กุนซือหญิงยอดอัจฉริยะ - บทที่ 284 ความฉลาดของอิ๋งซื่อ
หลังจากเจ้าอี่โหลวจากไปแล้ว ซ่งชูอีในชุดคลุม
ลำลองนั่งอยู่ในห้องนอนเป็นเวลานาน ไม่มีความ
ง่วงเลยแม้แต่น้อย
“ท่านเจ้าคะ ผู้ส่งราชโองการมาแล้ว!” หนิงยา
เดินเข้ามาบอก
ซ่งชูอีนิ่งไปครู่หนึ่ง รีบลุกขึ้นยืนจัดกระชับเสื้อผ้า
ออกไปรับหน้า
“คำนับกั๋วเว่ย!” ผู้ส่งราชโองการกำหมัดคำนับ
“ท่านราชทูตไม่ต้องมากพิธี” ซ่งชูอีรีบกล่าว
ผู้ส่งราชโองการหยิบราชโองการออกมาแล้วยื่น
ให้ด้วยสองมือ “ราชโองการลับของฝั่าบาท
ขอรับ”
ซ่งชูอีสะบัดแขนเสื้อ ค้อมตัวรับราชโองการลับ
“ข้าน้อยขอลาก่อน!” ผู้ส่งราชโองการมีหน้าที่
เพียงส่งราชโองการเท่านั้น จะไม่ทำเรื่องอื่นอีก
ซ่งชูอีมองเขาจนลับตา รีบกลับห้องหนังสือเพื่อ
เปิดกระบอกไผ่ออก
ข้างในมีหนังสือผ้าไหมบางๆ แผ่นหนึ่ง ลายมือ
ของอิ๋งซื่อทั้งแข็งแรงและอ่อนนุ่ม มันแข็งกร้าว
ราวกับนิสัยของเขา อย่างไรก็ดีเนื้อหาภายใน
กลับทำให้ซ่งชูอีรู้สึกดีใจเป็นอย่างยิ่ง
ซ่งชูอีนำหนังสือผ้าไหมนั้นเข้าใกล้ตะเกียงเพื่อจุด
ไฟเผา แสงไฟที่วูบไหวนั้นสะท้อนให้ดวงตาสดใส
อย่างไร้ที่เปรียบ
“หนิงยา!” ซ่งชูอีเอ่ยเสียงสูง
“เจ้าค่ะ” หนิงยาเข้ามา
“เก็บเสื้อผ้า ข้าจะออกไปข้างนอก” ซ่งชูอีเอ่ย
“เจ้าค่ะ” หนิงยารู้ดีว่าจะต้องเป็นเนื้อหาในราช
โองการของฝั่าบาทจึงมิได้ถามมาก ตอบรับแล้ว
กลับเข้าห้องนอนเพื่อเก็บของและเสื้อผ้า
ซ่งชูอีสั่งให้คนนัดหมายผู้อารักขาลับเพื่อไปพบ
กันที่ประตูเมืองฝังเหนือ
เสียนหยางตกอยู่ในยามราตรี รถม้าคันหนึ่งที่
แล่นอยู่บนถนนสายหลักส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าด มีเสียง
หมาเห่าเป็นครั้งคราวในเมือง
รถม้าหยุดอยู่ที่หน้าประตูเมืองฝังเหนือสักพัก
ก่อนที่จะแล่นออกไป ทหารชุดดำสี่สิบคนกำลัง
รออยู่บนหลังม้าบนที่ดินรกร้างสุดลูกหูลูกตานอก
ประตูฝังเหนือ
เมื่อรถม้าเข้าใกล้ ทุกคนต่างลงจากม้าโดยพร้อม
เพรียงกัน กำหมัดขึ้นคำนับ “คารวะท่านกั๋ว
เว่ย!”
ซ่งชูอีเลิกม่านหน้าต่างขึ้น ยื่นแผ่นไผ่ม้วนหนึ่ง
ออกมา “นำม้วนไผ่นี้มอบให้ถึงมือของแม่ทัพเจ้า
ให้กองทัพชะลอการเดินทางและรอคำสั่งอยู่ที่
เดิม”
“ขอรับ!”
