวกับลูกธนู มันกระเซ็นไปทั่ว
กระโจม
ครั้นเห็นสู่อ๋องล้มตึงไปกับพื้น หัวหน้ากองซื
อหม่าเงียบงันครู่หนึ่งก่อนเอ่ยว่า “เก็บให้
เรียบร้อย หาที่ฝังไว้ก่อน ท่านที่ปรึกษากล่าวว่า
วันหน้ายังใช้ประโยชน์ได้”
ในขณะที่สู่อ๋องปลิดชีพตัวเอง ในที่สุดหวังเฉิงที่
อยู่ห่างไกลก็ถูกโจมตี
ทันทีหลังจากนั้นถูอู้ลี่ก็นำกองทหารมาถึง
อย่างไรก็ตามกองทัพซย่าเฉวียนยอมละทิ้ง
หวังเฉิงที่ได้มาและยกกองทัพทั้งหมดไล่สังหาร
องค์รัชทายาทที่หนีไป
สำหรับชาวสู่แล้ว ตราบใดที่มีองค์จวิน ไม่ว่าที่
ไหนก็สามารถเป็นหวังเฉิงได้ ดังนั้นถูอู้ลี่จึงยอม
สละหวังเฉิงโดยไม่ลังเลและออกไปช่วยเหลือองค์
รัชทายาทอย่างเต็มกำลัง ในใจของเขารู้ดีว่าเวลา
นี้การที่ทหารม้าของตนในระดับนี้รับมือกับ
กองทัพฉินก็ไม่ต่างจากการตีก้อนหินด้วยก้อน
กรวด ด้วยเหตุนี้จึงตัดสินใจว่า ตราบใดที่พบองค์
รัชทายาทแล้วก็จะนำกองทหารเข้าไปในปั่าลึก
ทันทีเพื่อรอโอกาสในอนาคต มันเป็นไปไม่ได้ที่
กองทัพฉินจะวางกำลังทหารทั้งสองแสนนายไว้ที่
รัฐสู่
หลังจากที่กองทัพซือหม่าชั่วมาถึงด้านหลังและ
ยึดครองหวังเฉิงแล้ว สิ่งแรกที่เขาทำคือทำให้
อารมณ์ของชาวสู่สงบลง อีกทั้งพิสูจน์ว่าจะไม่มี
การทำผิดใดๆ ต่อประชาชน
ในโลกแห่งความวุ่นวายนี้ ประชาชนทั่วไปมักไม่มี
ความรู้สึกรักชาติ ใครเป็นองค์จวินเกี่ยวอะไรกับ
พวกเขาเล่า? การมีชีวิตอยู่ต่างหากที่สำคัญที่สุด!
อย่างไรก็ตามทุกรัฐก็มีข้อจำกัดที่ไม่อาจล่วง
ละเมิดได้ ในเขตจงหยวน หลังจากฆ่าคนและยึด
เมืองหลวงแล้ว สามารถปล้นคลังรัฐได้ ทว่าไม่
สามารถบูชาบัญ ไม่สามารถแตะต้องจิตวิญญาณ
ของบรรพบุรุษ ไม่สามารถขุดหลุมศพบรรพ
บุรุษ…
ทว่าชาวฉินไม่เข้าใจชาวสู่มากนัก วัฒนธรรมของ
พวกเขาแตกต่างจากจงหยวนมาก หลังจากยึด
ครองเมืองหลวงได้แล้วพวกเขาจะใช้ที่นี่เป็นฐาน
โจมตีรัฐปา ไม่สามารถอยู่เฉยๆ โดยไม่ทำอะไรได้
ซือหม่าชั่วกังวลว่าหากยุ่งกับหวังเฉิงส่งเดชอาจ
ก่อให้เกิดความไม่พอใจในประชาชน จึงพลิกม้วน
ไผ่เกี่ยวกับปาสู่ที่ซ่งชูอีเขียนขึ้นมาอ่านอีกครั้ง
โดยเน้นอ่านรายละเอียดของเนื้อหาในตอนท้าย
จางอี๋พาจินเกอเข้ามาในห้อง ประโยคแรกที่ถาม
คือ “ตาของหวยจินเป็นเยี่ยงไรบ้าง”
ซือหม่าชั่วอึ้งไปเล็กน้อย