ซ่งชูอีลดผ้าม่านลง หยิบเบาะขึ้นมารองหลังเอว
“กู่หาน เข้ามา”
“ขอรับ!” กู่หานลงจากม้าอย่างรวดเร็ว แล้วขึ้น
รถม้าไป “กั๋วเว่ย”
“นั่ง” ซ่งชูอีเอนหลัง “เล่าสถานการณ์สงคราม
มา”
กู่หานนั่งคุกเข่าลง เล่าสถานการณ์โดยรวมก่อน
“แม่ทัพเจ้าซุ่มโจมตีพื้นที่ราบเหอตงของอี้ฉวีและ
ยึดลิ่นเฉิงได้ ทว่าก็ได้รับการต่อต้านอันแข็งขัน
จากอี้ฉวี อี้ฉวีมีทหารแปดหมื่นนายหยิบยืม
เส้นทางจากหลีสือ ทั้งสองฝั่ายเผชิญหน้ากันเป็น
เวลาหนึ่งวันหนึ่งคืน บัดนี้ยังคงเข่นฆ่ากันอย่าง
ต่อเนื่อง กองทัพเจ้าได้รับชัยชนะอย่างท่วมท้นใน
แง่ของกำลังพล ผู้นำทัพอี้ฉวีได้ส่งคนไปยังหลีสือ
เพื่อขอความช่วยเหลือแล้ว ทหารอารักขาฝั่าย
เรามิกล้าใช้กำลังโดยไม่ได้รับอนุญาต ข่าวเพิ่งจะ
ถูกส่งกลับมาถึงเสียนหยาง จนถึงตอนนี้สงคราม
เป็นอย่างไรนั้นยังไม่รู้ขอรับ”
“ฝั่าบาทเห็นด้วยที่จะให้อี้ฉวีหยิบยืมเส้นทางจาก
หลีสือเช่นนั้นหรือ?” ซ่งชูอีชื่นชมความกล้าหาญ
ของอิ๋งซื่ออยู่ในใจ ไม่กลัวว่าอี้ฉวีจะฉวยโอกาส
โจมตีหลีสือหรืออย่างไรกัน! นางนึกถึงการ
กระทำของอี้ฉวี อดที่จะกล่าวไม่ได้ “อี้ฉวีกล้าส่ง
ทหารแปดหมื่นนายข้ามแม่น้ำเพื่อปกปั้อง
ดินแดนผืนนั้น หากไม่ใช่เพราะมีแผนการลับก็โง่
จริงๆ!”
หลีสือตั้งอยู่ที่เหอตง เป็นจุดกลางระหว่าง
ชายแดนรัฐฉิน เจ้า และเว่ย มีแม่น้ำใหญ่ (ฮวง
โห) กั้นกลางระหว่างหลีสือและมณฑลเหอซี มัน
มีความสำคัญมาก อีกทั้งเนื่องจากมีสะพานขนาด
ยักษ์พาดผ่านทางตะวันออกและตะวันตกของ
เมือง กองทัพใหญ่สามารถผ่านได้อย่างง่ายดาย
และเปิดเส้นทางตันเดิมที่มีความเสี่ยงจาก
ธรรมชาติ! เป็นเส้นทางเดียวจากตะวันออกไป
ตะวันตก
สะพานแห่งนี้มีประวัติยาวนาน ทั้งยังถูกสร้างขึ้น
ในสมัยที่รัฐจิ้นยังไม่ล่มสลาย
บัดนั้นองค์จวินแห่งรัฐจิ้นอภิเษกกับพระธิดาแห่ง
ฉินกง สองสามีภรรยารักกันลึกซึ้ง ทั้งสองรัฐได้
ทำข้อตกลงที่จะไม่ละเมิดซึ่งกันและกัน จะ
ปรองดองกันตลอดไป
ในสมัยชุนชิวให้ความสำคัญกับคำสัญญายิ่ง ใน
อดีตฉินและจิ้นไร้สงครามหลายปี ผู้คนต่างเรียก
การอภิเษกที่ประสบความสำเร็จนี้ว่า “ความดี
แห่งฉินจิ้น” และสะพานขนาดใหญ่นี้ก็ถูกสร้าง
ขึ้นในตอนนั้น ต่อมารัฐจิ้นเกิดความวุ่นวาย
ภายใน สามตระกูลใหญ่ล้มล้างราชวงศ์รัฐจิ้น
แบ่งปันดินแดนเป็นหาน เจ้า และเว่ย อย่างทุก
วันนี้
ราชวงศ์ในอดีตพังทลาย สัญญาเป็นโมฆะ
สะพานที่ถูกสร้างขึ้นระหว่างสามรัฐนี้ก็กลายเป็น
ดินแดนแห่งกองทัพ
กู่หานรู้สึกอกสั่นขวัญแขวน “อี้ฉวีทำใจที่จะ
ปล่อยดินแดนเหอตงผืนนั้นไปไม่ได้เช่นนี้ เกรงใจ
ว่าในใจคงหมายตาหลีสือไว้”
ซ่งชูอีเห็นว่าเขาเป็นกังวลขึ้นมาจริงก็หลุดขำเอ่ย
ว่า “อย่าเพิ่งตีตนไปก่อนไข้ เกรงว่าฝั่าบาทคงรอ
วันนี้อยู่แล้ว!”
ทันใดนั้นกู่หานก็ตระหนักถึงข้อนี้ได้
ในตอนนั้นอิ๋งซื่อเป็นคนมอบที่ดินเหอตงผืนนั้น
ให้กับเจ้ารัฐอี้ฉวีเอง ที่แห่งนั้นเป็นที่ดินอุดม
สมบูรณ์ ผลผลิตอาหารในแต่ละปีเพียงพอที่จะ
ทำให้เจ้ารัฐอี้ฉวีอิจฉาตาร้อนได้ ด้วยเหตุนี้เขาจึง
รับไว้ด้วยความยินดียิ่ง เจ้ารัฐอี้ฉวีก็เป็นคนที่มี
ความทะเยอะทะยาน ทว่าภูมิศาสตร์ของรัฐอี้ฉวี
นั้นน่าอึดอัดเหลือเกิน มันตั้งอยู่ระหว่างแม่น้ำ
ใหญ่ (ฮวงโห) ทิศใต้ติดกับรัฐฉิน ติดอยู่ในตรอก
ทางตันตลอดทั้งวัน จะไม่ให้รู้สึกหงุดหงิดได้
อย่างไร!
อิ๋งซื่อโยนเหยื่อเข้าไป ส่วนเจ้ารัฐอี้ฉวีก็เสียสติ
ตามคาด แอบคิดว่าอิ๋งซื่อเป็นเด็กยังไม่สิ้นกลิ่น
น้ำนมที่ไร้ประสบการณ์! เขาส่งทหารม้าเจ็ดถึง
แปดหมื่นนายไปรักษาการณ์ทันที โดยตั้งใจว่าจะ
ฉวยโอกาสตีทั้งนอกและในขนาบประสานกันเพื่อ
ยึดครองหลีสือ ในเวลานั้นต้าอี้ฉวีของเขา
สามารถโจมตีรัฐเจ้าจากทางทิศตะวันออก โจมตี
รัฐฉินจากทิศใต้ และโจมตีรัฐเว่ยจากทิศตะวันตก
เฉียงใต้! การรวมใต้หล้าเป็นหนึ่งเดียวอยู่ใกล้แค่
เอื้อม!
ในขณะที่เจ้ารัฐอี้ฉวีกำลังภาคภูมิใจอยู่นั้น คิดไม่
ถึงว่าท่ามกลางสถานการณ์ความวุ่นวายของรัฐ
ฉิน อิ๋งซื่อจะกล้าสะสมกำลังทหารอยู่ในเหอซี
มากถึงสามเท่า ตัดการสื่อสารระหว่างสองฝัง อี้
ฉวีอยู่ภายใต้ความกดดันอยู่แล้ว ในเวลานี้กอง
ทหารก็แตกแยกอย่างกะทันหันอีก ยิ่งก้าวไปไหน
ไม่ได้เลย! แม้เจ้ารัฐอี้ฉวีจะกัดฟันจนแตกละเอียด
ทั้งปาก ก็ทำได้เพียงยอมศิโรราบเท่านั้น
ด้านหลังไม่มีอี้ฉวีคอยปันปั่วนแล้ว อิ๋งซื่อจึงจะ
กล้าดำเนินการกว้างล้างกิจการภายในอย่างเต็ม
กำลัง
วันที่เขาปล่อยกองทหารออกมาจากปั้อมปราการ
หลีสือก็นึกถึงผลลัพธ์เช่นวันนี้แล้ว อี้ฉวีกลับสู่รัฐ
ฉิน รัฐเจ้ายังไม่คลี่คลายความโกลาหลภายใน
แล้วยังมาเห็นรัฐฉินสะสมกองกำลังในเหอซี
มากมายเพียงนี้ ไม่กล้าที่จะเริ่มสงครามอย่าง
ผลีผลาม บัดนี้ห้ารัฐร่วมมือกัน สถานการณ์กลับ
ตาลปัตร มีหรือที่รัฐเจ้าจะพลาดโอกาสอันดีนี้ไป
ได้?