“ว่ากันว่าตอนนี้มองอะไรไม่เห็นแล้ว” จางอี๋
กังวลเป็นอย่างยิ่ง เขาไม่ใคร่มีช่วงเวลาที่สับสน
เหมือนตอนนี้บ่อยนัก แผนทั้งหมดที่ซ่งชูอีวางไว้
ก่อนหน้านี้มีความสำคัญต่อการทำลายรัฐสู่มาก
ทว่าไม่มีใครล่วงรู้ ถ้าหากส่งนางกลับเสียนหยาง
ในตอนนี้ ถึงตอนนั้นหากฝั่าบาทตบรางวัลมาก
เกินไปก็เป็นเรื่องยากที่จะโน้มน้าวใจประชาชน
ทว่าตอนนี้หากไม่กลับไปแล้วยืดเยื้ออาการปั่วย
ออกไป…
ในสงครามมีผู้คนมากมายที่จากไปไม่กลับ แค่
ดวงตาคู่หนึ่งจะเป็นอะไรไปเล่า? มันไม่สามารถ
ใช้เป็นเงื่อนไขสำหรับการตบรางวัลได้อยู่แล้ว
สำหรับนายทหารทั่วไปก็ขึ้นอยู่กับจำนวนศีรษะที่
เขาตัดได้ แต่สำหรับแม่ทัพแล้วมีเพียงชัยชนะ
สุดท้ายเท่านั้นที่มีพลังในการโน้มน้าวจิตใจ!
ซือหม่าชั่วก็เข้าใจเหตุผลข้อนี้ เงียบงันไปครู่หนึ่ง
ก่อนเอ่ยว่า “ถามความตั้งใจของซ่งจื่อเถิด”
ในสถานการณ์เช่นนี้ ไม่มีใครที่สามารถตัดสินใจ
แทนนางได้
“เฮ้อ!” จางอี๋ถอนหายใจ
ซือหม่าชั่วเห็นสีหน้าอิดโรยของเขาก็กล่าวว่า
“จางจื่อพักผ่อนก่อนเถิด หากมีเรื่องทหารใด ข้า
จะสั่งคนไปเชิญจางจื่อ”
“ได้” จางอี๋ลุกขึ้นยืนออกไป
ก่อนจะจากมา ซือหม่าชั่วเห็นว่าลักษณะของซ่งชู
อีอ่อนแออย่างเห็นได้ชัด ไม่เหมาะที่จะเดิน
ทางไกลกลับไปที่เสียนหยาง ในใจรู้สึกว่าปาสู่มี
อากาศร้อนชื้น ทุกวันอยู่แต่ในกระโจมเกรงว่า
อาการจะยิ่งแย่ จึงส่งคนไปรับซ่งชูอีมารักษาตัวที่
หวังเฉิงทันที
หากซ่งชูอีเต็มใจที่จะจากไป ก็ควรจะทำให้
ร่างกายของนางแข็งแกร่งขึ้นอีกนิดแล้วค่อยสั่ง
คนคุ้มกันนางกลับไปซือหม่าชั่วนวดคลึงขมับ
ขณะที่กำลังจะลุกขึ้นไปรวบรวมกองทัพกับซย่า
เฉวียนเพื่อหารือเรื่องปิดล้อมสังหารองค์รัช
ทายาทกับกองทัพถูอู้ลี่ ทันใดนั้นก็มีเสียงหนึ่งดัง
ขึ้นจากด้านนอก “รายงาน…”
เขาหยุดชะงัก “เข้ามา”
ชายในชุดเกราะสีดำเนื้อตัวสะบักสะบอมเดินเข้า
มาด้วยความเร่งรีบ โค้งคำนับเอ่ย “เรียนท่านแม่
ทัพ แม่ทัพซย่าและถูอู้ลี่กำลังทำสงครามกันใน
หุบเขาที่ห่างออกไปเจ็ดลี้ ท่านแม่ทัพซย่าสั่งให้
ข้าน้อยมารายงานท่านแม่ทัพว่าองค์รัชทายาท
หนีไปทางทิศตะวันออก ไม่รู้ว่าตั้งใจจะไปที่ใด ตู
เว่ยม่อนำกำลังห้าพันนายไล่ล่าเขาอยู่ขอรับ”
ซือหม่าชั่วลุกขึ้นพรวด “เล่ามาให้ละเอียด การ
ต่อสู้เป็นเยี่ยงไรบ้าง?”