กลยุทธ์ “ยืมมีดฆ่าคน” ของอิ๋งซื่อนี้กว้างไกล
และลึกซึ้งเป็นอย่างมาก มีดเยี่ยงรัฐเจ้าห้อย
ต่องแต่งอยู่ตลอดเวลา รอที่จะตัดกองหลังแปด
หมื่นนายของอี้ฉวีอย่างเช่นวันนี้
ความเฉลียวฉลาดที่ล้ำลึกของอิ๋งซื่อนี้ ทำให้ซ่งชูอี
อดที่จะชื่นชมไม่ได้ ไตร่ตรองในใจว่าหากอิ๋งซื่อ
คิดที่จะคิดบัญชีกับนาง นางจะสามารถล่าถอยไป
อย่างปลอดภัยหรือไม่…
“ครั้งนี้เป็นเจ้าและเว่ยร่วมมือกับกำจัดฉินนะ!”
ซ่งชูอีเอ่ยอุทาน
กู่หานไม่เข้าใจ “กั่วเว่ยเห็นว่าอย่างไร?”
ซ่งชูอีก็ต้องจัดลำดับความคิดอยู่พอดี จึงเอ่ยว่า
“รัฐเจ้าเพิ่งจะพ่ายแพ้ในสงครามฉีและเว่ย ปั้อม
ปราการหลีสือปั้องกันง่ายโจมตียาก รัฐเจ้ารู้เป็น
อย่างดีว่ารัฐฉินสะสมกองกำลังอยู่ในเหอซี หาก
สงครามครั้งนี้เกิดขึ้นจริง…เจ้าว่าสถานการณ์จะ
เป็นอย่างไร?”
“หากรัฐเจ้าโจมตีไม่สำเร็จ ก็ต้องเผชิญหน้ากับ
ความตาย” กู่หานกล่าว
“ถูกต้อง” ซ่งชูอีพยักหน้า “การสูญเสียดินแดน
หกร้อยลี้แม้จะทำให้รัฐเจ้าตกอยู่ในความเสี่ยงแต่
ก็ไม่ถึงกับล่มสลาย ใครจะมั่นใจได้ว่าหมดหวัง
เล่า! เจ้าโหวผู้นี้ มีนิสัยวางแผนอย่างรอบคอบ
ก่อนที่จะลงมือทำ ไม่ใช่คนที่ยอมเสี่ยงอันตราย
อย่างแน่นอน!”
“กั๋วเว่ยหมายความว่า เจ้า เว่ยรวมพลังกันโจมตี
ฉิน รัฐเจ้าเป็นเพียงตัวล่อที่ทำให้ศัตรูสับสน?” สี
หน้าของกู่หานขึงขังเล็กน้อย
ฉีและเว่ยสองรัฐร่วมมือกันโจมตีดินแดนอุดม
สมบูรณ์หกร้อยลี้ของรัฐเจ้า หากรัฐเว่ยยินดีที่จะ
คืนดินแดนให้เต็มจำนวนหรือแม้แต่เพิ่มให้อีก
หลายสิบลี้เพื่อยึดครองปั้อมปราการหลีสือแล้ว ก็
ไม่มีเหตุผลใดที่รัฐเจ้าจะปฏิเสธ ระหว่างฉิน
และเว่ยนั้นมีปั้อมปราการสองจุด ที่หนึ่งคือด่า
นหานกู่ อีกที่หนึ่งก็คือหลีสือ บัดนี้รัฐฉินล้วน
สามารถควบคุมสองจุดนี้ได้ทั้งหมด ส่วนรัฐเว่ย
เป็นพื้นที่ราบที่ขยายตัวออกไปทุกทิศทาง เว่
ยอ๋องกินไม่ได้นอนไม่หลับ หากมีโอกาสจะต้อง
ยึดครองสองจุดนี้อย่างแน่นอน
ภูมิศาสตร์ของด่านหานกู่สูงชัน รัฐฉินต้องใช้เวลา
หลายสิบปีจึงจะสามารถยึดครองมาได้ ด่านหาน
กู่อยู่ใกล้กับนครหลวงเสียนหยางมาก มีถนนใหญ่
ตัดผ่าน ด้วยเหตุนี้รัฐฉินจึงสะสมกองกำลังอยู่ที่นี่
บัดนี้ความแข็งแกร่งของรัฐเว่ยไม่เหมือนแต่ก่อน
หากคิดจะยึดครองด่านหานกู่กลับไปก็เป็นเพียง
ฝันลมๆ แล้งๆ เมื่อเปรียบเทียบกันแล้ว หา
โอกาสโจมตีปั้อมปราการหลีสือยังจะมีโอกาส
มากกว่า
ซ่งชูอีพยักหน้า “เกรงว่าจะเป็นเช่นนี้แหละ! หาก
รัฐเว่ยเอาดินแดนหลายร้อยลี้เป็นข้อแลกเปลี่ยน
รัฐเจ้าจะร่วมมืออย่างสุดกำลังก็ไม่เสียแรงเปล่า”
สำหรับรัฐเจ้าแล้ว ไม่ว่าอย่างไรนี่ก็เป็นการ
แลกเปลี่ยนที่ไม่เสียเปรียบเลย อย่างน้อยก็
สามารถเก็บดินแดนอี้ฉวีผืนนั้นใส่กระเปั๋าได้
แม้ว่าพื้นที่ไม่ใหญ่ทว่าต่อให้ขายุงเล็กเพียงใดก็
เป็นเนื้อเหมือนกัน!
“หากเป็นเช่นนี้จริง เจ้าจวินจะต้องทนได้อย่าง
แน่นอน” ความประทับใจของกู่หานที่มีต่อ
จักรพรรดิเจ้าโหวนั้นว่างเปล่าเสมอ เขาอยู่ใน
อำนาจหลายปี รัฐเจ้ามีปัญหาทั้งภายในและ
ภายนอก ไม่ได้สร้างผลงานอะไรเลย
ซ่งชูอีหัวเราะเอ่ย “ครั้งนี้เจ้ากล่าวถูกต้องแล้ว
ความสามารถในการอดทนของเจ้าโหวองค์
ปัจจุบันมาถึงจุดที่ยอดเยี่ยมที่สุดแล้ว ยิ่งไปกว่า
นั้น ในแง่ความสัมพันธ์ทางการทูต ไม่มีศัตรูถาวร
และยิ่งไม่มีมิตรแท้ตลอดไป มีเพียงผลประโยชน์
ชั่วนิจนิรันดร์”
“ความอดทน” ของเจ้าโหวมิใช่การยอมอ่อนข้อ
เพียงผิวเผิน เขาก็เหมือนกับอสรพิษตัวหนึ่งที่ยึด
ครองพื้นที่ในพงหญ้าโดยพลการ ไม่ว่าการขยับ
ตัวหรือว่าการล่าถอย ก็ล้วนเพื่อการจู่โจมใน
วินาทีสุดท้าย
การเผชิญหน้ากับสองรัฐที่ผนึกกำลัง สถานการณ์
ก็เข้าสู่ขั้นวิกฤต!
นิ้วของซ่งชูอีเคาะอยู่บนขอบฟูกเบาๆ ลอบถอน
หายใจในใจ หากเรื่องนี้ไม่ยุ่งยากมากนัก เกรง
ว่าอิ๋งซื่อก็คงไม่เปลี่ยนใจให้นางมา “ครานี้ทั้งฝูง
หมาปั่าและเสือต่างจับจ้องหลีสือเนื้อชิ้นนี้อยู่!”
“ให้คนส่งม้าเร็วไปหาเจ้ารัฐอี้ฉวี บอกว่าแม่ทัพ
รัฐฉินจะมาถึงเหอซีในอีกไม่ช้า แล้วส่งสารให้
ทหารที่รักษาการณ์หลีสือว่าให้เพิ่มขั้นตอนการ
ปั้องกันการซุ่มโจมตีจากรัฐเว่ย” ซ่งชูอีเอ่ย
“ขอรับ!” กู่หานนิ่งไปครู่หนึ่ง เอ่ยถามว่า “กั๋ว
เว่ย ในเมื่อฝั่าบาทมีความประสงค์ที่จะฉวย
โอกาสกำจัดกองทหารอี้ฉวี หากอี้ฉวีต้องการจะ
หยิบยืมเส้นทางอีกจะรับปากหรือไม่?”