แม่ทัพซย่าเฉวียนเป็นผู้นำทหารม้าชั้นยอด หาก
พบกับถูอู้ลี่อย่างกะทันหันบนเส้นทางแคบของ
หุบเขา กองทหารจะไม่สามารถต่อสู้ได้ เกรงว่า
จะต้องสูญเสียครั้งใหญ่!
“ตอนที่ทหารข้ากำลังไล่ล่าองค์รัชทายาทสู่นั้น
องค์รัชทายาทสู่ที่เดิมทีหนีไปทางทิศตะวันตก
หันหลังกลับไปทางทิศตะวันออกกะทันหันด้วย
เหตุผลบางประการ แม่ทัพซว่านำทหารไล่ล่า
ระหว่างทางก็พบกับกองทัพถูอู้ลี่…”
ในโลกนี้มีเรื่องบังเอิญเช่นนี้ที่ไหนกัน! ซือหม่าชั่ว
ตระหนักดีว่าจะต้องมีแผนการบางอย่างแน่นอน
หลังจากฟังอย่างอดทนแล้วก็กล่าวด้วยเสียงอัน
ดังทันที “เด็กๆ! รวมพลทหารทั้งหมด!”
จากการวิเคราะห์ของซือหม่าชั่ว เป็นไปได้
มากกว่าถูอู้ลี่พบองค์รัชทายาทสู่ก่อนซย่าเฉวียน
รู้สึกว่าซย่าเฉวียนติดตามอย่างกระชั้นชิด ไม่
สามารถทำให้องค์รัชทายาทมาสมทบกับกองทัพ
ได้สำเร็จ จึงคิดแผนการขึ้นมาเพื่อแยกย้ายกอง
กำลังของซย่าเฉวียนและปิดกั้นทหารม้าส่วนใหญ่
ของเขาในหุบเขา
ซือหม่าชั่วตกตะลึง โดยปกติแล้วรัฐสู่จะไม่ใช้กอง
กำลังจำนวนมากในการทำสงคราม แต่ถูอู้ลี่เฝั้าดู
การต่อสู้ของทหารม้าเหล็กของกองทัพฉินเพียง
ครั้งเดียว ก็สามารถค้นพบจุดอ่อนของทหารม้า
ได้ทันที อีกทั้งตอบโต้ทหารม้าได้อย่างรวดเร็ว!
ไม่น่าแปลกใจเลยที่ซ่งชูอีหวาดกลัวบุคคลนี้อยู่
ตลอดเวลา!
หากบุคคลนี้ไม่มีความตั้งใจที่จะสวามิภักดิ์ต่อรัฐ
ฉินก็ไม่สามารถปล่อยไว้ได้อย่างเด็ดขาด!
ซือหม่าชั่วรวบรวมนายพลทุกนายเพื่อรีบปรับใช้
แผนและสังหารองค์รัชทายาทสู่กับถูอู้ลี่ทันทีด้วย
กำลังทั้งหมดที่มี