หยิบยืมเส้นทางอีก? บัดนี้เจ้ารัฐอี้ฉวีรู้แผนการ
ของรัฐฉินแล้ว หากหยิบยืมเส้นทางอีกเกรงว่า
เพราะต้องการยึดครองหลีสือแล้ว!
ซ่งชูอีเปลี่ยนท่า เอี้ยวตัวอยู่บนตั่งนั้น เอ่ยอย่าง
เกียจคร้าน “ไว้ว่ากันเถิด”
ด้วยท่าทางเช่นนี้ หากกู่หานไม่เข้าใจนางก็คงจะ
กังวลว่าสงครามครั้งนี้ไม่มีทางย้อนกลับแล้วจริงๆ
เมื่อกู่หานถอยออกไป ซ่งชูอีก็รีบพลิกตัวนอนลง
บนตั่ง กัดฟันจิ๊ปาก บาดแผลที่กำลังจะหายเดิมที
ก็มีอาการคันและอึดอัดอยู่แล้ว วันนี้ก็ขยับตัว
มากเกินไปอีก มันจึงอาจได้รับความเสียหายอีก
เล็กน้อย ความรู้สึกในตอนนี้มันช่างทรมาน
เหลือทน!
เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ นางทำได้เพียงทุ่มเทใน
การคิดเรื่องสงคราม
ครั้งนี้เจ้าเปิดสงครามกับอี้ฉวี ไม่มีความ
จำเป็นต้องเร่งส่งความช่วยเหลือออกไป ชาวอี้ฉวี
กล้าหาญและเก่งกาจด้านสงคราม แม้กำลังทหาร
ไม่มากทว่าไม่อ่อนแอเลย รัฐเจ้าไม่เคยลิ้มรสใน
ความพ่ายแพ้กับการเผชิญหน้าในอดีต ความพ่าย
แพ้ครั้งนี้ส่วนใหญ่เป็นเพราะรัฐเจ้าเข้าทำ
สงครามครั้งใหญ่เป็นครั้งแรกในรอบหลาย
ทศวรรษ ตอบสนองไม่ได้ไปครู่หนึ่งเท่านั้นเอง
หากรัฐฉินเข้าช่วยเหลือเร็วเกินไป ทำให้กอง
ทหารของตนเสียหายแต่รักษาความแข็งแกร่ง
ของอี้ฉวีไว้ ไม่นับว่าเป็นการเคลื่อนไหวที่ชาญ
ฉลาดเลย
ในเมื่ออี้ฉวียังคงต้านทานไว้ได้ ก็ให้พวกเขา
ต้านทานไว้ก่อน! แต่จะไม่ช่วยอี้ฉวีก็ไม่ได้
มิฉะนั้นหากพวกเขาหันกลับมาสู้เหมือนหมาจน
ตรอกจะไม่เป็นการดี แต่ก็ไม่สามารถช่วยเหลือ
ทั้งหมดได้ เพราะยิ่งไม่อาจเสียปั้อมปราการ
หลีสือไป…
ต้องวางแผนอย่างรอบคอบจึงจะดี!
ซ่งชูอีคิดไปคิดมา ก็เพิกเฉยต่อความรู้สึกร่างกาย
ตนเองแล้ว เริ่มคิดกลยุทธ์รับมืออย่างรอบคอบ
อยู่ในใจ
รถม้าของซ่งชูอีออกเดินทางก่อน โดยออกจาก
ถนนหลวงมุ่งตรงไปยังลี่หยาง
ซ่งชูอีรู้ดีว่ามันยากที่จะเอาชนะศึกครั้งนี้ ตราบใด
ที่ปั้อมปราการหลีสือแคล้วคลาดปลอดภัยก็เป็น
พรอันประเสริฐแล้ว สงครามที่อันตรายเช่นนี้ คิด
ไม่ถึงว่าอิ๋งซื่อจะกล้าส่งเด็กหนุ่มอย่างเจ้าอี่โหลว
มารับมือ! นางอดที่จะชื่นชมความกล้าหาญของ
เขาไม่ได้